อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
| อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า | |
| — อุทยานแห่งชาติ — | |
|
|
|
| พิกัด: | 16°58′0″N 101°3′0″E / 16.96667°N 101.05000°E |
| ประเทศ: | |
| ที่ตั้ง: | จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเลย และจังหวัดพิษณุโลก |
| จัดตั้ง: | พ.ศ. 2527 |
| พื้นที่ • ความสูง |
102,000 ไร่ (307 ตร.กม.) 1,614 ม. (5,295 ฟุต) |
| นักท่องเที่ยว: | 138,400[1] คน (ปีงบประมาณ 2554) |
| ดูแลโดย: | สำนักอุทยานแห่งชาติ |
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (Phuhinrongkla National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 48 ของประเทศ และนับเป็นแห่งที่14 ของภาคเหนือ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 307 ตารางกิโลเมตร หรือ 102,000 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2527 ซึ่งตั้งครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของสามจังหวัด คือ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ภูหินร่องกล้าอันเป็นแหล่งกำเนิดของประวัติศาสตร์การสู้รบอันยาวนาน เป็นวีรกรรมของนักรบไทยที่เกิดขึ้น ณ ที่นี้ ตลอดจนสภาพสิ่งก่อสร้างในอดีตได้ถูกบันทึกเก็บรักษาไว้
เนื้อหา |
สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ [แก้]
สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน มีความสูงประมาณ 1,614 เมตร สภาพภูมิอากาศของภูหินร่องกล้า มีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี ในฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำมากประมาณ 0-4 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย และในฤดูฝนมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส
พรรณไม้และสัตว์ป่า [แก้]
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าปกคลุมด้วยป่าไม้ 3 ชนิด คือ ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขา แต่แม้ว่าอุทยานแห่งนี้จะมีป่าไม้ปกคลุมก็ตาม ในปัจจุบันไม่มีสัตว์ป่าขนาดใหญ่อาศัยอยู่ เพราะว่าปัจจุบันได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ ทำให้พบแต่นกบางชนิดเท่านั้น
สถานที่ท่องเที่ยว [แก้]
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีจุดเด่นทีน่าสนใจด้านต่างๆ แบ่งออกเป็น 2 ด้านคือ
- ด้านประวัติศาสตร์ ได้แก่ โรงเรียนการเมืองการทหาร, สำนักอำนาจรัฐ, หมู่บ้านมวลชน, โรงพยาบาล ทั้งหมดเป็นฐานปฏิบัติการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต
- ด้านธรรมชาติ ได้แก่ ลานหินแตก, ลานหินปุ่ม, ผาชูธง, น้ำตกหมันแดง, น้ำตกร่มเกล้าภราดร
การเดินทาง [แก้]
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากในตัวเมืองของพิษณุโลก ต้องไปตามเส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก ระยะทาง 68 กม. ถึงสามแยกบ้านแยง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่อำเภอนครไทย ระยะทาง 29 กม. และต้องเดินทางต่อด้วยรถสองแถวประมาณ 28 กม.
อ้างอิง [แก้]
- ↑ สถิติข้อมูลนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สืบค้นวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
||||||||||||||