ข้ามไปเนื้อหา

กระเพาะปัสสาวะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Urinary bladder)
กระเพาะปัสสาวะ
1. ระบบปัสสาวะในมนุษย์: 2. ไต, 3. กรวยไต, 4. ท่อไต, 5. กระเพาะปัสสาวะ, 6. ท่อปัสสาวะ (ซ้ายมือกับส่วนตัดหน้า)
7. ต่อมหมวกไต
หลอดเลือด: 8. หลอดเลือดแดงและดำไต, 9. ท่อเลือดดำล่าง (inferior vena cava), 10. เอออร์ตาส่วนท้อง (abdominal aorta), 11. หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำกระดูกปีกเชิงกรานร่วม (common iliac artery and vein)
โปร่งแสง: 12. ตับ, 13. ลำไส้ใหญ่, 14. เชิงกราน
รายละเอียด
คัพภกรรมโพรงอวัยวะเพศและทางเดินปัสสาวะ (urogenital sinus)
ระบบระบบปัสสาวะ
หลอดเลือดแดงหลอดเลือดแดงกระเพาะปัสสาวะบน (superior vesical artery)
หลอดเลือดแดงกระเพาะปัสสาวะล่าง (inferior vesical artery)
หลอดเลือดแดงสะดือ (umbilical artery)
หลอดเลือดแดงช่องคลอด (vaginal artery)
หลอดเลือดดำข่ายหลอดเลือดดำกระเพาะปัสสาวะ (vesical venous plexus)
ประสาทข่ายประสาทกระเพาะปัสสาวะ (vesical nervous plexus)
น้ำเหลืองPreaortic lymph nodes
ตัวระบุ
ภาษาละตินvesica urinaria
MeSHD001743
TA98A08.3.01.001
TA23401
FMA15900
อภิธานศัพท์กายวิภาคศาสตร์

กระเพาะปัสสาวะ (อังกฤษ: urinary bladder) เป็นอวัยวะในร่างกายมนุษย์และสัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดอื่น ๆ ที่บรรจุปัสสาวะจากไต ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแบบพลาเซนทัล ปัสสาวะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะผ่านท่อไต และออกผ่านท่อปัสสาวะขณะทำการถ่ายปัสสาวะ[1][2] ในมนุษย์ กระเพาะปัสสาวะเป็นอวัยวะที่ยืดหยุ่นได้ซึ่งตั้งอยู่บนอุ้งเชิงกราน โดยปกติกระเพาะปัสสาวะของผู้ใหญ่จะจุได้ประมาณ 300 ถึง 500 มิลลิลิตร (10 ถึง 17 ออนซ์) ก่อนที่จะรู้สึกอยากปัสสาวะ แต่สามารถจุได้มากกว่านั้นมาก[3][4]

รายละเอียด

[แก้]

เป็นอวัยวะที่มีผนังเป็นกล้ามเนื้อเรียบ อยู่หลังหัวหน่าว เมื่อไม่มีน้ำปัสสาวะรูปร่างคล้ายหัวเรือบดตัด แต่ส่วนมาก กระเพาะปัสสาวะมีน้ำปัสสาวะอยู่เสมอ ดังนั้นในขณะมีชีวิต จึงมีรูปร่างค่อนข้างกลม กระเพาะปัสสาวะมีความจุประมาณ 550 มิลลิลิตร แต่ โดยทั่วไปเมื่อมีปัสสาวะ 160 - 300 มิลลิลิตร ก็จะรู้สึกปวดปัสสาวะ และ ถ่ายปัสสาวะออก เมื่อมีน้ำปัสสาวะ 550 มิลลิเมตร มันจะสูงขึ้นมาอยู่หลังผนังหน้าท้อง ประมาณ 7 - 8 เซนติเมตร เหนือหัวหน่าว การถ่ายปัสสาวะจะต้องประกอบไปด้วย

  1. จำนวนปัสสาวะถ้าหากปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดหนึ่ง ตั้งแต่ 150 - 400 ลบ.ซม. จะทำให้ผนังกระเพาะปัสสาวะตึงขึ้น
  2. เกิดรีเฟลกซ์การถ่ายปัสสาวะเนื่องจากการตึงของผนังกระเพาะปัสสาวะมีผลทำให้เกิดกระแสประสาทส่งไปยังไขสันหลังและสมองแล้วส่งกระแสประสาทกลับมากระตุ้นให้กล้ามเนื้อเรียบที่ผนังกระเพาะปัสสาวะบีบตัว
  3. ยิ่งความดันกระเพาะปัสสาวะมาก ยิ่งทำให้เกิดการอยากถ่ายปัสสาวะมากขึ้น การเกิดรีเฟลกซ์ การถ่ายปัสสาวะจะมีผลในการกระตุ้นให้สมองส่งกระแสประสาทมายงกล้ามเนื้อหูรูดมัดนอกของกระเพาะปัสสาวะให้คลายตัวและเกิดการถ่ายปัสสาวะขึ้น

อ้างอิง

[แก้]
  1. Marvalee H. Wake (15 September 1992). Hyman's Comparative Vertebrate Anatomy. University of Chicago Press. p. 583. ISBN 978-0-226-87013-7. สืบค้นเมื่อ 6 May 2013.
  2. Brading, Alison F. (January 1999). "The physiology of the mammalian urinary outflow tract". Experimental Physiology (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 84 (1): 215–221. doi:10.1111/j.1469-445X.1999.tb00084.x. ISSN 0958-0670. PMID 10081719.
  3. Boron, Walter F.; Boulpaep, Emile L. (2016). Medical Physiology. Elsevier Health Sciences. p. 738. ISBN 9781455733286. สืบค้นเมื่อ 1 June 2016.
  4. Walker-Smith, John; Murch, Simon (1999). Cardozo, Linda (บ.ก.). Diseases of the Small Intestine in Childhood (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน) (4 ed.). CRC Press. p. 16. ISBN 9781901865059. สืบค้นเมื่อ 1 June 2016.
หนังสือ
  • Standring S, บ.ก. (2008). Gray's anatomy : the anatomical basis of clinical practice (40th ed.). London: Churchill Livingstone. ISBN 978-0-8089-2371-8.
  • Ralston, Stuart H.; Penman, Ian D.; Strachan, Mark W.; Hobson, Richard P., บ.ก. (2018). Davidson's principles and practice of medicine (23rd ed.). Elsevier. ISBN 978-0-7020-7028-0.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]