สุรพล สมบัติเจริญ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับนักร้องเพลงลูกทุ่งที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย สำหรับความหมายอื่น ดูที่ สุรพล (แก้ความกำกวม)
สุรพล สมบัติเจริญ
สุรพล สมบัติเจริญ.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง พันจ่าอากาศโท ลำดวน สมบัติเจริญ
ชื่ออื่น ราชาเพลงลูกทุ่ง
เกิด 25 กันยายน พ.ศ. 2473
แหล่งกำเนิด จังหวัดสุพรรณบุรี
วันที่เสียชีวิต 16 สิงหาคม พ.ศ. 2511 (37 ปี)
แนวเพลง ลูกทุ่ง
อาชีพ นักร้อง,นักแต่งเพลง
ค่ายเพลง วงดนตรีลูกทุ่ง สุรพล สมบัติเจริญ

สุรพล สมบัติเจริญ หรือ พันจ่าอากาศโทลำดวน สมบัติเจริญ เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2473 เป็นคนสุพรรณบุรีโดยกำเนิด เป็นนักร้องเพลงลูกทุ่ง เจ้าของเพลงดัง "16 ปีแห่งความหลัง"

ประวัติ[แก้]

ลำดวน สมบัติเจริญ อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 125 ถนนนางพิม อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ฐานะทางครอบครัวแต่เดิมค่อนข้างดี คุณพ่อรับราชการอยู่แผนกสรรพากรจังหวัด ชื่อ เปลื้อง สมบัติเจริญ ส่วนคุณแม่ชื่อ วงศ์ นอกจากเป็นแม่บ้านแล้วยังค้าขายเล็กๆน้อยๆ ภายในบ้านกลางใจเมืองสุพรรณ สุรพลเป็นบุตรชาย คนที่ 2 ในบรรดาพี่น้องท้องเดียวกัน 6 คน

หลังจบชั้นประถมจาก โรงเรียนประสาทวิทย์ ก็มาเรียนที่โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัยจนจบมัธยมปีที่ 6 เมื่อเรียน จบที่สุพรรณบุรีคุณพ่อก็จัดส่งสุรพลเข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย แต่สุรพลก็เรียนได้เพียงปีครึ่งก็ต้องลาออกเพราะใจไม่รักแต่ด้วยไม่อยากขัดใจคุณพ่อ การเรียนก็เลยไม่ดี เขาไปสมัครเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนสุพรรณกงลิเสีย เสี้ยว เป็นโรงเรียนจีน แต่สอนอยู่ได้แค่ครึ่งปีก็ลาออก ด้วยใจไม่ได้รักอาชีพนี้อย่างจริงจัง

เขาได้สมัครเข้าไปเป็นนักเรียนจ่าพยาบาล อยู่ที่โรงเรียนจ่าพยาบาล กรมแพทย์ทหารเรือ กองทัพเรือ แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชะตาเขาพลิกผกผัน หลังจากเขาได้หนีราชการทหารเรือ จนได้รับโทษถูกคุมขัง เขาได้กลายเป็นขวัญใจของนักโทษ ด้วยการร้องเพลงกล่อมก่อนนอน เมื่อได้รับอิสรภาพ สุรพลได้ทิ้งเส้นทางทหารเรือ สุรพลมีโอกาสได้ร้องเพลงในงานสังสรรค์กองทัพอากาศ น้ำเสียงของเขาได้โดนใจ เรืออากาศเอกปราโมทย์ วัณณะพงษ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งค่ายมวยและหัวหน้าคณะนักมวยของกองทัพอากาศชื่อ ค่ายมวยเลือดชาวฟ้า ดังนั้นในวันรุ่งขึ้น สุรพลสมบัติเจริญจึงถูกเรียกตัวให้เข้าพบ และยื่นโอกาสให้เขาได้เข้าไปรับราชการประจำกองกองดุริยางค์ทหารอากาศ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาได้รับความรู้เกี่ยวกับการดนตรีและร้องเพลง ซึ่งการกระทำนี้จึงเป็นจุดพลิกผันครั้งสำคัญของชีวิต ที่ทำให้ สุรพล สมบัติเจริญ ได้ถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็น ราชาเพลงลูกทุ่งไทย

ในปี พ.ศ. 2496 เพลง 'น้ำตาลาวเวียง' เป็นเพลงแรกที่ได้บันทึกเสียง แต่เพลงที่ทำให้เป็นที่รู้จักทั่วไปคือเพลง 'ชูชกสองกุมาร' หลังจากนั้นชื่อเสียงของสุรพล ก็เป็นที่นิยมมากขึ้น และมีผลงานชุดใหม่ออกมาเรื่อยๆ เช่น 'สาวสวนแตง' 'เป็นโสดทำไม' 'ของปลอม' ' หนาวจะตายอยู่แล้ว' 'หัวใจผมว่าง' 'สาวจริงน้อง' 'ขันหมากมาแล้ว' 'น้ำตาจ่าโท' 'มอง' และ อีกหลายเพลง

และทำให้คนรู้จักความเป็น "สุรพล สมบัติเจริญ" อย่างแท้จริงในเวลาต่อมาก็คือเพลง "ลืมไม่ลง" และเมื่อชื่อเสียงเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป สุรพลจึงมีงานร้องเพลง นอกสังกัดถี่ขึ้นเป็นลำดับ อาทิ ร่วมร้องกับวง "แมมโบ้ร็อค" ของ เจือ รังแรงจิตร วง "บางกอกช่ะช่ะช่ะ" ของ ชุติมา สุวรรณรัตน์ และ สมพงษ์ วงษ์รักไทย ส่วนวงดนตรีที่สุรพลร้องด้วยมากที่สุดคือ วง " ชุมนุมศิลปิน " ของ จำรัส วิภาตะวัตร

สุรพล สมบัติเจริญ มีความเคารพต่อคุณประสาน ศิลป์จารุ (ทองแป๊ะ) เป็นอย่างมาก เพราะเป็นผู้ผลักดันให้สุรพลมีความมุ่งมั่นในวงการลูกทุ่งยิ่งขึ้นไปอีก เพราะคุณประสานเป็นผู้นำเพลงของสุรพลไปเปิดในสถานีวิทยุกระจายเสียงวรจักร ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวเพลงลูกทุ่งในสถานีวิทยุเป็นครั้งแรกในสมัยนั้น และเป็นจุดเริ่มต้นให้เพลงลูกทุ่งได้รับการยอมรับ และมีการพัฒนาเป็นอย่างมากมาจนถึงปัจจุบัน

ตลอดชีวิตของการเป็นนักร้อง สาเหตุที่ทำให้ "สุรพล" ได้รับการยอมรับว่าเป็นราชาเพลงลูกทุ่ง เพราะความอัจฉริยะในตัวเองที่สามารถแต่งเพลง และยังคงเป็นที่จดจำจนทุกวันนี้ก็มี อาทิ ลืมไม่ลง , ดำเนินจ๋า , แซ่ซี้อ้ายลื้อเจ็กนั้ง , หัวใจเดาะ , สาวสวนแตง , น้ำตาจ่าโท , สนุกเกอร์ , นุ่งสั้น , จราจรหญิง , เสน่ห์บางกอก และ 16 ปีแห่งความหลัง เป็นต้น

นอกจากจะแต่งเอง ร้องเอง "สุรพล" ยังทำหน้าที่ครูแต่งเพลงให้คนอื่นร้องจนโด่งดังอีกด้วย อย่างเช่น ผ่องศรี วรนุช , ไพรวัลย์ ลูกเพชร , ละอองดาว สกาวเดือน , ยงยุทธ เชี่ยวชาญชัย , เมืองมนต์ สมบัติเจริญ เป็นต้น

"สุรพล สมบัติเจริญ" ถูกลอบยิงเสียชีวิต หลังจากการแสดงบนเวทีที่วิกแสงจันทร์ บริเวณริมถนนมาลัยแมน ตรงข้ามวัดหนองปลาไหล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2511 (เวลา 01.00 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2511) เมื่ออายุเพียง 37 ปี 10 เดือน 23 วัน

ผลงานเพลงที่ศิลปินคนอื่นๆ นำไปขับร้องใหม่[แก้]

  1. หนาวนี้พี่ตายแน่

จากอัลบั้ม 30 ปี สุรพล สมบัติเจริญ ชุดที่ 1 (พ.ศ. 2545)

  1. สาวสวนแตง

จากอัลบั้ม 30 ปี สุรพล สมบัติเจริญ ชุดที่ 2 (พ.ศ. 2545)

  1. หงส์ปีกหัก

จากอัลบั้ม 30 ปี สุรพล สมบัติเจริญ ชุดที่ 3 (พ.ศ. 2545)

  1. สิบหกปีแห่งความหลัง
  2. หนาวจะตายอยู่แล้ว
  3. มอง
  4. เดือนหงายที่ริมโขง
  5. รักน้องบ่มีเงินแต่ง
  6. คนใต้ใจซื่อ
  7. น้ำค้างเดือนหก
  8. ดำเนินจ๋า
  9. หงส์ปีกหัก
  10. ลูกทุ่งเลือดสุพรรณ
  11. หัวใจเดาะ
  12. สนุ้กเกอร์
  13. เสียวไส้
  14. บ้านนี้ฉันรัก
  15. สุรพลมาแล้ว
  16. น้ำตาจ่าโท
  17. เป็นโสดทำไม
  18. น้ำตาผัว
  19. ดอกฟ้าเมืองไทย
  20. เสน่ห์สาวเวียงพิงค์
  21. เดือนจ๋า
  22. แฟนจ๋า
  23. มนต์รักป่าซาง
  24. สวยจริงน้อง
  25. สาวหน้าฝน
  26. ลืมไม่ลง
  27. ของปลอม
  28. รำวงออกพรรษา
  29. แซ่ซี้อ้ายลื้อเจ็กนั้ง
  30. แก้วลืมดง

จากอัลบั้ม ดีที่สุด ชุดที่ 1 - สุรพล สมบัติเจริญ (พ.ศ. 2545)

  1. แซ่ซี้อ้ายลื้อเจ็กนั้ง [a 1]

จากอัลบั้ม ใจสยิว (พ.ศ. 2525)

  1. ลูกทุ่งเลือดสุพรรณ
  2. ไหนว่าจะจำ
  3. คนหัวล้าน
  4. เป็นโสดทำไม
  5. สาวสวนแตง
  6. หัวใจผมว่าง
  7. เสน่ห์สาวเวียงพิงค์
  8. เขมรไล่ควาย
  9. น้ำตาผัว
  10. ควายหาย

จากอัลบั้ม แม่ไม้เพลงไทย (พ.ศ. 2533)

  1. หงส์ปีกหัก
  2. เดือนจ๋า

จากอัลบั้ม หัวแก้วหัวแหวน ชุดที่ 4 มาลัยดอกรัก (พ.ศ. 2533)

  1. ลืมไม่ลง
  2. หัวใจเดาะ
  3. สาวสวนแตง
  4. น้ำตาผัว
  5. แก้วลืมดง
  6. ผู้แพ้รัก
  7. เป็นโสดทำไม
  8. เดือนจ๋า
  9. กว๊านพะเยา
  10. ดรรชนีไฉไล

จากอัลบั้ม มนต์เพลงสุรพล ชุดที่ 1 (พ.ศ. 2543)

  1. ของปลอม
  2. ดอกฟ้าเมืองไทย
  3. ดำเนินจ๋า
  4. หนาวจะตายอยู่แล้ว
  5. เขมรไล่ควาย
  6. แซ่ซี้อ้ายลื้อเจ๊กนั้ง
  7. แฟนจ๋า
  8. สวยจริงๆ
  9. บ้านนี้ฉันรัก
  10. รักน้องบ่มีเงินแต่ง

จากอัลบั้ม มนต์เพลงสุรพล ชุดที่ 2 (พ.ศ. 2543)

  1. หัวใจผมว่าง
  2. สวยจริงน้อง
  3. แน่ข้างเดียว
  4. หญิงกับเสือ
  5. สนุ๊กเกอร์
  6. สาวหน้าฝน
  7. หงส์ปีกหัก
  8. วันพระอย่าเว้น
  9. ใครจะเป็นแฟนผมบ้าง

จากอัลบั้ม มนต์เพลงสุรพล ชุดที่ 3 (พ.ศ. 2543)

  1. มอง
  2. สุรพลมาแล้ว
  3. พ่อค้าขนมปลากริม
  4. คนใต้ใจซื่อ
  5. ยิ้มเห็นแก้ม
  6. ขันหมากมาแล้ว
  7. รักริงโง
  8. ยิกเท้าโหละซัว
  9. อัฐยายขนมยาย
  10. ลูกแก้วเมียขวัญ

จากอัลบั้ม มนต์เพลงสุรพล ชุดที่ 4 (พ.ศ. 2543)

  1. เสน่ห์สาวเวียงพิงค์
  2. ลูกทุ่งเลือดสุพรรณ
  3. ตา
  4. คนหัวล้าน
  5. ควายหาย
  6. เรื่องของแฟนเพลง
  7. ป่าซาง
  8. เสียวไส้
  9. รำวงออกพรรษา
  10. มาช่วยกันผลาญ

จากอัลบั้ม มนต์เพลงสุรพล ชุดที่ 5 (พ.ศ. 2543)

  1. มีการเปลี่ยนชื่อเพลงใหม่เป็น พระจันทร์ตกน้ำ

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

  • วันที่ 12 ก.ย. 2532 ได้รับรางวัลพระราชทานเพลงดีเด่นจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ครั้งที่ 1 "สาวสวนแตง" คว้าเพลงดีเด่น แต่งโดยครูพยงค์ มุกดา แต่งเพลงดีเด่นในเพลง "เด็กท้องนา" ขับร้องโดย ละอองดาว สกาวเดือน และเพลง "ไหนว่าไม่ลืม" ขับร้องโดย ผ่องศรี วรนุช ส่วนเพลงที่ได้รับรางวัลร้อง-แต่งเองคือ "16 ปีแห่งความหลัง"
  • วันที่ 7 ก.ค. 2534 ได้รับรางวัลพระราชทานแต่งเพลงดีเด่นจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ภาค2 ในเพลง "ด่วนพิศวาส" ขับร้องโดย ผ่องศรี วรนุช และ คำเตือนของพี่ ขับร้องโดย ไพรวัลย์ ลูกเพชร
  • วันที่ 18 ก.ย. 2537 ได้รับรางวัลพระราชทานเกียรติบัตรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในการจัดงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่ง สืบสานคุณค่าวัฒนธรรม สองรางวัลในเพลง น้ำตาเมียหลวง ขับร้องโดย ผ่องศรี วรนุช และเพลง เสียวไส้ ซึ่งสุรพลแต่ง และขับร้องเอง
  • เมื่อ 18 ต.ค. 2537 เพลงรอยไถแปร และน้ำตาลก้นแก้วได้รับการคัดเลือกเป็นเพลงลูกทุ่งดีเด่นที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ขับร้องโดย ก้าน แก้วสุพรรณ ส่วนเพลงกว๊านพะเยาได้รับรางวัลเดียวกัน แต่เป็นการขับร้องโดย สุรพล สมบัติเจริญ

ครอบครัว[แก้]

สุรพล สมบัติเจริญ สมรสกับ ศรีนวล สมบัติเจริญ (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) มีบุตร-ธิดารวม 5 คน ดังนี้

หลังจากการเสียชีวิต[แก้]

มิตร ชัยบัญชา จากภาพยนตร์เรื่อง 16 ปีแห่งความหลัง

เมื่อ สุรพล สมบัติเจริญ เสียชีวิตได้เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2511 ณ.วิกแสงจันทร์ จ.นครปฐม โดยบิดาของสุรพล (เปลื้อง สมบัติเจริญ) ได้ลงทุนสร้างหนังเรื่อง สุรพล ลูกพ่อ เพื่อเป็นอนุสรณ์แต่ราชาเพลงลูกทุ่งและระลึกถึงสุรพล ในนาม สมบัติเจริญ ภาพยนตร์ โดยมีครูรังสี ทัศนพยัคฆ์ กำกับการแสดง

ภาพยนตร์ สุรพลลูกพ่อ นำแสดงโดย บรรจบ ใจพระ (ปัจจุบันชื่อ บรรจบ เจริญพร) คู่กับ โสภา สถาพร โดยเปลื้อง สมบัติเจริญ ก็ได้นำครอบครัวของตน ไปเข้าร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วย (ยกเว้นศรีนวล สมบัติเจริญ ภรรยา , ลูกสะใภ้และสมาชิกวงดนตรีของสุรพล) ที่ไปร่วมงานหนังอัตชีวิตของสุรพลในอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งฉายพร้อมกันในช่วงปลายปี พ.ศ. 2511

และภาพยนตร์เรื่อง 16 ปีแห่งความหลัง เข้าฉายเมื่อ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2511 นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา , เพชรา เชาวราษฎร์ โดย ทองใบ รุ่งเรือง (คนสนิทของสุรพล) ก็ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

ต่อมา ครอบครัวสมบัติเจริญ ได้สร้างหอระฆังมูล 2 แสนบาท มอบถวายแก่วัดไชนาวาส พร้อมกับปั้นรูปปั้นสุรพลตั้งไว้บนหอระฆังดังกล่าว [1]

อ้างอิง[แก้]