จิ๊ด เศรษฐบุตร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จิ๊ด เศรษฐบุตร และพิพิธ เศรษฐบุตร ภริยา

ศาสตราจารย์จิ๊ด เศรษฐบุตร (18 มกราคม 2449[1] — 19 มกราคม 2538[1]) เป็นตุลาการ นักนิติศาสตร์ และนักการทูตชาวไทย

ต้นชีวิต[แก้]

จิ๊ดเกิดที่บ้านพริบพรี ถนนตีทอง อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร[1] (ปัจจุบันคือ ถนนตีทอง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร) เป็นบุตรคนที่หกในจำนวนบุตรแปดคนของมหาอำมาตย์โท พระยานรเนติบัญชากิจ (ลัด เศรษฐบุตร) กับคุณหญิงสมัย นรเนติบัญชากิจ (ชื่อสกุลเดิม โภคสุพัฒน์)[1]

จิ๊ดสำเร็จประถมศึกษาจากโรงเรียนครูบุญเกิด จังหวัดพระนคร เมื่อปี 2455 ต่อมาจึงเข้าศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเมื่อปี 2457 ก่อนย้ายไปชั้นเตรียมมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ภาคภาษาฝรั่งเศส) ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ เมื่อปี 2461 แล้วจึงศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยลีเซสต็องดาล (Lycée Stendhal) เมืองเกรอน็อบล์ (Grenoble) ประเทศฝรั่งเศส จนสำเร็จเมื่อปี 5798 ครั้นแล้ว ได้ศึกษาชั้นต่อมา โดยได้ประกาศนียบัตรทางกฎหมายพาณิชย์ และปริญญาดุษฎีบัณฑิตสาขาเดียวกัน จากมหาวิทยาลัยเกรอน็อบล์ (University of Grenoble) เมื่อปี 2469[1] และกลับมาเรียนในประเทศไทยที่โรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรม สำเร็จกฎหมายภาค 1 เมื่อปี 2476[2]

การทำงาน[แก้]

สำเร็จการศึกษาแล้ว จิ๊ดได้เข้ารับราชการในรัฐบาลไทย ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ ตามลำดับดังนี้ คือ[2][3]

เป็นผู้พิพากษาศาลแพ่งตั้งแต่ปี 2476 และเป็นผู้พิพากษาศาลหัวหน้าศาลจังหวัดหนองคายตั้งแต่ปี 2483 แล้วจึงโอนจากกระทรวงยุติธรรมมากระทรวงต่างประเทศ เพื่อเป็นเลขานุการเอกในกรมการเมืองตะวันออก (ปัจจุบันคือ กรมอาเซียน) ตั้งแต่ปี 2490 และได้เป็นเลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ตั้งแต่ปี 2494

ต่อมา เลื่อนขึ้นเป็นเลขานุการชั้นพิเศษและเป็นอัครราชทูตประจำกรุงมอสโกตั้งแต่ปี 2496 และไปรักษาการอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายตั้งแต่ปี 2503 แล้วจึงเป็นรัฐทูตวิสามัญและอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐโปรตุเกสตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2506 ในโอกาสเดียวกันนั้น ยังได้เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจประจำสาธารณรัฐฝรั่งตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2506

ครั้นแล้ว จึงได้เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสมาพันธรัฐสวิสตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2507 และย้ายไปเป็นรัฐทูตวิสามัญกับอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มประจำสมาพันธ์สาธารณรัฐประชาชนยูโกสลาเวียตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2507 กระทั่งเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2510

ครอบครัว[แก้]

สำหรับชีวิตครอบครัวนั้น จิ๊ดสมรสกับพิพิธ เศรษฐบุตร (ชื่อสกุลเดิม สุนทรวร) ซึ่งเป็นบุตรีของพระยาจ่าแสนยบดีศรีบริบาล (ชิต สุนทรวร) กับคุณหญิงเลื่อน จ่าแสนยบดี[1] จิ๊ดและภริยามีบุตรด้วยกันสามคนตามลำดับดังนี้[1]

  1. จิตริก เศรษฐบุตร สมรสกับจานีน อ็อกเซีย หญิงต่างประเทศ แต่ต่อมาหย่าร้างกัน และจิตริกสมรสใหม่กับหม่อมราชวงศ์วิวรรณ วรวรรณ
  2. จิรศักดิ์ เศรษฐบุตร สมรสกับวรวรรณ พรหมเพ็ญ
  3. เทพขจิต เศรษฐบุตร ต่อมาสมรสกับรองอำมาตย์ตรีณรงค์ วงศ์ไพบูลย์ จึงเปลี่ยนไปใช้ชื่อสกุลสามี

อนิจกรรม[แก้]

ในบั้นปลายชีวิตตั้งแต่ราวปี 2526 จิ๊ดประสบภาวะสมองเสื่อม ความทรงจำจึงเสื่อมถอย สติฟั่นเฟือน และมีความบกพร่องในทางสื่อสารและรับรู้ หทัย ชิตานนท์ แพทย์ประจำตัว ตรวจแล้วพบว่า ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ศาลแพ่งจึงสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถตามคำร้องของพิพิธ ภริยา และสั่งให้อยู่ความอนุบาลของนรนิติ เศรษฐบุตร ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2534[4]

ในปี 2537 จิ๊ดได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามคำแหง จนถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบเมื่อวันที่ 19 มกราคม ปีต่อมา[1] สิริอายุได้ 89 ปี 1 วัน

อิสริยาภรณ์[แก้]

จิ๊ดได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยตามลำดับดังนี้[3]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 จิ๊ด เศรษฐบุตร (กรกฎาคม 2554). ดาราพร ถิระวัฒน์, ed. หลักกฎหมายแพ่งลักษณะหนี้. กรุงเทพฯ: โครงการตำราและเอกสารประกอบการสอน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. p. 6. ISBN 9789744665577.
  2. 2.0 2.1 "Hall of Frame - ศาสตราจารย์ ดร.จิ๊ด เศรษฐบุตร". คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ม.ป.ป. สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2555.
  3. 3.0 3.1 จิ๊ด เศรษฐบุตร (กรกฎาคม 2554). ดาราพร ถิระวัฒน์, ed. หลักกฎหมายแพ่งลักษณะหนี้. กรุงเทพฯ: โครงการตำราและเอกสารประกอบการสอน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. p. 7. ISBN 9789744665577.
  4. ศาลแพ่ง (9 เมษายน 2534). "ประกาศศาลแพ่ง เรื่อง ศาลมีคำสั่งให้นายจิ๊ด เศรษฐบุตร เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของนายนรนิติ เศรษฐบุตร ลงวันที่ 22 มีนาคม 2534" (pdf). ราชกิจจานุเบกษา. กรุงเทพฯ: สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. เล่ม 108, ตอนที่ 64 (-): 3286. สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2555.
  5. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เล่ม 83 ตอนที่ 43 วันที่ 10 พฤษภาคม 2509