ข้ามไปเนื้อหา

มะเดื่อ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มะเดื่อ
ต้นมะเดื่อที่ฮ่องกง
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
(unranked): Angiosperms
(unranked): Eudicots
(unranked): Rosids
อันดับ: Rosales
วงศ์: Moraceae
เผ่า: Ficeae
สกุล: Ficus
สกุลย่อย: Ficus
สปีชีส์: F.  carica
ชื่อทวินาม
Ficus carica
L.
แผนที่แสดงการส่งออกมะเดื่อหลังปี ค.ศ. 2005

มะเดื่อ มะเดื่อฝรั่ง หรือ มะเดื่อญี่ปุ่น (ชื่อวิทยาศาสตร์: Ficus carica) เป็นไม้ยืนต้นที่แยกดอกแยกต้นเจริญได้ดีในที่สูงถึง 6 เมตร หรือ 19 ฟุต อยู่ในสกุล Ficus วงศ์ Moraceae เป็นพืชพื้นเมืองในแถบตะวันออกกลาง[1] เป็นพืชคนละชนิดกับมะเดื่ออุทุมพรหรือมะเดื่อชุมพร (F. racemosa) ซึ่งเป็นไม้พื้นเมืองในอินเดียและศรีลังกา[2]

ลักษณะพฤกษศาสตร์

[แก้]

มะเดื่อเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นเป็นปุ่มแตกกิ่งก้านออก ใบเดี่ยว ด้านหนึ่งหยาบ อีกด้านหนึ่งมีขนอ่อน ลำต้นมียางสีขาว ผลออกเป็นกระจุก กลมแป้นหรือรูปไข่ เปลือกบาง ผลอ่อนสีเขียว พอสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แดงหรือชมพูแล้วแต่พันธุ์ เนื้อในสีแดงเข้ม สุกแล้วมีกลิ่นหอม การปลูกเป็นการค้าเริ่มที่เอเชียตะวันตก แล้วจึงแพร่หลายสู่ซีเรีย ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน[3] ปัจจุบันปลูกมากในยุโรปใต้ สหรัฐ ตุรกี ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ มาดากัสการ์ ในอดีต ประเทศไทยจะนำเข้ามะเดื่อในรูปผลแห้ง เริ่มนำต้นเข้ามาปลูกครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2524 ที่ดอยอ่างขาง[3] โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มูลนิธิโครงการหลวง เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น[4] เป็นผลไม้ต่างถิ่นชนิดหนึ่ง มีคุณค่าทางอาหารสูงอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก

ประวัติ

[แก้]

การปลูกมะเดื่อพบว่า มีมากว่า 2,000 ปีแล้ว ตำนานของยุโรป และ ตะวันออกยุคโบราณบันทึกไว้ว่า ชาวอียิปต์และชาวกรีกเชื่อว่ามะเดื่อเป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นอาหารสำหรับนักกีฬาโอลิมปิกสมัยโบราณ[3] มีปรากฏในไบเบิลของศาสนาคริสต์และอัลกุรอ่านของศาสนาอิสลาม[5]

คุณค่าทางโภชนาการ

[แก้]

ในผลมะเดื่อมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็กในปริมาณสูงมาก โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี ไนอาซิน คาร์โบไฮเดรต ผลมะเดื่อ มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น กล้ามเนื้อแข็งแรง สร้างสมดุลสภาวะกรดในร่างกาย ลดรอยเหี่ยวย่น ป้องกันโรคนิ่วในไต ช่วยฟอกตับและม้าม ช่วยสมานแผลในปาก ช่วยย่อยอาหาร ป้องกันโรคมะเร็ง (สารสกัดจากผลมะเดื่อสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในการทดลองได้) ไม่มีไขมันหรือโคเลสเตอรอล[6]

การใช้ประโยชน์และความเชื่อ

[แก้]
ผลมะเดื่อสดผ่าให้เห็นเนื้อข้างใน
ผลมะเดื่อแห้ง
ผลมะเดื่อแห้ง
คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม (3.5 ออนซ์)
พลังงาน1,041 กิโลจูล (249 กิโลแคลอรี)
63.87 g
น้ำตาล47.92 g
ใยอาหาร9.8 g
0.93 g
3.30 g
วิตามิน
ไทอามีน (บี1)
(7%)
0.085 มก.
ไรโบเฟลวิน (บี2)
(7%)
0.082 มก.
ไนอาซิน (บี3)
(4%)
0.619 มก.
(9%)
0.434 มก.
วิตามินบี6
(8%)
0.106 มก.
โฟเลต (บี9)
(2%)
9 μg
วิตามินซี
(1%)
1.2 มก.
แร่ธาตุ
แคลเซียม
(16%)
162 มก.
เหล็ก
(16%)
2.03 มก.
แมกนีเซียม
(19%)
68 มก.
ฟอสฟอรัส
(10%)
67 มก.
โพแทสเซียม
(14%)
680 มก.
สังกะสี
(6%)
0.55 มก.
ประมาณร้อยละคร่าว ๆ โดยใช้การแนะนำของสหรัฐสำหรับผู้ใหญ่
แหล่งที่มา: USDA FoodData Central

มะเดื่อใช้กินเป็นผลไม้สด หรือใช้ทำขนม เช่น พาย พุดดิ้ง เค้ก ไอศกรีม แยม อบแห้ง ผสมในชาไข่มุก หรือใส่ขนมแทนลูกเกด ผลแห้งนำไปคั่วแล้วป่นใช้แทนกาแฟ เป็นผลไม้ที่มีใยอาหารสูง เป็นยาระบาย [3]

อ้างอิง

[แก้]
  1. The Fig: its History, Culture, and Curing, Gustavus A. Eisen, Washington, Govt. print. off., 1901
  2. ประชิดวามานนท์. ไม่ประดับเพื่อการตกแต่ง. กทม. บ้านและสวน. 2550
  3. 1 2 3 4 นิดดา หงส์วิวัฒน์ และทวีทอง หงส์วิวัฒน์. มะเดื่อฝรั่ง ใน ผลไม้ 111 ชนิด: คุณค่าอาหารและการกิน. กทม. แสงแดด. 2550 หน้า149
  4. มะเดื่อฝรั่ง
  5. "Foods of the prophet". IslamOnline. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-09-15. สืบค้นเมื่อ 2012-03-08.
  6. "Figs-มะเดื่อฝรั่ง (ญี่ปุ่น)". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-11-24. สืบค้นเมื่อ 2012-11-14.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]