แผนฟินแลนด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก ปฏิญญาฟินแลนด์)

แผนฟินแลนด์ หรือ ยุทธศาสตร์ฟินแลนด์ หรือ ปฏิญญาฟินแลนด์ เป็นทฤษฎีสมคบคิดที่ได้รับการกล่าวถึงเป็นครั้งแรกโดยปราโมทย์ นาครทรรพ ทางหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและทางเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ และสนธิ ลิ้มทองกุล และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นผู้นำมาเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ในบทความของปราโมทย์ นาครทรรพ ระบุว่า แผนนี้ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2542 ที่ประเทศฟินแลนด์ กล่าวหาว่า ทักษิณ ชินวัตรได้สมคบคิดกับอดีตผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เพื่อล้มล้างราชวงศ์จักรี ยึดอำนาจการปกครองราชอาณาจักรไทย ก่อตั้งสาธารณรัฐคอมมิวนิสต์ และล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ทฤษฎีนี้ได้ส่งผลกระทบในด้านลบ และสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของทักษิณ ชินวัตร แม้ว่าจะไม่เคยมีผู้ใดแสดงหลักฐานพิสูจน์ว่าแผนสมคบคิดนี้มีจริง ทักษิณ ชินวัตรและอดีตผู้นำและผู้ร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้ปฏิเสธในเวลาต่อมาว่าแผนสมคบคิดนี้ไม่มีจริง และฟ้องร้องดำเนินคดีกับปราโมทย์ นาครทรรพ และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ คณะนายทหารซึ่งได้ทำรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 ได้อ้างแผนการดังกล่าวเป็นสาเหตุของการรัฐประหาร[1]

เนื้อหา

[แก้] เบื้องหลัง

การประท้วงขับไล่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรขยายวงกว้างขึ้นในช่วง พ.ศ. 2548-2549 โดยมีหลายปัจจัยประกอบกันเป็นเหตุผลในการขับไล่ รวมไปถึงการปรากฏตัวในพิธีการการทำบุญที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามในเดือนเมษายน พ.ศ. 2548 การยกเลิกรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ซึ่งมีสนธิ ลิ้มทองกุลเป็นผู้ดำเนินรายการในเดือนกันยายน พ.ศ. 2548 แผนที่จะส่งมอบการควบคุมโรงเรียนรัฐบาลให้แก่ประชาคมท้องถิ่นในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2548 การขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอร์ป ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2549 และการกล่าวหาว่าทักษิณมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำลายศาลท่านท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2549[2][3][4][5][6]

เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2549 ก่อนหน้างานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ซึ่งสนธิ ลิ้มทองกุลเป็นเจ้าของนั้น ได้ตีพิมพ์รายละเอียดของทฤษฎี "แผนฟินแแลนด์" "ปฏิญญาฟินแลนด์" หรือ "ยุทธศาสตร์ฟินแลนด์" ซึ่งเนื้อหาในบทความกล่าวหาว่าทักษิณ ชินวัตรและอดีตผู้นำนักเรียนในขบวนการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในช่วงพุทธทศวรรษ 2510 ได้พบปะกันในประเทศฟินแลนด์ใน พ.ศ. 2542 เพื่อริเริ่มแผนการเพื่อจัดตั้งการปกครองแบบพรรคการเมืองเดียว ล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์และสถาปนาสาธารณรัฐและจัดการเลือกตั้งสำหรับผู้ว่าราชการจังหวัด บทความ "ยุทธศาสตร์ฟินแลนด์:แผนเปลี่ยนการปกครองไทย ?" ความยาว 5 ตอน เขียนขึ้นโดยปราโมทย์ นาครทรรพ ได้ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อวันที่ 17, 19, 22, 23 และ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับทักษิณได้ขยายรวมไปถึงสมาชิกพรรคไทยรักไทยคนอื่นด้วย ได้แก่ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช (เลขาธิการนายกรัฐมนตรี) จาตุรนต์ ฉายแสง (รองนายกรัฐมนตรี) สุธรรม แสงประทุม (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย) และภูมิธรรม เวชยชัย (รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม) ซึ่งทั้งหมดได้เคยเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยหลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลา[7][8]

ทฤษฎีดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักวิจารณ์ที่มีชื่อเสียงหายคน รวมไปถึงผู้นำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549 ชัยอนันต์ สมุทวณิช สมาชิกวุฒิสภา โสภณ สุภาพงษ์ นักเขียน ปราโมทย์ นาครทรรพ และผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ ถาวร เสนเนียม[9][10]

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีดังกล่าวไม่มีหลักฐานยืนยันเพื่อสนับสนันการกล่าวหาดังกล่าวแต่อย่างใด สนธิกล่าวว่าแหล่งข่าวของเข่าเป็นผู้ทำงานในพรรคไทยรักไทยซึ่ง "เอาใจออกห่าง"[11]

[แก้] รายละเอียด

เนื้อหาของแผนฟินแลนด์ ระบุว่า ทักษิณ ชินวัตร ได้สมคบคิดกับอดีตผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ยึดอำนาจการปกครอง และก่อตั้งรัฐคอมมิวนิสต์ ประเด็นสำคัญที่กล่าวถึงในแผนฟินแลนด์ ประกอบด้วย

  1. สร้างระบบรัฐบาลแบบพรรคการเมืองเดียว
  2. เปลี่ยนระบบราชการให้อยู่ภายใต้อำนาจสั่งการของพรรคการเมือง
  3. การแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้กลายเป็นของภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบทุนนิยมที่สมบูรณ์แบบ พร้อมที่จะพลิกเป็นระบบคอมมิวนิสต์
  4. ลดทอนความสำคัญของสถาบันกษัตริย์
  5. สร้างระบบพรรคการเมืองแบบรวมอำนาจที่กรรมการบริหารพรรคและผู้นำพรรค[12][11]

[แก้] การดัดแปลงและการปฏิเสธ

จากทฤษฎีดั้งเดิม ได้มีการดัดแปลงทฤษฎีดังกล่าวเป็นอื่นด้วย รวมไปถึงการอ้างว่าแผนการนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มโพ้นทะเลซึ่งมีเจตนาจะล้มล้างราชวงศ์จักรี การอ้างว่าการยุบรวมสื่อเป็นองค์ประกอบหลักของทฤษฎีสมคบคิดดังกล่าว การอ้างว่าแผนการดังกล่าวมีเจตนาที่จะรักษารูปแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญแต่ลดพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์จนเหลือเพียงในนามเท่านั้น และการอ้างว่ากฎหมายได้รับการออกแบบมาเพื่อการกระจายอำนาจการปกครองออกจากศูนย์กลางไปยังจังหวัดอื่น ๆ ของไทยเพิ่มยิ่งขึ้น และการอ้างว่าทักษิณต้องการสถาปนารัฐบาลตามรูปแบบของประเทศประชาธิปไตยตะวันตก[10][13]

การดัดแปลงอีกแบบหนึ่งอ้างว่าผู้สมรู้ร่วมคิดกับทักษิณเป็นอดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งรวมไปถึง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ภูมิธรรม เวชยชัย และได้ปรับใช้ทฤษฎีของมาร์กซิสต์ดั้งเดิมเพื่อกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ของพรรคไทยรักไทยในการส่งเสริมทุนนิยม การอ้างดังกล่าวระบุว่าประเทศไทยระหว่างพุทธทศวรรษ 2510 ยังคงเป็นสังคมกึ่งศักดินา และมีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมทุนนิยมอันเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมนิยม กลุ่มคอมมิวนิสต์ได้ทำงานร่วมกับทักษิณเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจทุนนิยมของไทยเต็มตัว ทำลายสิ่งที่เหลือของยุคศักดินา และแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ในขณะเดียวกับที่สร้างเผด็จการพรรคการเมืองเดียว เพื่อที่จะสร้างเผด็จการสังคมนิยมในอนาคต[11]

การกล่าวหาดังกล่าวได้รับการปฏิเสธจากทักษิณ ชินวัตร และผู้นำพรรคไทยรักไทย รวมไปถึงสุรพงษ์ สืบวงศ์ลีและพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช[9][14]

[แก้] ผลที่ตามมา

ผู้ชุมนุมต่อต้านทักษิณสวมเสื้อที่มีข้อความเขียนว่า "เราจะสู้เพื่อในหลวง"

การกล่าวหาได้ส่งผลกระทบในด้านลบต่อความนิยมของทักษิณและรัฐบาล ทักษิณจำต้องใช้เวลาและทุนทางการเมืองของตน เพื่อป้องกันความเสียหาย โดยอธิบายจุดยืนของเขา และสาบานว่าเขาจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์[15]

ในบทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ซึ่งมีเนื้อหาต่อต้านทักษิณทรงอิทธิพล เดอะ เนชั่น ได้เขียนว่า:

Cquote1.svg

ประเด็นที่ว่าทฤษฎีดังกล่าวมีอยู่จริงหรือไม่นั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะพิสูจน์ แต่สนธิและคนอื่น ๆ ควรจะรู้มากกว่าจะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองที่ปะทุขึ้นง่ายให้เลวร้ายลงไปอีกด้วยการกล่าวหาอย่างขาดความรับผิดชอบซึ่งอาจยั่วยุให้เกิดความเกลียดชังและความรุนแรงระหว่างสองฝ่ายที่มีความเห็นแตกต่างกัน[16]

Cquote2.svg

เดอะ เนชั่นยังได้กล่าวต่อไปว่าแผนฟินแลนด์ ไม่ว่าจะมีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม แต่การอุทธรณ์ของราชวงศ์กลาย ๆ ก็เพียงพอที่จะสร้างความเสียหายแก่พรรคไทยรักไทย[7] นักวิจารณ์หลายคนได้เปรียบเทียบความคล้ายกันระหว่างการกล่าวหาแผนการฟินแลนด์กับการกล่าวหาที่ใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมในการปราบปรามการเดินขบวนนักเรียนในเหตุการณ์ 6 ตุลา ซึ่งในบริบทของวิกฤตการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันอาจสร้างความชอบธรรมให้แก่การก่อรัฐประหาร[17][18][19] กองทัพไทยได้ประสบความสำเร็จในการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลทักษิณในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งหนึ่งในคณะผู้ยึดอำนาจการปกครองได้อ้างเหตุผลของรัฐประหารว่าทักษิณได้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์[1]

[แก้] การฟ้องร้องและคำตัดสิน

30 พฤษภาคม ทักษิณ ชินวัตรพร้อมกับธนา เบญจาธิกุล ทนายความจากพรรคไทยรักไทย ได้ยื่นฟ้องสนธิ ลิ้มทองกุล บรรณาธิการ ขุนทอง ลอเสรีวานิช คอลัมนิสต์ ปราโมทย์ นาครทรรพ ผู้บริหาร เสาวลักษณ์ ธีรานุจรรงค์ และเว็บมาสเตอร์ ปัญจภัทร อังคสุวรรณ ในข้อหาหมิ่นประมาท การฟ้องร้องมีเนื้อหากล่าวหาว่าบทความดังกล่าวมีเจตนาทำลายพรรคไทยรักไทยและอนาคตทางการเมืองของทักษิณโดยการทำให้สาธารณชนเชื่อว่าพรรคมีแผนการล้มล้างราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่การฟ้องร้องดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์และอ้างว่าทักษิณพยายามเซ็นเซอร์สื่อ[8]

คดีแผนฟินแลนด์มีความคืบหน้าที่ศาลอาญา โดยในวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2550 พยานโจทย์ได้ประกาศชื่อพยานฝ่ายโจทก์จำนวน 12 คน ระบุชื่อ นายสุขุม นวลสกุล เป็นพยานปากที่ 1 ร้อยตำรวจเอกนิติภูมิ นวรัตน์ เป็นพยานปากที่ 2 นายสมัคร สุนทรเวช เป็นพยานปากที่ 4 พลตำรวจเอกโกวิท วัฒนะ เป็นพยานปากที่ 6[20]

25 มีนาคม พ.ศ. 2552 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.1747/2549 ที่ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทยเป็นโจทก์ยื่นฟ้องสนธิและพวกเป็นจำเลยรวม 11 คน โดยมีความเห็นว่า แม้จะมีการกล่าวถึงปฏิญญาฟินแลนด์ แต่ไม่มีการยืนยันว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะมีจริงหรือไม่ ซึ่งแม้การกล่าวเสวนาของจำเลยจะใช้ถ้อยคำที่เกินเลยไปบ้าง แต่ก็เป็นไปในลักษณะของการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต และโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะ ตัดสินยกฟ้องจำเลยทั้ง 11 ราย[21]

วันเดียวกัน ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.1818/2549 ที่ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทยเป็นโจทก์ยื่นฟ้องปราโทย์ นาครทรรพและบริษัท แมเนเจอร์ มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 5 คน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา กรณีการพิมพ์บทความ "ยุทธศาสตร์ฟินแลนด์:แผนเปลี่ยนการปกครองไทย ?" ศาลพิพากษาให้จำคุกนายปราโมทย์ และนายขุนทอง ลอเสรีวานิช บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.ผู้จัดการรายวัน เป็นเวลา 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี ส่วนจำเลยคนอื่น ศาลให้ยกฟ้องเพราะเห็นว่าไม่มีส่วนร่วมในการกระทำดังกล่าว[22]

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 1.0 1.1 Asian Sentinel, Thailand’s Uncharted Waters , 19 September 2007
  2. ^ The Nation, PM’s Office dismisses report in 'Phujadkarn', 11 November 2006
  3. ^ Freedom House, Freedom Of The Press - Thailand (2006)
  4. ^ Danielle Sabai and Jean Sanuk, International Viewpoint, Crisis in the ‘Land of the Smile’, March 2006
  5. ^ The Star, Dreaded day dawns – despite lies and dark forces, 2 April 2006
  6. ^ The Nation, Vandal's dad distraught, 23 March 2006
  7. ^ 7.0 7.1 The Nation, "Burning Issue: Finland, monarchy: a dangerous mix", May 25, 2006
  8. ^ 8.0 8.1 The Bangkok Post, "Manager sued for articles on 'Finland plot'", 31 May 2006
  9. ^ 9.0 9.1 The Bangkok Post, "TRT goes on offensive over 'Finland Plan'", 22 May 2006
  10. ^ 10.0 10.1 The Nation, Thaksin clearly wanted republic, critics charge, 25 May 2006
  11. ^ 11.0 11.1 11.2 The Nation, 'Finland plot' on dangerous ground, 25 May 2006
  12. ^ หน้าต่างความคิด :ปฏิญญาฟินแลนด์ กับความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ ข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ
  13. ^ The Bangkok Post, "Sondhi expands on 'Finland Plan'", 21 May 2006
  14. ^ The Nation, "TRT: No such thing as 'Finland declaration'", 22 May 2006
  15. ^ Kavi Chongkittavorn, Thailand's Current Political Crisis seminar presentation, 7 June 2006
  16. ^ The Nation, Hatred debases public discourse, 27 May 2006
  17. ^ Demosthenes, Yep, it was a coup, 20 September 2006
  18. ^ Etat de droit, ความเหมือนที่แตกต่าง, 21 May 2006
  19. ^ Bookish, The Finland Declaration, 23 May 2006
  20. ^ รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ออกอากาศวันที่ 24 ตุลาคม 2550
  21. ^ "ยกฟ้อง สนธิหมิ่นทักษิณเปลี่ยนการปกครอง"
  22. ^ ยกฟ้องสนธิ-คุกปราโมทย์. ทนายคลายทุกข์อ้างจากโพสต์ทูเดย์. สืบค้น 12-12-2553.

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น


เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น