บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู
(BOONCHU 9)
กำกับ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
อำนวยการสร้าง เจริญ เอี่ยมพึ่งพร
เขียน บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
เขียนบท บัณฑิต ฤทธิ์ถกล
นำแสดง สันติสุข พรหมศิริ
จินตหรา สุขพัฒน์
วัชระ ปานเอี่ยม
เกียรติ กิจเจริญ
นฤพนธ์ ไชยยศ
กฤษณ์ ศุกระมงคล
อรุณ ภาวิไล
เกรียงไกร อมาตยกุล
ธนฉัตร ตุลยฉัตร
อภิญญา สกุลเจริญสุข
รัชชุ สุระจรัส
นลินธารา โฮเลอร์
วรฤทธิ์ นิลกลม
กิตติ์ลภัส กรสุทธิ์ไรวรรณ
นิมิตร ลักษมีพงษ์
ดนตรีประกอบ ยืนยง โอภากุล
ไจแอนท์ เวฟ
กำกับภาพ วรรธนะ วันชูเพลา
ตัดต่อ สุนิตย์ อัศวินิกุล
จำหน่าย/เผยแพร่ ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น
ฉาย 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551
ประเทศ ไทย ไทย
ภาษา ไทย
รายได้ 50 ล้านบาท [1]
ก่อนหน้านี้ บุญชู 8 เพื่อเธอ
ต่อจากนี้ บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ
ข้อมูลจากฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย
ข้อมูลจากสยามโซน

บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู หรือ บุญชู 9 เป็นภาพยนตร์ไทย โดยค่ายไฟว์สตาร์โปรดักชั่น กำกับโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ที่ได้นักแสดงภาคเก่าอาทิ สันติสุข พรหมศิริ, จินตหรา สุขพัฒน์, ซูโม่เจี๊ยบ วัชระ ปานเอี่ยม, ซูโม่กิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ, นฤพนธ์ ไชยยศ, กฤษณ์ ศุกระมงคล, ซูโม่ตุ๋ย อรุณ ภาวิไล, ซูโม่เอ๋ เกรียงไกร อมาตยกุล มาร่วมแสดง อีกทั้งยังได้นักแสดงหน้าใหม่มารับเป็นบทลูกๆ อย่าง อาร์ตี้-ธนฉัตร ตุลยฉัตร, สายป่าน-อภิญญา สกุลเจริญสุข, ว่าน-รัชชุ สุระจรัส, ซาร่า-นลินธารา โฮเลอร์, แก๊ปเปอร์-วรฤทธิ์ นิลกลม และ ฐา-กิตติ์ลภัส กรสุทธิ์ไรวรรณ[2] ออกฉายวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551[3]

เนื้อเรื่อง[แก้]

บุญโชค เป็นลูกชายของบุญชูและโมลี ซึ่งถูกให้บวชเณรตั้งแต่เด็ก โดยบุญโชคตั้งใจจะให้บวชไปเรื่อยๆจนเป็นพระ แต่โมลีอยากให้ลูกเข้าเรียนและใช้ชีวิตปกติมากกว่า จึงแอบสึกเณรโดยไม่บอกบุญชูและส่งเข้ากรุงเทพ เพื่อฝากให้กลุ่มเพื่อนเก่าช่วยดูแล

เมื่อบุญโชคมาถึงกรุงเทพ ก็ถูกหลอกมอมยาโดยเด็กหญิงสองคน และปลดทรัพย์ไปหมด โชคดีที่ได้กลุ่มเพื่อนๆใหม่คือนิ้ง (อภิญญา สกุลเจริญสุข) ลูกสาวของนรา หยอน (รัชชุ สุระจรัส) ลูกชายของหยอย ประพาฬ (วรฤทธิ์ นิลกลม) ลูกชายของประพันธ์ และแอ่น (นลินธารา โฮเลอร์) เพื่อนของนิ้ง ช่วยดูแล โดยอาศัยอยู่ด้วยกันระหว่างที่บุญโชคมาอยู่กรุงเทพและอ่านหนังสือเตรียมสอบ

วันหนึ่งขณะที่กำลังไปเที่ยวห้างสรรพสินค้ากัน บุญโชคสังเกตเห็นพิม (กิตติ์ลภัส กรสุทธิ์ไรวรรณ) ซึ่งเป็นพี่สาวของเด็กสองคนที่มอมยาตนเอง กำลังหลอกเอาเงินจากชายวัยกลางคนอยู่ จึงออกไล่ตามและเกิดเรื่องวุ่นๆขึ้น สุดท้ายบุญโชคได้เก็บภาพถ่ายเขากับพิมตอนที่ชุลมุนกันอยู่ในตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์ไว้ได้ จึงออกตามหาและได้ทราบว่าพิมกับน้องสาวสองคนนั้นไม่มีพ่อแม่ ต้องหาเลี้ยงตนเอง แต่บุญชูและเพื่อนๆก็ไม่เห็นด้วยที่พิมใช้วิธีการหลอกลวงคนอื่น

ในวันสอบ ก่อนที่บุญโชคจะเข้าห้องสอบนั้นเอง พิมซึ่งมาสอบเหมือนกันก็ถูกแกงค์นักเลงคุมถิ่นจับตัวไปเนื่องจากเข้าไปหากินในพื้นที่ บุญโชคจึงทิ้งการสอบและตามไปช่วย ในตอนที่กำลังจะถูกทำร้าย กลุ่มเพื่อนๆของบุญโชคก็ตามมาช่วย และเกิดชุลมุนขึ้นตามระเบียบ สุดท้ายจึงช่วยกันหนีจากแกงค์นักเลงมาได้ และพิมกับน้องสาวก็ได้รับความช่วยเหลือจากทางสังคมสงเคราะห์ ช่วยเหลือเรื่องการศึกษาและที่อยู่อาศัยในที่สุด

ส่วนบุญโชคที่ไม่ได้เข้าสอบ จึงเดินทางกลับบ้านนอกไปหาพ่อแม่ และได้รับคำปลอบว่าจะเรียนอะไรก็ได้ ขอให้เป็นคนดี เรื่องสอบเอาไว้ปีหน้าก็ยังไม่สาย เรื่องจึงจบลงด้วยดี

การตอบรับ[แก้]

การออกฉายและรายได้[แก้]

บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู ออกฉายเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เข้าฉาย 4 วันทำเงินได้ 15.52 ล้านบาท [4] รวมในสัปดาห์แรกเปิดตัวด้วยรายได้ที่ 16.1 ล้านบาท ทั้งๆ ที่จากกระแสน่าจะทำได้เกิน 20 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย[5] ทำรายได้รวม 50 ล้านบาท[6]

เสียงวิจารณ์[แก้]

นรา จากผู้จัดการออนไลน์ พูดถึงบุญชูภาคนี้ว่า "เรื่องราวว่าด้วยการผลัดเปลี่ยนตัวละครจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง โดยมีตัวละครเดิมๆ ในวัยพ่อแม่ คอยประคับประคองดูแล อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงนั้น มีเพียงแค่โอนถ่ายภาระในการเล่าเรื่องมายังตัวละครอีกรุ่น แต่บุคลิกและอารมณ์ต่างๆ โดยรวมแล้ว ยังคงมีเสน่ห์ของ “บุญชู” ในแบบดั้งเดิมอันเป็นที่คุ้นเคย"[7]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]