อูโด ลาเทค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อูโด ลาเทค
Udo Lattek.jpg
อูโด ลาเทค ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม อูโด ลาเทค
วันเกิด 16 มกราคม พ.ศ. 2478
สถานที่เกิด Bosemb, German Reich
วันเสียชีวิต 31 มกราคม พ.ศ. 2558 (80 ปี)
สถานที่เสียชีวิต โคโลญน์, ประเทศเยอรมัน
ตำแหน่ง กองหน้า
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
SSV Marienheide
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน
VfR Wipperfürth
1962–1965 เฟาเอฟเอลออสนาบรึค 70 (34)
จัดการทีม
VfR Wipperfürth
1965–1970 เยอรมันตะวันตก (ผู้ช่วยโค้ช)
1970–1975 บาเยิร์นมิวนิก
1975–1979 โบรุสซีอาเมินเชินกลัทบัค
1979–1981 โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์
1981–1983 บาร์เซโลนา
1983–1987 บาเยิร์นมิวนิก
1991 แอร์สเทอเอฟเซเคิล์น
1992–1993 ชัลเคอ 04
2000 โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น

อูโด ลาเทค (อังกฤษ: Udo Lattek 16 มกราคม พ.ศ. 2478 - 31 มกราคม พ.ศ. 2558) เป็นอดีตนักฟุตบอลและผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน

เขาเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ด้วยถ้วยรางวัล 14 ถ้วย และ ยังเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเยอรมัน เขาได้ถ้วยรางวัลจากโบรุสซีอาเมินเชินกลัทบัค และบาร์เซโลนา นอกจากนั้นเขายังเคยบริหารทีมชัลเคอ 04 โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ และแอร์สเทอเอฟเซเคิล์น เขาเป็นผู้จัดการทีมที่เคยได้แชมป์ยุโรปสามรายการหลัก ร่วมกับผู้จัดการทีมชาวอิตาลี จีโอวันนี ตราปาตโตนี

ชีวิตในวัยเด็ก[แก้]

ลาเทค เกิดในเมืองบอเซมบ์ ปรัสเซียตะวันออก (ปัจจุบันคือเมืองบอซือ ประเทศโปแลนด์)[1] ขณะที่ลาเทคกำลังเตรียมตัวเพื่อเป็นครูนั้น เขาได้เล่นฟุตบอลกับสโมสร SSV Marienheide, ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน และ VfR Wipperfürth ใน พ.ศ. 2505 เขาก็ได้เข้าร่วมสโมสรเฟาเอฟเอลออสนาบรึค ซึ่งเป็นที่ที่เขาเล่นเป็นฤดูกาลแรกในดิวิชั่นที่ 1 (ดิวิชั่นเหนือของโอเบอร์ลีกา)

ต้น พ.ศ. 2508 ลาเทคก็ได้ถูกปล่อยตัวออกมาก่อนเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาเพื่อเข้ารุ่วมในการเป็นผู้ฝึกสอนสำหรับเยาวชนในฟุตบอลทีมชาติเยอรมนีตะวันตก ร่วมกับเดตต์มาร์ คาร์เมอร์ และเป็นหนึ่งในผู้ช่วยโค้ชให้กับเฮลมุต ชอน ทำให้ลาเทคเป็นส่วนหนึ่งในการนำทีมชาติสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1966

อ้างอิง[แก้]

  1. "Trainerlegende Udo Lattek ist tot" (in German). Die Welt. 4 February 2015. สืบค้นเมื่อ 4 February 2015.