นิติภูมิ นวรัตน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นิติภูมิ นวรัตน์
หัวหน้าพรรคสุวรรณภูมิ
ดำรงตำแหน่ง
8 กันยายน พ.ศ. 2551 – 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 5 มิถุนายน พ.ศ. 2503 (53 ปี)
จังหวัดตราด
พรรคการเมือง เพื่อไทย

ร้อยตำรวจเอก ดร. นิติภูมิ นวรัตน์ (5 มิถุนายน พ.ศ. 2503— ) มีชื่อเล่นว่า หมู เกิดที่ บ้านดงกลาง ตำบลเขาสมิง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด แต่มาเติบโตที่บ้านซึ้งล่าง ตำบลวันยาว อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี บิดาชื่อ มิ่ง อยู่พร้อม มารดาชื่อ เชื้อน อยู่พร้อม (สกุลเดิมกลิ่นอยู่ มีเชื้อสายสกุลชัชวาลย์, พูลเกษม และเจริญลาภ) มีเชื้อสายฝ่ายแม่เป็นคนจีนแซ่ลี้ และบรรพบุรุษบางสายมาจากอินเดีย เขานับถือศาสนาพุทธ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกทางประวัติศาสตร์ จากสถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษา มหาวิทยาลัยมอสโก อดีตสหภาพโซเวียต เดิมนามสกุล อยู่พร้อม แต่เปลี่ยนมาใช้นามสกุลของบิดาบุญธรรมคือ หม่อมราชวงศ์เชาวน์ นวรัตน์ (บุตรหม่อมเจ้านพมาศ นวรัตน์ อดีตผู้ว่าราชการเมืองจันทบุรี) [1]

ประวัติการศึกษา

สำเร็จมัธยมศึกษาตอนปลาย (แผนกวิทยาศาสตร์) จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ จันทบุรี (ได้รับการคัดเลือกเป็นศิษย์เก่าเกียรติภูมิ วาระครบรอบ 90 ปี พ.ศ. 2543 และวาระครบรอบ 100 ปี พ.ศ. 2554)

จากนั้น ได้รับทุนสโมสรโรตารีจันทบุรีเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมแห่งเมืองเซ็นต์เออร์นาด รัฐวิกตอเรีย เครือรัฐออสเตรเลีย

หลังจากกลับประเทศไทย เขาเข้าเรียนที่สถาบันการศึกษาทางสหกรณ์

ในเวลาเดียวกันก็เรียนชั้นปริญญาตรี สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (รหัสนักศึกษา 23600406)

เคยเรียนปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ ประเภท External Program ของมหาวิทยาลัยลอนดอน (เลขทะเบียนนักศึกษา U927066998) แต่ไม่สำเร็จ

เคยเป็นนิสิตปริญญาโทภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เลขประจำตัวนิสิต B735197)

จบปริญญาโท สาขาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (เลขทะเบียนนักศึกษา 270375)

จบปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์ สถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษา มหาวิทยาลัยมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย (เลขปริญญา КТП No. 003699 เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541)

สำเร็จหลักสูตรผู้มีคุณวุฒินิติศาสตร์บัณฑิตและรัฐศาสตร์บัณฑิตเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร รุ่นที่ 15 จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

ภายหลังสำเร็จการศึกษาหลักสูตรสูงสุดจากวิทยาลัยการตำรวจ (บตส.31) วิทยาลัยการทัพบก (วทบ.51) วิทยาลัยมหาดไทย (นปส.57) วิทยาลัยการยุติธรรม (บ.ย.ส.11) วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.2555/วปม.6) และสถาบันวิทยาลัยการตลาดทุน (วตท.5) [2]

งานการเมือง

พ.ศ. 2549 นิติภูมิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ได้รับคะแนนเป็นอันดับ 1 ของกรุงเทพมหานคร คือ 257,420 คะแนน ชนะนายสมัคร สุนทรเวช,นายกล้านรงค์ จันทิก, นางสาวรสนา โตสิตระกูล, นายอุทัย พิมพ์ใจชน, นายพิจิตต รัตตกุล และผู้สมัครอื่นรวมทั้งหมด 260 คนของกรุงเทพมหานคร และได้ที่ 1 จากผู้สมัครทั่วประเทศ ขณะรอการรับรอง มีการปฏิวัติรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อ 19 กันยายน พ.ศ. 2549

พ.ศ. 2549 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ระหว่างนั้นทำหน้าที่เป็นโฆษกกรรมาธิการการพาณิชย์ ประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-ฮังการี กรรมการบริหารหน่วยประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภา (IPU) และกรรมการบริหารหน่วยประจำชาติไทยในสมัชชารัฐสภาอาเซียน

8 กันยายน พ.ศ. 2551 เขาก่อตั้งพรรคสุวรรณภูมิ และดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม

จากนั้นก็สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยเมื่อ 8 มกราคม พ.ศ. 2553 และเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 24 ของพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เขาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 24 ของรัฐสภาไทย จนกระทั่งมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาเมื่อ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ระหว่างเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 24 เขาดำรงตำแหน่ง รองประธานคนที่ 1 ของคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังเป็นรองประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-อินเดีย หน่วยบริหารประจำชาติไทยในสหภาพรัฐสภา (IPU) เคยปฏิบัติหน้าที่สำคัญเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทยในการประชุมคณะกรรมาธิการเตรียมการจัดการประชุมรัฐสภาว่าด้วยองค์การการค้าโลก ณ สำนักงานรัฐสภายุโรป กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม 2555 หัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทยในการประชุมรัฐสภาว่าด้วยองค์การการค้าโลก ณ สำนักงานองค์การการค้าโลก นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส 2555 ผู้แทนรัฐสภาไทยในการประชุมรัฐสภาในโอกาสการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ 68 ณ สำนักงานใหญ่ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 2556

ผลงานทางวิชาการ

เป็นผู้อำนวยการสถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ นอกจากนี้ยังเป็นผู้ก่อตั้งและติวเตอร์ภาษาอังกฤษประจำสถาบันบาลานซ์ (ติวเตอร์หมู) เป็นคอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "เปิดฟ้าส่องโลก" ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์รายการ "เปิดเลนส์ส่องโลก" ทางช่อง 3

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

อ้างอิง

แหล่งข้อมูลอื่น