กระเพาะปัสสาวะ
| กระเพาะปัสสาวะ | |
|---|---|
1. ระบบปัสสาวะในมนุษย์: 2. ไต, 3. กรวยไต, 4. ท่อไต, 5. กระเพาะปัสสาวะ, 6. ท่อปัสสาวะ (ซ้ายมือกับส่วนตัดหน้า) 7. ต่อมหมวกไต หลอดเลือด: 8. หลอดเลือดแดงและดำไต, 9. ท่อเลือดดำล่าง (inferior vena cava), 10. เอออร์ตาส่วนท้อง (abdominal aorta), 11. หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำกระดูกปีกเชิงกรานร่วม (common iliac artery and vein) โปร่งแสง: 12. ตับ, 13. ลำไส้ใหญ่, 14. เชิงกราน | |
| รายละเอียด | |
| คัพภกรรม | โพรงอวัยวะเพศและทางเดินปัสสาวะ (urogenital sinus) |
| ระบบ | ระบบปัสสาวะ |
| หลอดเลือดแดง | หลอดเลือดแดงกระเพาะปัสสาวะบน (superior vesical artery) หลอดเลือดแดงกระเพาะปัสสาวะล่าง (inferior vesical artery) หลอดเลือดแดงสะดือ (umbilical artery) หลอดเลือดแดงช่องคลอด (vaginal artery) |
| หลอดเลือดดำ | ข่ายหลอดเลือดดำกระเพาะปัสสาวะ (vesical venous plexus) |
| ประสาท | ข่ายประสาทกระเพาะปัสสาวะ (vesical nervous plexus) |
| น้ำเหลือง | Preaortic lymph nodes |
| ตัวระบุ | |
| ภาษาละติน | vesica urinaria |
| MeSH | D001743 |
| TA98 | A08.3.01.001 |
| TA2 | 3401 |
| FMA | 15900 |
| อภิธานศัพท์กายวิภาคศาสตร์ | |
กระเพาะปัสสาวะ (อังกฤษ: urinary bladder) เป็นอวัยวะในร่างกายมนุษย์และสัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดอื่น ๆ ที่บรรจุปัสสาวะจากไต ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแบบพลาเซนทัล ปัสสาวะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะผ่านท่อไต และออกผ่านท่อปัสสาวะขณะทำการถ่ายปัสสาวะ[1][2] ในมนุษย์ กระเพาะปัสสาวะเป็นอวัยวะที่ยืดหยุ่นได้ซึ่งตั้งอยู่บนอุ้งเชิงกราน โดยปกติกระเพาะปัสสาวะของผู้ใหญ่จะจุได้ประมาณ 300 ถึง 500 มิลลิลิตร (10 ถึง 17 ออนซ์) ก่อนที่จะรู้สึกอยากปัสสาวะ แต่สามารถจุได้มากกว่านั้นมาก[3][4]
รายละเอียด
[แก้]เป็นอวัยวะที่มีผนังเป็นกล้ามเนื้อเรียบ อยู่หลังหัวหน่าว เมื่อไม่มีน้ำปัสสาวะรูปร่างคล้ายหัวเรือบดตัด แต่ส่วนมาก กระเพาะปัสสาวะมีน้ำปัสสาวะอยู่เสมอ ดังนั้นในขณะมีชีวิต จึงมีรูปร่างค่อนข้างกลม กระเพาะปัสสาวะมีความจุประมาณ 550 มิลลิลิตร แต่ โดยทั่วไปเมื่อมีปัสสาวะ 160 - 300 มิลลิลิตร ก็จะรู้สึกปวดปัสสาวะ และ ถ่ายปัสสาวะออก เมื่อมีน้ำปัสสาวะ 550 มิลลิเมตร มันจะสูงขึ้นมาอยู่หลังผนังหน้าท้อง ประมาณ 7 - 8 เซนติเมตร เหนือหัวหน่าว การถ่ายปัสสาวะจะต้องประกอบไปด้วย
- จำนวนปัสสาวะถ้าหากปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดหนึ่ง ตั้งแต่ 150 - 400 ลบ.ซม. จะทำให้ผนังกระเพาะปัสสาวะตึงขึ้น
- เกิดรีเฟลกซ์การถ่ายปัสสาวะเนื่องจากการตึงของผนังกระเพาะปัสสาวะมีผลทำให้เกิดกระแสประสาทส่งไปยังไขสันหลังและสมองแล้วส่งกระแสประสาทกลับมากระตุ้นให้กล้ามเนื้อเรียบที่ผนังกระเพาะปัสสาวะบีบตัว
- ยิ่งความดันกระเพาะปัสสาวะมาก ยิ่งทำให้เกิดการอยากถ่ายปัสสาวะมากขึ้น การเกิดรีเฟลกซ์ การถ่ายปัสสาวะจะมีผลในการกระตุ้นให้สมองส่งกระแสประสาทมายงกล้ามเนื้อหูรูดมัดนอกของกระเพาะปัสสาวะให้คลายตัวและเกิดการถ่ายปัสสาวะขึ้น
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Marvalee H. Wake (15 September 1992). Hyman's Comparative Vertebrate Anatomy. University of Chicago Press. p. 583. ISBN 978-0-226-87013-7. สืบค้นเมื่อ 6 May 2013.
- ↑ Brading, Alison F. (January 1999). "The physiology of the mammalian urinary outflow tract". Experimental Physiology (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 84 (1): 215–221. doi:10.1111/j.1469-445X.1999.tb00084.x. ISSN 0958-0670. PMID 10081719.
- ↑ Boron, Walter F.; Boulpaep, Emile L. (2016). Medical Physiology. Elsevier Health Sciences. p. 738. ISBN 9781455733286. สืบค้นเมื่อ 1 June 2016.
- ↑ Walker-Smith, John; Murch, Simon (1999). Cardozo, Linda (บ.ก.). Diseases of the Small Intestine in Childhood (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน) (4 ed.). CRC Press. p. 16. ISBN 9781901865059. สืบค้นเมื่อ 1 June 2016.
- หนังสือ
- Standring S, บ.ก. (2008). Gray's anatomy : the anatomical basis of clinical practice (40th ed.). London: Churchill Livingstone. ISBN 978-0-8089-2371-8.
- Ralston, Stuart H.; Penman, Ian D.; Strachan, Mark W.; Hobson, Richard P., บ.ก. (2018). Davidson's principles and practice of medicine (23rd ed.). Elsevier. ISBN 978-0-7020-7028-0.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- รูปทางกายวิภาคศาสตร์: Urinary/mammal/bladder/bladder1 - อวัยววิทยาเชิงเปรียบเทียบที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส – "Mammal, bladder (LM, Medium)"
- Bladder เก็บถาวร 2 ตุลาคม 2022 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (ISSN 2327-2120) – An open-access journal on bladder biology and diseases.