โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก โบรุสเซียดอร์ทมุนด์)
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์
Borussia Dortmund.png
ชื่อเต็ม Ballspiel-Verein Borussia 1909 e. V. Dortmund
ฉายา Die Schwarzgelben (ดำเหลือง)
Der BVB (The BVB)
เสือเหลือง (ในภาษาไทย)
ก่อตั้ง 19 ธันวาคม ค.ศ. 1909
สนาม ซิกนาลอีดูนาพาร์ค
Ground ความจุ 81,360[1]
ประธาน เยอรมนี เรอินฮาร์ด ราอูบอลล์
ผู้จัดการ เยอรมนี ปีเตอร์ สโตเกอร์
ลีก บุนเดสลีกา
2017–18 อันดับที่ 4
เว็บไซต์ เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม
ฤดูกาลปัจจุบัน

โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ (เยอรมัน: Borussia Dortmund; ชื่อจัดตั้ง Ballspielverein Borussia 09 e.V. Dortmund) ย่อว่า เบเฟาเบ (BVB) หรือ ดอร์ทมุนท์ (Dortmund) เป็นสโมสรฟุตบอลจากเมืองดอร์ทมุนท์ รัฐนอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน ประเทศเยอรมนี ปัจจุบันเล่นอยู่ในบุนเดสลีกา ลีกสูงสุดของประเทศ

ประวัติ[แก้]

โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 1909 โดยกลุ่มคนหนุ่มที่ไม่พอใจในสโมสรฟุตบอล Trinity Youth ของโบสถ์ประจำเมือง ชื่อ "โบรุสเซีย" (Borussia) นั้นมาจากภาษาละตินที่หมายถึงปรัสเซีย ช่วงแรกทีมใช้ชุดสีฟ้าขาว ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้สีเหลืองดำใน ค.ศ. 1913

ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง สโมสรเข้าเล่นใน Oberliga West ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของเยอรมนีตะวันตกในช่วงนั้น และประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1956 สโมสรกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของสโมสรฟุตบอลชาลเก้ 04 ซึ่งอยู่ในเมืองใกล้เคียงกัน

เมื่อสมาพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี ก่อตั้งบุนเดสลีกาเป็นลีกสูงสุด สโมสรได้รับการเสนอชื่อให้ร่วมแข่งขัน และนักเตะของสโมสรคือ Timo Konietzka ได้เป็นนักฟุตบอลที่ยิงประตูในบุนเดสลีกาเป็นคนแรก ในเกมที่แพ้ 2:3 ต่อแวร์เดอร์ เบรเมน

ดอร์ทมุนท์ชนะเยอรมันคัพเป็นครั้งแรกในปี 1965 และชนะยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ ในปีถัดมา พอ ค.ศ. 1972 สโมสรตกชั้นไปเล่นในลีกาสอง ก่อนจะกลับขึ้นมาใหม่ใน ค.ศ. 1976 ช่วงนี้สโมสรได้สร้างสนามใหม่คือเว็สท์ฟาเลินชตาดีอ็อน ซึ่งแล้วเสร็จในปีค.ศ. 1974

ผู้เล่นของโบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ฉลองหลังจากการคว้าแชมป์ บุนเดสลีกาในปี 2011

สโมสรกลับมาเริ่มประสบความสำเร็จอีกครั้งในยุค 90 เริ่มจากเข้าชิงยูฟ่าคัพในปี ค.ศ. 1993 (แต่แพ้ให้สโมสรฟุตบอลยูเวนตุส 7-1) ได้แชมป์บุนเดสลีกา 2 ปีติดกันใน ค.ศ. 1995-1996 และได้แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ประจำปี ค.ศ. ​1997 โดยเอาชนะยูเวนตุส 3-1 หลังจากนั้นได้เว้นช่วงอีกระยะและได้แชมป์บุนเดสลีกาในปี 2002

โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์เป็นสโมสรฟุตบอลแห่งแรกและแห่งเดียวของเยอรมนีที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่หลังจากแพ้ในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าคัพ ปี 2002 สโมสรก็ประสบปัญหาทางการเงิน จนต้องขายสนามเว็สท์ฟาเลินชตาดีอ็อน โดยทีมใช้วิธีเช่าสนามจากเจ้าของใหม่ ซึ่งเปลี่ยนชื่อสนามเป็น ซิกนาลอีดูนาพาร์ค สโมสรเริ่มตกต่ำในบุนเดสลีกาฤดูกาล 2005-06 ก่อนจบด้วยอันดับ 7 ในฤดูกาลถัดมาคือ 2006-2007 สโมสรต้องเผชิญสถานกาณ์หนีตกชั้นครั้งแรกในรอบหลายปี ได้เปลี่ยนผู้จัดการทีมถึงสามครั้งก่อนจบฤดูกาลด้วยอันดับ 10

ในปี 2011 โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ก็สามารถกลับมาคว้าแชมป์บุนเดสลีกาภายใต้การนำของเยือร์เกิน คล็อพ ซึ่งทำให้สาวกแฟนเสือเหลือง โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ จำนวนกว่า 500,000 คน ออกมาร่วมเฉลิมฉลองตำแหน่งแชมป์บุนเดสลีกา หรือแชมป์ลีกฟุตบอลเยอรมัน ฤดูกาล 2010 - 2011 กับบรรดานักเตะและ เยือร์เกิน ค็ลอพ เฮดโคชที่นำความสำเร็จมาสู่ทีมหลังต้องรอคอยมาอย่างยาวนานกว่า 9 ปี ในปี 2011-2012 โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ก็สามารถป้องกันแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จพร้อมทั่งทุบสถิติเป็นทีมที่เก็บแต้มสูงสุดในฤดูกาลเดียวของลีกเมืองเบียร์ 81 คะแนน ทำลายสถิติเดิม 79 แต้มที่ บาเยิร์น มิวนิค ทำไว้ในฤดูกาล 1971-1972 (คิดเทียบแบบผู้ชนะได้ 3 แต้มเช่นเดียวกับปัจจุบัน) และเท่านั่นยังไม่พอโบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ก็สามารถคว้าแชมป์เดเอฟเบโพคาล หลังจากที่สามารถเอาชนะบาเยิร์น มิวนิค ไปด้วยสกอร์ 5-2 คว้าดับเบิ้ลแชมป์ไปในที่สุด หลังจากนั่นโบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ต้องใช้เวลากว่า 5 ปีในการที่จะกลับมาคว้าแชมป์อีก โดยเป้นการคว้าแชมป์ เดเอฟเบโพคาล ปี 2017 โดยการเอาชนะ ไอน์ทรัคท์ แฟรงค์เฟิร์ต 2–1 นับเป็นแชมป์ครั้งแรกในรอบ 5 ปี และเป็นการชนะในนัดชิงได้ หลังจากที่เคยเข้าชิงมาสามครั้งติดต่อกันก่อนหน้านั่นในปี 2013–14, 2014–15, 2015–16

ชุดและสปอนเซอร์ที่ใช้[แก้]

ชุดแข่ง[แก้]

สปอนเซอร์บนเสื้อ[แก้]

  • 1974–1976: เมืองดอร์ทมุนท์
  • 1976–1978: Samson (ยาสูบ)
  • 1978–1980: Prestolith (สีและกำจัดสารเคลือบเงา)
  • 1980–1983: UHU (กาว)
  • 1983–1986: Artic (ไอศกรีม)
  • 1986–1997: Die Continentale (การประกันสุขภาพ)
  • 1997–1999: s.Oliver (เครื่องแต่งกาย)
  • 1999–2005: E.ON (พลังงาน)
  • 2006–ปัจจุบัน: Evonik (สารเคมีพลังงานและอสังหาริมทรัพย์)

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

ณ วันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2018[3][4][5]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 สวิตเซอร์แลนด์ GK โรมัน เบือร์คี
2 ฝรั่งเศส DF Dan-Axel Zagadou
4 ฝรั่งเศส DF Abdou Diallo
5 โมร็อกโก DF อัชร็อฟ ฮะกีมี (ยืมตัวมาจากเรอัลมาดริด)
6 เดนมาร์ก MF Thomas Delaney
7 อังกฤษ MF Jadon Sancho
9 สเปน FW ปาโก อัลกาเซร์ (ยืมตัวมาจากบาร์เซโลนา)
10 เยอรมนี MF มารีโอ เกิทเซอ
11 เยอรมนี FW มาร์โค ร็อยส์ (กัปตัน)
13 โปรตุเกส DF ราฟาแอล กือไรรู
14 สวีเดน FW Alexander Isak
15 เยอรมนี DF Jeremy Toljan
16 สวิตเซอร์แลนด์ DF มานูเอ็ล อาคันจี
17 สเปน MF เซร์ฆิโอ โกเมซ
18 เยอรมนี MF Sebastian Rode
19 เยอรมนี MF Mahmoud Dahoud
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
20 เยอรมนี FW มัคซีมีลีอาน ฟิลลิพ
22 สหรัฐ MF Christian Pulisic
23 ญี่ปุ่น MF ชินจิ คางาวะ
24 เยอรมนี GK Jan-Pascal Reckert
25 เยอรมนี GK Luca Unbehaun
26 โปแลนด์ DF วูกัช ปิชต์แชก
27 เยอรมนี FW Marius Wolf
28 เบลเยียม MF อักแซล วิตแซล
29 เยอรมนี DF Marcel Schmelzer
32 เยอรมนี MF Dženis Burnić
33 เยอรมนี MF ยูลีอาน ไวเกิล
34 เดนมาร์ก FW Jacob Bruun Larsen
35 สวิตเซอร์แลนด์ GK Marwin Hitz
36 ตุรกี DF Ömer Toprak
40 เยอรมนี GK Eric Oelschlägel

สตาฟโค้ชปัจจุบัน[แก้]

ปีเตอร์ สโตเกอร์ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน
ตำแหน่ง ชื่อ
ผู้จัดการทีม เยอรมนี ปีเตอร์ สโตเกอร์
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม เยอรมนี จอร์จ เฮนดริก
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน เนเธอร์แลนด์ เฮนรี่ คลาสเซ่น
ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู เยอรมนี โวล์ฟกัง เดอ เบียร์
ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนส อังกฤษ โอลิเวอร์ บาร์ตเลตต์
ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนส เยอรมนี ฟรอริอัน วังค์เลอร์
นักกายภาพบำบัด เยอรมนี เปเตอร์ คันหต์
นักกายภาพบำบัด เยอรมนี ทอร์เบิน โวเอสเต
นักกายภาพบำบัด เยอรมนี ไมเคิล เวนเซิล
นักกายภาพบำบัด เยอรมนี โทมัส เซตซ์แมนน์
แพทย์ประจำสโมสร เยอรมนี ด็อกเตอร์ มาร์คัส บราอัน
หัวหน้าผู้สรรหานักเตะ เยอรมนี สเวน มิสลินแทต
หัวหน้านักกีฬา เยอรมนี ไมเคิล ซอร์ก
หัวหน้าของการพัฒนาเด็กและเยาวชน เยอรมนี ลาร์ส ริกเคน
ผู้เข้าร่วมประชุมแฟน เยอรมนี ซิกฟริเอด เฮลด์

เกียรติประวัติ[แก้]

ระดับประเทศ[แก้]

ชนะเลิศ (8) : 1955–56, 1956–57, 1962–63, 1994–95, 1995–96, 2001–02, 2010–11, 2011–12
รองชนะเลิศ (7): 1949, 1961, 1965–66, 1991–92, 2012–13, 2013–14, 2015–16
ชนะเลิศ (4) : 1964–65, 1988–89, 2011–12, 2016–17
รองชนะเลิศ (5) : 1962–63, 2007–08, 2013–14, 2014–15, 2015–16
ชนะเลิศ (6) : 1989, 1995, 1996, 2008, 2013, 2014
รองชนะเลิศ (3) : 2011, 2012, 2016
รองชนะเลิศ (1) : 2003
ชนะเลิศ (6) : 1947–48, 1948–49, 1949–50, 1952–53, 1955–56, 1956–57

ระดับทวีป[แก้]

ชนะเลิศ (1) : 1996–97
'รองชนะเลิศ (1) : 2012–13
ชนะเลิศ (1) : 1965–66
รองชนะเลิศ (2) : 1992–93, 2001–02
รองชนะเลิศ (1) : 1997

ระดับโลก[แก้]

ชนะเลิศ (1) : 1997

อ้างอิง[แก้]

  1. 16 กรกฎาคม 2558. "Dortmunds Stadionkapazität erhöht sich" (ใน เยอรมัน). Kicker. 
  2. "PUMA announces partnership with Borussia Dortmund (BVB)". Puma AG. 26 October 2011. สืบค้นเมื่อ 28 November 2011. 
  3. "First Team". bvb.de. สืบค้นเมื่อ 31 August 2018. 
  4. "Borussia Dortmund Kader" (ใน German). bundesliga.com. สืบค้นเมื่อ 4 September 2018. 
  5. "Bürki die neue 1! So geht der BVB in die Saison 18/19" (ใน German). Ruhr Nachrichten. สืบค้นเมื่อ 1 July 2018. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]