บุญชู 2 น้องใหม่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บุญชู 2 น้องใหม่
กำกับโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
อำนวยการสร้างโดย เจริญ เอี่ยมพึ่งพร
เขียนบทโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
วัชระ ปานเอี่ยม
เกียรติ กิจเจริญ
เกรียงไกร อมาตยกุล
ศุ บุญเลี้ยง
นำแสดงโดย สันติสุข พรหมศิริ
จินตหรา สุขพัฒน์
สุเทพ ประยูรพิทักษ์
ญาณี จงวิสุทธิ์
วัชระ ปานเอี่ยม
เกียรติ กิจเจริญ
นฤพนธ์ ไชยยศ
กฤษณ์ ศุกระมงคล
อรุณ ภาวิไล
เกรียงไกร อมาตยกุล
ธงชัย ประสงค์สันติ
จุรี โอศิริ
กัญญาลักษณ์ บำรุงรักษ์
เพลงประกอบ
ภาพยนตร์โดย
จรัล มโนเพ็ชร และ ดำรงค์ ธรรมพิทักษ์
กำกับภาพโดย พิพัฒน์ พยัคฆะ
ตัดต่อโดย พูนศักดิ์ อุทัยพันธ์
จัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น
ฉาย 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532
ประเทศ ประเทศไทย
ภาษา ภาษาไทย
รายได้ 16 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ บุญชู ผู้น่ารัก
ต่อจากนี้ บุญชู 5 เนื้อหอม
ข้อมูลจากฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย

บุญชู 2 น้องใหม่ หรือ บุญชู ภาค 2 เป็นภาพยนตร์ไทย ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2532 กำกับโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล โดยค่ายไฟว์สตาร์โปรดัคชั่น นำแสดงโดย สันติสุข พรหมศิริ จินตหรา สุขพัฒน์ ส. อาสนจินดา สุเทพ ประยูรพิทักษ์ ญาณี จงวิสุทธิ์ วัชระ ปานเอี่ยม เกียรติ กิจเจริญ นฤพนธ์ ไชยยศ กฤษณ์ ศุกระมงคล อรุณ ภาวิไล เกรียงไกร อมาตยกุล ธงชัย ประสงค์สันติ[1] ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ 16 ล้านบาทในสมัยนั้น

โครงเรื่อง[แก้]

จากภาคที่แล้ว ผองเพื่อนของบุญชูต่างสอบติดเข้ามหาวิทยาลัยได้ตามที่ตนต้องการดังนี้

โดยคราวนี้โมลีได้รู้จักกับเพื่อนใหม่อีกคนคือ ประพันธ์ ซึ่งเรียนคณะเดียวกัน และมาเข้าก๊วนกับกลุ่มของบุญชูได้อย่างสนิทสนม

ส่วนบุญชูที่สอบไม่ติดนั้น หลังจากกลับไปอยู่บ้านเกิดกับแม่ได้พักหนึ่ง ก็เดินทางเข้ากรุงเทพอีกครั้งเพื่อเตรียมตัวสอบใหม่ ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาว่างเข้าทำงานกับลุงมหา (แจ่ม) หรือคุณแจ่มใส (ส.อาสนจินดา) บรรณารักษ์ประจำห้องสมุด ซึ่งเป็นคนรู้จักของแม่ ที่นี่บุญชูได้รู้จักกับบุญมา (ธงชัย ประสงสันติ) พนักงานอีกคนที่เพิ่งได้บรรจุเข้าทำงานเหมือนกัน บุญชูและผองเพื่อนยังคงนัดพบปะกันเป็นประจำอย่างที่เคย

โมลีได้เข้าร่วมชมรมค่ายอาสาพัฒนาของทางคณะ และต้องการหาเงินทุนสำหรับใช้ทำกิจกรรม บุญชูและเพื่อนๆจึงช่วยกันร่วมแรงออกหาสปอนเซอร์ให้ ต่อมาหลังจากประชุมค่ายอาสาเสร็จและเตรียมตัวจะออกเดินทาง เงินห้าหมื่นบาทที่โมลีเก็บไว้เกิดหายไปในช่วงที่คลาดสายตาเพียงชั่วขณะ โมรีจึงออกปากรับผิดชอบโดยการตั้งใจจะลาออกหากไม่สามารถหาเงินมาคืนได้ มีสมาชิกชมรมคนหนึ่งสงสัยว่าบุญมาจะเป็นคนขโมย เพราะเป็นพนักงานดูแลส่วนกิจกรรมนักศึกษา และเข้าออกได้ตลอดเวลา พอดีกับไวยากรณ์เคยเห็นบุญมาไปหาเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งหมดจึงพากันไปทวงเงินคืน และเกิดเรื่องวุ่นๆขึ้นตามระเบียบ

เมื่อจับตัวบุญมาได้ จึงได้ทราบว่าบุญมาต้องการเงินเพื่อจะไปจุนเจือครอบครัว ซึ่งไม่มีเงินจ่ายใช้หนี้จนไม่มีบ้านอยู่ บุญมาขอโทษทุกคนอย่างสำนึกผิด และกล่าวว่าตนไม่ได้ต้องการจะเป็นขโมย แต่ไม่มีหนทางจะช่วยเหลือครอบครัวได้อีก ทุกคนให้อภัย แต่บุญมาก็ต้องรับโทษติดคุกตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม บุญชูและโมลี รวมทั้งผองเพื่อนก็คอยมาเยี่ยมบุญมาที่ห้องขังเป็นประจำ

หลังจากการสอบเอนทรานซ์เสร็จสิ้น ทุกคนต่างเฝ้ารอผลการสอบร่วมกับบุญชูอย่างใจจดใจจ่อ สุดท้ายบุญชูก็สอบไม่ติด จึงเดินทางกลับบ้านพร้อมกับแม่ และตั้งใจจะช่วยแม่ทำนาตามที่เคยคิดไว้ หลังจากที่บุญชูเดินทางกลับไปแล้ว ก็ได้มีโทรเลขจากมหาวิทยาลัยส่งมาถึง บอกว่าบุญชูสอบติดคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อันดับสำรอง ซึ่งมีคนสละสิทธิ์ไป ทำให้บุญชูจะได้เป็นนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดังหวัง ทั้งหมดจึงเดินทางไปหาบุญชูเพื่อตามกลับมาอยู่ที่กรุงเทพเหมือนเดิม

รางวัล[แก้]

รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ครั้งที่ 13 ประจำปี พ.ศ. 2532[2]

อ้างอิง[แก้]