จังหวัดชิงะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดชิงะ
(滋賀県)
ตราประจำจังหวัดชิงะ
ตราประจำจังหวัด
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อในอักษรไทย ชิงะ
ชื่อในอักษรญี่ปุ่น 滋賀県
เมืองเอก โอสึ
ภูมิภาค คันไซ
เกาะ ฮนชู
กุง 5
ชิโจซง 26
ผู้ว่าราชการ ยูกิโกะ คาดะ
ISO 3166-2 JP-25
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
ดอกไม้ Rhododendron (Rhododendron metternichii var. hondoense)
ต้นไม้ เมเปิลญี่ปุ่น (Acer palmatum)
นก Little Grebe (Tachybaptus ruficollis)
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 4,017.36 ตร.กม. (อันดับ 38)
ร้อยละพื้นน้ำ 14.0
ประชากร 1,337,770 คน (1 เมษายน พ.ศ. 2543) (อันดับ 31)
ความหนาแน่น 332 คน/ตร.กม.
เว็บไซต์ จังหวัดชิงะ
แผนที่
 
แผนที่ประเทศญี่ปุ่นเน้นจังหวัดชิงะ

จังหวัดชิงะ (ญี่ปุ่น: 滋賀県 Shiga-ken ?) เป็นจังหวัดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่บริเวณภาคคันไซ มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองโอสึ มีขนาดพื้นที่ทั้งสิ้น 4,017.36 ตารางกิโลเมตร

ประวัติศาสตร์[แก้]

ในสมัยก่อน ชิงะ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ มณฑลโอมิ หรือโกชู ก่อนที่จะมีการใช้ระบบการบริหารราชการแบบแบ่งจังหวัดขึ้น มณฑลโอมิเป็นเพื่อนบ้านกับนะระ และเคียวโตะ เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างญี่ปุ่นตะวันตกและตะวันออก ในช่วง ค.ศ. 667 ถึง ค.ศ.672 นั้น จักรพรรดิเทนจิทรงสร้างพระราชวังที่โอสึ จากนั้น ในปี ค.ศ.742 จักรพรรดิโชมุทรงสร้างพระราชวังที่ชิงะระกิ ในช่วงต้นของยุคเฮอัน พระภิกษุไชโชเติบโตขึ้นที่โอสึและได้สร้างวัดเอ็นเรียะคุ เป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายมหายานแบบเทนได และได้ปัจจุบันได้เป็นหนึ่งในมรดกโลกพร้อมกับสถานที่ทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่งในเคียวโตะ

ในยุคกลางนั้น มณฑลโอมิถูกปกครองจากตระกูลซะซะกิ ตามด้วยตระกูลรกกะกุ ตระกูลเคียวโงกุ และตระกูลอะไซ จากนั้นในทศวรรษ 1570 โอะดะ โนะบุนะงะได้เข้ายึดโอมิและสร้างปราสาทอะซุจิขึ้นที่ริมทะเลสาบบิวะฝั่งตะวันออกเมื่อปี ค.ศ. 1579 หลังจากนั้นมณฑลโอมิก็มีไดเมียวปกครองหลายคน และในสมัยนั้น ยังมีนินจาอยู่ที่แถบนี้มากด้วย

ในปี ค.ศ. 1600 อิชิดะ มิสึนะริ กำเนิดขึ้นที่ทางตะวันออกของนะงะฮะมะและได้สร้างปราสาทซะวะยะมะ เพื่อใช้ในการสงครามต้านทัพของโทะกุงะวะ อิเอะยะสุในจังหวัดกิฟุ หลังจากศึกในครั้งนั้น อิเอะยะสุได้ให้อี นะโอะมะสะ เป็นผู้ครองปราสาทซะวะยะมะคนใหม่ นะโอะมะสะปกครองแคว้นฮิโกะเนะ ซึ่งมีชื่อเสียงในยุคของอี นะโอะซุเกะ เมื่ออี นะโอะซุเกะได้เข้าไปรับใช้รัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะ ก็ได้เป็นผู้ทำสนธิสัญญาทางการค้ากับประเทศตะวันตกและยุติการปิดประเทศญี่ปุ่นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19

เมื่อมีการยกเลิกระบบศักดินาในญี่ปุ่น มณฑลโอมิก็ถูกแบ่งเป็น 8 จังหวัด หลังจากนั้นก็ถูกรวมเข้าเป็นจังหวัดเดียวเป็นจังหวัดชิงะเมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1872

สภาพภูมิศาสตร์[แก้]

ภาพถ่ายดาวเทียมของจังหวัดชิงะ

จังหวัดชิงะมีอาณาเขตติดกับจังหวัดฟุกุอิทางทิศเหนือ จังหวัดกิฟุทางทิศตะวันออก จังหวัดมิเอะทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และจังหวัดเกียวโตทางทิศตะวันตก มีทะเลสาบบิวะตั้งอยู่ตอนกลางของจังหวัด มีภูเขาฮิระ และยอดเขาฮิเอทางทิศตะวันตก ภูเขาอิบุกิทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ภูเขาซุซุกะทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทางทิศเหนือมีสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นกว่าทางใต้ที่มีอากาศอบอุ่น

ทะเลสาบบิวะ เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น แบ่งออกเป็น 4 พื้นที่หลักๆคือ โคะโฮะกุ (湖北 ทะเลสาบตอนเหนือ) โคะเซ (湖西 ทะเลสาบตะวันตก) โคะโต (湖 ทะเลสาบตะวันออก) และ โคะนัน (湖南 ทะเลสาบทางใต้)

ในการสำรวจเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2008 พื้นที่ร้อยละ 37 ถูกกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ (อัตราส่วนที่สูงที่สุดของทุกจังหวัดในญี่ปุ่น)

การปกครอง[แก้]

เมืองใหญ่[แก้]

แผนที่จังหวัดชิงะ

จังหวัดชิงะมีเมืองใหญ่อยู่ 13 เมือง ดังนี้

  • ฮิงะชิโอมิ
  • ฮิโคะเนะ
  • โคกะ
  • โคะนัน
  • นะงะฮะมะ
  • โอสึ (เมืองหลวง)
  • โอมิฮะจิมัน
  • ริตโต
  • ทะคะชิมะ
  • ยะสุ

เมืองเล็ก[แก้]

นอกจากนี้ ยังมีเมืองเล็กๆในแต่ละอำเภอดังนี้

  • อำเภอเอะจิ
    • ไอโช
  • อำเภอกะโม
    • ฮิโนะ
    • เรียวโอ
  • อำเภออินุกะมิ
    • โคระ
    • ทะงะ
    • โทะโยะซะโตะ

เศรษฐกิจ[แก้]

จังหวัดชิงะมีพื้นที่ 1 ใน 6 เป็นพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีการปลูกข้าวกว่าร้อยละ 90 ของพื้นที่การเกษตรและเป็นสินค้าหลัก นาข้าวมีขนาดค่อนข้างเล็กและสร้างรายได้ค่อนข้างน้อย ชาวนาส่วนใหญ่มักจะอาศัยรายได้จากแหล่งอื่น ทางตะวันออกของจังหวัดชิงะมีชื่อเสียงในเรื่องของปราสาทต่างๆและทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดเป็นแหล่งปลูกชาเขียวที่มีชื่อเสียง ส่วนทะเลสาบบิวะนั้นก็เป็นแหล่งประมงที่สำคัญของจังหวัด

ในยุคกลาง โดยเฉพาะยุคเอะโดะนั้น ประชาชนชาวจังหวัดชิงะมีอาชีพค้าขายเป็นหลัก และพ่อค้าโอมิ (近江商人 โอมิโชนิน) ก็มีชื่อเสียงอย่างมาก บริษัทใหญ่หลายๆบริษัทอย่าง นิปปงไลฟ์ อิโตะชุ มะรุเบะนิ ทะกะชิมะยะ วาโกล์ และยันมาร์ก็ถูกก่อตั้งขึ้นโดยชาวชิงะ

เมื่อเข้าสู่ช่วงทศวรรษที่ 1960 จังหวัดชิงะเริ่มพัฒนาเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม มีโรงงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่มากมาย เช่น ไอบีเอ็มเจแปน แคนอน ยันมาร์ดีเซล มิตสึบิชิ และโทเรย์ จนเติบโตขึ้นมาเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้เป็นอันดับสองของชิงะที่ตัวเลข 44.8 เปอร์เซ็นต์[1] ส่วนอุตสาหกรรมดั้งเดิมอย่างสิ่งทอ เครื่องปั้น ยา และพัดก็ยังมีการผลิตจากจังหวัดนี้อยู่เช่นกัน

ประชากร[แก้]

ประชากรของจังหวัดชิงะอาศัยอยู่กันหนาแน่นที่ริมฝั่งทะเลสาบบิวะทางตอนใต้ โดยมีเมืองโอสึเป็นเมืองหลวง ส่วนเมืองทางตะวันออกอย่างคุซะสึและโมะริยะมะก็ยังอยู่ในระยะที่เดินทางสัญจรไปกลับเคียวโตะได้สะดวก ส่วนฝั่งตะวันตกและทิศเหนือของทะเลสาบนั้นเป็นพื้นที่ชนบท มีรีสอร์ทและหาดทรายสีขาวอยู่มากมาย

ในช่วงปีหลังๆนี้ ชาวบราซิลได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำงานในโรงงานหลายแห่งในจังหวัดชิงะ นับเป็นประชากรที่มีอัตราส่วนสูงที่สุดในกลุ่มชาวต่างประเทศ คือ ร้อยละ 36 จากการสำรวจเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2010[2]

วัฒนธรรม[แก้]

ทางตอนเหนือของเมืองนะงะฮะมะ มีเมืองเล็กชื่อ เมืองบิวะ เป็นสถานที่ตั้งของโรงละครหุ่นบุนระกุที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นเช่นเดียวกับที่โอซะกะ

นอกจากจะมีพิพิธภัณฑ์แหลายแห่งแล้ว บริเวณเมืองโคกะ ก็มีบ้านนินจาที่ปัจจุบันรักษาเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม

อาหาร[แก้]

ชาวชิงะรับประทานปลาจากทะเลสาบบิวะมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว อาหารที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชิงะคือซูชิปลาไนหมัก (鮒寿司 ) เป็นซูชิแบบดั้งเดิมที่มีกลิ่นฉุน นอกจากนี้ ชิงะยังขึ้นชื่อในเรื่องของเนื้อโอมิ โดยย่านฮิโกะเนะเคยมีเนื้อที่ถูกนำไปเป็นอาหารบำรุงสุขภาพของโชกุน

นอกจากนี้ ทางตอนเหนือของชิงะก็ชื่อเสียงในเรื่องสึเกะโมะโนะจากรากพืช เมืองนะงะฮะมะก็ขึ้นชื่อเรื่องของบะหมี่โซเมงใส่ปลาแมกเคอเรลย่าง และฮิโกะเนะก็มีบะหมี่จัมปงที่มีชื่อเสียง

การศึกษา[แก้]

จังหวัดชิงะ มีมหาวิทยาลัยช้นนำอยู่หลายแห่งด้วยกัน ดังนี้

  • มหาวิทยาลัยชิงะ (ฮิโกะเนะและโอสึ)
  • มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ชิงะ (โอสึ)
  • มหาวิทยาลัยจังหวัดชิงะ (ฮิโกะเนะ)
  • มหาวิทยาลัยศิลปะและการออกแบบเซอัน (โอสึ)
  • มหาวิทยาลัยเซเซน (ฮิโกะเนะ)
  • สถาบันชีววิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพนะงะฮะมะ (นะงะฮะมะ)
  • มหาวิทยาลัยบิวะโกะกะคุอิน (ฮิงะชิโอมิ)
  • วิทยาลัยกีฬาบิวะโกะเซเก
  • มหาวิทยาลัยริสึเมกัง (เคียวโตะและคุซะสึ)
  • มหาวิทยาลัยริวโกะกุ (เคียวโตะและโอสึ)
  • วิทยาลัยชิงะ (โอสึ)
  • วิทยาลัยชิงะบุงเกียว (นะงะฮะมะ)

การท่องเที่ยว[แก้]

ชิงะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย แต่ยังถือว่าเป็นรองเพื่อนบ้านอย่างเคียวโตะอยู่พอสมควร จังหวัดชิงะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนประมาณ 65,000 คนในปี ค.ศ. 2000 ขณะที่ทั้งประเทศมีนักท่องเที่ยวมาเยือน 4 ล้านคน[3]

สถานีรถไฟหลักของชิงะคือ สถานีไมบะระ ทางตอนเหนือของจังหวัด และสถานีโอสึ ทางตอนใต้ของจังหวัด นักท่องเที่ยสามารถเดินทางไปยังสถานีโอสึได้จากเคียวโตะและโอซะกะได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟความเร็วสูง

สถานที่ที่สำคัญที่สุดของจังหวัดชิงะคือทะเลสาบบิวะ โดยทางตอนเหนือเป็นจุดชมวิวของทะเลสาบที่สวยงาม มีจัดชมดอกซะกุระบานที่มีชื่อเสียงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ส่วนทางตะวันตกของทะเลสาบมีหาดทรายสีขาว นักท่องเที่ยวนิยมมาท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ส่วนทางตอนใต้หรือเมืองรอบๆโอสึนั้นเป็นสถานที่สวยงามที่ฮิโระชิเงะ นักวาดภาพโบราณของญี่ปุ่นได้มาวาดภาพอุกิโยะที่มีชื่อเสียง ปัจจุบัน ทิวทัศน์ในภาพวาดได้เปลี่ยนไปแล้วจากความเจริญของเมือง หลงเหลือไว้เพียงแต่วัดมังเงสึ หรือวัดลอยน้ำทางตอนเหนือของโอสึ

ทะเลสาบบิวะล้อมรอบด้วยภูเขาที่สวยงามมากมาย มีภูเขาฮิระที่เป็นสถานที่ปิกนิกที่ได้รับความนิยม ถนนโอคุบิวะโกะเป็นถนนที่มีชื่อเสียงของทะเลสาบตอนเหนือ ส่วนทางตอนใต้นั้น เต็มไปด้วยโรงแรมและสถานที่พักตากอากาศชมทิวทัศน์ทะเลสาบ ทั้งจากชายฝั่งและด้วยการล่องเรือ

นอกจากชิงะจะมีธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกมากมาย โดยในขังหวัดชิงะมีสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติอยู่มากถึง 807 แห่ง สถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือปราสาทฮิโกะเนะ ปราสาทสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ปัจจุบันหอคอยของปราสาทยังได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ส่วนเมืองใกล้ๆอย่างนะงะฮะมะก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ นอกจากนี้ ยังมีศาลเจ้าฮิโยะชิและศาลเจ้าทะงะที่มีชื่อเสียงอีกเช่นกัน

ในบางช่วงของปีจะมีเทศกาลที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างเทศกาลแห่เรือฮิกิยะมะ ที่จะจัดขึ้น 10 แห่งในเมืองนะงะฮะมะ โอสึ ไมบะระ ฮิโนะ และมินะกุจิ โดยเทศกาลล่องเรือที่นะงะฮะมะในเดือนเมษายน จัดเป็นเทศกาลล่องเรือที่ใหญ่ที่สุดติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศญี่ปุ่น ส่วนเมืองฮิงะชิโอมิก็ยังจัดเทศกาลว่าวเป็นประจำในเดือนพฤษภาคมของทุกปีริมฝั่งแม่น้ำ

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]