จักรพรรดิเต้ากวง
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
| จักรพรรดิเต้ากวง |
|
|---|---|
| พระอิสริยยศ | สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรววรดิจีน |
| ราชวงศ์ | ชิง |
| รัชกาลก่อนหน้า | จักรพรรดิเจียชิ่ง |
| รัชกาลถัดไป | จักรพรรดิเสียนเฟิง |
| ข้อมูลส่วนพระองค์ | |
| พระราชสมภพ | 16 กันยายน ค.ศ.1782 พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง |
| สวรรคต | 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1850 ( 67 พระชันษา) พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง |
| พระราชบิดา | จักรพรรดิเจียชิ่ง |
| พระราชมารดา | จักรพรรดินีเซี่ยวซูรุ่ย |
| พระมเหสี | พระวรชายาหนิวฮูลู่ พระนางทังกิยา พระนางหนิวฮูลู่ พระมเหสีเบอร์จิกิต |
สมเด็จพระจักรพรรดิเต้ากวง (จีน: 道光; พินอิน: Dàoguāng) เป็นองค์ชายรองในจักรพรรดิเจี่ยชิ่ง เดิมมีพระนามว่า เหมี่ยนหนิง (綿寧) (แปลว่า อาทิตย์อัสดง) แต่ได้เปลี่ยนพระนามใหม่ภายหลังขึ้นครองราชย์ว่า หมิ่นหนิง (旻宁) (แปลว่า ท้องฟ้า หรือ จักรวาล)
จักรพรรดิเต้ากวง ประสูติจากมเหสีที่มีชื่อว่า จักรพรรดินีเซี่ยวซูรุ่ย(孝淑皇后) แต่พระมารดาได้สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่พระองค์ยังเยาว์วัย จักรพรรดิเจี่ยชิงพระราชบิดาจึงได้สถาปนาพระมเหสีองค์ใหม่ขึ้นเป็นจักรพรรดินีเซี่ยวเหอรุ่ย (孝和皇后) ซึ่งเป็นบุตรสาวขององนาลา ขุนนางพวกเดียวกับเหอเซิน ที่ทรงไม่ไว้วางพระทัย แต่ทรงทำไปด้วยด้วยเหตุผลทางการเมือง นั่นทำให้จักรพรรดิเต้ากวงเมื่อยังทรงพระเยาว์ก็ไม่โปรดในตัวพระนางด้วยเช่นกัน แม้จะมีศักดิ์เป็นพระมารดาเลี้ยงก็ตาม แต่ได้ทรงเปลี่ยนทัศนะที่มีต่อพระนางใหม่ เมื่อครั้งหนึ่งที่ได้เสด็จไปไหว้บรรพกษัตริย์ที่สุสานราชวงศ์ชิงด้วยกัน และได้มีโจรกบฏกลุ่มหนึ่งมาจับตัวพระองค์และพระนางไปพร้อมกับสามัญชนกลุ่มหนึ่ง พวกกบฏบังคับให้พระองค์และพระนางบอกว่าใครเป็นใคร หากเงียบ ก็จะให้จ้วงแทงพระนางด้วยมีด พระนางก็ปริปากเงียบไม่ยอมบอก นั่นจึงทำให้พระองค์ซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระนางเสี้ยวเหอมากและยอมรับพระนางในที่สุด
จักรพรรดิเต้ากวง ขึ้นครองราชย์ภายหลังการสวรรคตอย่างกะทันหันของจักรพรรดิเจี่ยชิ่ง ในปี พ.ศ. 2363 (ค.ศ. 1820) ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐานหลบร้อนไปยังเมืองเฉิงเต๋อ ซึ่งได้มีพระราชโองการแต่งตั้งไว้ในพินัยกรรม แต่เนื่องจากการที่สวรรคตในที่ห่างไกลเมืองหลวง จึงทำให้ องค์ชายสี่ เหมี่ยนซิน พระโอรสองค์เล็กพระนางเสี้ยวเหอของคัดค้านว่า เป็นพินัยกรรมปลอม และเตรียมการจะก่อกบฏ พระองค์จึงทรงวางแผนโยนไปให้พระนางเสี้ยวเหอตัดสินและได้ขอกำลังทหารส่วนหนึ่งมาคุ้มกัน ซึ่งพระนางเสี้ยวเหอได้ยอมรับว่า พินัยกรรมนั้นเป็นของจริง และได้พระราชทานอภัยโทษประหารองค์ชายเหมี่ยนซินไว้
ในรัชสมัยจักรพรรดิเต้ากวง ได้ทรงหาทางกำจัดขุนนางกังฉินและบรรดาขุนนางที่ไม่เอาการเอางาน จึงทำให้เหล่าขุนนางลับหลังจะนินทาพระองค์อยู่เสมอ ๆ และทำให้ขุนนางแบ่งแยกกันเป็นฝักเป็นฝ่ายต่างก็สนับสนุนพระโอรสอันเกิดจากพระมารดาที่เป็นชนเผ่าเดียวกับตน แต่พระองค์ก็ได้หาทางบริหารประเทศอย่างเต็มที่ ในรัชสมัยของพระองค์ประเทศเป็นปึกแผ่น ดูเหมือนเข้มแข็ง แต่ภายในอ่อนแออันเกิดจากการฉ้อราฎร์บังหลวงที่เป็นระบบกันมานานแต่สมัยจักรพรรดิเฉียนหลง ในรัชสมัยนี้พระองค์ได้ออกนโยบายให้ทุกคนในวังประหยัด โดยมีพระองค์เป็นแบบอย่าง และเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดคือ สงครามฝิ่นกับอังกฤษในปี พ.ศ. 2382 (ค.ศ. 1839) และ พ.ศ. 2383 (ค.ศ. 1840) ยุคล่าอาณานิคม ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และนำมาสู่การสูญเสียเกาะฮ่องกงและการล่มสลายของราชวงศ์ชิงในภายหลัง
จักรพรรดิเต้ากวงมีอุปนิสัยส่วนพระองค์คือ โปรดปรานปืนเป็นพิเศษ ได้สวรรคตในปี พ.ศ. 2393 (ค.ศ. 1850) และผู้ครองราชย์สืบไปคือ องค์ชายอี้จู่ภายหลังงขึ้นครองราชย์ใช้พระนามว่า จักรพรรดิเสียนเฟิง
พระบรมวงศานุวงศ์ [แก้]
- พระราชบิดา: จักรพรรดิเจี่ยชิ่ง
- พระราชมารดา: พระนางเสี้ยวซู
- พระมเหสี
- พระสนมเอก
- พระราชโอรส
- องค์ชายอี้เหวย
- องค์ชายอี้กัง
- องค์ชายอี้จี้
- องค์ชายอี้จู่
- องค์ชายอี้ฉง
- องค์ชายอี้ซิน
- องค์ชายอี้หวน
- องค์ชายอี้เหอ
- องค์ชายอี้ฮุ่ย
- พระราชธิดา
- พระราชธิดา 10 พระองศ์
- พระราชนัดดา
- องค์ชายไจ้ฉุน (จักรพรรดิถงจื้อ) พระโอรสในจักรพรรดิเสียนเฟิง
- องศ์ชายไจ้เถียน ( จักรพรรดิกวังซวี้) พระโอรสในองศ์ชายอี้หวน
- องศ์ชายไจ้เฟิง พระโอรสในองศ์ชายอี้หวน
- พระราชปนัดดา
- จักรพรรดิผู่อี๋ พระโอรสในองศ์ชายไจ้เฟิง
- ผู่เจี๋ย พระโอรสในองศ์ชายไจ้เฟิง
- ผู่เริ่น พระโอรสในองศ์ชายไจ้เฟิง
| สมัยก่อนหน้า | จักรพรรดิเต้ากวง | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| จักรพรรดิเจี่ยชิ่ง | จักรพรรดิจีน (พ.ศ. 2363 - พ.ศ. 2393) |
จักรพรรดิเสียนเฟิง |
|
|
||||||||