เสือมเหศวร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เสือมเหศวร มีชื่อจริงว่า ศวร เภรีวงษ์ เป็นจอมโจรชื่อดังในแถบภาคกลางหลังยุคสงครามโลกครั้งที่สองร่วมสมัยกับ เสือดำ, เสือหวัด, เสือฝ้าย และเสือใบ โดยเสือมเหศวรแต่เดิมเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ๆ ที่ถูกอำนาจรัฐรังแกและถูกใส่ความว่าฆ่าพ่อตัวเอง จึงจับปืนขึ้นต่อสู้และกลายมาเป็นจอมโจรชื่อดังในที่สุด โดยได้ชื่อว่า "มเหศวร" จากการแขวนพระเครื่องมเหศวรไว้ที่คอ ซึ่งได้ชื่อว่าช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย และเมื่อเวลาออกปล้นจะปล้นด้วยความโหดเหี้ยมจนได้รับฉายาว่า จอมโจรมเหศวร เคยโดนตำรวจยิงที่ลำตัวและศีรษะหลายนัดแต่ไม่เข้า

เสือมเหศวร ถูกปราบโดยขุนพันธรักษ์ราชเดช ซึ่งขุนพันธ์ ฯ เป็นผู้เกลี้ยกล่อมให้เสือมเหศวรมอบตัว หลังจากได้รับโทษในเรือนจำแล้ว เสือมเหศวรก็ได้บวชเป็นพระและบวชเป็นพราหมณ์มาจนถึงปัจจุบัน อาศัยอยู่ที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท แม้มีอายุกว่า 90 แล้ว แต่เสือมเหศวรก็ยังมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอยู่ และเป็นที่เล่าลือว่าเป็นบุคคลจอมขมังเวทย์ มีชาวบ้านและผู้ที่เชื่อถือแวะเวียนมาพบปะพูดคุยเสมอ ๆ โดยในเดือนเมษายน พ.ศ. 2550 เป็นผู้ทำพิธีปลุกเสกจตุคามรามเทพรุ่นเซ็นเสือมเหศวรของวัดแสวงหา จังหวัดอ่างทอง

เรื่องราวของเสือมเหศวร เคยได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วสองครั้ง โดยผู้ที่รับบทเสือมเหศวรคนแรกคือ มิตร ชัยบัญชา และเสือมหเศวรคนที่สองคือ สมบัติ เมทะนี[1] และถูกนำไปดัดแปลงเป็นตัวละคร ในภาพยนตร์เรื่อง ฟ้าทะลายโจร ผู้รับบทเสือมเหศวร คือ ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ

ประวัติ[แก้]

มเหศวร หรือ ศวร เภรีวงษ์ เกิดที่เขตติดต่อระหว่าง อ่างทอง-สุพรรณบุรี ใน ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง อันประวัติก่อนจะเป็นเสือของท่านนั้น ท่านเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ครั้นอายุ 20 ปีก็โดนไล่ทหารไปเป็นทหารเกณฑ์ หลังจากกลับจากปลดประจำการ ท่านก็ได้กลับบ้าน เพื่อมาหาพ่อ แม่ แต่วันนั้นเองพ่อของท่านได้ถูกยิง ต่อหน้าต่อตาโดยคู่อริที่หมายตำแหน่งกำนัน แล้วจะยิงมเหศวรต่อแต่มเหศวรทำเป็นไม่สู้ เพื่อยอมแพ้ (ท่านบอกว่าสู้ไปก็ตายแน่เพราะมันมากันหลายคน) ด้วยความคับแค้นใจจึงรวบรวมพรรคพวกที่เคยเป็นทหารด้วยกัน เข้ากลุ่มกับเสือฝ้าย ที่จังหวัดอ่างทอง สมัยนั้นมีการกดขี่ข่มเหงกันมาก คนรวยข่มเหงคนจน ขณะที่รัฐบาลก็เข้าพื้นที่ไม่ทั้งถึง และทางการหลายคนก็เป็นคนไม่ดีเป็นจำนวนมาก ชุมโจรของเสือฝ้ายนั้นได้ปล้นคนรวยมาเพื่อช่วยเหลือคนจน มเหศวรท่านก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดี ท่านได้ป้องกันคนไม่ดีออกจากหมู่บ้านต่าง ๆ ครั้งมีพรรคพวกและวิชาพอตัวแล้วมเหศวร จึงได้กลับไปแก้แค้นให้กับพ่อ ซึ่งคนที่ฆ่าพ่อก็ได้ตั้งตนเป็นกำนัน รังแกชาวบ้าน โดยมีชื่อว่ากำนันพันแสง มเหศวรกล่าวว่า ตอนนั้นเข้ากันไป ประมาณ 10 คน รุมยิงกำนันที่อยู่บนบ้าน ซึ่งใช้เวลานานในการยิงกัน “กำนันแกเหนียวมาก” กว่ากำนันจะตายก็เกือบชั่วโมง นานวันเข้าพรรคพวกของมเหศวรเริ่มมากขึ้นประกอบกับมีวิชาที่เข้มขลังขึ้นจากที่ได้เรียนวิชามาหลายสำนัก โดยอาจารย์หลักที่มเหศวรนับถือมากคือหลวงพ่อหล่ำ วัดวังจิก จ. สุพรรณบุรี ด้วยเหตุนี้เองเสือมเหศวรจึงได้มาตั้งชุมโจรของตนเอง โดยมีลูกน้องอยู่ 40 – 50 คน โดยปล้นไปทั่วในเขตภาคกลาง และหลายๆภาคที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะ อ่างทอง สุพรรณ ชัยนาท กาญจนบุรี และสิงห์บุรี ทำให้ชื่อเสียงของมเหศวรโด่งดังมาก และเป็นที่นับถือกับชาวบ้านมากในหลาย ๆ พื้นที่เนื่องจากเป็นโจรคุณธรรม ช่วยเหลือคนจน และคนที่ถูกรังแก[ต้องการอ้างอิง]

ปู่มเหศวรกล่าวว่าจะปล้นประมาณเดือนละ 4 -5 ครั้ง และจะปล้นในเวลากลางวัน พอชื่อของท่านดังมากขึ้นทางการจึงส่งตำรวจมาจับแต่ก็ไม่สามารถจับได้ ปู่มเหศวรกล่าวว่าเมื่อก่อนวิชาแก่กล้า ลูกปืนไม่ได้กินหรอก เมื่อถามถึงขุนพันธ์แล้ว ปู่มเหศวรกล่าวว่าเมื่อก่อนเคยโดนขุนพันธ์ไล่ล่าที่ จังหวัดชัยนาทแต่ก็หลบหนีได้ตลอด ไม่เคยปะทะกันตรง ๆ ด้วยความมีวิชามากจนได้ชื่อว่าจอมโจร 5 ตำรา ทางการทำอย่างไรก็ไม่สามารถเข้าจับกลุ่มได้ จึงได้จับแม่มเหศวรเป็นตัวประกัน โดยประกาศว่าหากไม่ยอมมอบด้วยจะฆ่าแม่ตนเสีย ด้วยความรักแม่ และห่วงใยจึงยอมมอบตัว มเหศวรติดคุกได้ 4 ปี แต่ด้วยความเป็นเสือที่ดี มีคุณธรรม จึงไม่มีใครมาฟ้องร้อง ทางการจึงต้องปล่อยตัวมา และท่านได้ไปหาหลวงพ่อหล่ำ วัดวังจิกเพื่อกราบอาจารย์ หลวงพ่อหล่ำจึงให้บวช 4 พรรษา สมัยบวชนั้นมเหศวรได้ จำวัดอยู่หลายวัดตาม จังหวัดสุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท เนื่องจากมีพวกตามมารบกวนอยู่เนื่องๆ ครั้นสึกออกมาแล้วจึงกลับมาประกอบ อาชีพทำนา ทำสวน จนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ยังมีคนไปหาเพื่อเคารพท่านเป็นประจำ ปัจจุบันนี้ปู่มเหศวรใช้ชีวิตอย่างสงบ โดยพักอยู่ที่หมู่บ้านไพรนกยูง อ.หันคา จ.ชัยนาท กับลูกสาวและลูกชาย โดยมีหลาน 4 คน ประกอบอาชีพเกษตร เลี้ยงวัว และมีรถรับส่งนักเรียนโจรมเหศวรค่อยๆ ลดลง ซึ่งชื่อเสียงนี้โด่งดังมากในยุคนั้นถึงกับเคยมีการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “จอมโจรมเหศวร” โดยมีมิตร ชัยบัญชา แสดงเป็นจอมโจรมเหศวร เข้ามาถึงยุคจตุคาม พระครูประภัศร์ธรรมานุกูล (พระเสมอ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดแสวงหา อ. แสวงหา จ. อ่างทอง ได้ไปเชิญ เสือมเหศวรมาปรกเสกจตุคามจนเป็นที่โด่งดังไปทั่ว ทั้งหนังสือพิมพ์ หนังสือพระ และรายการทีวี โดยส่วนมากนึกว่ามเหศวรเป็นเพียงตำนาน ซึ่งจตุคามรุ่นแรกในชีวิตเสือมเหศวรนั้น คือรุ่นยันต์ลายเซ็นปู่มเหศวร (มี 5,000 องค์) และได้จัดสร้างรุ่น 2 โดยปลุกเสกเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2550[ต้องการอ้างอิง]

อ้างอิง[แก้]

  1. ตำนานเสือ จอมโจรแดนสยาม, คุณพระช่วย: วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2550