มะเร็งตับอ่อน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มะเร็งตับอ่อน
(Pancreatic cancer)
Diagram showing the position of the pancreas CRUK 356.svg
แผนภาพแสดงตำแหน่งของตับอ่อน คืออยู่ด้านหลังของกระเพาะอาหาร
สาขาวิชาวิทยาทางเดินอาหาร, วิทยาตับ, วิทยามะเร็ง
อาการดีซ่าน, ปวดท้อง, ปวดหลัง, น้ำหนักลด, อุจจาระสีซีด, ปัสสาวะสีเข้ม, เบื่ออาหาร[1]
การตั้งต้นAfter 40 years old[2]
ปัจจัยเสี่ยงTobacco smoking, heavy alcohol intake, obesity, diabetes, certain rare genetic conditions[2]
วิธีวินิจฉัยการสร้างภาพทางการแพทย์, การตรวจเลือด, การตัดชิ้นเนื้อตรวจ[3][4]
การป้องกันเลิกบุหรี่, ลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์, ลดความอ้วน, ลดการบริโภคเนื้อแดง[5]
การรักษาการผ่าตัด, การฉายรังสี, ยาเคมีบำบัด, การรักษาประคับประคอง[1]
พยากรณ์โรคFive year survival rate 6%[6]
ความชุก393,800 (2015)[7]
การเสียชีวิต411,600 (2015)[8]

มะเร็งตับอ่อนคือมะเร็งที่เกิดขึ้นในตับอ่อน โดยเซลล์ในตับอ่อนเพิ่มจำนวนโดยไม่ถูกควบคุมเกิดเป็นก้อนมะเร็ง สามารถรุกรานและแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้[9] มีอยู่หลายชนิด[10] ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือมะเร็งตับอ่อนชนิดเซลล์ต่อม หรือ อะดีโนคาร์ซิโนมา โดยพบเป็นร้อยละ 90 ของมะเร็งตับอ่อนทั้งหมด[11] ทำให้บ่อยครั้งมีการใช้คำว่า "มะเร็งตับอ่อน" ในความหมายเดียวกันกับ "มะเร็งตับอ่อนชนิดเซลล์ต่อม"[10] โดยมะเร็งชนิดเซลล์ต่อมนี้เจริญมาจากส่วนของตับอ่อนที่สร้างเอนไซม์ย่อยอาหาร[10] ผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนราวร้อยละ 1-2 จะเป็นมะเร็งชนิดนิวโรเอนโดคริน ซึ่งเจริญมาจากเซลล์ตับอ่อนส่วนที่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน[10] มะเร็งตับอ่อนชนิดนิวโรเอนโดครินมักมีความรุนแรงน้อยกว่าชนิดเซลล์ต่อม[10] ทั้งนี้ มะเร็งชนิดนิวโรเอนโดครินอาจเจริญมาจากตับอ่อนส่วนที่เป็นต่อมก็ได้[10]

ผู้ป่วยอาจมีอาการดีซ่าน (ตัวตาเหลือง) ปวดท้อง ปวดหลัง น้ำหนักลด อุจจาระสีซีด ปัสสาวะสีเข้ม และเบื่ออาหาร[1] อย่างไรก็ดีในระยะแรกของโรคผู้ป่วยมักไม่มีอาการ หรือมีอาการแบบไม่จำเพาะเจาะจง กว่าจะแสดงอาการที่ทำให้นำไปสู่การวินิจฉัยมะเร็งตับอ่อนได้ก็มักเข้าสู่ระยะท้ายของโรคแล้ว[1][2] ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีมะเร็งลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายแล้ว ณ วันที่วินิจฉัยได้[10][12]

โรคนี้พบได้น้อยมากในคนอายุไม่เกิน 40 ปี และในบรรดาผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนด้วยกัน กว่าครึ่งเป็นคนอายุมากกว่า 70 ปี[2] ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งตับอ่อนมีหลายอย่าง เช่น การสูบบุหรี่ โรคอ้วน เบาหวาน การกินเนื้อแดง และโรคทางพันธุกรรมบางชนิดซึ่งพบได้น้อย[2][5] ผู้ป่วยร้อยละ 25 สัมพันธ์กับการสูบบุหรี่[3] และร้อยละ 5-10 สัมพันธ์กับพันธุกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดมา[2] เมื่อหยุดสูบบุหรี่แล้วโอกาสเกิดมะเร็งตับอ่อนจะค่อยๆ ลดลงจนเท่ากับคนที่ไม่สูบบุหรี่เมื่อเลิกมาแล้ว 20 ปี[10] การวินิจฉัยทำได้โดยการตรวจด้วยการสร้างภาพทางการแพทย์ เช่น อัลตราซาวด์ หรือซีทีสแกน ร่วมกับการตรวจเลือด และการตัดชิ้นเนื้อตรวจ[3][4] ระยะของโรคมีตั้งแต่ระยะ 1 ไปจนถึงระยะ 4[12] การตรวจคัดกรองในคนทั่วไปที่ไม่มีอาการพบว่าไม่มีประสิทธิภาพ[13]

การรักษาทำได้โดยการผ่าตัด การฉายรังสี การรับยาเคมีบำบัด การรักษาประคับประคอง รวมไปถึงการรักษาแบบผสมผสาน[1] ทางเลือกในการรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค[1] การผ่าตัดเป็นทางเลือกเดียวที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในผู้ป่วยบางราย[12] และอาจเป็นการรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการในผู้ป่วยบางรายที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด[1][12] บางครั้งอาจต้องใช้ยาแก้ปวดและยาช่วยย่อย[12] โดยทั่วไปแล้วแนะนำให้เริ่มการรักษาแบบประคับประคองไปเลยตั้งแต่ช่วงแรกของการรักษา แม้จะเป็นรายที่มีแนวโน้มจะรักษาหายได้ก็ตาม[14]

ข้อมูล ค.ศ. 2015 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับอ่อนรวมกันทุกชนิดทั่วโลก 411,600 คน[8] เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดเป็นอันดับ 5 ในประเทศอังกฤษ[15] และอันดับ 3 ในสหรัฐ[16] ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยคิดเป็นร้อยละ 70 ของผู้ป่วยใหม่ทั้งหมดจากข้อมูลปี ค.ศ. 2012[10] มะเร็งตับอ่อนชนิดเซลล์ต่อมโดยทั่วไปแล้วมีพยากรณ์โรคที่ไม่ดี โดยจะมีผู้ป่วยรอดชีวิตร้อยละ 25 ที่เวลาหนึ่งปีหลังวินิจฉัย และลดเหลือร้อยละ 5 ที่เวลาห้าปีหลังวินิจฉัย[6][10] หากสามารถวินิจฉัยได้ในระยะเริ่มแรกอัตรารอดชีวิตที่ห้าปีจะเพิ่มเป็นร้อยละ 20[17] มะเร็งตับอ่อนชนิดนิวโรเอนโดครินมีพยากรณ์โรคที่ดีกว่า โดยมีอัตรารอดชีวิตที่ห้าปีอยู่ที่ร้อยละ 65 อย่างไรก็ดีอัตรารอดชีวิตยังมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดย่อย[10]

อาการและอาการแสดง[แก้]

อาการแรกเริ่ม[แก้]

มะเร็งตับอ่อนเป็นมะเร็งที่มักไม่ปรากฏอาการในระยะแรกๆ บางครั้งจึงถูกเรียกว่าเพชฌฆาตเงียบ (silent killer) และแม้ปรากฏอาการก็มักเป็นอาการที่ไม่มีความจำเพาะเจาะจง ดังนั้นบ่อยครั้งจึงวินิจฉัยไม่ได้จนกว่าโรคจะลุกลามไปมาก อาการที่พบบ่อยได้แก่

รายการอ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 "Pancreatic Cancer Treatment (PDQ®) Patient Version". National Cancer Institute. National Institutes of Health. 17 April 2014. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 5 July 2014. สืบค้นเมื่อ 8 June 2014.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 Ryan DP, Hong TS, Bardeesy N (September 2014). "Pancreatic adenocarcinoma". The New England Journal of Medicine. 371 (11): 1039–49. doi:10.1056/NEJMra1404198. PMID 25207767.
  3. 3.0 3.1 3.2 Wolfgang CL, Herman JM, Laheru DA, Klein AP, Erdek MA, Fishman EK, Hruban RH (September 2013). "Recent progress in pancreatic cancer". CA: A Cancer Journal for Clinicians. 63 (5): 318–48. doi:10.3322/caac.21190. PMC 3769458. PMID 23856911.
  4. 4.0 4.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Lancet
  5. 5.0 5.1 "Can pancreatic cancer be prevented?". American Cancer Society. 11 June 2014. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 13 November 2014. สืบค้นเมื่อ 13 November 2014.
  6. 6.0 6.1 "Cancer Facts & Figures 2010" (PDF). American Cancer Society. 2010. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 14 มกราคม 2015. สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม 2014. See p. 4 for incidence estimates, and p. 19 for survival percentages.
  7. Vos T, Allen C, Arora M, Barber RM, Bhutta ZA, Brown A, และคณะ (GBD 2015 Disease and Injury Incidence and Prevalence Collaborators) (October 2016). "Global, regional, and national incidence, prevalence, and years lived with disability for 310 diseases and injuries, 1990–2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015". Lancet. 388 (10053): 1545–1602. doi:10.1016/S0140-6736(16)31678-6. PMC 5055577. PMID 27733282.
  8. 8.0 8.1 Wang H, Naghavi M, Allen C, Barber RM, Bhutta ZA, Carter A, และคณะ (GBD 2015 Mortality and Causes of Death Collaborators) (October 2016). "Global, regional, and national life expectancy, all-cause mortality, and cause-specific mortality for 249 causes of death, 1980–2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015". Lancet. 388 (10053): 1459–1544. doi:10.1016/s0140-6736(16)31012-1. PMC 5388903. PMID 27733281.
  9. "What is Cancer? Defining Cancer". National Cancer Institute, National Institutes of Health. 7 March 2014. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 25 June 2014. สืบค้นเมื่อ 5 December 2014.
  10. 10.00 10.01 10.02 10.03 10.04 10.05 10.06 10.07 10.08 10.09 10.10 World Cancer Report. World Health Organization. 2014. Chapter 5.7. ISBN 978-92-832-0429-9.
  11. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Pishvaian2017
  12. 12.0 12.1 12.2 12.3 12.4 Bond-Smith G, Banga N, Hammond TM, Imber CJ (May 2012). "Pancreatic adenocarcinoma". BMJ. 344 (may16 1): e2476. doi:10.1136/bmj.e2476. PMID 22592847. S2CID 206894869.
  13. "Draft Recommendation Statement: Pancreatic Cancer: Screening – US Preventive Services Task Force". www.uspreventiveservicestaskforce.org. สืบค้นเมื่อ 11 February 2019.
  14. Bardou M, Le Ray I (December 2013). "Treatment of pancreatic cancer: A narrative review of cost-effectiveness studies". Best Practice & Research. Clinical Gastroenterology. 27 (6): 881–92. doi:10.1016/j.bpg.2013.09.006. PMID 24182608.
  15. "Cancer facts and figures – Why we exist – Pancreatic Cancer Research Fund". www.pcrf.org.uk. สืบค้นเมื่อ 5 April 2019.
  16. "Pancreatic Cancer – Cancer Stat Facts". SEER (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 4 April 2019.
  17. "Pancreatic Cancer Treatment (PDQ®) Health Professional Version". National Cancer Institute. National Institutes of Health. 21 February 2014. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 22 October 2014. สืบค้นเมื่อ 24 November 2014. "The highest cure rate occurs if the tumor is truly localized to the pancreas; however, this stage of disease accounts for less than 20% of cases. In cases with localized disease and small cancers (<2 cm) with no lymph-node metastases and no extension beyond the capsule of the pancreas, complete surgical resection is still associated with a low actuarial five-year survival rate of 18% to 24%."

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

การจำแนกโรค
ทรัพยากรภายนอก