007 พยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
007 พยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก
ใบปิดภาพยนตร์ในสหราชอาณาจักร
เจมส์ บอนด์ แดเนี่ยล เคร็ก
นักแสดงนำ โอลกา คูริลเลนโก
มัตติเยอ อมาลริก
กีมมา อาร์เตอร์ตัน
จูดี เด็นช์
เจฟฟรีย์ ไรท์
จิอันคาโล จิอันนินี
ผู้กำกับ มาร์ก ฟอร์สเตอร์
อำนวยการสร้าง ไมเคิล จี วิลสัน
บาร์บารา บรอคโคลี
บทประพันธ์ ตัวละคร โดย เอียน เฟลมมิง
บทภาพยนตร์ พอล แฮกกิส
นีล เพอร์สัน
โรเบิร์ต เวด
กำกับภาพ โรเบอร์โต แชร์เฟอร์
เพลงประกอบ เดวิด อาร์โนลด์
เพลงธีมหลัก "อนาเทอร์เวย์ทูดาย"
ผู้แต่งเพลง แจ็ก ไวต์
นักร้อง อลิเชีย คียส์
แจ็ก ไวต์
ตัดต่อ แม็ตต์ ชีสส์
ริค เพียร์ซัน
จัดจำหน่าย โคลัมเบียพิคเจอร์ส
เมโทร-โกล์ดเวน-เมเยอร์
วันที่เข้าฉาย 29 ตุลาคม 2008
(ลอนดอน, ปฐมทัศน์)
31 ตุลาคม 2008
(สหราชอาณาจักร)
14 พฤศจิกายน 2008 (สหรัฐอเมริกา)
ความยาว 106 นาที
งบประมาณ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้ทั่วโลก 586.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ก่อนหน้านี้ พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก
ต่อจากนี้ พลิกรหัสพิฆาตพยัคฆ์ร้าย

007 พยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก (อังกฤษ: Quantum of Solace) เป็นภาพยนตร์ชุดที่ 22 ของภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์ ซึ่งชื่อ Quantum Of Solace มาจากตอนหนึ่งในหนังสือนิยายของเอียน เฟลมมิ่งเรื่อง For Your Eyes Only ซึ่งเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 5 เรื่องที่ตีพิมพ์ในปี 1960 (แต่เนื้อเรื่องในภาพยนตร์ไม่ได้มาจากเนื้อเรื่องของเรื่องสั้น) และชื่อ Quantum ก็เป็นชื่อหน่วยของฝ่ายร้ายในภาคนี้อีกด้วย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ นำแสดงโดย แดเนี่ยล เคร็ก กำกับโดย มาร์ก ฟอร์สเตอร์ ถ่ายทำที่อิตาลี ออสเตรีย และอเมริกาใต้

ในเดือนพฤศจิกายน 2012 ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในอันดับที่ 3 ของภาพยนตร์ในชุด เจมส์ บอนด์ ที่ทำเงินสูงสุด

เรื่องย่อ[แก้]

เจมส์ บอนด์ สายลับ MI6 ขับรถจากทะเลสาบการ์ดาโดยมีมิสเตอร์ไวต์อยู่ท้ายรถ เขาถูกคนร้ายขับรถไล่ตามแต่หนีรอดมาได้ บอนด์พาตัวไวต์ไปหา M หัวหน้าของเขาที่เมืองซีเอนา ประเทศอิตาลี M สอบสวนไวต์ถึงองค์กร "ควอนตัม" แต่ถูกมิตเชลล์ สายลับสองหน้าของควอนตัมที่ทำงานเป็นบอดี้การ์ดของตนโจมตี ไวต์หนีไปได้ ส่วนบอนด์ไล่ตามมิตเชลล์ไปและยิงเขาเสียชีวิต บอนด์และ M กลับไปที่ลอนดอนและค้นห้องพักของมิตเชลล์ ซึ่งชี้ไปที่เฮติ บอนด์ไปที่นั่นและสู้กับสเลท นักฆ่าที่ถูกส่งมาฆ่าคามิลล์ คนรักของนักธุรกิจ โดมินิค กรีน บอนด์สืบจนพบว่ากรีนให้ความช่วยเหลือนายพลเมดราโน อดีตนายพลชาวโบลิเวียที่ต้องการขึ้นเป็นประธานาธิบดี และนายพลเมดราโนยังเป็นผู้ที่ฆ่าครอบครัวของคามิลล์

บอนด์ช่วยคามิลล์จากนายพลเมดราโน ก่อนจะตามกรีนไปที่การแสดง ตอสกา ที่เมืองเบรเกนซ์ ประเทศออสเตรีย บอนด์ลอบฟังการประชุมและระบุตัวสมาชิกของควอนตัม แต่ถูกจับได้ ระหว่างหลบหนี เฮนส์ บอดี้การ์ดของสมาชิกควอนตัมถูกฆ่าหลังสู้กับบอนด์ M จึงอนุมานว่าบอนด์ฆ่าเขาและสั่งยกเลิกพาสพอร์ตและบัตรเครดิตของบอนด์ บอนด์เดินทางไปที่อิตาลีเพื่อพบกับเพื่อนเก่า เรอเน แมตธิส ที่นั่นบอนด์พบกับสตรอเบอรี ฟิลด์ส เจ้าหน้าที่ที่ M ส่งมาเพื่อพาตัวบอนด์กลับลอนดอน แต่บอนด์ล่อลวงเธอและไปที่งานระดมทุนของกรีน บอนด์พบกับคามิลล์อีกครั้งและรอดจากการต่อสู้กับตำรวจโบลิเวียที่ทำงานให้นายพลเมดราโน แต่แมตธิสเสียชีวิต

วันต่อมา บอนด์และคามิลล์ขึ้นเครื่องบินเพื่อสำรวจพื้นที่ที่องค์กรควอนตัมถือครอง เครื่องบินของพวกเขาถูกยิงตก บอนด์และคามิลล์กระโดดร่มมาลงที่หลุมยุบและพบความจริงว่าองค์กรควอนตัมตั้งใจจะผูกขาดการจัดการแหล่งน้ำในโบลิเวียเพื่อประโยชน์ของตนเอง บอนด์กลับไปที่เมืองลาปาซและพบ M ซึ่งบอกว่าฟิลด์สถูกฆ่าโดยมีน้ำมันชโลมอยู่ทั่วร่าง บอนด์ไปที่บาร์เพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ CIA เฟลิกซ์ เลเทอร์ ผู้ซึ่งบอกบอนด์ว่ากรีนและนายพลเมดราโนจะพบกันที่โรงแรมในทะเลทรายอาตากามา

ที่โรงแรมในทะเลทราย กรีนซึ่งตอนนี้ถือครองสิทธิ์ควบคุมแหล่งน้ำส่วนใหญ่ในโบลิเวีย ยื่นคำขาดให้เขาเป็นผู้เดียวที่สามารถควบคุมการซื้อขายน้ำได้ ด้านบอนด์ลอบเข้าไปในโรงแรมและยิงหัวหน้าตำรวจที่ทรยศแมตธิสเสียชีวิต บอนด์สู้กับกรีน ส่วนคามิลล์สู้กับนายพลเมดราโน ซึ่งถูกคามิลล์ยิงเสียชีวิต ก่อนที่บอนด์ คามิลล์และกรีนที่ถูกจับตัวได้จะหนีออกจากโรงแรมที่กำลังไฟไหม้ บอนด์เค้นข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรควอนตัมกับกรีน ก่อนจะปล่อยกรีนทิ้งไว้กลางทะเลทรายกับน้ำมันเครื่องหนึ่งกระป๋อง

บอนด์เดินทางไปที่เมืองคาซาน ประเทศรัสเซียเพื่อพบกับยูซุฟ คาบิรา อดีตคนรักของเวสเปอร์ ลินด์ที่กำลังล่อลวงสายลับชาวแคนาดา บอนด์ไว้ชีวิตคาบิราและออกมาเจอ M ซึ่งแจ้งข่าวว่ากรีนถูกพบเป็นศพอยู่กลางทะเลทราย ถูกยิงสองนัดและมีน้ำมันเครื่องอยู่ในกระเพาะอาหาร M ขอให้บอนด์กลับมาทำงาน แต่บอนด์เดินจากไปพร้อมกับตอบว่าเขาไม่เคยลาออก ก่อนจะทิ้งสร้อยของเวสเปอร์ลงบนหิมะ

นักแสดง[แก้]

เกี่ยวกับภาพยนตร์[แก้]

  • ภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ เรื่องนี้ เป็นเรื่องแรกในซีรีส์ ที่ฉากยิงปืนเปิดเรื่อง ถูกย้ายมาอยู่ท้ายเรื่อง (กลายเป็น ฉากยิงปืนปิดเรื่อง)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]