บุญชู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพยนตร์เรื่องบุญชู ภาคแรก

บุญชู เป็นภาพยนตร์ไทย ประเภทหนังตลกขบขัน ที่มีการสร้างถึง 8 ครั้ง 10 ภาค ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531พ.ศ. 2553 สร้างโดย ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น โดย 7 ภาคแรก กำกับภาพยนตร์และเขียนบทภาพยนตร์โดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล โดยมี สันติสุข พรหมศิริ และ จินตหรา สุขพัฒน์ แสดงนำ โดยเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมสูงสุดในยุคนั้น

นอกจากนั้นภาพยนตร์ชุดบุญชูที่สร้างภาคต่อๆ มาถึง 6 เรื่อง ก็ได้รับการบันทึกว่าเป็นภาพยนตร์ซึ่งได้รับความนิยมทำรายได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกภาค[1] ซึ่งหลังจากหนังเรื่องนี้ บัณฑิตก็กลายเป็นคนทำหนังร่วมสมัยที่มีหนังทำเงินและหนังคุณภาพมากที่สุด ระหว่างปี 2531-2538 และสามารถคว้ารางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี สาขาภาพยนตร์ยอดนิยม ติดต่อกันถึงสามปีซ้อน [2]

บุญชูได้เคยถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ในปี พ.ศ. 2541 ออกอากาศทางช่อง 5 โดยใช้ชื่อว่า บุญชู สระอูยาว สร้างโดย มีเดีย ออฟ มีเดียส์ กำกับโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล เช่นเดิม นำแสดงโดย เพ็ญเพชร เพ็ญกุล, ผาณิต สุทธาศวิน, สันติสุข พรหมศิริ, กีรติ เจนปรมกิจ

ภาพยนตร์ชุดบุญชูอย่างเรื่อง บุญชูผู้น่ารัก ยังเป็นหนี่งในภาพยนตร์ไทย 100 เรื่องที่คนไทยควรดู[3] และหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งที่ 3[4][5][6]

ภาคสุดท้ายของบุญชู มีชื่อเรื่องว่า บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ ฉายในปี พ.ศ. 2553 ได้มีการเปลี่ยนตัวผู้กำกับภาพยนตร์เป็น เกียรติ กิจเจริญ หนึ่งในกลุ่มนักแสดงบุญชูซึ่งร่วมงานมาทุกภาค

เนื้อหา[แก้]

ภาค 1-5 : ช่วงศึกษา[แก้]

เรื่องราวของ "บุญชู" เริ่มขึ้นเมื่อ บุญชู บ้านโข้ง หนุ่มสุพรรณฯ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกับหลานสาว เพื่อเรียนกวดวิชาและสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยได้พบกับเพื่อนใหม่จากต่างถิ่น และ โมลี สาวน้อยผู้น่ารัก จนเมื่อผลสอบเข้าไม่ผ่าน บุญชูจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด และกลับมากรุงเทพฯ อีกครั้งโดยช่วยงานที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากนั้นจึงขอสอบใหม่อีกครั้ง ผลปรากฏว่าสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยในช่วงกำลังศึกษา บุญชูเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆ ร่วมสถาบัน เคยสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานนักศึกษาแต่ก็ไม่ได้รับเลือก จนกระทั่งสำเร็จการศึกษา

ภาค 6-8 : ช่วงทำงาน[แก้]

โมลีต้องการให้บุญชูทำงานในกรุงเทพฯ แต่บุญชูทนไม่ไหวกับสภาพความหนาแน่นของผู้คนที่พากันแย่งก็เลยตัดสินใจกลับบ้านเกิด โดยไปเป็นพ่อค้าขายข้าว ต่อมา บุญล้อม แม่ของบุญชูได้ยกบ้านริมน้ำให้เป็นเรือนหอกับโมลี แต่มานีพี่สาวของเธอไม่ตกลงโดยยื่นคำขาดให้กำจัดน้ำเน่าเสียในคลองหน้าบ้านให้เป็นน้ำสะอาด มานีเห็นใจในความพยายาม จึงตัดสินใจให้โมลีแต่งงานกับบุญชู และอยู่ด้วยกันที่บ้านริมน้ำหลังนั้น จนได้ให้กำเนิดลูกชาย [7]

ภาค 9-10 : ช่วงแห่งความเป็นพ่อ[แก้]

เกือบยี่สิบปีให้หลัง บุญโชค ลูกชายของบุญชูและโมลี โตเป็นหนุ่มแต่อยู่ในช่วงแห่งการศึกษาพระธรรม ขณะที่คุณพ่อซึ่งอาศัยอยู่ร้านขายของชำในจังหวัดบ้านเกิดก็ตั้งใจจะให้ลูกบวชไปเรื่อยๆ จนเป็นพระ แต่คุณแม่อยากให้เข้าเรียนและใช้ชีวิตปกติมากกว่า บุญโชคจึงแอบสึกเณรเข้ากรุงเทพฯ โดยไม่บอกพ่อ เพื่อฝากให้กลุ่มเพื่อนเก่าของพ่อช่วยดูแล จนบุญโชคสามารถสอบเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาแต่ผลก็คือไม่ได้เข้าสอบ อันเนื่องมาจากความวุ่นวายนั้นเอง[8] จึงเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อพบพ่อแม่ และได้รับคำปลอบว่าจะเรียนอะไรก็ได้ ขอให้เป็นคนดี เรื่องสอบยังไม่สาย บุญโชคจึงตั้งใจสอบใหม่อีกครั้งโดยมีความหวังคือเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อที่จะพบเพื่อนใหม่อย่างคาดไม่ถึง

ภาพยนตร์เรื่องบุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู

ความนิยม[แก้]

ภาพยนตร์เรื่อง "บุญชู ผู้น่ารัก" ออกสู่สายตาผู้ชมครั้งแรกในปี 2531 โดยเป็นภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปีนั้น จากความสำเร็จในภาคแรก ทำให้มีการสร้างภาพยนตร์ในภาคต่อๆ มา และกลายเป็นภาพยนตร์ตลกที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการบันทึกว่าเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกภาค [9] ดังนี้

  • บุญชู ผู้น่ารัก : 13 ล้านบาท
  • บุญชู 2 น้องใหม่ : 16 ล้านบาท
  • บุญชู 5 เนื้อหอม : 21 ล้านบาท
  • บุญชู 6 โลกนี้ดีออก สุดสวย น่ารักน่าอยู่ ถ้าหงุ่ย : 23.5 ล้านบาท
  • บุญชู 7 รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ : 32.1 ล้านบาท
  • บุญชู 8 เพื่อเธอ : 26 ล้านบาท
  • บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู  : ประมาณ 50 ล้านบาท [10][11]
  • บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ : 15.6 ล้านบาท

ภาค[แก้]

ปี ชื่อภาค ตัวละครรับเชิญ หมายเหตุ
2531 บุญชู ผู้น่ารัก โต้ง , เงินตรา เปิดตัวภาคแรก
2532 บุญชู 2 น้องใหม่ มหาแจ่ม, บุญมา, รศ.เศรษฐศิริ เปลี่ยนผู้แสดง "เฉื่อย" เป็น นฤพนธ์ ไชยยศ , เปิดตัว "ประพันธ์" (เกรียงไกร อมาตยกุล), เปลี่ยนผู้แสดง "บุญช่วย" เป็น สุเทพ ประยูรพิทักษ์
2533 บุญชู 5 เนื้อหอม อำภาวรรณ , อ.สุโต , เรวัต , จันทร์เพ็ญ , สายัณห์ ฉายรวมกับ บุญชู 3 จำจากแม่ และ บุญชู 4 ปีหนึ่ง, เปลี่ยนผู้แสดง "มานี" เป็น ปรารถนา สัชชุกร
2534 บุญชู 6 โลกนี้ดีออก สุดสวย น่ารักน่าอยู่ ถ้าหงุ่ย ลลิตา, ทองดี -
2536 บุญชู 7 รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ สตีฟ , ทองดี , อากลม , อาเที่ยง -
2538 บุญชู 8 เพื่อเธอ รำเพย, นารายณ์บรรทม, แฉล้ม -
2551 บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู พิม, แอ่น, พี่เหน่ง เปิดตัวนักแสดงรุ่นลูก
2553 บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ จันทร์ผา, จันทร์หอม, พี่หมอ, ปิงวัง, ยมน่าน, มะขิ่น, อบต เกียรติ กิจเจริญ กำกับภาพยนตร์, ปิดตัวภาคสุดท้าย

ตัวละครหลัก[แก้]

นักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่องบุญชู

ตัวละครที่ปรากฏตัวจนถึงภาคล่าสุด[แก้]

  • บุญชู บ้านโข้ง เป็นคนสุพรรณ บ้านโข้ง มีแม่ชื่อ บุญล้อม มีพี่ชายชื่อ บุญช่วย และมีหลานชื่อ บัวลอย เป็นลูกพี่ชายของบุญชู เรียนจบจากนิสิตเกษตร (คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)[12] จบปริญญาได้กลายเป็นเกษตรแบบพอเพียงเต็มตัว รวมทั้งมีร้านสะดวกซื้อ แบบบ้านนอกเป็นของตัวเอง ยังคงเป็นคนน่ารักของทุกคนเหมือนเดิม แม้ว่าเวลาจะผ่านมายี่สิบปีแล้ว เสน่ห์ของบุญชู คือ ความใส ความซื่อของตัวบุญชู และ จริยธรรมที่แทรกอยู่ว่าความดีสารมารถเอาชนะความชั่ว มีบุตรกับโมลีด้วยกันสามคน คนแรกชื่อ บุญโชค [13] เป็นบุตรหัวปี และอีกสองคนเป็นลูกฝาแฝด [8]
  • ไวยากรณ์ (ไวยากรณ์ กำไร) เป็นคนกรุงเทพฯ สอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย ติดทุกปีแต่ไม่ได้คณะที่ต้องการคือคณะแพทยศาสตร์ ต่อมาสอบติดเรียนจบจาก คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[12] เป็นสัตวแพทย์เพื่อนเก่าของบุญชูและโมลี ผู้เชี่ยวชาญด้านการผสมพันธุ์ และยังคงเป็นที่ปรึกษาให้เพื่อนๆ
  • นรา (นุ้ย) เป็นคนหาดใหญ่ สงขลา มีนิสัยชอบพูดเร็วและบ้าการเมือง จบจากนิติศาสตร์บัณฑิต (คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง)[12] ที่เล่นการเมืองแล้วสอบตกแล้วสอบตกอีก เป็นทนายความที่ทำให้ลูกความติดตะรางเป็นประจำ ชอบปราศรัยแบบที่ใครฟังไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม มีลูกสาวชื่อ นิ้ง [13]
  • ปอง (พี่ปอง) เจ้าของร้านอาหารเจ้าประจำ ชอบพูดกวนๆกับลูกค้าในร้านเสมอๆ ทำให้ใครๆเรียกว่า ปอง ท่าพระจันทร์ หรือ พี่ปอง ปากหมา ชอบทะเลาะกัดกับหยอย ตั้งร้านอยู่ที่ท่าพระจันทร์ แถวแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันปิดร้านแล้ว ไปเปิดสาขาใหม่ที่เชียงราย [8]

ตัวละครรุ่นลูก[แก้]

  • บุญโชค ลูกชายเพียงคนเดียวของบุญชูและโมลี ซื่อและมีจิตใจดีงามเหมือนพ่อ แต่อารมณ์สนุกสนานเหมือนเด็กรุ่นใหม่ บวชเณรตั้งแต่เล็กๆ ไม่ยอมสึกและเดินธุดงค์ตามอาจารย์ไปหลายประเทศ จนโมลีผู้เป็นแม่ทนไม่ไหว ตามไปสึกและส่งเข้าไปหาทางเรียนหนังสือต่อในกรุงเทพ แต่ก็ไม่ได้ไปสอบ ต่อมาได้ไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง [8]
  • นิ้ง ลูกสาวของนรา เพื่อนคนหนึ่งของบุญชู เรียนรามคำแหงคณะนิติศาสตร์เหมือนพ่อ และทำงานที่ร้านเชสเตอร์กริลล์ไปในเวลาเดียวกันด้วย เป็นคนไม่ค่อยยอมคน ทะเลาะได้แม้แต่พ่อของตัวเอง
  • หยอน ลูกชายของหยอย ที่รูปร่างผอมๆในขณะที่พ่ออ้วน พ่อลูกจึงเรียกกันว่า “ไอ้ผอม” (หยอน) และ “อ้วน” (หยอย) เป็นคนที่มีเรื่องตื่นเต้นมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังเสมอหยอนและปพาฬยังแย่งกันจีบแอ่นเสมอเมื่อมีโอกาส
  • ปพาฬ ลูกชายคนเดียวของประพันธ์ ช่างสงสัยคล้ายพ่อ เรียนคณะศิลปศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ใช้เวลาว่างหารายได้พิเศษ ด้วยการเปิดหมวกเล่นไมค์โดยหิ้วไวโอลินติดตัวเพื่อความเท่ห์

ตัวละครที่ปรากฏตัวในอดีต[แก้]

ตัวละครเหล่านี้ ปรากฏตัวเฉพาะในบุญชูภาค 1-8

  • บุญล้อม (แม่บุญล้อม) แม่ของบุญช่วยกับบุญชู เป็นผู้ที่หวังให้บุญชูเพื่อให้บุญชูสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยให้โด่งดังทั่วบ้านโข้ง พอบุญชูจบมหาวิทยาลัย แม่บุญล้อมได้ยกบ้านริมน้ำให้เป็นเรือนหอกับโมรี
  • บุญช่วย บ้านโข้ง พี่ชายของบุญชู มักมีนิสัยเหลวไหล ชอบขอเงินจากแม่บุญล้อม ไปเช่าท่าเรือข้ามฟากคลองสาน แม่บุญล้อมเคยส่งเงินบุญช่วยเรียนต่อแต่บุญช่วยกลับแอบไปแต่งงานจนถูกทิ้ง ต่อมาทำท่าเรือจนขาดทุนจนต้องได้ปิดกิจการไป แล้วร่วมทุนกับเพื่อนบุญชูเปิดร้านอาหารที่บ้านเกิดใช้ชื่อว่า ช่วยโอชา บุญช่วยมีลูกสาวจากภรรยาชื่อว่า บัวลอย และแอบชอบคุณมานี
  • มานี พี่สาวของโมลี มีนิสัยโมโหง่าย เป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำงานโปรดักชั่นเฮ้าส์ ด้านโฆษณา เป็นคนรักน้องสาวมาก มานีต้องการจะให้โมลีใช้ชีวิตที่หรูหราในกรุงเทพฯร่วมกับตน แต่โมลีมาอยู่กับบุญชูที่บ้านโข้ง
  • บัวลอย บ้านโข้ง ลูกสาวของบุญช่วย พี่ชายของบุญชู หลานสาวของบุญชู ชอบพูดคำติดปากว่า "ระวังน้ำตาจะเช็ดหัวเข่า"

รายชื่อผู้แสดง[แก้]

ผู้แสดงที่ปรากฏตัวจนถึงภาคล่าสุด[แก้]

ผู้แสดงที่ปรากฏตัวในอดีต[แก้]

ผู้แสดงที่ปรากฏตัวเฉพาะภาค[แก้]

ผู้แสดงรุ่นลูก[แก้]

เพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

  • ฉันคือบุญชู : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 1 , จะอยู่ในใจเสมอ)
  • รักหรือเรียนดี : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 1 , 3)
  • ความหวังยังไม่สาย : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 1 , 2)
  • น้ำตาเช็ดหัวเข่า : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 1)
  • เพ้อ : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 1)
  • หวาน : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 1)
  • เพื่อน : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ตั้งแต่ภาค 2)
  • เปลี่ยนรัก : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ตั้งแต่ภาค 2)
  • แล้วเราก็เจอกัน : ขับร้องโดย จรัล มโนเพ็ชร (ภาค 2)
  • เขิน : ขับร้องโดย ธนฉัตร ตุลยฉัตร (บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู)
  • รางวัลแด่คนช่างฝัน : ขับร้องโดย กลุ่มนักแสดง (บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู)
  • จะอยู่ในใจเสมอ : ขับร้องโดย ยืนยง โอภากุล (จะอยู่ในใจเสมอ)
  • แค่บอกว่ารักเธอ : ขับร้องโดย หมีพูห์ (จะอยู่ในใจเสมอ)
  • 1 2 3 4 5 I Love You : ขับร้องโดย เดอะบ๊อทท๊อม บลูส์ (จะอยู่ในใจเสมอ)

ผู้ทำเพลงและดนตรีประกอบภาพยนตร์[แก้]

รางวัล[แก้]

บุญชูผู้น่ารัก
บุญชู 2 น้องใหม่ [15]
บุญชู 5 เนื้อหอม [16]
บุญชู 7 รักเธอคนเดียวตลอดกาลใครอย่าแตะ [17]
บุญชู 8 เพื่อเธอ [18]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.thaicinema.org/kits122boonchoole.asp
  2. รายการ แฟนพันธุ์แท้ปี 2008 เรื่อง บุญชู ผู้น่ารัก ออกอากาศในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
  3. โครงการ ๑๐๐ หนังไทยที่คนไทยควรดูในมิติภาพยนตร์ยังให้เกิดปัญญา
  4. ทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ ๓
  5. ประกาศขึ้นทะเบียนภาพยนตร์ไทย 25 เรื่อง เป็นมรดกชาติ
  6. ภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งที่ ๓
  7. ย้อนรำลึก ถึง บุญชู กัน
  8. 8.0 8.1 8.2 8.3 8.4 ภาพยนตร์ บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ (2551) .
  9. ไฟว์สตาร์ หวนรำลึกบุญชู ออกฉายทีวีก่อนสร้างภาค 9
  10. 100 อันดับหนังไทยทำเงินสูงสุดตลอดกาล
  11. มยุรี อำนวยพร, ที่สุดของหนังเด่น-หนังโดนแห่งปี
  12. 12.0 12.1 12.2 12.3 12.4 12.5 12.6 12.7 ภาพยนตร์ บุญชู 2 น้องใหม่ (2532) .
  13. 13.0 13.1 13.2 13.3 ภาพยนตร์ บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู (2553) .
  14. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=50
  15. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=49
  16. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=48
  17. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=45
  18. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=43

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]