จัน ดารา (ภาพยนตร์ทวิภาค)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก จัน ดารา ปัจฉิมบท)
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ จัน ดารา
จัน ดารา
โลโก้ภาพยนตร์ทวิภาค จัน ดารา
กำกับ หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล
ผู้ช่วยผู้กำกับ :
โชคอนันต์ สกุลธรรม
ชุดาภา จันทเขตต์
พงศ์สิรี บรรลือวงศ์
ณัฏฐ์กรณ์ สุทธาวาส
อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
เขียน นวนิยาย :
อุษณา เพลิงธรรม
บทภาพยนตร์ :
หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล
บรรยาย มาริโอ้ เมาเร่อ
นำแสดง (ดูเบื้องล่าง)
ดนตรีประกอบ ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์
กำกับภาพ พนม พรหมชาติ
ตัดต่อ สิริกัณณ์ ศรีจุฬาภรณ์
จำหน่าย/เผยแพร่ สหมงคลฟิล์ม
ฉาย ปฐมบท :
6 กันยายน พ.ศ. 2555 [1]
ปัจฉิมบท :
7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ความยาว • 2 ชั่วโมง (ปฐมบท)[1]
• 2 ชั่วโมง (ปัจฉิมบท)
ประเทศ ประเทศไทย
ภาษา ภาษาไทย
รายได้ ปฐมบท : 40.3 ล้านบาท[2]
ปัจฉิมบท : 33.87 ล้านบาท

จัน ดารา เป็นภาพยนตร์ไทยทวิภาคดัดแปลงจากนิยายข้างต้นเรื่อง เรื่องของจัน ดารา ซึ่งอุษณา เพลิงธรรมเขียนลงพิมพ์เป็นตอน ๆ ในหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 ถึงปี พ.ศ. 2509 มีหม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล เป็นผู้เขียนบทและกำกับ และสหมงคลฟิล์ม สร้าง มีเนื้อหาทำนองนาฎกรรมเชิงสังวาส ว่าด้วยความสัมพันธ์ของครอบครัวหนึ่ง ทั้งที่เป็นความรักฉันญาติ ความรักฉันชู้สาว และความเคียดแค้นชิงชัง ชนิดที่ตัวละครแต่ละตัวล้วนเป็นกระจกสะท้อนพฤติกรรมของกันและกัน โดยจัน ดาราฉบับนี้นับเป็นการดัดแปลงนิยายข้างต้นเป็นภาพยนตร์ครั้งที่สาม [1] สร้างเป็นทวิภาคต่อเนื่องกัน คือ จัน ดารา ปฐมบท ออกฉายวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555[1] และ จัน ดารา ปัจฉิมบท ออกฉายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เนื้อเรื่อง[แก้]

จัน ดารา ปฐมบท[แก้]

โปสเตอร์ จัน ดารา ปฐมบท

ในต้นพุทธทศวรรษที่ 2460 ดารา พิจิตรวานิช หญิงสาววัยสิบแปดปี เดินทางจากพระนครไปเมืองพิจิตร แต่ถูกจอม คนรักของวาด กับพวกอีกจำนวนหนึ่ง ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราจนตั้งครรภ์ คุณท้าวพิจิตรรักษา ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายมารดาที่เหลืออยู่เพียงท่านเดียวของดาราจึงว่าจ้างให้หลวงวิสนันทเดชาสมรสกับดาราเพื่อรักษาเกียรติยศของวงศ์ตระกูล โดยยอมยกบ้าน ที่ดิน และกิจการค้าขายในเครือของตระกูลพิจิตรวาณิชให้ทั้งหมดเพื่อแลกเปลี่ยน

ต่อมาดาราเสียชีวิตทันทีที่คลอดบุตร หลวงวิสนันทเดชาจึงโทษว่าทารกนั้นเป็นต้นเหตุให้ภริยาถึงแก่ความตาย และตั้งชื่อให้ว่า จัน-จัญไร วิสนันท์ เวลานั้น วาด ญาติผู้น้องของดาราเดินทางจากพิจิตรมาร่วมพิธีศพดารา และพบว่าจันเป็นที่รังเกียจของบ้านวิสนันท์ ประกอบกับรู้สึกผิดที่คนรักของตน เป็นต้นเหตุให้เกิดเคราะห์กรรมครั้งนี้ วาดจึงยอมเป็นภริยาของหลวงวิสนันทเดชา เพื่อจะได้เลี้ยงดูจันอย่างใกล้ชิดจนตลอดรอดฝั่ง วาดกับหลวงวิสนันทเดชานั้นมักสมสู่กันแม้อยู่ต่อหน้าจัน จันจึงชิงชังหลวงวิสนันทเดชาที่ได้เป็นเจ้าของวาด เพราะเขาก็ใจปฏิพัทธ์วาดผู้เป็นน้าอยู่เช่นกัน ฝ่ายหลวงวิสนันทเดชากับวาดนั้นมีบุตรด้วยกันหนึ่งคน คือ วิไลเรข วิสนันท์ หรือคุณแก้ว ซึ่งหลวงวิสนันทเดชารักประดุจแก้วตาดวงใจ

แต่หลวงวิสนันทเดชานั้นเป็นเสือผู้หญิง ในระหว่างที่วาดตั้งครรภ์คุณแก้วอยู่ หลวงวิสนันทเดชาจึงเริ่มสนองกามคุณของตน โดยร่วมประเวณีกับสตรีมาก หน้าหลายตาเป็นนิตย์ แม้ว่าอยู่ต่อหน้ารูปดารา ภริยาผู้ล่วงลับ ก็ตาม ทว่า เมื่อเห็นรูปภริยาคราใดก็ให้นึกโกรธจันขึ้นมาเรื่อยไป หลวงวิสนันทเดชาจึง มักกระทำทารุณต่อจันและไม่เอาใจใส่เลี้ยงดูจัน ทั้งยังอบรมสั่งสอนให้แก้วจงเกลียดจงชังจันด้วย เป็นเหตุให้จันเกิดความสงสัยว่า ชะรอยหลวงวิสนันท เดชาจะมิใช่บิดาที่แท้จริงของตน

ต่อมา คุณบุญเลื่อง หรือคุณบี๋ หญิงสาวผู้มักมากในกามารมณ์ และเป็นภริยาเก่าของหลวงวิสนันทเดชาโดยที่ได้มีบุตรด้วยกันคือ ขจร ซึ่งติดท้องคุณบี๋ ไปก่อนที่คุณบี๋จะไปแต่งงานกับเจ้าสัวคนหนึ่ง แต่คุณบี๋ก็ยังไม่ได้บอกกับคุณหลวงวิสนันทเดชาว่าขจรเป็นบุตรชายแท้ๆของท่าน ได้ย้ายกลับเข้ามา อาศัยในบ้านวิสนันท์พร้อมขจร และหญิงผู้นี้เองที่สอนให้จันได้รู้เพศรสเป็นครั้งแรก ในเวลานั้น จันยังได้พบไฮซินธ์ หญิงสาววัยสิบหกปี บ่อยครั้ง ณ โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษภาคค่ำในพระนคร และจันหลงรักเธอจนหมดหัวใจ ไฮซินธ์จึงเป็นผู้สอนให้จันได้รู้สึกถึงความรักอันบริสุทธิ์เป็นครั้งแรก

วันหนึ่ง แก้วซึ่งแอบชอบเคน กระทิงทอง บุตรของนางผึ้งคนรับใช้ในบ้าน กำลังจะร่วมประเวณีกัน จันมาพบเข้าและสำคัญว่าเคนล่วงละเมิดแก้วอยู่ จึงเข้าไปช่วยเหลือ ประจวบกับที่บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านได้ยินเสียงร้องและติดตามมาพบเข้า แก้วซึ่งรังเกียจจันอยู่แล้วจึงฟ้องว่า จันล่อลวงตนมา กระทำทางเพศ เคนจึงเข้ามาช่วยเหลือ หลวงวิสนันทเดชาฟังแล้วก็โกรธเป็นอันมาก และขับไล่จันออกจากบ้านวิสนันท์ จันจึงไปอาศัยอยู่ที่บ้านคุณท้าวพิจิตรรักษา ญาติข้างมารดา ณ เมืองพิจิตร และได้ทราบความจริงเกี่ยวกับกำเนิดของตนว่า ดารา มารดานั้น ถูกรุมโทรม โดยที่จอม ผู้ชำเราคนแรก ถูกพวกพ้องสังหารตายทันทีหลังจากได้ชำเราดารา ส่วนพวกพ้องที่เหลือหลังจากได้ข่มขืนกระทำชำเราดาราแล้ว ก็ถูกเจ้าพนักงานตำรวจติดตามมาวิสามัญฆาตกรรมจนสิ้นเช่นกัน จึงไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่า แท้จริงแล้วบิดาของจันเป็นผู้ใด จันจึงให้รู้สึกว่า ชีวิตตนช่างมืดมนนัก และครุ่นคำนึงถึงแต่ไฮซินธ์

จัน ดารา ปัจฉิมบท[แก้]

โปสเตอร์ จัน ดารา ปัจฉิมบท

ไม่กี่ปีให้หลัง แก้วร่วมประเวณีกับขจร และแก้วตั้งครรภ์ เพื่อธำรงเกียรติยศของวงศ์ตระกูล หลวงวิสนันท์เดชาจึงสั่งให้วาดไปเรียกจันกลับพระนคร แล้วเสนอให้จันรับเป็นบิดาของบุตรในครรภ์แก้วแทนขจร จันตกลงโดยมีเงื่อนไขว่า หลวงวิสนันทเดชาต้องโอนบ้านและที่ดินให้แก่ตน ทั้งนี้ เพื่อชำระความแค้นเคืองที่ตนมีต่อหลวงวิสนันทเดชามาตั้งแต่เยาว์วัย หลวงวิสนันทเดชารับคำอย่างเสียมิได้ เมื่อสมประสงค์แล้ว จันก็รุดไปหาไฮซินธ์ แต่พบว่าไฮซินธ์จากโลกนี้ไปแล้วเพราะไข้รากสาดน้อย ขณะที่วาดเมื่อเห็นว่าเรื่องราวทั้งหลายคลี่คลายลงด้วยดีแล้วก็ลาไปบวชเป็นนางชีอยู่ที่เมืองนครสวรรค์โดยไม่สึกอีก

เวลานั้นเอง แก้วให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคน แต่เพราะทารกนั้นเกิดจากการร่วมประเวณีในหมู่ญาติ จึงมีภาวะโง่เขลาเบาปัญญาอย่างที่สมัยใหม่เรียกว่า ปัญญาอ่อน และจันตั้งชื่อให้ทารกนั้นว่า ปรีย์-อัปรีย์ วิสนันท์ แก้วเสียใจ และเริ่มมีความสัมพันธ์ทางเพศกับบุญเลื่อง เมื่อจันทราบเข้า ก็ข่มขู่ให้เธอมีบุตรกับเขา แต่แก้วมิยินยอม เพราะใจยังจงเกลียดจงชังจัน จันจึงข่มขืนกระทำชำเราเธอกระทั่งเธอตั้งครรภ์ อย่างไรก็ดี แก้วไม่ต้องการให้กำเนิดบุตรของจัน จึงให้บุญเลื่องช่วยทำให้ตนตกเลือดจนแท้ง

เมื่อสภาพการณ์ในบ้านเป็นเช่นนี้ จันจึงใฝ่หาความสุขทางกามคุณแต่ถ่ายเดียว โดยร่วมประเวณีกับสาวใช้ แม้กระทั่งเบื้องหน้ารูปดารา มารดาผู้วายชนม์ของตน ทำนองเดียวกับที่หลวงวิสนันทเดชาได้กระทำมาแล้วทั้งสิ้น อยู่มาวันหนึ่ง หลวงวิสนันทเดชามาพบเห็นจันกับบุญเลื่องกำลังสมสู่กัน ก็ให้รู้สึกเจ็บช้ำไปทั้งกายใจถึงกับล้มลงและเป็นอัมพาต

จันจึงเริ่มตั้งคำถามแก่ตนเองว่า เป็นไฉนตนถึงไม่สามารถหลุดพ้นจากวัฏจักรตัณหาราคะทำนองเดียวกับที่หลวงวิสนันทเดชาก่อขึ้น ที่สุดแล้ว เรื่องก็ให้คำตอบว่า เพราะจันเป็นหน่อเนื้อของดาราผู้ถูกรุมโทรมนั่นเอง

ตัวละคร[แก้]

ตัวละครหลัก[แก้]

ชื่อ ผู้แสดง
จัน วิสนันท์ หรือจัน ดารา มาริโอ้ เมาเร่อ

  จันเป็นชายหนุ่มซึ่งเติบโตขึ้นมาในครอบครัวขุนนางร่ำรวยมั่งคั่ง แต่มารดาถึงแก่ความตายตั้งแต่เขาแรกเกิด หลวงวิสนันทเดชาผู้เป็นบิดาจึงโทษว่าเป็นความผิดเขา และไม่อนาทรร้อนใจในความเป็นอยู่เขา แม้กระทั่งประพฤติทารุณต่อเขาเสมอมาด้วย หลวงวิสนันทเดชานี้เองเป็นผู้ตั้งนามให้แก่เขาว่า จัญไร และเนื่องจากจันได้พบเห็นพฤติกรรมลามกอนาจารของหลวงวิสนันทเดชามาแต่เด็ก ทำให้เขาเติบใหญ่ขึ้นมาโดยมีอุปนิสัยและความประพฤติทำนองเดียวกัน

  ในต่อมาหลวงวิสนันท์เดชาจึงสั่งให้วาดไปเรียกจันกลับพระนคร แล้วเสนอให้จันรับเป็นบิดาของบุตรในครรภ์แก้วแทนขจร จันตกลงโดยมีเงื่อนไขว่า หลวงวิสนันทเดชาต้องโอนบ้านและที่ดินให้แก่ตน ทั้งนี้ เพื่อชำระความแค้นเคืองที่ตนมีต่อหลวงวิสนันทเดชามาตั้งแต่เยาว์วัย จันจึงใฝ่หาความสุขทางกามคุณแต่ถ่ายเดียว โดยร่วมประเวณีกับสาวใช้ แม้กระทั่งเบื้องหน้ารูปดารา

หลวงวิสนันทเดชา ศักราช ฤกษ์ธำรงค์

  หลวงวิสนันทเดชาเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในรัฐบาลสยาม ครั้งหนุ่มได้ตกลงสมรสกับดารา พิจิตรวานิช หญิงสาวผู้ถูกรุมโทรม เพื่อช่วยรับเป็นบิดาเด็กในครรภ์ดาราซึ่งต่อมาได้แก่จัน แต่ข้อแม้ว่าแลกกับทรัพย์สมบัติของครอบครัวพิจิตรวานิช แม้ดำรงอยู่ในเกียรติและฐานะอันสูงส่งแห่งวงสังคม แต่ในจิตใจของหลวงวิสนันทเดชานั้นมีความวิปริตทางกามมากพอกับความใคร่ในกามคุณ เขาชำเราสตรีไม่เลือกหน้า

  ในต่อมา ถูกต้องโอนบ้านและที่ดินให้แก่จัน อยู่มาวันหนึ่ง หลวงวิสนันทเดชามาพบเห็นจันกับบุญเลื่องกำลังสมสู่กัน ก็ให้รู้สึกเจ็บช้ำไปทั้งกายใจถึงกับล้มลงและเป็นอัมพาต

วิไลเรข วิสนันท์ หรือแก้ว

  แก้วเป็นบุตรีของหลวงวิสนันทเดชากับวาด มีความจงเกลียดจงชังจันตามที่หลวงวิสนันทเดชาปลูกฝังมาแต่ยังเล็ก ต่อมาจึงอ้างว่าถูกจันชำเรา เป็นเหตุให้จันต้องถูกขับออกจากบ้านวิสนันท์ ภายหลัง แก้วได้ร่วมประเวณีกับขจร พี่น้องร่วมบิดา จนตั้งครรภ์ จึงจำต้องสมรสกับจันเพื่อรักษาหน้าตาของวงศ์ตระกูล ต่อมา ภริยาของบิดาและมารดาของขจรด้วย

  ในต่อมา แก้วตั้งครรภ์ หลวงวิสนันท์เดชาจึงเสนอให้จันรับเป็นบิดาของบุตรในครรภ์แก้ว แก้วให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคน แต่เพราะทารกนั้นเกิดจากการร่วมประเวณีในหมู่ญาติ จึงมีภาวะโง่เขลาเบาปัญญา และจันตั้งชื่อให้ทารกนั้นว่า ปรีย์-อัปรีย์ วิสนันท์ แก้วเสียใจ และจึงมีความรักร่วมเพศกับบุญเลื่อง แล้วจันก็ข่มขู่ให้เธอมีบุตรกับเขา แต่แก้วมิยินยอมเพราะใจยังจงเกลียดจงชังจัน จันจึงข่มขืนกระทำชำเราเธอกระทั่งเธอตั้งครรภ์ แต่แก้วจึงให้บุญเลื่องช่วยทำให้ตนตกเลือดจนแท้ง

บุญเลื่อง หรือคุณบี๋ รฐา โพธิ์งาม

  บุญเลื่องเป็นกุลสตรีมีความสามารถมากในทางศิลปวิทยา แต่มักมากในกามวัตร ได้เป็นอนุภริยาของหลวงวิสนันทเดชาและมีบุตรกัน คือ ขจร แต่ภายหลังยังได้สมสู่กับจันและแก้ว บุตรของหลวงวิสนันทเดชาด้วย

ขจร ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

  ขจรเป็นบุตรของบุญเลื่องกับหลวงวิสนันทเดชา แต่ต่อมาได้มีความรักและร่วมประเวณีกับแก้ว พี่น้องร่วมบิดา บุตรที่แก้วให้กำเนิดมาจึงมีภาวะโง่เขลาเบาปัญญา

วาด บงกช คงมาลัย

  วาดเป็นหญิงสาวจิตใจดี แต่จอม คนรัก ได้พาพวกไปฉุดคร่าดารา พิจิตรวานิช หญิงสาวชาวพระนคร มาข่มขืนกระทำชำเราจนตั้งครรภ์ วาดจึงรู้สึกผิดและโทษตนเองว่ามีส่วนสร้างบาปเคราะห์ครั้งนี้ด้วย แล้วยอมตนเป็นภริยาของหลวงวิสนันทเดชาเพื่อจะได้เข้าสู่บ้านวิสนันท์และสามารถบำรุงเลี้ยงดูจันแทนมารดาที่สิ้นชีวิตแล้วได้
ในต่อมา ขณะที่วาดเมื่อเห็นว่าเรื่องราวทั้งหลายคลี่คลายลงด้วยดีแล้วก็ลาไปบวชเป็นนางชีอยู่ที่เมืองนครสวรรค์โดยไม่สึกอีก

ไฮซินธ์ สาวิกา ไชยเดช

  ไฮซินธ์เป็นหญิงสาวมุสลิมอายุสิบหกปี ร่ำเรียนหนังสือในจังหวัดพระนคร และได้พบจัน ณ โรงเรียนภาษาอังกฤษภาคค่ำ จันหลงรักเธอจนหมดหัวใจ เป็นรักบริสุทธิ์รักเดียวของจัน ต่อมาไม่กี่ปีให้หลัง ไฮซินธ์จากโลกนี้ไปแล้วเพราะไข้รากสาดน้อย

ดารา พิจิตรวานิช สาวิกา ไชยเดช

  ดาราเป็นหญิงสาวชาวพระนคร ถูกจอม เวียงชัย ชายคนรักของวาดและพวกพ้อง ข่มขืนกระทำชำเราจนตั้งครรภ์ และเด็กในครรภ์นั้นต่อมาคือจัน จึงไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่า แท้จริงแล้วบิดาของจันเป็นผู้ใด

เคน กระทิงทอง ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต

  เคนเป็นบุตรของแม่พุ่ม หัวหน้าคนครัวในบ้านวิสนันท์ เป็นสหายสนิทเพียงคนเดียวที่จันสามารถเล่าทุกอย่างให้ฟังได้ ชายผู้ดูเหมือนหยาบกระด้างแต่ไม่หยาบคาย และแข็งแกร่งเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชายชาตรีผู้มาดมั่นในเพศผู้ กล้าและท้าทายชีวิต ต่อมาได้เดินทางกับจันไปอาศัย ณ เมืองพิจิตร ที่บ้านคุณท้าวพิจิตรรักษา ญาติข้างมารดาของจัน แล้วสมรสกับมาลัย สาวสวยชาวพิจิตร มีบุตรด้วยกันหนึ่งคน

คุณท้าวพิจิตรรักษา รัดเกล้า อามระดิษ

  ญาติข้างมารดาของจัน เป็นผู้อาวุโสมากที่สุดในบ้านพิจิตรวานิชเป็นคนรักเกียรติภูมิของวงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้ จนสามารถกระทำการต่าง ๆ โดยไม่สนใจความถูกผิดเพื่อรักษาผลประโยชน์และทรัพย์สมบัติความร่ำรวยของตระกูลตนเองไว้ เป็นผู้หญิงแก่ที่หลงอำนาจและสร้างปมปัญหาต่าง ๆ ไว้มากมาย จนก่อให้เกิดความหายนะต่อคนรอบข้างได้อย่างน่าสะพรึงกลัว

ร้อยตำรวจเอกเรืองยศ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์

  นายตำรวจหนุ่มตงฉินรุ่นใหม่ไฟแรงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์แห่งการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผู้ดำเนินคดีข่มขืนและฆาตกรรมอันเป็นปมปริศนา เขามาจากครอบครัวที่มีชาติตระกูลสูงในวงสังคม เขาจึงรักเกียรติยศและความยุติธรรมเหนือสิ่งอื่นใด ฉะนั้นเมื่อเขาต้องเผชิญกับอิทธิพลมืดอันทุจริตในเมืองพิจิตร เขาจึงไม่อาจรับสภาพนั้นได้จนตัดสินใจลาออกจากราชการทั้ง ๆ ที่รักในการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเต็มเปี่ยม

ตัวละครรับเชิญ[แก้]

งานสร้างภาพยนตร์[แก้]

ที่มาของภาพยนตร์[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้ สร้างจากนวนิยายเรื่อง “เรื่องของจัน ดารา” ของ อุษณา เพลิงธรรม (ประมูล อุณหธูป) (2463-2530) ตีพิมพ์ เป็นตอน ๆ ครั้งแรกในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ต่อมาได้พิมพ์รวมเล่มครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ในต่อมาก็ถูกพิมพ์รวมเล่มเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน [6]

ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล ได้นำวรรณกรรมเรื่องนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์มหากาพย์โศกนาฏกรรมเรื่องยิ่งใหญ่ หลังจากภาพยนตร์ 2 ครั้งแรก คือ ฉบับปี 2520 ซึ่งรัตน์ เศรษฐภักดี กำกับ ผู้ที่รับบทจันคือ สมบูรณ์ สุขีนัย และฉบับปี 2544 ซึ่งนนทรีย์ นิมิบุตร กำกับ ผู้ที่รับบทจันคือ สุวินิจ ปัญจมะวัต-เอกรัตน์ สารสุข ตามลำดับ[1][7]

หม่อมน้อย เผยว่า "โดยเนื้อหาสาระจากหนังสือที่อุษณา เพลิงธรรม (ประมูล อุณหธูป) เขียน ถึงแม้ว่าจะเขียนมานานเกือบ 50 ปีที่แล้ว แต่เนื้อหาสาระก็ยังทันสมัยมาก ยังสะท้อนให้เห็นถึงธาตุแท้ของมนุษย์ซึ่งในปัจจุบันก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ และเหมือนเป็นกระจกที่จะสะท้อนให้เห็นกิเลสในใจของคน มันไม่ใช่แค่ตัณหาราคะอย่างเดียว แต่คนที่ยึดมั่นกับความเคียดแค้นมันจะก่อให้เกิดปัญหา และหายนะยังไงกับตัวเองและคนรอบข้างจนนำไปสู่ปัญหาสังคมในระดับรวมด้วย"[8]

นักแสดงและผู้กำกับ[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เขียนบทและกำกับอีกครั้งของ หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล (หม่อมน้อย) เป็นผลงานลำดับที่ 11[7][1] ถัดจากภาพยนตร์เรื่อง อุโมงค์ผาเมือง ออกฉายวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

จัน ดารา ภาพยนตร์ครั้งที่ 3 นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ รับบทเป็น จัน วิสนันท์ หรือจัน ดารา ซึ่งถือเป็นบทบาทที่ท้าทายและพิสูจน์ฝีมือที่สุดในชีวิตการแสดงของเขา เพราะต้องแสดงตั้งแต่วัยหนุ่มถึงวัยแก่ [8][9][10] ร่วมด้วย ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต, ศักราช ฤกษ์ธำรงค์, บงกช คงมาลัย[11][12][13], สาวิกา ไชยเดช, รฐา โพธิ์งาม, โช นิชิโนะ[14][4][3], ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, รัดเกล้า อามระดิษ, เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ฯลฯ

ในแต่ละภาค ปฐมบท-ปัจฉิมบท นั้นมีนักแสดงรับเชิญมากมาย อาทิ ชุดาภา จันทเขตต์, ปิยะ เศวตพิกุล, ทวีศักดิ์ ธนานันท์, พงศ์สิรี บรรลือวงศ์, อรุณพงศ์ ชัยวินิตย์, วรรณรท สนธิไชย, กานต์พิสชา เกตุมณี, เกรียงไกร อุณหะนันทน์, เนาวรัตน์ ซื่อสัตย์, ปกรณ์ ลัม ฯลฯ[15]

ภาพยนตร์ทวิภาค[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้ สร้างเป็นสองภาค คือ จัน ดารา ปฐมบท และ จัน ดารา ปัจฉิมบท เพื่อความสมบูรณ์แบบของเนื้อหาและสาระบันเทิงอย่างเต็มอิ่ม โดยหม่อมน้อยเผยถึงเรื่องนี้ว่า "ภาพยนตร์เรื่องนี้มีรายละเอียดเนื้อหาและตัวละครมากมายที่มีความสำคัญเท่า ๆ กันหมด เพราะฉะนั้นการที่เราจะตัดเนื้อเรื่องหรือตัวละครตัวใดหนึ่งออกมันยาก เพราะทุกตัวละครมีความสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อนและสะท้อนนิสัยซึ่งกันและกัน เรื่องมันจึงยาวมาก มีเหตุการณ์พลิกผันไปมาตลอด คือตัวละครจันดาราเป็นตัวเดินเรื่องก็จริง แต่ตัวอื่น ๆ รอบข้างก็มีปูมหลังและเรื่องราวของตัวเองเช่นกัน พล็อตมันจะพลิกผันไปมาตลอด เรียกว่าเป็นมหากาพย์ภาพยนตร์ได้เลย เพราะว่าเล่าเรื่องผ่านสี่ยุคสมัย แต่ละสมัยก็มีรายละเอียดทางด้านอารมณ์ เหตุผล และความสนุกเกี่ยวเนื่องกันจึงไม่สามารถตัดส่วนใดส่วนหนึ่งออกได้ มันก็เลยมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างเป็นสองภาค ภาคหนึ่งคือ 'ปฐมบท' คือวัยเด็กตั้งแต่จันดาราเกิดจนถึงวัยสิบเจ็ด และภาคสองคือ 'ปัจฉิมบท' วัยผู้ใหญ่ตั้งแต่ยี่สิบจนถึงสี่สิบ-ห้าสิบ โดยจะยังคงเนื้อหาสาระและความบันเทิงอย่างเต็มอิ่มเอาไว้ทั้งสองภาค ไม่ได้มีการยืดเพื่อให้เป็นสอง ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ยังไงผมก็จะรักษาสาระและความสนุกของเรื่องเอาไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด ถ้าได้ชมภาพยนตร์ก็จะเข้าใจดีว่ามันเป็นอย่างนี้จริง ๆ ซึ่งภาคแรกปิดกล้องเรียบร้อบแล้ว ส่วนภาคสองกำลังอยู่ระหว่างการสร้างครับ"[7][16][17]

ฉากถ่ายทำภาพยนตร์[แก้]

ภาพยนตร์จันดารา ภาคปฐมบท มีฉากถ่ายทำภาพยนตร์ฉากสำคัญ ๆ มากมาย อาทิ บ้านสังคหวังตาล บ้านโป่ง จ.ราชบุรี, หอวัฒนธรรมไทยวน (ไท-ยวน) อำเภอเสาไห้ สระบุรี, โฮมพุเตย, น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.กาญจนบุรี, ถนนราชดำเนิน หน้าวังปารุสกวัน, สถานีดับเพลิงบางรัก, ตึกพัสดุการรถไฟ, หัวลำโพง กรุงเทพมหานคร และฉากใหญ่ ฉากสำคัญคือ ลานพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 ในฉากเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 [18]

ส่วนภาคปัจฉิมบท ยังคงมีฉากใหญ่ด้วยเครื่องแต่งกายและการเมคอัพ มีฉากถ่ายทำภาพยนตร์ฉากสำคัญ ๆ อาทิ ถนนราชดำเนิน หน้าวังปารุสกวัน, สถานีดับเพลิงบางรัก, ตึกพัสดุการรถไฟ, หัวลำโพง กรุงเทพมหานคร และทั้งฉากสงครามโลกครั้งที่ 2, ฉากภายในบ้านวิสนันท์และพิจิตรวานิช, ฉากสำนักโคมเขียวโคมแดง, ฉากกระท่อมกลางป่าลึก, ฉากโรงงานพิจิตรวานิช, ฉากงานแต่งงาน รวมถึงฉากอีโรติก[19][20]

ด้านฉากอีโรติกหรือเลิฟซีนในภาพยนตร์ผู้กำกับ ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล และ นิวัติ กองเพียร ได้กล่าวถึงและยืนยันถึงประเด็นนี้ว่า "ฉากเลิฟซีนมันเป็นส่วนสำคัญสำคัญส่วนหนึ่งของเรื่อง มันต้องมีแน่ๆ แต่ทุกฉากที่ออกมาล้วนแล้วแต่มีความหมายและเจตนารมณ์ในการนำเสนอที่งดงาม เป็นศิลปะและไม่อนาจารแต่อย่างใด" [21]

เครื่องแต่งกาย[แก้]

การออกแบบเครื่องแต่งกาย ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ควบคุมโดย มนตรี วัดละเอียด เมคอัพอาร์ทติสชั้นครู และ อธิษฐ์ ฐิรกิตติวัฒน์ แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดัง มาร่วมกันสร้างสรรค์แฟชั่นเสื้อผ้าหน้าผมย้อนยุคนับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเป็นภาพยนตร์ย้อนยุค แฟชั่นตามยุคสมัยที่จะต้องปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย เครื่องแต่งกายออกแบบเข้ากับยุคสมัย อารมณ์ และบรรยากาศของเรื่อง หลากหลายแบบทั้งสากล [22]

เพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องจันดารา ปฐมบท ชื่อเพลง เมื่อไหร่จะให้พบ ประพันธ์คำร้องโดย แก้ว อัจริยะกุล ทำนองโดย หลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ ต้นฉบับขับร้องโดย มัณฑนา โมรากุล โดยภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2555 นี้จะขับร้องโดย รฐา โพธิ์งาม และ ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ [1][7]

การตอบรับ[แก้]

การออกฉายและรายได้[แก้]

จัน ดารา ปฐมบท ได้ฉายรอบปฐมทัศน์โลก (World Gala Premiere) เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2555 ณ โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน โดยหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นประธาน [23]

ภาพยนตร์จันดารา ปฐมบท ออกฉายรอบปกติเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555 เปิดฉายหลายสัปดาห์ด้วยรายได้ 3.0 ล้านบาท รายได้รวม 34.7 ล้านบาท[24] ภาพยนตร์ทำรายได้รวม 40.3 ล้านบาท [25][26]

ทางภาพยนตร์ จันดารา ปฐมบท เดินสายออกฉายทั่วเอเชียไปแล้วที่ประเทศสิงคโปร์, ประเทศฮ่องกง, ประเทศไต้หวัน และอีกหลายประเทศที่ลิขสิทธิ์ซื้อไปฉายแล้วอย่าง ประเทศเกาหลีใต้ และ ประเทศฟิลิปปินส์ [27]

จันดารา ปัจฉิมบท ได้เปิดรอบปฐมทัศน์ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 ณ โรงภาพยนตร์ SF World Cinema โดย สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ประธานบริษัทสหมงคลฟิล์ม พร้อมทีมผู้บริหารและทีมงานภาพยนตร์ร่วมเปิดแชมเปญเฉลิมฉลองให้แก่ภาพยนตร์เรื่องนี้ [28]

ภาพยนตร์จันดารา ปัจฉิมบท ออกฉายรอบปกติเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เปิดตัวกวาดรายได้ไปทั้งสิ้น 17.2 ล้านบาท [29] เข้าฉายได้เพียง 2 สัปดาห์ กระแสตอบรับจากผู้ชมทั้งรายได้และเสียงชื่นชมก็หลั่งไหลเข้ามาเกินความคาดหมาย นับเป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงที่สุดในโปรแกรมตรุษจีนที่ผ่านมา และทะลุเป้าเกินรายได้ของภาคปฐมบทกับการเข้าฉายเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น [30] ภาพยนตร์ทำรายได้รวม 33.87 ล้านบาท

คำวิจารณ์[แก้]

อภินันท์ บุญเรืองพะเนา จากผู้จัดการออนไลน์ กล่าวถึงภาพรวมหนังว่า " “การตีความใหม่” ของหม่อมน้อย จึงไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่าการเพิ่มเติมรายละเอียดซึ่งไม่ได้มีอยู่ในหนังสือหรือตัดแต่งพันธุกรรมใหม่ให้กับตัวละครตัวต่าง ๆ "[31] ทางอัญชลี ชัยวรพร นักเขียนรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์และละครดีเด่น กล่าวว่า "จันดารา ฉบับ ล่าสุดมีการตีความใหม่อยู่หลายประเด็นบางเรื่องน่าจะเกิดจากเจตนาของผู้กำกับและบางเรื่องน่าจะเกิดเพราะปัจจัย บางอย่างที่เหนือความคาดหมาย" [32]

ทางเว็บไซต์ filmsick กล่าวถึงภาพยนตร์จันดารา ปัจฉิมบทว่า "เอาเรื่องการดัดแปลงก่อน นี่คือการ decontructtion และ recontructionที่น่าตกใจที่สุด" [33] แล้วทางทางอัญชลี ชัยวรพร ได้กล่าวถึงภาพรวมหนังจันดารา ปัจฉิมบท ว่า "จันดารา ปัจฉิมบท เป็นหนังที่ไม่มีทิศทาง ไร้แกนหรือโจทย์ในการตีความใหม่นี้" [34]

เรตติ้งภาพยนตร์[แก้]

ภาพยนตร์จันดาราจนถูกจัดให้อยู่ในเรต “น 18+” แต่นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า หลังจากเครือข่ายเฝ้าระวังสื่อภาคประชาชนร้องเรียนมาว่าภาพยนตร์ดังกล่าวมีเนื้อหารุนแรงโดยเฉพาะเรื่องเพศ ได้มาออกคำสั่งให้แหล่งฉายทุกโรงทั่วประเทศตรวจบัตรประชาชนผู้เข้าชมภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างเข้มงวด ด้วยเหตุผลที่ว่า “มีหน่วยงานต่าง ๆ ร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมากว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อหาเรื่องเพศรุนแรง จึงเห็นสมควรให้ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าชม” โรงภาพยนตร์ไหนฝ่าฝืนต้องเจอโทษปรับวันละ 20,000 บาททันที สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยรวมตัวกันครั้งใหญ่แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงให้สังคมได้รับรู้ว่า สิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมทำ นอกจากจะผิดที่ผิดทางแล้วยังผิดกฎหมายอีกด้วย เพราะเรตติ้งที่ได้รับ ไม่ได้หมายความว่า ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีห้ามดู อย่างที่ทางกระทรวงตีความ แต่แท้จริงแล้วหมายถึง “ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป” ต่างหาก ทางนายสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ที่ออกมาตำหนิถึงปลัดกระทรวงอย่างไม่ไว้หน้า [35]

ทางค่ายสหมงคลฟิล์ม ในฐานะผู้ผลิต อันนำโดยนายสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ได้จัดเทียบเชิญชุมนุมบรรดาในวงการ เข้าเสวนาหารือเกี่ยวกับความเข้าอกเข้าใจในระบบการจัดเรตติ้ง ซึ่งประเด็นใหญ่มุ่งไปที่ตัวบทกฎหมายและเงื่อนไขปัจจัยว่าเพราะอะไรภาพยนตร์เรื่องหนึ่งจึงได้รับเรตนั้น ๆ โดยใช้ภาพยนตร์เป็นตัวอย่างกรณีศึกษา [36]

ล่าสุดภาพยนตร์จันดารา ปฐมบท ก็สามารถผ่านการพิจารณาตรวจสอบจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้ประทับเรต น18+ (ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป) ซึ่งยังคงแง่มุมความเป็นศิลปะและสาระบันเทิงตามที่ผู้กำกับฯ ต้องการนำเสนอทุกประการ[37][38]

รางวัล[แก้]

จันดารา ปฐมบท[แก้]

ผู้มอบรางวัล สาขารางวัล ผู้รับ ผลการตัดสิน
ท็อปอวอร์ด 2012 [39][40][41] ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สหมงคลฟิล์ม ชนะ
ดารานำชายยอดเยี่ยม สาขาภาพยนตร์ มาริโอ้ เมาเร่อ เข้าชิง
ดารานำหญิงยอดเยี่ยม สาขาภาพยนตร์ บงกช คงมาลัย เข้าชิง
ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล ชนะ
ดาราดาวรุ่งหญิงยอดเยี่ยม สาขาภาพยนตร์ รฐา โพธิ์งาม ชนะ
ดาราดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม สาขาภาพยนตร์ ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต เข้าชิง
คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 10 นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต เข้าชิง
ภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ผู้แสดงสมบทชายยอดเยี่ยม ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต เข้าชิง
ผู้แสดงสมบทหญิงยอดเยี่ยม บงกช คงมาลัย เข้าชิง
ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ ชนะ
กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม พัฒน์ฑริก มีสายญาติ เข้าชิง
ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม อธิษฐ์ ฐิรกิตติวัฒน์ เข้าชิง
ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 6 นักแสดงชายแห่งปี มาริโอ้ เมาเร่อ เข้าชิง
MThai Top Talk-About 2013 [42] ภาพยนตร์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด สหมงคลฟิล์ม ชนะ
เฉลิมไทยอวอร์ด ครั้งที่ 9 นักแสดงสมทบชายในภาพยนตร์ไทยแห่งปี ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต เข้าชิง
นักแสดงสมทบหญิงในภาพยนตร์ไทยแห่งปี บงกช คงมาลัย เข้าชิง
ดนตรีประกอบในภาพยนตร์ไทยแห่งปี ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ เข้าชิง
ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 21 นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม บงกช คงมาลัย เข้าชิง
รัดเกล้า อามระดิษ เข้าชิง
ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม พัฒน์ฑริก มีสายญาติ เข้าชิง
สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 3 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สหมงคลฟิล์ม เข้าชิง
ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล
ผู้ช่วยผู้กำกับ :
โชคอนันต์ สกุลธรรม
ชุดาภา จันทเขตต์
พงศ์สิรี บรรลือวงศ์
ณัฏฐ์กรณ์ สุทธาวาส
เข้าชิง
พระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง)[43] ลำดับภาพยอดเยี่ยม สิริกัณณ์ ศรีจุฬาภรณ์ เข้าชิง
ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม อธิษฐ์ ฐิรกิตติวัฒน์ ชนะ
แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม มนตรี วัดละเอียด
ทิฆัมพร แซ่ลิ้ม
ชนะ
ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ เข้าชิง
รางวัลพิเศษ ตุ๊กตาเงินดาวรุ่งชายดีเด่น ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต ชนะ
รางวัลพิเศษ ตุ๊กตาเงินดาวรุ่งหญิงดีเด่น รฐา โพธิ์งาม เข้าชิง

จัน ดารา ปัจฉิมบท[แก้]

ผู้มอบรางวัล สาขารางวัล ผู้รับ ผลการตัดสิน
สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013 ภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยม สหมงคลฟิล์ม ชนะ
นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม รฐา โพธิ์งาม เข้าชิง
ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล เข้าชิง
ภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต เข้าชิง
ถ่ายภาพยอดเยี่ยม พนม พรมชาติ เข้าชิง
ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ ชนะ
กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม พัฒน์ฑริก มีสายญาติ เข้าชิง
เทคนิคพิเศษการแต่งหน้ายอดเยี่ยม มนตรี วัดละเอียด เข้าชิง
ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม อธิษฐ์ ฐิรกิตติวัฒน์ เข้าชิง
ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 22 ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์ เข้าชิง
ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์ ครั้งที่ 7 นักแสดงชายแห่งปี มาริโอ้ เมาเร่อ ชนะ
ทีมงานสร้างสรรค์แห่งปี ทีมกำกับศิลป์ เข้าชิง

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 "จัน ดารา". สหมงคลฟิล์ม. ม.ป.ป. สืบค้นเมื่อ 15 กันายายน 2555. 
  2. 30 อันดับหนังทำเงินในไทย ประจำปี 2555
  3. 3.0 3.1 "โชว์ลีลาสุดพลัง!! 'โช นิชิโนะ' รับบทหญิงวิปริตในจัน ดารา". ไทยรัฐ. 14 กรกฎาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 15 กันยายน 2555. 
  4. 4.0 4.1 "บทสัมภาษณ์ โช นิชิโนะ (Sho Nishino) นักแสดงสาวชาวญี่ปุ่น จาก 'จันดารา ปฐมบท'". WeLoveMovieClub. 31 สิงหาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 15 กันยายน 2555. 
  5. ปิดถนนราชดำเนินนอกถ่าย “จันดารา ปัจฉิมบท” “มาริโอ้-นิว ชัยพล” เล่นบทชราวัย 80 “โดม-ปกรณ์ ลัม” เซอร์ไพรส์รับเชิญเกียรติยศ!!
  6. ที่มาที่ไป จากนิยายสู่หนัง ปมอิดิพุส ฉากอีโรติก และการแบ่งภาคใน “จันดารา” จากปากของหม่อมน้อย
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 http://www.thaicinema.org/kits383jandara.asp
  8. 8.0 8.1 อีกความท้าทายในชีวิตการแสดงเมื่อ “มาริโอ้ เมาเร่อ” รับบทเป็น “จัน ดารา
  9. ท้าทายความสามารถที่สุดในชีวิตการแสดง “มาริโอ้ เมาเร่อ” เป็น ... “จัน ดารา” !!
  10. พลิกบทร้ายกาจคาดไม่ถึง “มาริโอ้” ได้ใจผู้ชมเต็ม ๆ .. ใน “จันดารา ปัจฉิมบท”!!
  11. "ตั๊ก บงกช" สุดปลื้มร่วมงาน "จัน ดารา" "หม่อมน้อย" ชมฝีมือเทียบชั้น "นก สินจัย"
  12. “ตั๊ก บงกช” สุดปลื้ม ทุกเสียงชื่นชม “สุดยอดการแสดงแห่งปี”
  13. ประทับใจบทบาทของ “ตั๊ก บงกช” อีกครั้งใน “จันดารา ปัจฉิมบท”
  14. “หม่อมน้อย” ปลื้ม “โช นิชิโนะ”รับบท ‘คุณแก้ว’ ในจันดารา
  15. “หม่อมน้อย” ระดมทีมนักแสดงรับเชิญ สร้างสีสันคับจอใน .. “จันดารา ปฐมบท”
  16. "หม่อมน้อย" ประกาศสร้าง "จันดารา" เป็น 2 ภาค "ปฐมบท-ปัจฉิมบท"
  17. 'หม่อมน้อย' เผยแบ่ง 'จันดารา' เป็น 2 ภาค
  18. ปิดลานพระบรมรูปฯ ถ่ายฉากใหญ่ จัน ดารา
  19. จันดารา ปัจฉิมบท
  20. จันดารา ปัจฉิมบท โชว์ฉากใหญ่มหาสงครามโลกครั้งที่ 2 “มาริโอ้-นิว” หนีระเบิดถล่มพระนคร
  21. หม่อมน้อยจัดเต็ม “ฉากอีโรติกจันดารา” เกจินู้ด ยืนยันเลิฟซีนไม่อนาจาร
  22. "หม่อมน้อย" โชว์แฟชั่นย้อนยุค หรูหรา สุดอลังการ ใน "จัน ดารา"
  23. จันดารา ปฐมบท เปิดรอบปฐมทัศน์โลกสุดยิ่งใหญ่ movie.kapook.com
  24. "THAILAND BOX OFFICE: 5 อันดับหนังทำเงิน 20-23 ก.ย.55". อาร์วายทีไนน์. 25 กันยายน 2555. สืบค้นเมื่อ 28 กันยายน 2555. 
  25. 30 อันดับหนังทำเงินไทย-เทศ ประจำปี 2555
  26. หนังทำเงินสูงสุดในไทย ประจำปี 2555
  27. “จันดารา ปฐมบท” เดินสายฉายทั่วเอเชีย “มาริโอ้-นิว-โช” โปรโมทที่ไต้หวัน
  28. “จันดารา ปัจฉิมบท”เปิดรอบปฐมทัศน์สุดยิ่งใหญ่ ปิดฉากมหากาพย์โศกนาฏกรรม
  29. จันดารา ปัจฉิมบท แรงทุกภาคเปิดตัวขึ้นอันดับ1
  30. “หม่อมน้อย” ปลื้มกระแสตอบรับ .. “จันดารา ปัจฉิมบท” ดีเกินคาด!!
  31. อภินันท์ บุญเรืองพะเนา (20 กันยายน 2555). "จัน ดารา: หนังยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพ 'นม'!!". ผู้จัดการ. สืบค้นเมื่อ 28 กันยายน 2555. 
  32. การเมืองเรื่องเปลื้องผ้า เอ็กซิสตองค์ และมิติที่หายไป ใน จันดารา ปฐมบท โดย อัญชลี ชัยวรพร / 6 กันยายน 2555.
  33. จันดารา ปัจฉิมบท (มล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล/2013/ไทย) การเมืองเรื่องความร่าน filmsick.wordpress.com
  34. จันดารา ปัจฉิมบท กับโศกนาฏกรรมกรีกอันล้มเหลว โดย อัญชลี ชัยวรพร / 10 กุมภาพันธ์ 2556.
  35. "เรตติ้งหนัง ช่วยส่งเสริม-ทำลาย?". ผู้จัดการ. 27 กันยายน 2555. สืบค้นเมื่อ 28 กันยายน 2555. 
  36. "เห็น ‘ใจ’ เสี่ยเจียง". ผู้จัดการ. 5 ตุลาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 5 ตุลาคม 2555. 
  37. “จันดารา ปฐมบท” ประทับเรตติ้ง น18+ อยู่ครบไม่ถูกตัดทอน
  38. ผ่านเซ็นเซอร์ จันดารา ปฐมบท จัดเรต น 18+ !!
  39. “สหมงคลฟิล์ม” นำ “จันดารา ปฐมบท” กวาด 3 รางวัลใหญ่ท็อปอวอร์ดส 2012!!
  40. “แรงเงา” ช่อง 3 กวาดเรียบ “ท็อป อวอร์ดส์ 2012” โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
  41. “จันดารา ปฐมบท” เจ๋งคว้า 3 รางวัล TOP Award 2012 เต๋อ-ชมพู่ รับนักแสดงยอดเยี่ยมชาย-หญิง
  42. สรุปผลการประกาศรางวัล MThai Top Talk-About 2013
  43. การประกาศผลรางวัลเมขลามหานิยม ครั้งที่ 25 และรางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 29 (พระสุรัสวดี) ประจำปี 2555 ruengdd.com

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]