ฉลอง ภู่สว่าง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฉลอง ภู่สว่าง
ฉลอง ภู่สว่าง.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
รู้จักในชื่อเทพเจ้า​แห่งบางโทรัด​
เกิด22 มิถุนายน พ.ศ. 2481
ตำบลบางโทรัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
เสียชีวิต29 กันยายน พ.ศ. 2564 (83 ปี)
อำเภอสารภีเชียงใหม่
แนวเพลงเพลงลูกทุ่ง
อาชีพนักดนตรี นักแต่งเพลง
เครื่องดนตรีแช็กโซโฟน
ช่วงปี2481-2564
ค่ายเพลงวงดนตรี​บรรจบเจริญ​พร​วงดนตรีจีระพันธ์​วีรพงษ์
คู่สมรสคุณสมบูรณ์ ภู่สว่าง (มีบุตรด้วยกัน 2 คน)

ฉลอง ภู่สว่าง (22 มิถุนายน พ.ศ. 2481 - 29 กันยายน พ.ศ. 2564) บรมครู นักแต่งเพลงลูกทุ่งชาวไทย

ประวัติ[แก้]

ครูฉลอง ภู่สว่าง เกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2481 ที่ ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร บิดาชื่อ นายเหลือบ ภู่สว่าง มารดาชื่อ นางหนู ภู่สว่าง โดยทั้งพ่อและแม่มีอาชีพ ทำนาเกลือ โดยครูฉลอง ภู่สว่าง เป็นบุตรคนที่ 2 ครอบครัวมีบุตรทั้งสิ้น 4 คน ประกอบด้วยชาย 3 คน หญิง 1 คน

การศึกษา[แก้]

เนื่องด้วยฐานะทางครอบครัวยากจนเรียนได้เพียงชั้น ป.3 ก็ต้องออกมาทำงานบ้านอยู่ 2 ปีจีงกลับไปเรียนจนจบชั้น ป.4 จาก โรงเรียนเมืองสมุทรสาคร เป็นคนเรียนเก่งแต่ต้องออกมารับจ้างเดินเรือขนส่งเกลือไปขายที่กรุงเทพฯ

หลังจากจบการศึกษาชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 จึงสอบเทียบวุฒิการศึกษา จนได้วุฒิมัธยมศึกษา 3 (ม.ศ.3) ที่โรงเรียน วัดมกุฏกษัตริยาราม

ภาพจาก Lttikorg Poosawang

ชีวิตสมรส[แก้]

ในช่วงเวลาที่ร่วมงานอยู่กับคณะ "ดาราน้อย" ท่านก็ได้พบรักกับนางรำสาวสวยจากเมืองเชียงใหม่ ชื่อ สมบูรณ์ ไชยสุข หรือปัจจุบันคุณสมบูรณ์ ภู่สว่าง มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ พระเพื่อน-พระแพง

เส้นทางสู่การแต่งเพลง[แก้]

แรงบันดาลใจ[แก้]

ครั้งหนึ่งอายุประมาณ 14 ปีเรือเกลือได้ไปจอดค้างคืน ที่ท่าน้ำ วัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลท่าฉลอม ในคืนนั้นมีงานวัดครูฉลอง ภู่สว่าง จึงได้ไปดูวงดนตรี "คณะบางกอกแมมโบ" ที่มาเล่นที่วัดบ้านแหลมรวมนักร้องที่มีชื่อเสียงมากมาย สมัยนั้นมีคุณ เอมอร วิเศษสุข คุณสมศรี ม่วงศรเขียว ครู สุรพล สมบัติเจริญ และ คุณเฉลิม (ทหารเรือ) และคุณ สมยศ ทัศนพันธ์ จึงมีโอกาสได้ดูดนตรี ครูฉลอง ภู่สว่าง เห็นนักดนตรีเป่าแซกโซโฟนรู้สึกทึ่งมีปุ่มกดมากมาย ทำไมคนเรามีเพียง 10 นิ้วจะกดได้หมดเป็นความใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงเกิดแรงบันดาลใจอยากจะได้สวมสูทและยืนเป่าเครื่องดนตรีกลับมาบ้านจึงได้ฝึกหัดสีซอกับลุงเติมครูฉลอง ภู่สว่าง มีโอกาสหยิบแซกโซโฟนมาทดลองเป่า

ครูฉลอง ภู่สว่าง ชอบและรักในการร้องเลงเป็นอย่างมาก เมื่อมีโอกาส ครูฉลอง ภู่สว่าง ร้องเพลงได้ดีเมื่อมีการประกวดร้องเพลงที่ไหนก็ขึ้นประกวดไปทั่วได้ที่ 1 บ้างไม่ได้บ้างก็ดิ้นรนใฝ่ฝันไปเรื่อย ๆ โดยเคยประกวดร้องเพลงมา 6 เวที ชนะเลิศ 5 เวที โดยเวทีที่ 6 มีคุณ ธานินทร์ อินทรเทพ เข้าประกวดด้วย

การค้นหาตนเอง[แก้]

เมื่อปี พ.ศ. 2502 ครูฉลอง ภู่สว่าง อายุครบเกณฑ์ทหาร จึงได้เป็นทหารรับใช้ชาติ 2 ปี โดยเข้าอยู่ในสังกัดหน่วย "ทหารเรือ" ที่สัตหีบ ชลบุรี มีโอกาสฝึก 2 เดือน แต่เนื่องจากมีความรักในดนตรีเป็นชีวิตจิตใจจึงมีโอกาสย้ายเหล่าไปอยู่ "กองดุริยางค์ทหารเรือ" ซึ่ง ณ ที่นี่เองที่ทำให้ท่านได้เรียนรู้การเล่นดนตรีหลายชิ้น แต่ที่ถนัดและเชี่ยวชาญที่สุด คือ "แซกโซโฟน" เริ่มฝึกเป่าแซกโซโฟนและได้เรียนโน้ตเพลงที่นี่ทำให้มีความสามารถและมีประการณ์มากขึ้นสามารถร้องเพลงแต่งเพลงและเล่นดนตรีได้บ้างพอสมควร

หลังจากรับหน้าที่การเป็นทหารนาน 2 ปี 1 เดือนกว่า ๆ ก็ปลดประจำการกองพันที่ 6 "กองทัพอากาศ" ชักชวนให้ไปอยู่เพราะเห็นความสามารถของครูฉลอง ภู่สว่างโดยมีคนบอกว่าฝึก 6 เดือนจะติดยศจ่าให้ โดยที่ผ่านมาทำให้ครูฉลอง ภู่สว่าง ได้มีโอกาสได้เรียนรู้วิธีแต่งเพลงเพิ่มเติมจาก ครูชาญชัย บัวบังศร เส้นทางการเป็นนักแต่งเพลงจึงเริ่มบังเกิดขึ้น

เมื่อปลดจากเกณฑ์ทหาร ครูฉลองก็ไปสมัครเป็นนักร้องและนักดนตรีอยู่กับรำวง คณะ "ดาราน้อย" ที่จังหวัดชลบุรี เล่นดนตรีร้องเพลงมีรายได้คืนละ 200 - 300 บาทและติดสาวรำวง มีนักร้องร่วมรุ่นหลายคน เช่น "เรียม ดาราน้อย" "บุปผา สายชล" "บรรจบ เจริญพร" และ "พนม นพพร" เป็นต้น จนในที่สุดเหลือครูฉลอง ภู่สว่าง อยู่คนเดียวอยู่กับคณะรำวงได้ 5 ปี ก็ออกจากรำวง คณะ "ดาราน้อย" ก็กลับมาบ้านที่บางโทรัดทำงานอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นก็ไปอยู่กับวงดนตรี พนม นพพร และวงดนตรีของ บุปผา สายชล

ต่อมาครูฉลอง ภู่สว่างแต่งงานและมีลูก 2 คนจึงเปลี่ยนอาชีพเป็นพายเรือค้าขาย หันไปทำอาชีพพ่อค้าเรือทราย โดยลงทุนซื้อเรือบรรทุกทรายไว้ลำหนึ่ง ล่องขายระหว่างกรุงเทพ-จังหวัดราชบุรี โดยยึดอาชีพนี้อยู่ 2 ปี แต่กิจการไม่ดีมีหนี้สินมากมายและเห็นว่าไม่ใช่อาชีพที่ตนเองชอบและถนัด จึงตัดสินใจขายเรือได้เงินมาหมื่นกว่าบาท แบ่งเงินไปซื้อ "แซกโซโฟนมา" 1 ตัวราคาสองพันบาทจนทำให้ชาวบ้าน บ้านใกล้เรือนเคียงหนวกหูและเริ่มหัดแต่งเพลงถึงตีหนึ่งตีสองไม่ได้หลับไม่ได้นอน จนภรรยาก็บ่นว่า "เขียนไปทำไม? เขียนแล้วจะเอาไปให้ใคร?" ครูฉลอง ภู่สว่างจึงหวังลึก ๆ ว่าสักวันหนึ่งต้องทำตามความฝันให้ได้

ครูฉลอง ภู่สว่าง ได้ออกตระเวนเล่นดนตรีเคยเป็นนักดนตรีประจำ "กองดุริยางค์ทหารเรือ" เป็นกองเชียร์รำวง และเดินสายเล่นวงดนตรีกับหลายๆ วง เช่น "วงดนตรีจุฬารัตน์" ของครูมงคล อมาตยกุล วงของ "ศรีไพร ใจพระ" "บุปผา สายชล" "เสน่ห์ โกมรชุน" "ชาตรี ศรีชล" และในที่สุดก็มาเป็นนักดนตรีประจำวง "บรรจบ เจริญพร"

เป็นนักแต่งเพลงเต็มตัว..สร้างนักร้องดังมากมาย[แก้]

โดยครูฉลอง ภู่สว่าง เขียนเพลงจริงจัง เมื่ออายุ 21 ปี ณ วง "บรรจบ เจริญพร" นี่เอง ที่ทำให้ชื่อของ "ฉลอง ภู่สว่าง" เกิดขึ้นในวงการเพลง เมื่อครูฉลอง ภู่สว่างได้นำเพลงที่ตัวเองแต่งไว้มาให้นักร้องประจำวงคนหนึ่งบันทึกเสียง 3 เพลง

ร้องโดยนักร้องชื่อ "บุญมี" ต่อมาเปลี่ยนเป็น "ระพิน ภูไท[1] และได้เปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุได้รับความนิยมพอสมควร

ต่อมาด้วยเหตุผลบางประการ ทำให้ครูฉลอง ภู่สว่าง ต้องออกจาก วง "บรรจบ เจริญพร" ครูฉลอง ภู่สว่าง จึงนำนักร้องที่ท่านสร้าง มาอยู่กับวง "ลูกทุ่งเสียงทอง" ของนายห้าง ประกิจ ศุภวิทยาโภคี (นายห้างซิมสัน) และในที่สุดก็ตั้งวงดนตรีเป็นของตัวเอง นายห้างได้ตั้งวงให้ใหม่ ชื่อวง "พิณศรีวิชัย" วางตำแหน่ง ระพิน ภูไท เป็นหัวหน้าวง จากนั้นครูฉลอง ภู่สว่าง ก็ได้เริ่มแต่งเพลงต่างๆ ขึ้นมาอีกมากมายหลายเพลงเขียนให้ ระพิน ภูไท ร้อง 10 กว่าเพลง (รายชื่อเพลงดังตารางด้านล่าง)[1] ซึ่งเพลงเหล่านี้ดังเกือบหมดทุกเพลง และอื่นๆ ให้กับศิลปินมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึง อีกหลายเพลง

อ้างอิงภาพจาก nationtv.tv

เมื่อครูฉลอง ภู่สว่าง ค้นพบว่าตนเองชอบแต่งเพลง จึงไม่รอช้าจึงแต่งเพลงให้ ภูษิต ภู่สว่าง[2] ดังทั้ง 2 เพลง ได้แก่

  • เพลง "กัมพูชาที่รัก"[2]
  • เพลง "หยุดก่อนคนจน"[2]

ครูฉลอง ภู่สว่าง ได้แต่งเพลงให้กับ มานะ ตั้งชื่อให้ว่า "จีระพันธ์ วีระพงษ์"[3] (ตั้งตามร้านขายไก่ย่างชื่อดังในยุคนั้นคือ ร้านไก่ย่างจีรพันธ์) ครูฉลอง ภู่สว่าง ทดสอบเสียงแล้วเห็นว่าใช้ได้เลยตั้งใจดันเต็มที่ (เป็นนักร้องมาจากอำเภอบางซ้าย) เมื่อก่อนนี้มานะเคยอยู่ วงจุฬารัตน์ โด่งดังด้วยเพลง

  • เพลง "ไก่นาตาฟาง"[3]
  • เพลง "เจ้าสินอนกอดไผ" [3]
  • เพลง "คุณนายใจบุญ"[3] เขียนเพลงแรกให้ร้องในร่องเดียวกับ ระพิน ภูไท
  • เพลง "กลัวกรุงเทพ"[3]
  • เพลง "เจ้าซินอนกอดไผ"[3]
  • เพลง "คนจนไม่หวาน"[3]
  • เพลง "เมษาเศร้า"[3]

ครูฉลอง ภู่สว่าง สร้าง เสกศักดิ์ ภู่กันทอ[4] ด้วยเพลง

  • เพลง "ขันหมอกเศรษฐี"[4]
  • เพลง "โสภาใจดำ" [4]
  • เพลง "แม่ดาวชาวไร่"[4]

ครูฉลอง ภู่สว่าง สร้าง ชายธง ทรงพล[5] ด้วยเพลง

  • เพลง "ปู่ไข่ไก่หลง"[5]
  • เพลง "หน้าไม่ทันสมัย"[5]
  • เพลง "ผู้หญิงหน้าเงิน"[5]
  • เพลง "เก่าจากไหน มาใหม่ที่นี่"[5]
  • เพลง "จอดป้ายตามเมีย"[5]
  • เพลง "ผัวเผลอ มีชู้"[5] และอื่นๆ

ครูฉลอง ภู่สว่าง สร้าง ดาวไทย ยืนยง[6] ด้วยเพลง

  • เพลง "แผลเป็น"[6] และอื่นๆ

ครูฉลอง ภู่สว่าง สร้าง เริงรมย์ แหลมทอง[7] ด้วยเพลง

  • เพลง "รอยแผลเป็น"[7]
  • เพลง "ปลูกหอรอน้อง"[7]
  • เพลง "ไม่ดังบ้างก็แล้วไป"[7][8] และอื่นๆ

ที่ยิ่งใหญ่และภูมิใจสุดๆในชีวิตครู คือ การสร้าง "นักร้องกตัญญู" ช้างเผือกจากโคราช หวานใจตลอดการ ศรชัย เมฆวิเชียร[8] โด่งดัง ครบเครื่อง ด้วยเพลง

  • เพลง "จูบไม่หวาน"[8]
  • เพลง "อ้อนจันทร์"[8]
  • เพลง "ลำดวนลืมดง"[8]
  • เพลง "แฟนผู้จัดการ"[8]
  • เพลง "บขส.รอรัก"[8]
  • เพลง "แม่ค้าเมืองนนท์"[8]
  • เพลง "คนงามลืมด้ามเคียว"[8]
  • เพลง "พายงัด"[8] และอื่นๆ

ครูฉลอง ภู่สว่าง สร้าง ได้แต่งเพลงให้นักร้องนักร้องและวงดนตรี ต่างๆ อีกมากมาย ได้แก่ วง บรรจบ เจริญพร[9] เสน่ห์ โกมารชุน มีนักร้อง ปัทมา สังข์ทอง ศรีไพร ใจพระ บรรจบ เจริญพร ชาตรี ศรีชล เรียม ดาราน้อย จากสิงห์บุรี (เพลงปูไข่ไก่หลง,เพลงหน้าไม่ทันสมัย) ศรเพชร ศรสุพรรณ[10], คัมภีร์ แสงทอง[11] (เพลงขันหมากเศรษฐี) น้ำอ้อย พรวิเชียร (เพลงรอทั้งปี) พุ่มพวง ดวงจันทร์[12] สุนารี ราชสีมา[13] กว่า12เพลง คัทลียา มารศรี[14] ยุ้ย ญาติเยอะ[15] ยอดรัก สลักใจ[16] สายัณห์ สัญญา[17] วงแกรนด์เอกซ์[18] ชุมพล เหมือปอง[19] กังวาลไพร ลูกเพชร[20] ธานินทร์ อินทรเทพ[21] กำแพง พิมพ์ใจ[22] เสมา ทองคำ[23] เริง รัตนะ[24] เอกราช สุวรรณภูมิ[25] สันติ ดวงสว่าง[26] พงษ์เทพ เทพสุดา[27] ธวัช บัญชีทอง[28] สุชิน สินส่งเสริม[29] จะเด็ด ดวงจินดา[30] เกษม คมสันต์[31] วง เพื่อน[32]รวมถึงประกอบภาพยนตร์ เช่น นันทิดา แก้วบัวสาย[33] (เพลงรักดอกไม้บาน) เพลงทหารเกณฑ์ รวมผลงานแต่งเพลงมากมายไม่น้อยกว่า 200 เพลง

Noom123.jpg

การแต่งเพลง[แก้]

ครูฉลอง ภู่สว่าง เป็นปราชญ์ศิลปินชาวบ้าน - ราชาเพลงต่อว่าต่อขานผู้หญิง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย

ท่านมีความสามารถอย่างโดดเด่นคนหนึ่งในการเขียนเพลงลูกทุ่งที่เก่งที่สุดในวงการ โดยท่านจะเก่งมากในเรื่องของการประชดผู้หญิงแดกดันผู้ชาย อีกทั้งยังเป็นคนที่มีสัมผัสในทางโปรดิวเซอร์ที่สูงมากสามารถปั้นนักร้องให้ดังได้ภายในเพลงเดียว

โดยเอาบรรยากาศของบ้านเมืองมาใส่ ทำให้ผู้ฟังนั้นฟังแล้วรู้สึกว่าเรื่องราวของคนในเพลงนั้นเป็นเรื่องจริงขึ้นมา

ครูฉลอง ภู่สว่างนั้นเป็นคนที่มีสัมผัสในทางโปรดิวเซอร์ที่สูงมากว่ากันว่าถ้าเทียบกันก็ต้องขนาด เต๋อ เรวัติ พุทธินันท์ เพราะสามารถปั้นกระเป๋ารถเมล์อย่าง จีระพันธ์ วีระพงษ์[3] ให้โด่งดังได้จากเพลง "ไก่นาตาฟาง" สร้างให้เด็กอู่ซ่อมรถอย่าง ศรชัย เมฆวิเชียร[8] ขึ้นมาเป็นนักร้องดังเช่นเดียวกับทำให้ ระพิน ภูไท[1] ดังได้อีกเหมือนกันโดยที่ว่ากันว่าระพินไม่มีแววอะไรเลยนอกจากเมาไปวันๆ ที่ดังสุดและติดหูมาจนถึงปัจจุบัน เช่นเพลง " ปูไข่ไก่หลง" ที่ครูฉลองเขียนให้ ชายธง ทรงพล [5] ที่ร้องว่า

"ช่างเถอะคนงาม ขอปล่อยตาม ตามวาสนา พี่ไม่มีปริญญาขวัญตามองหน้าทำเมิน ลืมได้ ลืมไป ลืมไปลืมได้ก็เชิญ พี่จนคนไร้เงิน เดินย่ำต๊อกน้องบอกว่าโซ.."

นอกจากเพลงนี้ยังมี "ไก่นาตาฟาง" จีระพันธ์ วีระพงษ์[3] "คนดังลืมหลังควาย" (พุ่มพวง ดวงจันทร์[12]) "คุณนายโรงแรม" ที่ร้องโดย ระพิน ภูไท [1]

ในระยะที่ครูฉลอง ภู่สว่าง มีชื่อเสียงได้มีคนไปมาหาสู่มากบางคนมาขอความรู้จากเพลงบางคนมาฝึกร้องเพลงโดยเริ่มจากเลียนแบบนักร้องที่มีชื่อเสียงจนมีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเองนักร้องที่มีชื่อเสียงที่มาหาครูฉลอง ภู่สว่างอยู่เสมอคือ ศรชัย เมฆวิเชียร[8], สดใส รุ่งโพธิ์ทอง สุนารี ราชสีมา[13] แจ๊ค ธนพล ครูฉลอง ภู่สว่างแต่งเพลง "ดื่มให้ลืมแฟน"

บางคนมาถามครูฉลองว่าการแต่งเพลงเริ่มเขียนอะไรก่อนครูฉลองเล่าว่า "การแต่งเพลงเหมือนละครที่ยาวมากที่เกิดขึ้นมาไม่รู้กี่ปีเรานำเรื่องมาย่อจนจบตอนจบ เราจะให้จบแบบไหน เพลงแต่ละเพลงเหมือนละครเรื่องหนึ่ง เรานำมาสรุปให้เหลือนิดเดียวบางเพลงให้จบพร้อมชื่อเพลงให้ได้ เช่น เพลง "จำกันบ่ได้ก๋า" ดังนั้นการจะแต่งเพลงใดให้ใครร้อง ต้องศึกษาบุคลิกนักร้องก่อน เช่น กรณีของ นันทิดา แก้วบัวสาย (หลังไปชนะการประกวดการร้องเพลงที่ต่างประเทศ เพชรา เชาวราษฎร์ ชักชวนมาแสดงภาพยนตร์และเชิญครูฉลอง ภู่สว่าง ไปเขียนเพลงประกอบภาพยนตร์ให้ได้ทั้งหมด) หลังจากแต่งเพลง วันที่จะบันทึกแผ่นเสียง ครูฉลองจะร้องเพลงที่ครูแต่งให้ฟังก่อน ทั้งการเอื้อนจังหวะดนตรี เคาะจังหวะไปให้ทำเข้าอินโทรไปให้หมดร้องเสร็จจะรับอย่างไร

ครูฉลองเล่าว่าแต่ละขั้นคือ

  1. ฟังเสียงนักร้องก่อน ว่าโทน (Tone) เสียงอะไร
  2. ดูรูปร่างลักษณะของนักร้อง ลักษณะอย่างนี้จะร้องเพลงแบบนี้
  3. อ่านน้ำเสียงเขา น่าจะออกมาเป็นอะไรบ้าง
  4. เสร็จแล้วครูฉลองก็จะฮัมเพลงบันทึกเทปเปิดไป เปิดมา ฟังหลาย ๆ เที่ยวและพิจารณาเสียงนี้ร้องว่าอะไร
  5. เขียนเนื้อเพลงอะไรให้เขาร้อง ทำให้เมื่อเขียนไปแล้วก็จะเหมาะกับเสียง
  6. ฟังดูจนเข้าไปในหูซึมลึกลงไป
  7. เปิดฟังก็จะได้เนื้อเพลงที่สอดคล้องกับทำนองความต้องการ
  8. วางเค้าโครงเขียนออกมาเป็นเพลง
  9. คิดชื่อเพลงว่าชื่อเพลงอะไรดีจึงจะเหมาะกับเนื้อหา ยุคสมัย
  10. เมื่อได้แล้วเอาชื่อมาขยายความชื่อนี้เป็นเรื่องนี้แน่นอน เช่น "คนช้ำประจำซอย"

สมัยก่อนครูฉลองคิดเพลงและแต่งเพลงได้เร็ว เคยเขียนได้ถึง 6 เพลงก็เคย เช่นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "เทพเจ้าบางปูน" แต่งได้ 6 เพลงได้ค่าเหนื่อยเพลงละ 10,000 บาท 6 เพลงก็ได้ 60,000 บาทครูฉลองเล่าอย่างภูมิใจวันหนึ่งแต่งเพลงได้ตั้งหกหมื่นบาท

ในปี พ.ศ. 2523 ครูฉลองแต่งเพลงให้ พุ่มพวง ดวงจันทร์[12] ร้อง และปี 2525 2526 2527 ห้างอโซน่ามาขอซื้อลิขสิทธิ์ให้พุ่มพวงร้องบันทึกเทปวางจำหน่ายร้องเพลงคู่กัน เพลงหนึ่ง "คนดังลืมหลังควาย" เขียนให้ พุ่มพวง ดวงจันทร์[12] ร้อง

"นึกไว้ทุกนาที ถ้าเขาไปได้ดี แล้วคงไม่มาขี่ควาย..."

บันทึกแล้วดังเปรี้ยง ขายเพลงที่แต่งได้ 3,000 บาท อีกเพลงหนึ่ง "คนงามลืมด้ามเคียว" เขียนให้นักร้องชาย ศรชัย เมฆวิเชียร[8] ร้อง เนื้อเพลงขึ้นต้นว่า…

"นึกไว้ แล้วๆ เชียว ว่า… นึก….ทุกอย่างคนงาม ๆ สักวันก็ลืมด้ามเคียว"

ในสมัยนั้นสุชาติ เทียนทอง , สรวง สันติ เขาขาย 2,000 บาท หลังจากนั้นปรับเป็นเพลงละ 5,000 บาท ตอนหลังจึงมาขึ้นเป็นเพลงละ 10,000 บาท

ท่าน ได้รับการยกย่องว่าเป็น"คีตกวีเพลงลูกทุ่ง"เพราะใช้แซ๊กโซโฟนในการสร้างทำนองเพลง บรมฅรูฉลอง ภู่สว่าง แม้จะมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่ท่านไม่ง้อรางวัลเกียรติยศอย่าง ศิลปินแห่งชาติ ท่านปฏิเสธรางวัลห้ามมิให้ผู้ใดเสนอชื่อตนเข้าชิงเด็ดขาด ท่านจึงเป็นบุคคลผู้ปิดทองหลังพระที่สมถะและเรียบง่ายที่สุด

รายชื่อเพลงที่แต่ง (พอสังเขป)[แก้]

นักร้อง ชือเพลง
ระพิน ภูไท[1]
  • เพลง "ลาก่อนคำโกหก"
  • เพลง "คำสั่งคุณหมอ"
  • เพลง "ปีวอกหลอกพี่"
  • เพลง "คุณนายโรงแรม"รางวัลพระราชทานเพลงดีเด่น – รางวัลกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ครั้งที่ 1
    2532 จากเพลง "คุณนายโรงแรม" และ "อ้อนจันทร์"
  • เพลง "คิดถึงพี่หน่อย"
  • เพลง "ชุมทาง เขาชุมทอง"
  • เพลง "คิดถึงแหม่ม"
  • เพลง "เอาคำว่ารักของเธอคืนไป"
  • เพลง "สระบุรีร้องไห้"
  • เพลง "คนจนเป็นไง"
  • เพลง "เดือนสามช้ำรัก"
  • เพลง "เดี๋ยวรัก เดี๋ยวลืม"
  • เพลง "เรณูอยู่ไหน"
  • เพลง "ฝนพร่ำที่อัมพวา"
  • เพลง "จ้างก็ไม่รัก"
  • เพลง "รักเลือนเมื่อเดือนสาม"
  • เพลง "เจ้าพิณ"
  • เพลง "คุณนาย ป.4"
  • เพลง "ยังไม่พอ" และอื่นๆ
จีระพันธ์ วีระพงษ์ [3]
  • เพลง "ไก่นาตาฟาง"
  • เพลง "เจ้าสินอนกอดไผ"
  • เพลง "เมษาเศร้า"
  • เพลง "ขาอ่อนเงินล้าน"
  • เพลง "ช้ำรักจากโตเกียว"
  • เพลง "น้องทำงานอะไร"
  • เพลง "คุณนายใจบุญ"
  • เพลง "กลัวกรุงเทพ"
  • เพลง "คนจนไม่หวาน"
  • เพลง "ของฟรี"
  • เพลง "นางเอกสี่จอ"
  • เพลง "มาดามดิงดอง" และอื่นๆ
เสกศักดิ์ ภู่กันทอง[4]
  • เพลง "ขันหมากเศรษฐี"[3]
  • เพลง "โสภาใจดำ"
  • เพลง "แม่ดาวชาวไร่"
  • เพลง "ตามหาน้องแจ๋ว" และอื่นๆ
ภูษิต ภู่สว่าง[2] (รังษิต ดาวสว่าง)
  • เพลง "กัมพูชาที่รัก"
  • เพลง "หยุดก่อน คนจน"
  • เพลง "สุขีเถิดที่รัก"
  • เพลง "คนจน ไม่หวาน"
  • เพลง "ยอมตาย ถ้าได้เธอ"
  • เพลง "รักเธอไม่ได้"
  • เพลง "ไม่สงสารคนจน"
  • เพลง "ผิดหวังขันหมาก"
  • เพลง "ไม่เลือกเบอร์นี้"
  • เพลง "น้ำท่วมสุโขทัย"
  • เพลง "มีแฟนหรือยัง"
  • เพลง "คนึงแลลำแม่ปิง"
  • เพลง "วาสนานางโรย" และอื่นๆ
ชายธง ทรงพล [5]
  • เพลง "ปู่ไข่ไก่หลง" [34] รางวัลพระราชทานเพลงดีเด่น – งานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ครั้งที่ 2
    2534 จากเพลง "ปูไข่ไก่หลง"
  • เพลง "ผู้หญิงหน้าเงิน"
  • เพลง "หน้าไม่ทันสมัย"
  • เพลง "ดาวโรงแรม"
  • เพลง "หาคู่" และอื่นๆ
ดาวไทย ยืนยง[6]
  • เพลง "แผลเป็น" และอื่นๆ
ศรชัย เมฆวิเชียร[8]
  • เพลง "อ้อนจันทร์" [35][36]

รางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำ – ที่โรงละครแห่งชาติ
2520 จากเพลง "อ้อนจันทร์"
รางวัลพระราชทานเพลงดีเด่น – รางวัลกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ครั้งที่ 1
2532
จากเพลง "คุณนายโรงแรม" และ "อ้อนจันทร์"

  • เพลง "จูบไม่หวาน"
  • แพลง "ลำดวนลืมดง"
  • เพลง "แฟนผู้จัดการ"
  • เพลง "บขส.รอรัก"
  • เพลง "แม่ค้าเมืองนนท์"
  • เพลง "คนงามลืมด้ามเคียว"
  • เพลง "คนงามลืมง่าย"
  • เพลง "พายงัด"[8]
  • เพลง "ช่วยแฟนผมด้วย"
  • เพลง "ช้ำแค่ไหน ก็ไม่เข็ด"
  • เพลง "หกโมงเย็นคงพบเธอ"
  • เพลง "อ่างทอง​ร้องไห้​"
  • เพลง "จำอ้ายได้บ่นาง" และอื่นๆ
สายัณห์ สัญญา[17]
  • เพลง "คนช้ำ ประจำซอย"
  • เพลง "เสน่ห์ ครู กทม.
  • เพลง "รักเธอเท่าฟ้า"
  • เพลง "อยู่ไกล ใครก็ลืม"
  • เพลง "รักคนชื่อติ๋ม"
  • เพลง "ขอบคุณที่คิดถึง"
  • เพลง "สิบสองเดือนที่เลือนนาง"
  • เพลง "ลืมเขาเถิดหัวใจ"
  • เพลง "รักแล้วแกล้งลืม"
  • เพลง "มีสิทธิ์แค่รัก"
  • เพลง "นายท้าย พ่ายรัก"
  • เพลง "คิดถึงพี่บ้าง"
  • เพลง "เจอเพชร ขว้างพลอย"
  • เพลง "นึกแล้วไม่ผิด"
  • เพลง "อกหักครั้งที่ 5
  • เพลง "คนจน ใครจะรัก"
  • เพลง "ร้องไห้ ใกล้โฮเต็ล
  • เพลง "เสียงสะอื้น จากไร่อ้อย"
  • เพลง "สองแถว อกหัก"
  • เพลง "คนจน ใครจะรัก" และอื่นๆ
พุ่มพวง ดวงจันทร์[12]
  • เพลง "คนดังลืมหลังควาย"
  • เพลง "ก็แค่นั้นแหละ"
  • เพลง "ยมบาลช่วยที"และอื่นๆ
สุนารี ราชสีมา[13]มากกว่า 12 เพลง
  • เพลง "กลับไปถามเมียดูก่อน"
  • เพลง "ฉันมีใหม่แล้ว"
  • เพลง "หลอกแล้วหลอกอีก"
  • เพลง "หลอกฉันยังไม่พออีกหรือ"
  • เพลง "เอารักลวงของเธอคืนไป"
  • เพลง "นึกว่าให้ทาน"
  • เพลง "ขอโทษไม่เจตนา"
  • เพลง "แม่ค้าส้มตำชื่อต้อย"
  • เพลง "ป้ายแดงเงินดาวน์"
  • เพลง "กว่าจะรู้ว่าโดนลวง และอื่นๆ
นันทิดา แก้วบัวสาย[33]
  • เพลง "เพลงรักดอกไม้บาน"
  • เพลง "จำกันบ่ได้กา" และอื่นๆ
คำภีร์ แสงทอง[11]
  • เพลง "ร้องไห้กับเดือน"
  • เพลง "ช้ำรัก มหาชัย"
  • เพลง "ขึ้นห้องร้องไห้​"
  • เพลง "ขายนา ซื้อนาง"
  • เพลง "ร้องไห้ ใกล้หอ"
ยุ้ย ญาติเยอะ[15]
  • เพลง "สาวสันกำแพง" และอื่นๆ
วงแกรนด์เอกซ์[18]
  • เพลง "ป้าแช่ม" และอื่นๆ พี่เต๊ะ โชคดี พักภู่ ขับร้อง บันทึกอยู่ในอัลบั้มชุดที่13 "บริสุทธิ์" จำหน่ายเดือนเมษายน ปี2527
คัทลียา มารศรี[14]
  • เพลง "รอยแผลเป็น"
ยอดรัก สลักใจ[16]
  • เพลง "ทำบัตรประชาชนหรือยัง"
  • เพลง "ดีกว่าอยู่เปล่า"
  • เพลง "ดาวลืมดิน" และอื่นๆ
ศรเพชร ศรสุพรรณ[10]
  • เพลง "คิดถึงพี่หน่อย" และอื่นๆ
ชุมพล เหมือปอง[19]
  • เพลง "ลาก่อนอุบล" และอื่นๆ
กังวาลไพร ลูกเพชร[20]
  • เพลง "ลั่นทมลืมทุ่ง"
  • เพลง "รวยแล้วซ่า"
  • เพลง "รวยลูกเดียว"
  • เพลง "สิบล้อขาดรัก"
  • เพลง "อย่าไปน๊ะกรุงเทพ"
  • เพลง "กังวาลไพร ลูกเพชร"
  • เพลง "ไปแล้วอย่ามา"
  • เพลง "สบายเขาละ" และอื่นๆ
พี สะเดิด
  • เพลง "ดีกว่าอยู่เปล่าๆ"
ธานินทร์ อินทรเทพ[21]
  • เพลง "จูบไม่หวาน"
  • เป็นต้น และอื่นๆ
กำแพง พิมพ์ใจ[22]
  • เพลง "ผัวเดียวไม่พอ" และอื่นๆ
เสมา ทองคำ[23]
  • เพลง "อีกาบ้ากรุง" และอื่นๆ
เริง รัตนะ[24]
เอกราช สุวรรณภูมิ[25]
  • เพลง "เดี๋ยวรัก เดี๋ยวลืม"
  • เพลง "เดือนสาม ช้ำรัก"
  • เพลง "ไม่ยิ้ม จะเอาเท่าไหร่" และอื่นๆ
สันติ ดวงสว่าง[26]
  • เพลง "พายงัด"
  • เพลง "จริงหรือไม่"
  • เพลง "คนจนเป็นไง"
  • เพลง "เสียใจ ฉันมีแฟนแล้ว" และอื่นๆ
น้ำอ้อย พรวิชัย[37]
  • เพลง "รอทั้งปี" และอื่นๆ
พงษ์เทพ เทพสุดา[27]
  • เพลง "อย่าโกรธพี่เลย" และอื่นๆ
บรรจบ เจริญพร[9]
  • เพลง "มนต์รักตาปี และอื่นๆ
เริงรมย์ แหลมทอง[7]
  • เพลง "รอยแผลเป็น"
  • เพลง "ปลูกหอรอน้อง"
  • เพลง "ไม่ดังบ้างก็แล้วไป" และอื่นๆ
ธวัช บัญชีทอง[28]
  • เพลง "ไม่รู้ จะอยู่รอใคร"
  • เพลง "บอกแล้วพี่ไม่ชอบ"
  • เพลง "ลืมหนุ่มชุมพร" และอื่นๆ
สุชิน สินส่งเสริม[29]
  • เพลง "เขาลืมเราแล้ว" และอื่นๆ
จะเด็ด ดวงจินดา[30]
  • เพลง "เดือนแรม ลืมรัก" และอื่นๆ
เกษม คมสันต์[31]
  • เพลง "พี่ผิดอะไร" และอื่นๆ
วง เพื่อน[32]
ฉลอง ภู่สว่าง
  • เพลง "ย้ายเพิ้ง" (วงดนตรี จีรพันธ์ วีระพงษ์)[38]
  • เพลง "อยากกินหัวใจ (วงดนตรี ลูกทุ่งพินไท) และอื่นๆ
ศักดิ์ชาย สุระวี
  • เพลง "ดาราร้องไห้" และอื่นๆ
ศรีไพร ใจพระ
  • เพลง "เบื่อเมีย" และอื่นๆ
ผันเงิน ผันทอง
  • เพลง เศรษฐีอันดับหนึ่ง และอื่นๆ
ตี๋ ติวเตอร์
  • เพลง "กินยาลาตาย" และอื่นๆ
อรวรณ ธัญญา
  • เพลง "ไปแน่ แต่พรุ่งนี้" และอื่นๆ
หมวก สรชัย
  • เพลง "ขาดทุน ทุกที (ปุ๊ดตืนกู้เตื่อ) และอื่นๆ
ทม นทีทอง
  • เพลง "นางเอกประจำป้าย" และอื่นๆ
ชัยยัณห์ ยิ่งยงค์
  • เพลง "สบายไปเลย" และอื่นๆ
ศรีแพร ลูกบ้านแพ้ว (ศิษย์สุรพล)
  • เพลง "ปากน้ำจำไว้" และอื่นๆ
วิจัย พลอยบุศย์
  • เพลง "รอทั้งปี" และอื่นๆ
รุ่งเพชร แหลมสิงห์
  • เพลง "พบกันหกโมงเย็น" และอื่นๆ
พรพรรณ วนา
  • เพลง "พอกันที 14 กุมภา"
  • เพลง "นิ่งเสียดีกว่า" และอื่นๆ
วัฒนา อนันต์
  • เพลง กุ้งกุลาพาช้ำ และอื่นๆ
ยุพิน แพรทอง
  • เพลง ฟ้ายังกลัว (ผ) และอื่นๆ
มาศ ยืนสุข
  • เพลง "ถึงอย่างไรก็รัก" และอื่นๆ
พรหมินทร์
  • เพลง "เธอลืมทุ่ง"
เรณู ภู่สว่าง
  • เพลง "คอยพี่ที่กันตัง"
ขณิษฐา ธิดาไท
  • เพลง "วันพระไม่มีหนเดียว"
แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์
  • เพลง "โธ่ คนอย่างเรา"
โชคดี ทวีโชค
  • เพลง "ผู้หญิงคนนั้นอยู่ไหน"
พิมพ์จ๋า ยอดบัวงาม
  • เพลง "รอรักที่กัมพูชา"
เกียรติศักดิ์ หีบทองคำ
  • เพลง "โบกมือยอมแพ้"
  • เพลง "เบี้ยวเมื่อไหร่ ตายแน่"
เอกพจน์ วงศ์นาค
  • เพลง "เสน่ห์ ครูกทม."
เอกพจน์ วงศ์นาค
  • เพลง "สบายไปเลย"
  • และอื่นๆ อีกหลายเพลง

รางวัลเกียรติยศ[แก้]

  • อ้างอิงภาพจาก คม ชัด ลึก
    รางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำ – ที่โรงละครแห่งชาติ
    2520 จากเพลง "อ้อนจันทร์"
  • รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าศิริกิตต์พระบรมราชินีนาถ 1 ครั้ง – ในงานกี่งศตวรรษลูกทุ่งไทย
    2521
  • รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา 3 ครั้ง

  • รางวัลพระราชทานเพลงดีเด่น – รางวัลกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ครั้งที่ 1
    2532 จากเพลง "คุณนายโรงแรม" และ "อ้อนจันทร์"
  • รางวัลพระราชทานเพลงดีเด่น – งานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ครั้งที่ 2
    2534 จากเพลง "ปูไข่ไก่หลง"
  • บุคคลเกียรติยศของสมุทรสาคร ครูฉลอง ภู่สว่าง ครูเพลงที่ปั้นให้นักร้องดังได้ในเพลงเดียว ข้อมูลจาก เว็ปไซต์ โรงเรียนวัดหลักสองราษฎร์บำรุง

ช่วงสุดท้ายของชีวิต[แก้]

ก่อนหน้านั้น ครูฉลองภู่สว่าง ป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้มาได้ 2-3 ปี คุณหมอได้ทำการรักษาด้วยการผ่าตัดเนื้อร้ายทิ้ง อาการดีขึ้นเป็นลำดับ ต้องไปพบหมอกตามนัด แต่ท่านเป็นคนสมถะ ปล่อยวางกับชีวิต จึงผิดนัดกับหมอในการรักษาบ่อยครั้ง จนวันหนึ่งท่านมีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง จนลุกเดินไม่ไหว แต่ก็ยังพูดคุยและทานอาหารได้ และครูได้ปรารภกับภรรยาว่า "อยากไปอยู่กับหลานที่เชียงใหม อยากอยู่ที่เชียงใหม่จนกว่าจะเสียชีวิต" ภรรยาของครู คือแม่สมบูรณ์ จึงพาท่านมาอยู่เชียงใหม่ ช่วงวันที่ 5 กันยายน 2564 โดยครูดูแจ่มใส ไม่มีท่าทีอาการป่วยรุนแรงขึ้นแต่อย่างใด

จนเช้าวันที่ 29 กันยายน 2564 เวลาประมาณ 8.00 น. ท่านมีอาการนอนแน่นิ่งเหมือนคนเป็นลม หลายไปเรียกท่านก็ไม่ยอมตอบ แต่พอมีสติรับรู้ เมื่อภรรยาและหลานจะพาไปโรงพยาบาล ท่านมีอาการขัดขืน มีเสียงดังในลำคอ เพื่อบอกให้รับรู้ว่าไม่อยากให้พาไป จนในที่สุด ท่านก็จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ศิริรวมอายุได้ 83 ปี

บทสรุปของชีวิต

นอกจากจะแต่งเพลงได้หลากหลายแนว ครูฉลองยังแต่งบทกลอนได้ยอดเยี่ยม เป็นที่ยอมรับ


" คนอย่างกูเคยอยู่มาอย่างหมาแล้ว

จะมีแววดังเด่นไม่ตื่นเต้น

เพราะรู้จักความดังไม่ยั่งยืน

หลับและตื่นยังอยู่เคียงคู่กัน

มาทีแรกแบกน้ำตาเอามาให้

พอยิ้มได้ก็หัวเราเยาะเย้ยหยัน

หมาที่เลี้ยง ยังรู้กูเลี้ยงมัน

ไม่เคยหันมากัด "สัตว์แท้ๆ"

แต่งโดย ฉลอง ภู่สว่าง

จากมุมมอง...ถึงบรมครู "ฉลอง ภู่สว่าง"[แก้]

คัมภีร์ แสงทอง กล่าวถึง “ครูฉลอง ภู่สว่าง” ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาการเป็นนักร้องลูกทุ่ง

ออกอากาศเมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม นี้ เวลา 16.00-16.30 น. ทางไอทีวี

ครูฉลอง ท่านเป็นครูที่เป็นนักแต่งเพลงที่เก่งมาก เพราะท่านเรียนมาน้อย แต่แต่งเพลงได้ดี เรียกว่ามีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ เลยครับ ตอนนั้นเมื่อประมาณปี 2516 ผมได้ไปอยู่กับครูที่บ้าน ก็แถวๆ ปากน้ำ อยู่กับครูในช่วงวันหยุดก็ออกไปหาปู หาปลากัน มาทำอาหาร เพราะคนในวงเยอะมาก จะออกไปซื้อก็ไกล และแพงด้วย ก็ออกไปหาอาหารกัน ตัวผมน่ะหาปลา หาปูไม่เป็น ก็ไปเห็นไซดักปลาที่มีปูเข้าไปเยอะมาก ผมก็เลยบอกเขาว่าขอแบ่งปูมาสัก 4-5 ตัวนะครับ ขอบคุณมากครับ พอเอาไปให้ครู ครูก็บอกว่าทำไมหามาได้เยอะจัง ผมก็บอกครูไปตามตรงว่า ผมเห็นไซดักอยู่ก็มีปูเยอะ ผมก็เลยเอามา ครูก็สอนว่าทำอย่างนี้ไม่ดีนะ เหมือนเราไปขโมยของเขา ทีหลังอย่าทำอีก คือ ท่านสอนผมทุกอย่างทั้งการเป็นนักร้อง การใช้ชีวิตครับ ในความรู้สึกของผม ครูฉลองท่านเป็นคนดีมาก ใจเย็น และให้ความเมตตากับลูกศิษย์ทุกคน ถึงแม้ไม่ได้เจอครูมาเกือบ 20 ปี ผมระลึกถึงพระคุณของครูอยู่เสมอ และนึกเสียใจว่าไม่ได้ดูแลครูมากเท่าที่ควรจะทำครับ”

จีระพันธ์ วีระพงษ์ กล่าวถึง “ครูฉลอง ภู่สว่าง” ให้ความเห็นเกี่ยวกับการประกวดร้องเพลงสมัยปัจจุบัน

“คนสอนต้องชี้ให้ได้ว่าการร้องระหว่างห้องทำยังไง สมัยก่อนครูเพลงต่างๆเขาก็สอนได้ ร่องเสียงแบบนี้ ควรหาเพลงแนวไหนให้ นักร้องของเขา คนนี้จะต้องหาแนวเพลงอย่างไหนให้เขาร้อง นักร้องสมัยนี้บางทีได้เพลงดี แต่มันไม่ใช่ แต่พอเปลี่ยนมันพลิกไปดังเลย อันนี้สำคัญ บางคนร้องลูกทุ่งดีๆ ค่ายจับไปร้องอะไรก็ไม่รู้บอกว่า ขยายตลาด ไม่ต้องแล้วตลาดลูกทุ่งมันกว้างที่สุดแล้ว นักร้องวันนี้จึงไม่มีความอมตะ ตัวผมร้องเพลงมาทุกแนว ที่ดังๆสุดท้ายผมมาร้องระพิน เขาปอดใหญ่ แต่พอผมมาร้อง ครูฉลอง ภู่สว่าง บอกว่า ไม่ได้เอ็งต้องร้องให้เป็นธรรมชาติของตัวเอง นี่คือการร้องลูกทุ่งแท้ๆ สมัยผมครูฉลองแกสอนทุกเม็ด สอนเอื้อน สอนขยี้ กลเม็ดต่างๆมันถึงออกมาดี แต่เสียงสำคัญที่สุดต้องเอาเสียงออกมาให้เต็มที่ก่อนแล้วค่อยอย่างอื่นตามมา ตอนผมร้องเลียนแบบระพิน ภูไท คือเราไม่เคยตอนนั้น เวลาร้องก็ต้องอิงคนดังครูแกบอกเลยนักร้องลูกทุ่งที่ดีอย่าร้องให้เหมือนเขา ต้องเป็นธรรมชาติของตัวเองให้มากที่สุดมันจะออกมาเป็นแนวของตัวเอง เสียงที่เป็นตัวเอง “

Admin Website williamwalton.net

ผมมีเรื่องของวงการเพลงมาฝากแก่มิตรรักแฟนทุกๆ ท่าน ซึ่งเดียวนี้บ้านเราส่วนใหญ่จะเลือกไปฟังแนวดนตรีสติงกันหมดแล้ว แต่ที่อยู่คู่บ้านคู่เรือนไทยเพลงในสมัยก่อนนั้นก็คือแนวเพลงดนตรีลูกทุ่งไทยนั้นเอง โดยผมมีบุคคลหนึ่งที่อยากจะให้รู้และเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดก็คือ คุณ ฉลอง ภู่สว่าง นั้นเอง เด็กรุ่นๆ สมัยนี้อาจจะไม่รู้จักแต่ถ้าคนรุ่นแม่รุ่นพ่อก็จะต้องบอกเลยว่านักดนตรี คนนี้ถือว่าเป็นอะไรที่สุดมากเลยในเวลานั้น โดยคุณ ฉลอง นั้นได้เป็น นักดนตรีที่มีความสามารถที่สุดของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ และเขาเป็นนักแต่งเพลงลูกทุ่งที่มีฝีมือระดับสุดยอด ซึ่งในเส้นทางของนักแต่งเพลงของเขามันช่างแลกมากด้วยแสนจะลำบากมากมายซะ เหลือเกินเลยที่เดียว โดยตอนเด็กๆ บ้านเขามีฐานะที่ยากจนมาก

โดยด้วยในวัยเพียงสิบสี่ปี เขาได้เข้ามาในกรุงเทพและได้เห็นผู้คนมากมายและได้มาเดินมาเจอคนเป่าแซกโซ โฟนซึ่งก็ทำให้เขาชอบและอยากจะเป็นอย่างมากเลยที่เดียวและเขายังชื่นชอบการ ร้องเพลงเป็นอย่างมากเลยที่เดียว แถมไปร้องเพลงไปประกวดงานตามที่ต่างบางที่ก็อาจจะชนะเลิศบ้าง จนชีวิตมักจะเล่นตลกกับเราเป็นประจำจากที่จะรุ่งๆ ก็ต้องไปเป็นทหารรับใช้ชาติพอปลดออกมาก็ได้ไปร้องเพลงคณะรำวงตามที่ต่างค่า จ้างก็ถือว่าเยอะมากเลยที่ แล้วต่อมาเขาก็เริ่มคิดจะหัดแต่งเพลง โดยเขาใช้วิธีการศึกษาอยู่หลายวันจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพื่อทุ่มเทในสิ่ง ที่เขาตั้งเอาไว้นั้นเองและเพลงลูกทุ่งที่นำชื่อเสียงมาให้กับเขาก็คือ เพลงบทเพลงที่ชื่อว่า ลาก่อนความโกหก ซึ่งตอนนั้นเป็นที่โด่งดังมากตามคลื่นออกอากาศตามวิทยุต่างๆ แถมยังขึ้นเป็นอันดับหนึ่งอีกด้วยและเขาก็ได้แต่งเพลงขึ้นมาอีกมากมายที่คน ฮิตติดตามผลงานของเขาอย่างใกล้ชิดแถมเขายังเคยแต่งให้ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ด้วยยังไงก็อยากให้คนไทยหันมาลองฟังเพลงลูกทุ่งกันบ้างก่อนที่มันจะหายไปจาก ประเทศบ้านเกิดของเรา


สารจากลูกศิษย์ ถึงการสิ้นบรมครูเพลง "ฉลอง ภู่สว่าง"[แก้]

อ้างอิง จาก Facebook คุณ เจนภพ จบกระบวนวรรณ

ขอกราบแทบเท้า ปราชญ์ศิลปินชาวบ้าน - ราชาเพลงต่อว่าต่อขานผู้หญิง ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ครับ

บรมฅรูฉลอง ภู่สว่าง ฅนปิดทองหลังพระที่สมถะที่สุด เรียบง่ายที่สุด และ ไม่ง้อรางวัลเกียรติยศอย่าง ศิลปินแห่งชาติ เพราะ ชาติ มัวมะงุมมะงาหราจนฅรูบาอาจารย์ระดับปราชญ์ของแผ่นดินสิ้นใจไปจนแทบจะหมดวงการแล้ว ชาติ ก็ยังมองไม่เห็น ยังไม่ตระหนักในคุณค่าที่แต่ละท่านได้สร้างสรรค์งานมาเป็นเวลาช้านาน

สำหรับครู ฉลอง ภู่สว่าง เป็นคนเขียนเพลงลูกทุ่งที่เก่งที่สุดในวงการคนหนึ่งครูฉลองจะเก่งมากในเรื่องของการประชดผู้หญิงแดกดันผู้ชายโดยเอาบรรยากาศของบ้านเมืองมาใส่ทำให้ผู้ฟังนั้นฟังแล้วรู้สึกว่าเรื่องราวของคนในเพลงนั้นเป็นเรื่องจริงขึ้นมาก็อย่างเพลง " ปูไข่ไก่หลง" ที่ครูฉลองเขียนให้ ชายธง ทรงพล ร้อง "ช่างเถอะคนงาม ขอปล่อยตาม ตามวาสนา พี่ไม่มีปริญญาขวัญตามองหน้าทำเมิน ลืมได้ ลืมไป ลืมไปลืมได้ก็เชิญ พี่จนคนไร้เงิน เดินย่ำต๊อกน้องบอกว่าโซ.." นอกจากเพลงนี้ยังมี "ไก่นาตาฟาง" จีระพันธ์ วีระพงษ์ "คนดังลืมหลังควาย" (อันนี้พุ่มพวงร้อง) "คุณนายโรงแรม" ที่ร้องโดย ระพิน ภูไท

ครูฉลอง ภู่สว่างนั้นเป็นคนที่มีสัมผัสในทางโปรดิวเซอร์ที่สูงมาก ว่ากันว่าถ้าเทียบกันก็ต้องขนาด เต๋อ เรวัติ พุทธินันท์ เพราะสามารถปั้นกระเป๋ารถเมล์อย่าง จีระพันธ์ วีระพงษ์ ให้โด่งดังได้จากเพลง "ไก่นาตาฟาง" สร้างให้เด็กอู่ซ่อมรถอย่าง ศรชัย เมฆวิเชียร ขึ้นมาเป็นนักร้องดังเช่นเดียวกับทำให้ ระพิน ภูไท ดังได้อีกเหมือนกันโดยที่ว่ากันว่าระพินไม่มีแววอะไรเลยนอกจากเมาไปวันๆ

ในระยะที่ครูฉลอง ภู่สว่าง มีชื่อเสียงได้มีคนไปมาหาสู่มากบางคนมาขอความรู้จากเพลงบางคนมาฝึกร้องเพลงโดยเริ่มจากเลียนแบบนักร้องที่มีชื่อเสียงจนมีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเองนักร้องที่มีชื่อเสียงที่มาหาครูฉลอง ภู่สว่างอยู่เสมอคือ ศรชัย เมฆวิเชียร, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง สุนารี ราชสีมา แจ๊ค ธนพล ครูฉลอง ภู่สว่างแต่งเพลง "ดื่มให้ลืมแฟน" บางคนมาถามครูฉลองว่าการแต่งเพลงเริ่มเขียนอะไรก่อนครูฉลองเล่าว่าการแต่งเพลงเหมือนละครที่ยาวมากที่เกิดขึ้นมาไม่รู้กี่ปีเรานำเรื่องมาย่อจนจบตอนจบเราจะให้จบแบบไหนเพลงแต่ละเพลงเหมือนละครเรื่องหนึ่งเรานำมาสรุปให้เหลือนิดเดียวบางเพลงให้จบพร้อมชื่อเพลงให้ได้เช่น เพลง "จำกันบ่ได้ก๋า" จะแต่งเพลงใดให้ใครร้องต้องศึกษาบุคลิกนักร้องก่อนเช่น นันทิดา แก้วบัวสาย ไปชนะการประกวดการร้องเพลงที่ต่างประเทศ เพชรา เชาวราษฎร์ ชักชวนมาแสดงภาพยนตร์และเชิญครูฉลอง ภู่สว่าง ไปเขียนเพลงประกอบภาพยนตร์ให้ได้ทั้งหมดหลังจากแต่งเพลงวันที่จะบันทึกแผ่นเสียงครูฉลองจะไปร้องเพลงที่ครูแต่งให้ฟังก่อนทั้งการเอื้อนจังหวะดนตรี เคาะจังหวะไปให้ทำเข้าอินโทรไปให้หมดร้องเสร็จจะรับอย่างไร

ในปี พ.ศ. 2523 ครูฉลองแต่งเพลงให้ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร้องและปี 2525 2526 2527 ห้างอโซน่ามาขอซื้อลิขสิทธิ์ให้พุ่มพวงร้องบันทึกเทปวางจำหน่ายร้องเพลงคู่กันเพลงหนึ่งเขียนให้ พุ่มพวง ร้องอีกเพลงหนึ่งเขียนให้นักร้องชายร้องเนื้อเพลงขึ้นต้นว่า… "นึกไว้ แล้ว ๆ เชียว ว่า… นึก….ทุกอย่างคนงาม ๆ สักวันก็ลืมด้ามเคียว" ส่วนเพลงทำนองเดียวกับเพลงนี้ให้ชื่อว่า คนดังลืมหลังควาย บันทึกแล้วดังเปรี้ยง

ส่วนประวัติ ครูฉลอง เกิดเมื่อ พ.ศ. 2481 ที่จังหวัดสมุทรสาคร บิดาชื่อ นายเหลือบ ภู่สว่าง มารดาชื่อ นางหนู ภู่สว่าง พี่น้อง 4 คน ชาย 3 คน หญิง 1 คนด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับคุณสมบูรณ์ ภู่สว่าง มีบุตรด้วยกัน 2 คน ฐานะทางครอบครัวยากจนเรียนได้เพียงชั้น ป.3 ก็ต้องออกมาทำงานบ้านอยู่ 2 ปีจีงกลับไปเรียนจนจบชั้น ป.4 จากโรงเรียนเมืองสมุทรสาครเป็นคนเรียนเก่งแต่ต้องออกมารับจ้างเดินเรือขนส่งเกลือไปขายที่กรุงเทพฯ

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ ระพิน ภูไท
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ ภูษิต ภู่สว่าง
  3. 3.00 3.01 3.02 3.03 3.04 3.05 3.06 3.07 3.08 3.09 3.10 3.11 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ จีระพันธ์ วีระพงษ์
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ เสกศักดิ์ ภู่กันทอง
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5 5.6 5.7 5.8 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ ชายธง ทรงพล
  6. 6.0 6.1 6.2 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ ดาวไทย ยืนยง
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 เพลงที่แต่งให้กับ เริงรมย์ แหลมทอง
  8. 8.00 8.01 8.02 8.03 8.04 8.05 8.06 8.07 8.08 8.09 8.10 8.11 8.12 8.13 8.14 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ ศรชัย เมฆวิเชียร
  9. 9.0 9.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ บรรจบ เจริญพร
  10. 10.0 10.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ ศรเพชร ศรสุพรรณ
  11. 11.0 11.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ คำภีร์ แสงทอง
  12. 12.0 12.1 12.2 12.3 12.4 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ พุ่มพวง ดวงจันทร์
  13. 13.0 13.1 13.2 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ สุนารี ราชสีมา
  14. 14.0 14.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ คัทลียา มารศรี
  15. 15.0 15.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ ยุ้ย ญาติเยอะ
  16. 16.0 16.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ ยอดรัก สลักใจ
  17. 17.0 17.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ สายัณห์ สัญญา
  18. 18.0 18.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้กับ วงแกรนด์เอกซ์
  19. 19.0 19.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ ชุมพล เหมือปอง
  20. 20.0 20.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ กังวาลไพร ลูกเพชร
  21. 21.0 21.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ ธานินทร์ อินทรเทพ
  22. 22.0 22.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ กำแพง พิมพ์ใจ
  23. 23.0 23.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ เสมา ทองคำ
  24. 24.0 24.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ เริง รัตนะ
  25. 25.0 25.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ เอกราช สุวรณภูมิ
  26. 26.0 26.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ สันติ ดวงสว่าง
  27. 27.0 27.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้กับ พงษ์เทพ เทพสุดา
  28. 28.0 28.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้กับ ธวัช บัญชีทอง
  29. 29.0 29.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้กับ สุชิน สินส่งเสริม
  30. 30.0 30.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้กับ จะเด็ด ดวงจินดา
  31. 31.0 31.1 รายการเพลงที่แต่งให้กับ เกษม คมสันต์
  32. 32.0 32.1 รายการเพลงที่แต่งให้ วงเพื่อน
  33. 33.0 33.1 รายชื่อเพลงที่แต่งให้ นันทิดา แก้วบัวสาย
  34. ได้รับรางวัลกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย 2534
  35. ได้รับพระราชทานเสาอากาศทองคำ – ที่โรงละครแห่งชาติ ซึ่งเป็นที่ปราบปลื้มสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ 2520 จากเพลง "อ้อนจันทร์"
  36. ได้รับรางวัลกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย 2532
  37. รายชื่อเพลงที่แต่งให้ น้ำอ้อย พรวิชัย
  38. รายชื่อเพลงที่แต่งให้ วงดนตรี จีรพันธ์ วีระพงษ์

แหล่งข้อมูลอื่นๆ[แก้]

เจนภพ จบกระบวนวรรณ. เพลงลูกทุ่ง, TK Park Music Library ชุดดนตรีไทย. กรุงเทพ : สำนักงานอุทยานการเรียนรู้, พ.ศ. 2550. 176 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 978-974-8218-83-0

https://www.ryt9.com/s/prg/26907

http://aoodtv.com/Article/ArticleDetail/123