ราชอาณาจักรแซกโซนี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Kingdom of Saxony
Königreich Sachsen
ราชอาณาจักรแซกโซนี
ราชอาณาจักร

ค.ศ. 1806ค.ศ. 1918
ธง ตราแผ่นดิน
เพลงชาติ
Sachsen Hymne
ราชอาณาจักรแซกโซนีภายในจักรวรรดิเยอรมัน
เมืองหลวง เดรสเดิน
ภาษา ภาษาเยอรมัน
รัฐบาล ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
พระเจ้าแผ่นดินแห่งแซกโซนี
 - ค.ศ. 1806-1827 ฟรีดิช ออกัสตัสที่ 1 (องค์แรก)
 - ค.ศ. 1904-1918 ฟรีดิช ออกัสตัสที่ 3 (องค์สุดท้าย)
ประวัติศาสตร์
 - สถาปนา ค.ศ. 1806
 - การรวมตัวของ สาธารณรัฐไวมาร์ ค.ศ. 1918
ขนาดพื้นที่
 - ค.ศ. 1910 14,993 กม.2 (5,789 ตร. ไมล์)
ประชากร
 - ค.ศ. 1910 ประเมิน 4,806,661 
     ความหนาแน่น 320.6 /km2  (830.3 /sq mi)
ราชอาณาจักรแซกโซนี ในปี ค.ศ. 1900

ราชอาณาจักรแซกโซนี (เยอรมัน: Königreich Sachsen ; อังกฤษ: Kingdom of Saxony) เป็นราชอาณาจักรตั้งอยู่ในบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐเช็กในปัจจุบันระหว่างปี ค.ศ. 1806 ถึงปี ค.ศ. 1918 โดยมีพระเจ้าฟรีดิช ออกัสตัสที่ 1 แห่งแซกโซนีแห่งราชวงศ์เวททินเป็นกษัตริย์องค์แรก และพระเจ้าฟรีดิช ออกัสตัสที่ 3 แห่งแซกโซนีแห่งราชวงศ์เวททินเป็นกษัตริย์องค์สุดท้าย ราชอาณาจักรแซกโซนีเป็นราชรัฐอิสระหลังสมัยนโปเลียนและเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิเยอรมันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1871 ก่อนที่จะถูกกลืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐไวมาร์ในปี ค.ศ. 1918 หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เมืองหลวงตั้งอยู่ที่เดรสเดิน ในปัจจุบันราชอาณาจักรแซกโซนีคือเสรีรัฐแซกโซนีของประเทศเยอรมนี

สมัยนโปเลียนและสหพันธ์รัฐเยอรมัน[แก้]

ก่อนปี ค.ศ. 1806 แซกโซนีเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จักรวรรดิที่มีอายุพันปีที่พยายามรวมตัวกันเป็นอาณาจักรที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแต่กลับกลายมาเป็นรัฐที่แตกแยกกันออกไป ในฐานะนครรัฐอิเล็กเทอเรต (electorate) เจ้าผู้ครองแซกโซนีจึงมีตำแหน่งเป็นเจ้าชายผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (prince-elector) จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์เป็นเวลาหลายร้อยปี เมื่อจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ถูกยุบเลิกหลังจากการพ่ายแพ้ของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ต่อจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศสในยุทธการที่เอาสเตอร์ลิทซ์ (Battle of Austerlitz) อิเล็กเทอเรตแซกโซนีก็ได้รับเลื่อนขึ้นเป็นราชอาณาจักรอิสระโดยการสนับสนุนของฝรั่งเศสประเทศมหาอำนาจของยุโรปในเวลานั้น เจ้าชายอีเล็คเตอร์องค์สุดท้ายของแซกโซนีก็ได้เป็นพระเจ้าเฟรดริค ออกัสตัสที่ 1 แห่งแซกโซนี

หลังจากการพ่ายแพ้ของราชอาณาจักรปรัสเซียพันธมิตรของแซกโซนีในยุทธการที่เยนาในปี ค.ศ. 1806 แซกโซนีเข้าร่วมสมาพันธรัฐลุ่มแม่น้ำไรน์ (Confederation of the Rhine) จนกระทั่งสมาพันธรัฐถูกยุบเลิกในปี ค.ศ. 1813 เมี่อนโปเลียนพ่ายแพ้ในศึกไลพ์ซิจ หลังสงครามซึ่งแซกโซนีเกือบจะเป็นรัฐเยอรมันรัฐเดียวที่ต่อสู้ร่วมกับฝรั่งเศส พระเจ้าฟรีดิช ออกัสตัสถูกบังคับให้สละราชสมบัติโดยพันธมิตร และยกแซกโซนีให้รัสเซียยึดครองและบริหาร การกระทำเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะปรัสเซียต้องการที่จะยึดครองแซกโซนีมากกว่าที่จะเป็นการลงโทษพระเจ้าฟรีดริช ออกัสตัส อนาคตของแซกโซนีจึงมีส่วนสำคัญในการประชุมใหญ่แห่งเวียนนา (Congress of Vienna) ผลสุดท้าย ร้อยละ 40 ของอาณาจักรรวมทั้งวิทเทนบูร์กซึ่งส่วนสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เป็นที่เกิดของการปฏิรูปศาสนาของนิกายโปรเตสแตนต์ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรปรัสเซีย แต่ฟรีดริช ออกัสตัสได้รับการสถาปนาคืนเป็นผู้ครองแซกโซนีตามเดิม ซึ่งยังรวมทั้งเมืองเดรสเดินและไลพ์ซิจ ราชอาณาจักรรวมตัวกับสมาพันธรัฐเยอรมัน (German Confederation) ซึ่งเป็นสมาพันธรัฐใหม่ของกลุ่มนครรัฐเยอรมันแทนที่ก่อตั้งขึ้นแทนที่จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

สงครามออสเตรีย-ปรัสเซียและจักรวรรดิเยอรมัน[แก้]

ในปี ค.ศ. 1866 ระหว่างสงครามออสเตรีย-ปรัสเซีย แซกโซนีเป็นพันธมิตรกับออสเตรียที่นำกองกำลังจากแนวแซกโซนีเข้าช่วยออสเตรียที่โบฮีเมีย การช่วยเหลือครั้งนี้ทำให้แซกโซนีรอดจากการยึดครองของปรัสเซียเช่นนครรัฐทางเหนือของเยอรมนีเช่นราชอาณาจักรฮาโนเวอร์ หลังสงคราม ออสเตรียสนับสนุนมิให้ปร้สเซียยึดครองแซกโซนีซึ่งปรัสเซียก็ยินยอม แต่อย่างไรก็ตามแซกโซนีก็เข้าร่วมในสมาพันธรัฐเยอรมันเหนือนำโดยปรัสเซียในปีต่อมา เมื่อปรัสเซียได้รับชัยชนะต่อฝรั่งเศสในสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย ในปี ค.ศ. 1871 สมาชิกในสมาพันธรัฐถูกรวมกันเป็นจักรวรรดิเยอรมันโดยออทโท ฟอน บิสมาร์คโดยมีพระเจ้าวิลเฮล์มที่ 1 แห่งปรัสเซียเป็นจักรพรรดิองค์แรก การรวมตัวครั้งนี้ทำให้พระเจ้าจอห์นที่ 1 แห่งแซกโซนีกลายเป็นเจ้าผู้ครองอาณาจักรระดับรองซึ่งมีอำนาจเฉพาะบางส่วนเช่นการสร้างสัมพันธไมตรีกับรัฐอื่น ๆ

การสิ้นสุดของอาณาจักร[แก้]

พระนัดดาจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 1 แห่งจักรวรรดิเยอรมนี จักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 แห่งเยอรมนี สละราชสมบัติใน ปี ค.ศ. 1918 เมื่อจักรวรรดิเยอรมนีพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ติดตามด้วยการสละราชสมบัติของพระเจ้าฟรีดิชออกัสตัสที่ 3 แห่งแซกโซนี ซึ่งทำให้แซกโซนีกลายเป็นเสรีรัฐแซกโซนี ภายในสาธารณรัฐไวมาร์ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น ดังนั้นจึงเป็นการสิ้นสุดของราชอาณาจักรแซกโซนีอย่างเป็นทางการ

ดูเพิ่ม[แก้]