มาริโอ้ เมาเร่อ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มาริโอ้ เมาเร่อ

รางวัลสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส 2007
ชื่อจริง มาริโอ้ เมาเร่อ
ชื่อเล่น โอ้
เกิด 4 ธันวาคม พ.ศ. 2531 (อายุ 19 ปี)
Flag of ไทย กรุงเทพ ประเทศไทย
ชื่ออื่น ณัฐวุฒิ, ไอ้แว่น[1]
อาชีพ นักแสดง, นายแบบ, นักร้อง
ปีที่แสดง 2547-ปัจจุบัน
ผลงานเด่น โต้ง รักแห่งสยาม
พ.ศ. 2550
แนวเพลง ฮิปฮอป
ค่าย N.Y.U.CLUB
ส่วนเกี่ยวข้อง PsyCho & Lil'Mario
รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง
นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
พ.ศ. 2550 - รักแห่งสยาม (เข้าชิง)
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
เว็บทางการ

มาริโอ้ เมาเร่อ (Mario Maurer) (ชื่อเล่นว่า โอ้) เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2531[2] เป็นนักแสดงชาวไทย พออายุ 16 ปี ได้รับการติดต่อกับโมเดลลิงที่สยามสแควร์ ไปถ่ายงานโฆษณาเริ่มจากงานถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา อย่าง โฆษณาเอ็กซิท โรลออน ขนมแจ็ค เดอะพิซซ่าคอมปานี และยังได้ถ่ายแบบอยู่เรื่อย ๆ อย่าง เธอกับฉัน และหนังสือวัยรุ่นอีกหลายเล่ม[3] และถ่ายมิวสิกวิดีโอ อีกหลายตัวเช่น กุญแจที่หายไป ของ ปาล์มมี่ ,ปากดีขี้เหงาเอาแต่ใจ ของ มิล่า เป็นต้น

จนในปี 2550 มีผลงานสร้างชื่อจากภาพยนตร์ไทยเรื่อง รักแห่งสยาม ซึ่งจากบทบาท "โต้ง" ใน รักแห่งสยาม นี้ ทำให้มาริโอ้ ได้รับจากภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม มาริโอ้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากนิตยสารสตาร์พิกส์ และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลเอเชียนฟิล์ม สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor) อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิงครั้งที่ 16 ประจำปี 2550 ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และรางวัลสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส ครั้งที่ 6 ในสาขาผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

[แก้] ชีวิตช่วงแรก

มาริโอ้ เมาเร่อ เกิดเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2531 ที่ประเทศไทย มาริโอ้มีชื่อภาษาไทยว่า ณัฐวุฒิ เข้าเรียนอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลลีนา[4] ระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษา ที่ โรงเรียนเซนต์ดอมินิก[2] และศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่คณะมนุษยศาสตร์ เอกสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง[1] ในช่วงที่มาริโอ้เลือกเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา เป็นช่วงเวลาขณะที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม ก็มีการโต้เถียงกับแม่เรื่องมหาวิทยาลัยที่จะเลือกเรียน โดยทางคุณแม่อยากให้เลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แต่สุดท้ายมาริโอ้ก็ตัดสินใจเลือกเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพราะต้องทำงานไปด้วย และอยากหาเงินช่วยที่บ้าน อีกทั้งค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า[5]

ครอบครัวของมาริโอ้ค่อนข้างมีปัญหาทางด้านการเงิน[4] พออายุได้ 16 ปี ได้เจอกับโมเดลลิ่งชื่อ โกโก้[6] (ปัจจุบันเป็น ผู้จัดการส่วนตัว)[7] ที่สยามสแควร์และเป็นคนแรกที่ชักชวนไปถ่ายแบบ เมื่อเห็นตรงนี้เป็นโอกาส และเป็นโอกาสที่ดีจะได้หาเงินไปช่วยที่บ้านด้วยจึงตัดสินใจรับงาน[4] โดยครั้งแรกเป็นการถ่ายแบบจากหนังสือเดอะบอย สไตล์ชุดทหาร[8] และผลงานที่สร้างชื่อเสียงครั้งแรกกับผลงานโฆษณาตัวแรก คือ เอ็กซิท โรลออน[8] ซึ่งได้เงินมาก้อนแรก 7 หมื่นบาท[4] และยังมีโฆษณาอื่นอย่าง ขนมแจ็ค เดอะพิซซ่าคอมปานี และยังได้ถ่ายแบบอยู่เรื่อย ๆ อย่าง เธอกับฉัน และหนังสือวัยรุ่นอีกหลายเล่ม และถ่ายมิวสิกวิดีโออีกหลายตัวเช่น กุญแจที่หายไป ของ ปาล์มมี่, ปากดีขี้เหงาเอาแต่ใจ ของ มิล่า เป็นต้น[2]

[แก้] รักแห่งสยาม

สัมภาษณ์ร่วมกับทีมนักแสดงและผู้กำกับเรื่อง รักแห่งสยาม
สัมภาษณ์ร่วมกับทีมนักแสดงและผู้กำกับเรื่อง รักแห่งสยาม

ในปี 2550 ถือเป็นปีแจ้งเกิดของมาริโอ้ โดยมีคนติดต่อเข้ามาและส่งบทสั้นๆ ภาพยนตร์ รักแห่งสยาม มาให้ดู มาริโอ้จึงลองไปทดสอบการแสดง จนได้รับบทตัวเอกในภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม ของชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ซึ่งชูเกียรติให้ความเห็นที่รับมาริโอ้มาเล่นเพราะ ชอบแววตา สามารถสื่ออารมณ์ผ่านแววตาได้ดี[6] สำหรับด้านการแสดงก่อนหน้านั้นก็เคยเรียนการแสดงมาบ้าง ที่สมาคมผู้กำกับ แล้วพอได้มาเล่นก็ต้องไปเวิร์คชอปกับนักแสดงอื่น[9] ภาพยนตร์เรื่องนี้ มาริโอ้ รับบทเป็น "โต้ง" เด็กชายวัยรุ่น ชั้น ม.6 ที่กำลังมีความสับสนกับการเลือกทางเดินในชีวิต[10] ในระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์ มาริโอ้ยังได้ทำผลงานเพลงใต้ดิน แนวฮิปฮอป[11] ร่วมกับพี่ชายของเขา มาร์โค เมาเร่อ ในนาม PsyCho & Lil’Mario กับอัลบั้มแรก PsyCho & Lil’Mario:Dem Crazy Boyz สังกัด N.Y.U.CLUB ออกวางขายเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2550[12] เป็นอัลบั้มเพลงภาษาอังกฤษล้วน โดยมาริโอ้ทำหน้าที่เป็นไฮพ์แมน (hypeman) ในอัลบั้มนี้[13] ซึ่งเคยได้ขึ้นร้องโชว์ในงานแฟตเฟสติวัลอีกด้วย[14]

หลังจากภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม ออกฉาย ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกระทู้มากมายตามเว็บไซต์ชื่อดังต่างๆ หรือตามเว็บบอร์ดยอดฮิตของอีกหลายๆ เว็บไซต์[15] รวมถึงมีการตั้งคำถามขึ้นว่า มาริโอ้เป็นเหมือนในหนังหรือไม่ มาริโอ้ให้คำตอบว่า "คงมีคนอินอยู่แล้ว แต่ถ้าใครที่ติดตามผลงานของโอ้จะรู้ว่าเราไม่ใช่ โอ้เป็นนักแสดง เมื่อผู้กำกับสั่งโอ้ก็เป็น "โต้ง" แต่พอผู้กำกับสั่งคัต โอ้ก็เป็นโอ้ จริงๆ มันก็มีคนเข้ามาถามเลย ว่าโอ้เป็นเกย์หรือเปล่าเนี่ย ถ้าคนรู้จักเรา จะรู้ว่าโอ้ไม่ใช่แน่นอน โอ้ชอบผู้หญิงแน่นอน"[3] มาริโอ้ก็พูดถึงฉากที่มีคนพูดถึงมากนี้ว่า "แต่ก็ต้องยอมรับว่าฉากจูบเป็นฉากที่ยากฉากนึง ที่ผมต้องทำสมาธิมากๆ และทีมงานก็ต้องพยายามบิ้วท์ ให้เราเครียดๆ เข้าไว้ ตอนถ่ายใจนึงก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนไม่ใช่ตัวเรา แต่แม่ผมสอนมาว่าเรามาทำงาน เราเป็นนักแสดง ถ้าเราทำไปแบบครึ่งๆ กลางๆ แสดงอาการหวั่นกลัวออกมาให้เห็น คนดูก็จะไม่เชื่อ ผมเลยทำทุกอย่างให้มันเต็มที่"[16]

รางวัลที่ได้รับจากภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม มาริโอ้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากนิตยสารสตาร์พิกส์ ซึ่งได้เสียงวิจารณ์การแสดงจากภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า "เนื่องจากบุคลิกนิ่งๆ คำพูดคำจาน้อยๆ แต่เขากลับเผยทุกอย่างผ่านแววตาอันสับสน หวาดกลัว ซ้ำถูกความหงอยเหงาเข้าปกคลุมชีวิตมาเนิ่นนาน แม้ดูเหมือนไม่หวือหวาอะไร แต่มาริโอ้คือคนที่ทำให้หนังเรื่องนี้ระทมจนขยี้ใจผู้ชมเป็นผุยผง โดยการแสดงแบบ 'น้อยได้มาก'"[17] และในด้านงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฮ่องกง พ.ศ. 2551 มาริโอ้ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอเชียนฟิล์ม สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor)[18] แต่พ่ายให้กับ SUN Honglei นักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง Mongol[19] อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิงครั้งที่ 16 ประจำปี 2550 ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม[20] รางวัลสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส ครั้งที่ 6 ที่จัดโดยสมาคมนักข่าวบันเทิง ในสาขาผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม[21] แต่พ่ายให้กับอัครา อมาตยกุล จากภาพยนตร์เรื่อง ไชยา ทั้ง 2 รางวัล[22][23]

[แก้] 2551 และ อนาคต

ในปี 2551 มาริโอ้กำลังจะมีผลงานเรื่อง เฟรนด์ชิพ...เธอกับฉัน ของค่ายไรท์ บิยอนด์ กำกับโดย ไรท์ เบรนทีม[24]เป็นเรื่องราวเมื่อราว 25 ปีก่อน[25] โดยมาริโอ้เล่นเป็นพระเอกตอนเด็ก[26] รับบทเป็นสิงหา เด็ก ม.6 ที่ชอบนางเอกที่ชื่อ มิถุนา โดยร่วมแสดงกับเจตริน วรรธนะสินและอภิญญา สกุลเจริญสุข[27] นอกจากนี้ยังมีผลงานเป็นซีดีสอนภาษาอังกฤษ เป็นรายการถ่ายชีวิตประจำวันของมาริโอ้ มีลักษณะคล้ายๆ กับหนังสั้น[28]

สำหรับงานในอนาคต มีข่าวเขียนลงในนิตยสารสตาร์พิกส์ว่า มาริโอ้จะร่วมเล่นแสดงกับอภิญญา สกุลเจริญสุข อีกในภาพยนตร์ของบัณฑิต ฤทธิถกล ในภาพยนตร์บุญชูภาคใหม่ ของค่ายไฟว์สตาร์[29] ในบท บุญโชค ลูกของบุญชู ซึ่งบัณฑิต ฤทธิถกล ได้ทาบทามมาริโอ้และได้แคสติ้งจนผ่านเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยกเลิกและหานักแสดงหน้าใหม่แทน[30] มาริโอ้ตอบปฏิเสธรับบทลูกของบุญชู พร้อมแจงเหตุผลว่า คิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับบทบาทตัวละครนี้ พร้อมทั้งกราบขอโทษทางผู้ใหญ่แล้วที่ไม่สามารถรับเล่นได้[31] และยังมีข่าวคราวว่าจะเป็นพระเอกในภาพยนตร์รักสามเส้า ให้กับโมโนฟิล์ม[32] เรื่อง รูมเมท กำกับโดย ปิติ จตุรภัทร์ ที่มีข่าวว่ามีเนื้อเรื่องแนวภาพยนตร์เรื่อง ทรีซัม ภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2537 กำกับโดย แอนดรู เฟลมมิง[33] รับบทเป็นเด็กวัยรุ่นเล่นดนตรีอย่างกีตาร์[34] ส่วนงานละคร มีผู้จัดทางช่อง 3 เรียกเข้าไปคุย แต่ตัดสินใจว่ายังไม่รับ โดยให้เหตุผลว่า ยังไม่พร้อม และยังมีเรื่องการเรียนมาก่อน[35] ด้านการงาน ไม่ว่าจะเป็นสังกัดค่ายหนังหรือละคร มาริโอ้ยังไม่ได้สังกัดค่ายใด แต่รับงานอิสระ[36] และงานอื่น ยังมีข่าวว่าอาจจะมีผลงานพ็อกเก็ตบุ๊กออกมาเร็วๆ นี้[37]

[แก้] ชีวิตส่วนตัว

[แก้] ครอบครัวและความสัมพันธ์

ผลงานอัลบั้มชุด PsyCho & Lil’Mario:Dem Crazy Boyz ที่ทำงานร่วมกับพี่ชาย มาร์โค
ผลงานอัลบั้มชุด PsyCho & Lil’Mario:Dem Crazy Boyz ที่ทำงานร่วมกับพี่ชาย มาร์โค

มาริโอ้ เป็นลูกครึ่ง ไทย-จีน-เยอรมัน มีคุณพ่อชื่อโรแลนด์ (ชาวเยอรมัน) เปิดโรงงานทำสารส้มส่งออกอยู่ที่ จ.นครนายก กับคุณแม่ชื่อวรัญญา (ไทย-จีน) โดยมาริโอ้ถูกเลี้ยงมาแบบไทยผสมฝรั่ง คือคุณพ่อจะเลี้ยงแบบตามใจ ส่วนคุณแม่จะมีกรอบ แต่ค่อนข้างมีความเป็นไทยสูง[3] มาริโอ้สนิทสนมกับคุณพ่อและคุณแม่ เวลาว่างก็จะนั่งคุยกันทุกเรื่อง รวมทั้งเรื่องความรักด้วย[6] และถึงแม้มาริโอ้จะเป็นลูกครึ่ง จีน-เยอรมัน ก็สามารถพูดภาษาไทยได้ชัดถ้อยชัดคำ เพราะโตมาในเมืองไทยโดยตลอด แต่ไม่สามารถพูดภาษาเยอรมันและภาษาจีนได้ แม้จะเคยเข้าเรียนภาษาจีนกลางมาบ้าง[14] ส่วนเรื่องศาสนา คุณแม่นับถือศาสนาพุทธ ส่วนมาริโอ้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก แต่ตอนเด็กๆ อายุ 12 ปี แม่เคยพาไปบวชเณร 20 วัน แต่ตอนนี้มาริโอ้นับถือคริสต์แล้ว[38]

มาริโอ้มีพี่ชายอยู่ 1 คน ชื่อมาร์โค อายุห่างกัน 5 ปี (เกิดประเทศเยอรมนี)[8] เป็นศิลปินฮิปฮอป ที่ใช้นามแฝงว่า PsyCho[39] ซึ่งมาริโอ้ก็สนิทกับมาร์โคมาก คอยช่วยเหลือและปกป้องคนที่จะมาคอยแกล้งมาตั้งแต่เด็กๆ[40]

ทางด้านความสัมพันธ์ มาริโอ้ยอมรับกลายๆ ว่ามีเพื่อนผู้หญิงที่สนิทสนมด้วยคือ "กุ๊บกิ๊บ" สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย ซึ่งเป็นสมาชิกวงดนตรีแนวป็อป "เบบี้ บูทตี้" ซึ่งมีรูปควงกันไปไหนมาไหน ตามหนังสือกอสซิป และรูปที่หลุดออกจากอินเทอร์เน็ต ทางด้านสุมณทิพย์ให้สัมภาษณ์ในช่วงเดือนมีนาคม 2551 ไว้ว่า "กับโอ้เป็นเพื่อนที่สนิทคนหนึ่ง สาเหตุที่เรารู้จักกันนั้น เพราะเพื่อนแนะนำ รู้จักกันมา 5 ปีแล้ว ตอนนี้ยังไม่อยากรีบใช้คำว่าแฟน เพราะยังเด็กด้วยกันทั้งคู่"[41]

[แก้] ความสนใจ

ตอนเด็ก อาชีพที่มาริโอ้ใฝ่ฝันอยากจะเป็นคือ เป็น ทหาร ตำรวจ หรือ หน่วย S.W.A.T. ไม่เคยมีความคิดที่จะเข้าวงการบันเทิง จนได้เข้าสู่วงการ[42] ส่วนในเวลาว่าง สถานที่ที่มาริโอ้ไปเดินเล่นบ่อยๆ เช่น สยามสแควร์ ดูพวกเสื้อผ้า รองเท้า[43] และในคืนวันเสาร์ก็นัดเพื่อนไปเดินเล่นตลาดมืด คลองถม หาของเล่นฮิปฮอป พวกโมเดลตุ๊กตา มาริโอ ซิมป์สัน[44]ชอบเล่นเกมและมาริโอ้ยังใช้เวลาว่างไปเล่นกีฬาผาดโผน อย่างสเก็ตบอร์ด[45] ซึ่งมาริโอ้มักจะไปเล่นสเกตบอร์ดที่อุทยานเบญจสิริ ข้างเอ็มโพเรี่ยม [8] ในสมัยก่อนเข้าวงการ จะเล่นทุกวันกับพวกเพื่อนๆ ประมาณ 10-20 คน เล่นกันตั้งแต่เที่ยงถึง 3 ทุ่ม[46] และชอบในการแต่งตัวสไตล์เด็กสเก็ต[14] และยังชอบดนตรีในแนวเพลงฮิปฮอป เริ่มฟังมาตั้งแต่ชั้น ป.6[8] โดยจะฟังในช่วงตอนเช้าตอนไปโรงเรียน และยังชอบดาวน์โหลดมิวสิกวิดีโอต่างประเทศมาดูบ่อยๆ แล้วก็เต้นตาม เมื่อเวลาออกเล่นคอนเสิร์ตกับพี่ชาย ก็จะได้ท่าใหม่ๆ มาเรื่อย ๆ[47] ความชื่นชอบในวัฒนธรรมฮิปฮอป มาริโอ้เรียกว่า "เข้าขั้นบ้า" และรักเป็นชีวิตจิตใจ ครั้งหนึ่งดูภาพยนตร์เรื่อง 8 Mile ภาพยนตร์เกี่ยวกับนักร้องเพลงแร็ป นำแสดงโดยเอ็มมิเน็ม มาริโอ้เล่าให้ฟังว่า เมื่อดูแล้วถึงขนาดขนลุก น้ำตาซึม เลยทีเดียว[44] ส่วนศิลปินแนวฮิปฮอปที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ เช่น โจอี้ บอย ,ดาจิม, ทูแพ็ก แอลแอล คูล เจ และ ที.ไอ.[48] นอกจากนี้ยังฟังเพลงไทยสากลประเภทอื่น อย่างในตอนเด็กจะฟัง อนันต์ บุญนาค และ วงหินเหล็กไฟ เป็นต้น[46]

ส่วนงานอดิเรกอย่างอื่น มาริโอ้ยังชอบเลี้ยงปลากัดประเภทสวยงาม ตั้งแต่เด็ก ๆ เคยเลี้ยงจำนวนมากสุดถึง 70 ตัว และเอาไปประกวดได้ถ้วยรางวัลระดับประเทศมาแล้วด้วย[47] นอกจากปลากัดแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เลี้ยงปลามาหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ปลาออสการ์ ปลาหมอ ปลาตะเพียน หรือปลาทอง[6] แต่ปัจจุบันไม่ได้เลี้ยงแล้ว เนื่องจากไม่มีเวลา

[แก้] บุคลิกและนิสัย

นิสัยของมาริโอ้ มาริโอ้จะเป็นคนรักธรรมชาติ เพราะคุณพ่อที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือและชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับธรรมชาติ จึงทำให้ชอบธรรมชาติเหมือนกัน มาริโอ้เป็นคนค่อนข้างพูดน้อย เป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยกล้าพูด กล้าแสดงออก[42] ตอนเด็กๆ ยังมีนิสัยดื้อเงียบ ถ้าใครบอกว่าไม่ให้ทำอะไรจะชอบแอบทำ อย่างเช่น ถ้าไม่ให้เล่นปะทัดก็จะแอบซื้อมาจุด ไม่ให้ขี่จักรยานไปไกลๆ ก็จะขี่ไป[6] และเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ถ้าไม่รู้จักกันจะมองว่าเป็นคนหยิ่ง จะนั่งเงียบๆ ไม่คุยด้วย แต่ถ้าสนิทด้วย จะพูดทั้งวัน[44] มาริโอ้พูดถึงตัวเองเรื่องนิสัยส่วนดี อย่างเช่น เป็นคนที่เข้ากับคนง่าย ทำให้ไม่มีปัญหาเวลาทำงาน และเป็นคนพูดจาไพเราะ ส่วนนิสัยที่อยากแก้ไขคือ เป็นคนนอนขี้เซา ชอบตื่นสาย[14]

[แก้] ภาพลักษณ์และกับสื่อบันเทิง

[แก้] ภาพลักษณ์

มาริโอ้ เมาเร่อ รอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง 3 อหังการ์ เจ้าสุริยา
มาริโอ้ เมาเร่อ รอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง 3 อหังการ์ เจ้าสุริยา

จากกระแสตอบรับที่ดีจากภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม ในบทบาทชายรักชาย จึงได้กระแสตอบรับที่ดีจากเกย์เป็นจำนวนมาก มาริโอ้เคยกล่าวว่าแฟนคลับของมาริโอ้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง[3][49] มาริโอ้ให้ความเห็นว่า "ก็รู้สึกดีครับ ผมก็ไม่ได้แอนตี้เกย์ หรือกะเทยอยู่แล้ว เค้าก็เป็นคนในสังคมเหมือนกัน มีหัวใจเหมือนกัน ไม่ว่าใครจะชอบผม จะเพศไหนก็ไม่สำคัญ ผมก็ชอบหมดแหละครับ เค้าก็มีความน่ารักในแบบของเค้านะ"[50] แต่ก็มีกระแสตอบรับไม่ดีบ้าง มาริโอ้เล่าว่า ไปเดินตลาดแถวบ้าน เจอคนที่ไม่ชอบบทบาทในภาพยนตร์ พอเดินผ่านไป ก็มีเสียงตะโกนไล่หลังว่า "ไอ้เกย์"[42]

เนื่องจากเป็นคนพูดน้อย จึงมีข่าวออกมาว่า "หยิ่ง" มาริโอ้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า "โอ้เพิ่งจะเข้ามาในวงการนี้ได้ไม่นาน ก็พยายามทำให้ดีที่สุดครับ อาจจะไม่ค่อยพูดแต่ก็พยายามฝึกและพยายามปรับตัวอยู่ครับ"[51] และพูดเสริมในอีกสัมภาษณ์หนึ่งว่า "โอ้เป็นตัวโอ้ ไม่ได้หยิ่ง แฟนคลับโอ้เข้าถึงได้ โอ้ก็เหมือนเดิม"[36][52]

[แก้] มาริโอ้กับสื่อบันเทิง

ในวันหนังไทย ประจำปี พ.ศ. 2551 ที่มีการประกาศรางวัลสุดสุดแห่งปี 2550 มาริโอ้ได้รางวัลดาราชายหน้าใหม่ที่มาแรงแบบสุด ๆ [53]

สำหรับข่าวในสื่อบันเทิง จากภาพลักษณ์เกย์ มาริโอ้มีข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทำนองมีความสัมพันธ์กับชายอื่น อย่าง ช่วงวิทย์ รัตนชำนอง นักร้องเพลงลูกทุ่ง[54], ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ รักแห่งสยาม[55] และ สิทธิกร บุญฉิม (เสี่ยอู๊ด) ผู้จัดสร้างพระเครื่องชื่อดัง ซึ่งมาริโอ้ก็ออกมาปฏิเสธเรื่องความสัมพันธ์ดังกล่าว นอกจากนั้นยังมีเรื่องราวข่าวไม่จริง เสียหาย ของมาริโอ้ ที่ถูกโพสต์ทางอินเทอร์เน็ต หรือเนื้อหาทางสื่อบันเทิง จนมาริโอ้แสดงความรู้สึกว่า "โอ้เข้าใจว่า คนเราต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์กันบ้าง แต่การพูดกันแรงๆ ว่ากัน มันเป็นการบั่นทอนจิตใจ ทำให้ไม่มีกำลังใจ[56] เรื่องการนำเสนอข่าว มาริโอ้จะคิดมากเรื่องของข่าว แต่จะเป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวเองและเป็นคนมองโลกในแง่ดี ถึงแม้จะมีข่าวไม่ดีออกมา แต่เขาก็บอกว่าก็มีคนให้การตอบรับเขาดีมาก[57] แต่ก็รู้สึกเข้าใจ "เราทำงานทางด้านนี้ก็ต้องมีข่าวอยู่แล้ว มันต้องคู่กันไป แต่ผมไม่ท้อ ถ้าข่าวดีก็ดีไป แต่ถ้าข่าวไม่ดีเราก็เอามาดูว่าจริงหรือเปล่า ถ้าไม่จริงเราก็ไม่สน"[58] กระแสข่าวต่างๆ ที่ออกมาในสื่อบันเทิง เป็นเรื่องเกย์และเรื่องการคบหากับกุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ เป็นส่วนใหญ่[59]

[แก้] กิจกรรมการกุศลและการรณรงค์

มาริโอ้ มีส่วนร่วมในกิจกรรมการกุศล อย่างเช่นเมื่อครั้งประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม ที่ร่วมหารายได้ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ไม่ว่าจะร่วมทำกระปุกออมสินรูปหัวใจ ในรูปแบบเปเปอร์มาร์เช่ต์ ให้คนดูหนังได้บริจาคเงิน และคอนเสิร์ต "รักแห่งสยาม Nokia Music Presents The Love of Siam Special Greeting" ที่หารายได้เพิ่มเติมเข้ามูลนิธิ[60]อีกทั้งยังร่วมกิจกรรมของ นิตยสารสุดสัปดาห์ ฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 26 ในโครงการ "คนหล่อ ขอทำดี"[61] โดยนำเงินจำนวน 20,000 บาทไปทำดีแก่ผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาส[62] และมาริโอ้ได้ร่วมงาน “Power of Love for Better Life” เป็นการหารายได้สนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยมาริโอ้ได้ร่วมเพนท์ลวดลายบนถังออกซิเจน และรถเข็นผู้ป่วย ภายใต้แนวคิด "Happiness"[63]

ในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี พ.ศ. 2551 ซึ่งจัดโดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มาริโอ้ได้รับเลือกเป็นพรีเซนเตอร์รณรงค์โครงการนี้[64]

[แก้] ผลงาน

มาริโอ้เริ่มเข้าสู่วงการด้วยการถ่ายแบบตามนิตยสาร โดยเริ่มถ่ายจากนิตยสารเดอะบอย และมีผลงานภาพยนตร์โฆษณามากกว่า 30 เรื่อง[42] มีผลงานถ่ายมิวสิกวิดีโออีกหลายตัว และมีผลงานภาพยนตร์เริ่มจากภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม รวมทั้งผลงานเพลงร่วมกับพี่ชาย


[แก้] โฆษณา

[แก้] มิวสิกวิดีโอ

[แก้] ละคร

  • หมู่ 7 เด็ดสะระตี่ ตอน ตามติดชีวิตเด็กเอนท์ (รับเชิญ)
  • หินกลิ้ง ตอนจบ (รับเชิญ)

[แก้] ภาพยนตร์

[แก้] อัลบั้มเพลง

  • PsyCho & Lil’Mario: Dem Crazy Boyz ในนามศิลปิน PsyCho & Lil’Mario

[แก้] รางวัล

ปี พ.ศ. รางวัล สาขา ผล ภาพยนตร์
2551 รางวัลเอเชียนฟิล์ม นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม เสนอชื่อเข้าชิง[19] รักแห่งสยาม
สตาร์พิกส์อวอร์ด นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้รับรางวัล[65]
รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม เสนอชื่อเข้าชิง[66]
เฉลิมไทยอวอร์ด นักแสดงชายในบทนำจากภาพยนตร์ไทยแห่งปี เสนอชื่อเข้าชิง[67]
สตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์อวอร์ดส ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม เสนอชื่อเข้าชิง[23]

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 1.0 1.1 Tong's blog
  2. ^ 2.0 2.1 2.2 มาริโอ้ เมาเร่อ
  3. ^ 3.0 3.1 3.2 3.3 ดังแล้วจะไม่ลืมตัวมาริโอ้ เมาเร่อ
  4. ^ 4.0 4.1 4.2 4.3 มาริโอ้ เมาเร่อ sanook.com
  5. ^ มาริโอ้-พิช กับอีกช่วงชีวิตที่กำลังก้าวผ่าน matichon.co.th
  6. ^ 6.0 6.1 6.2 6.3 6.4 นิตยสารลิปส์ ฉบับที่ 914 ปักษ์หลัง เดือนมกราคม พ.ศ. 2551 หน้า 58-59
  7. ^ มาริโอ โต้ผจก.จับเซ็นสัญญา10ปียันภาพคู่สาวแค่เพื่อน โดยทีมข่าว INN News 23 กุมภาพันธ์ 2551 15:06:41 น.
  8. ^ 8.0 8.1 8.2 8.3 8.4 บทสัมภาษณ์รายการโอเพนเมล ทางช่อง ทรูอินไซด์ ช่อง 21 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 เวลา 20.30 - 21.00 น.
  9. ^ มาริโอ้ เมาเร่อ กับภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต ' รักแห่งสยาม ' matichon.co.th
  10. ^ แคแรกเตอร์นักแสดง thaicinema.org
  11. ^ ถึงคิวหนุ่มมาริโอ้ โชว์เป็นปลื้ม โมเดิร์นไนน์ทีวี คืนนี้ mcot.net
  12. ^ นิตยสารแฮมเบอร์เกอร์ ฉบับที่ 113 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550 หน้า 220
  13. ^ Dajim/Phycho/N.M.C. nyuclub.com
  14. ^ 14.0 14.1 14.2 14.3 สัมผัส “มาริโอ้” ตัวเป็นๆ โดย ผู้จัดการออนไลน์ 14 พฤศจิกายน 2550 14:23 น.
  15. ^ เปิดใจจูบแรกของ “พิช” กับผู้ชาย เจ้าตัวย้ำผมไม่ใช่เกย์ โดย ผู้จัดการออนไลน์ 3 ธันวาคม 2550 21:11 น.
  16. ^ "มาริโอ้" ขอเฉย ถูกด่าไอ้เกย์! เจ้าตัวยันเป็นแมน 100% โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 เมษายน 2551 13:18 น.
  17. ^ STARPICS THAI FILMS AWARDS #5 thaicinema.org
  18. ^ "มาริโอ้ เมาเร่อ" เทียบชั้นนักแสดงระดับเอเชีย เข้าชิงรางวัล "Asian Film Awards 2008" deknang.com
  19. ^ 19.0 19.1 Nominations & Winners asianfilmawards.org
  20. ^ รายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยมครั้งที่ 16 ประจำปี 2550 ของชมรมวิจารณ์บันเทิง thaicinema.org
  21. ^ รายชื่อผู้เข้าชิง "รางวัล STAR ENTERTAINMENT AWARDS ครั้งที่ 6" ประจำปี 2551 deknang.com
  22. ^ หนัง 'รักแห่งสยาม' กวาด 6 รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง thairath.co.th
  23. ^ 23.0 23.1 "เคน" ควง "หน่อย" พร้อมลูก รับรางวัลสมาคมนักข่าวฯ โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 เมษายน 2551 22:05 น
  24. ^ ความคืบหน้าการถ่ายภาพยนตร์ Friendship เธอกับฉัน
  25. ^ Exclusive Interview With Mario Maurer
  26. ^ บวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง "เฟรนด์ชิพ"
  27. ^ มาริโอ้ เมาเร่อ พระเอกใหม่ อนาคตไกล bluewavefm88.com
  28. ^ 'มาริโอ้' บอกฝันทำเพลงฮิปฮอปแต่เด็ก - 'ตาล'ปลื้ม'พิง ลำพระเพลิง'อ้อนอยากร่วมงาน matichon.co.th
  29. ^ นิตยสารสตาร์พิกส์ ฉบับที่ 720 ฉบับแรกเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
  30. ^ “บัณฑิต” ไม่ง้อ “มาริโอ้” โร่หาผู้รับบทลูกบุญชู 9 ใหม่ โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 มีนาคม 2551 18:54 น.
  31. ^ รับไม่ได้ "พูดเหน่อ" !!!! "มาริโอ้" ปัดดังแล้วเรื่องมาก ปฏิเสธบท "บุญชู 9"
  32. ^ เลาะรั้วหนามเตย dailynews.co.th
  33. ^ มาริโอ้ – ประกาศ ผมอยากมีแฟน !!
  34. ^ เผยเพราะคาแร็กเตอร์บุญชูต้องพูดเหน่อและไม่ตรงกับตัวเอง rakdara.com
  35. ^ "มาริโอ้" ดังแล้วเล่นตัว! บอกปัดเป็นพระเอกช่อง 3
  36. ^ 36.0 36.1 หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับวัน พุธ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 หน้า 28
  37. ^ มาริโอ้ ยอมรับเพิ่มค่าตัวหลังเป็นดาวรุ่งแห่งปี เรียกดูเมื่อ 13 เมษายน พ.ศ. 2551
  38. ^ หนังสือ The Secret of Mario หน้า 28 ,สำนักพิมพ์โมโนบุ๊กส์
  39. ^ Marco Maurer nyuclub.com
  40. ^ นิตยสารเธอกับฉัน ฉบับที่ 576 เดือน มีนาคม 2551 หน้า 89-91
  41. ^ เปิดตัว กุ๊บกิ๊บ คนนี้แหละ... เพื่อนสาวคนสนิท มาริโอ
  42. ^ 42.0 42.1 42.2 42.3 แพรว vol. 29 no. 684 February 2008
  43. ^ นิตยสารเซเวนทีน ฉบับเดือน มีนาคม 2551 หน้า 266-267 ISSN 1685-6201
  44. ^ 44.0 44.1