สงครามกลางเมืองสเปน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สงครามกลางเมืองสเปน
เครื่องบินฝ่ายชาตินิยมทิ้งระเบิดกรุงมาดริดเมื่อ พ.ศ. 2479
วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2479
1 เมษายน พ.ศ. 2482
สถานที่ สเปนภาคพื้นทวีป สแปนิชโมร็อกโก สแปนิชสะฮารา หมู่เกาะคะเนรี
หมู่เกาะแบลีแอริก สแปนิชกินี
และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ผลการรบ ฝ่ายชาตินิยมได้รับชัยชนะ
ผู้ร่วมรบ
สาธารณรัฐสเปน
ด้วยการสนับสนุนจาก:
Flag of the Soviet Union สหภาพโซเวียต
กองพลน้อยนานาชาติ
Flag of สเปน สเปนชาตินิยม
ด้วยการสนับสนุนจาก:
Flag of อิตาลี อิตาลี
Flag of เยอรมนี เยอรมนี
ผู้บัญชาการ
มานวยล์ อาซาญา
คูเลียน เบสเตย์โร
ยูอิส กอมปานิส
ฟรันซิสโก ลาร์โก กาบาเยโร
ควน เนกริง
อินดาเลเซียว เปรียโต
ฟรันซิสโก ฟรังโก
กอนซาโล เกย์โป เด ยาโน
เอมีเลียว โมลา
โคเซ อันโตเนียว เด รีเบรา
โคเซ ซานคูร์โค
ควน ยากูเอ
ความสูญเสีย
แผนที่แสดงสถานการณ์การรบสงครามกลางเมืองสเปนเมื่อ พ.ศ. 2479
แผนที่แสดงสถานการณ์การรบสงครามกลางเมืองสเปนเมื่อ พ.ศ. 2479

สงครามกลางเมืองสเปน (Spanish Civil War พ.ศ. 2479-พ.ศ. 2482) เป็นการรบในประเทศสเปนที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านสาธารณรัฐสเปนที่ 2 (พ.ศ. 2474-พ.ศ. 2479) ได้แก่ "ฝ่ายนิยมสาธารณรัฐ" (Republicans) ประกอบด้วยกลุ่มมัชฌิมา กลุ่มสังคมนิยม กลุ่มคอมมิวนิสต์ รวมทั้งชาวคาตาลันและชาวบาสก์ที่หัวรักถิ่นและเป็นอนาธิปไตย กับ "ฝ่ายชาตินิยม" (Nationalists) ที่เป็นฝ่ายก่อการกบฏ รวมถึงพวกนิยมกษัตริย์ พวกการ์ลิสต์ (Carlists-กลุ่มการเมืองเก่าแก่ที่แตกสาขาจากราชวงศ์บูร์บง) พวกคาทอลิกหัวเก่า และพวกฟาสซิสต์ฟรังกิสต์ ซึ่งกองทัพสเปนเองก็ได้แตกแยกออกเป็นสองฝ่าย แต่ละฝ่ายก็พยายามระดมหาพันธมิตรต่างประเทศมาช่วยรบ ฝ่ายนิยมสาธารณรัฐดึงสหภาพโซเวียตและกองพลน้อยนานาชาติ (International Brigades) ที่ระดมโดยพวกโคมินเทิร์น (คือบุคคลที่เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แต่ไม่ใช่ในนามของพรรค) มากถึง 60,000 คน ส่วนฝ่ายชาตินิยมดึงพวกฟาสซิสต์จากอิตาลี และนาซีจากเยอรมนี

[แก้] ชัยชนะของฝ่ายกบฏ

ฝ่ายชาตินิยมหรือฝ่ายกบฏประสบความสำเร็จชนะสงครามกลางเมืองได้ เนื่องจากความสามารถในการรักษาดุลของการขอความช่วยเหลือ ความสามารถจากการเจรจาไม่เข้าแทรกแซงของประเทศประชาธิปไตยตะวันตก และจากความกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวของพันธมิตรได้มากกว่าฝ่ายตรงข้าม ทั้งนี้เป็นผลงานของนายพลฟรันซิสโก ฟรังโกที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ เมื่อแรกรบฝ่ายชาตินิยมต้องชะลอการเคลื่อนทัพลง แต่เพียงไม่นานในช่วงแรกของสงคราม (กรกฎาคม พ.ศ. 2479) ฝ่ายชาตินิยมก็สามารถยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือและบางส่วนของภาคตะวันตกเฉียงใต้ และในฤดูใบไม้ร่วงปีเดียวกันสามารถบุกถึงกรุงมาดริดแต่ก็ยึดไม่สำเร็จ ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2480 สามารถยึดเมืองมาลากาทางตอนใต้ เดือนมีนาคม-ตุลาคม พ.ศ. 2480 ยึดชายฝั่งตอนเหนือเดินทัพถึงชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และตัดกองทัพของฝ่ายนิยมสาธารณรัฐออกได้เป็นสองส่วนเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2481 ยึดแคว้นคาเทโลเนียได้ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2482 และในที่สุดสามารถเข้ายึดกรุงมาดริดและภาคใต้ของสเปนได้ทั้งหมดในเดือนถัดมา

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นายพลฟรังโกถูกต่อต้านอย่างหนักจากฝ่ายนิยมสาธารณรัฐ ศัตรูเก่าฝ่ายซ้ายที่ถูกจำคุกหลายพันคนและมีผู้ถูกประหารชีวิต ไประหว่าง 10,000-28,000 คน ฝ่ายนิยมสาธารณรัฐที่เหลือต่างพากันหนีไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศสและประเทศเม็กซิโก ผลจากสงครามกลางเมืองทำให้นายพลฟรังโกได้ปกครองประเทศสเปนโดยระบอบเผด็จการจนถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2518 แต่ก่อนหน้านั้น 6 ปีฟรังโกได้ประกาศตัวทายาททางการเมืองโดยให้ เจ้าชายควน การ์โลส (Juan Carlos) พระราชนัดดาของกษัตริย์องค์สุดท้ายขึ้นครองราชย์ฟื้นระบอบกษัตริย์ขึ้นมาใหม่

[แก้] อ้างอิง

  • Chambers Dictionary of World History, Chambers Harrap, New York 2000
  • Spanish Civil War: วิกิพีเดียภาษาอังกฤษ

เครื่องมือส่วนตัว