เบเกอรี่มิวสิค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เบเกอรี่ มิวสิก
ผู้ก่อตั้ง บอย โกสิยพงษ์
กมล สุโกศล แคลปป์
สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์
สาลินี ปันยารชุน
ผลิตภัณฑ์ ดนตรี และ การบันเทิง
บริษัทแม่ โซนี่ มิวสิก
เว็บไซต์ bakerymusic.com

เบเกอรี่มิวสิก (Bakery Music) เป็นสังกัดค่ายเพลงที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2537 โดยผู้ก่อตั้งอย่าง บอย โกสิยพงษ์, กมล สุโกศล แคลปป์, สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ และ สาลินี ปันยารชุน มีผลงานอัลบั้มแรกของค่ายอย่าง โมเดิร์นด็อก ที่ได้รับความสำเร็จอย่างสูงในฐานะค่ายเพลงแห่งใหม่ ศิลปินที่มีชื่อเสียงของค่าย ได้แก่ โมเดิร์นด็อก, บอย โกสิยพงษ์, โจอี้ บอย, กรู๊ฟไรเดอร์สและอีกมากมาย เคยประสบกับภาวะการขาดทุนระยะหนึ่งก่อนจะถูกควบรวมเข้ากับค่ายเพลงสากลอย่าง บีเอ็มจี และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของค่ายเพลง โซนี่ มิวสิก ในปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของเบเกอรี่มิวสิก[แก้]

สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์[แก้]

จุดเริ่มต้นของเบเกอรี่มิวสิก เริ่มจาก สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ หรือซี เป็นนักรีมิกซ์จากสไมล์ เรดิโอ ที่เริ่มโปรเจ็กต์ Z-Myx กับค่ายมูเซอร์ ของ จิก – ประภาส ชลศรานนท์ ด้วยคำแนะนำจากเอื้อง –สาลินี ปันยารชุน จนได้รู้จักและร่วมงานกับ สุกี้ - กมล สุโกศล แคลปป์ ซึ่งเข้ามารับหน้าที่เป็นซาวเอ็นจิเนียร์ ต่อมาได้รู้จักกับ บอย – ชีวิน โกสิยพงษ์ โดยการแนะนำของ ป็อป – ไพรัช นลินทรางกูร สมเกียรติขอให้บอยช่วยเขียนเพลงใหม่ให้ และทำงานด้วยกันเรื่อยมาจนถึงอัลบั้มชุด Volume 10 ของสมเกียรติ และเกิดการรวมตัวเป็นบริษัทโปรดักชันเฮ้าส์รับทำเพลงโฆษณา

กมล สุโกศล แคลปป์[แก้]

สุกี้ หรือ กมล สุโกศล แคลปป์ ชายหนุ่มลูกครึ่งที่จบการศึกษาด้านซาวด์เอนจิเนียร์จากต่างประเทศ สร้างชื่อจากการเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับวง ทีเคโอ ในสังกัด คีตา เรคคอร์ดส ก่อนจะได้รับการติดต่อจากโมเดิร์นด็อก วงดนตรีระดับอุดมศึกษาที่เป็นแชมป์วงสตริงจากเวที โค้กมิวสิกอะวอร์ดส์ และเกิดความคิดว่า จะทำเป็นค่ายเพลง และเกิดเป็นเบเกอรี่มิวสิกในที่สุด

บอย โกสิยพงษ์[แก้]

ก่อนที่อัลบั้มแรกของโมเดิร์นด็อกจะเป็นรูปเป็นร่าง ป๊อด – ธนชัย อุชชิน นักร้องนำของวงก็มีโอกาสได้ร้องเพลง “ลมหายใจ” ในอัลบั้ม Volume 10 ของสมเกียรติและกลายเป็นเพลงดัง ซึ่งเพลงนี้เขียนโดยนักแต่งเพลงหน้าใหม่ในสมัยนั้น คือ บอย โกสิยพงษ์

บอย ยังเป็นคนที่ตั้งชื่อ เบเกอรี่มิวสิก ด้วยเหตุผลที่ว่า พวกเขาต้องการชื่อที่ฟังดูถ่อมตัว ฟังแล้วรู้สึกถึงความเป็นโฮมเมด และเป็นชื่อที่คุ้นหูได้ง่าย รวมทั้ง การที่ค่ายตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ ซึ่งมีร้านเบเกอรี่ตั้งอยู่หลายร้าน ชื่อดังกล่าวจึงถูกเลือกขึ้นมาตั้งเป็นชื่อค่าย

สาลินี ปันยารชุน[แก้]

ผู้หญิงคนเดียวในบรรดาผู้ก่อตั้งค่าย รับหน้าที่เป็นฝ่ายการจัดการทั่วไป ทั้งด้านธุรการ, การตลาดและโปรโมชั่น นอกเหนือจากการเป็นดีเจ ระยะหลัง เข้าไปดูแลการจัดการศิลปินด้วย

หลังจากความสำเร็จของอัลบั้มชุดแรกของค่าย พวกเขาออกมินิอัลบั้มของศิลปินหน้าใหม่ โจอี้ บอย ด้วยดนตรีฮิปฮอปในแบบแร็กก้ามัฟฟิน และซิงเกิลแรก “รักคุณเข้าแล้ว” ของ บอย โกสิยพงษ์ ตามออกมา และประสบความสำเร็จเช่นเดิม ทำให้เบเกอรี่มิวสิกกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่สร้างกระแสให้เกิดค่ายเพลงเล็กๆ ขึ้นเกือบร้อยบริษัท และเกิดเป็นยุคอัลเทอร์เนทีฟเฟื่องฟูในที่สุด

เหตุการณ์ต่างๆ ของเบเกอรี่มิวสิก[แก้]

โมเดิร์นด็อก ศิลปินกลุ่มแรกของค่าย[แก้]

โมเดิร์นด็อก ทำอัลบั้มแรกของตนเองโดยมีกมล สุโกศล แคลปป์ เป็นโปรดิวเซอร์ให้ ออกวางแผงเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2537 โดยมีเพลง “บุษบา” และ “...ก่อน” ที่กลายเป็นเพลงโด่งดัง และสร้างชื่อให้คนฟังรู้จักทั้งชื่อวงและชื่อค่าย โมเดิร์นด็อกกลายเป็นศิลปินในดวงใจของนักร้องนักดนตรีรุ่นหลังจวบจนปัจจุบัน เช่นเดียวกับเบเกอรี่มิวสิก ที่กลายเป็นกระแสให้เกิดค่ายเล็กค่ายน้อยจำนวนมากที่ถือกำเนิดขึ้นตามมา

ฤดูที่แตกต่าง[แก้]

หลังจากซิงเกิลแรกอย่าง รักคุณเข้าแล้ว โด่งดังพอสมควร เพลงดังตลอดกาลเพลงถัดมาของเบเกอรี่มิวสิกคือ ฤดูที่แตกต่าง หรือ “Seasons Change” ที่ร้องโดย นภ พรชำนิ และทำให้บอยทำซิงเกิลรีมิกซ์ 7 เวอร์ชันของเพลงนี้ออกวางแผง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของวงการเพลงไทยอีกเช่นกันที่มีการออกซิงเกิลในรูปแบบการรีมิกซ์

ความแปลกใหม่ของวงการ[แก้]

ตลอดช่วง 3-4 ปีแรกของการผลิตอัลบั้ม เบเกอรี่มิวสิกปั้นศิลปินหน้าใหม่พร้อมด้วยแนวเพลงใหม่ๆ ให้กับวงการเพลงไทยอย่างไม่ขาด ไม่ว่าจะเป็น โจอี้ บอย เจ้าของฉายาแร็ปจรวดที่สร้างฮิปฮอปที่มีความเป็นไทยรายแรก, อรอรีย์ จุฬารัตน์ ผู้ที่ได้รับการยกย่องเป็นราชินีกรันจ์หญิงคนเดียวของเมืองไทยในเวลาต่อมา โยคีเพลย์บอย อินดี้ป็อปกับท่าเต้นยียวนอันเป็นเอกลักษณ์, พอส ที่โด่งดังมากๆ กับเพลง “ที่ว่าง” ขณะที่ โซลอาฟเตอร์ซิกซ์ จากเพลง “ก้อนหินละเมอ”, ทีฟอร์ทรี จากเพลง “ลมหนาว” รวมทั้งโปรเจ็กต์ เบเกอรี่แซมเพลอร์ ที่เป็นต้นกำเนิดของวงร็อคดังแห่งยุคอย่าง ซิลลี่ฟูลส์

ล้านตลับครั้งแรก[แก้]

โจอี้ บอย สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ให้กับค่ายเล็กๆ ด้วยยอดขาย 1 ล้านตลับของอัลบั้ม ‘Fun Fun Fun’ ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2540 ขณะที่ปลายปี สภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน ส่งผลกระทบต่อเบเกอรี่ฯ จนต้องลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงให้มากที่สุด ขณะเดียวกัน ก็เป็นปีที่เอื้อง สาลินี ทำงานกับเบเกอรี่เป็นปีสุดท้าย ด้วยเหตุผลด้านความเห็นที่ไม่ตรงกัน

กำเนิดโดโจ ซิตี้[แก้]

หลังเกิดภาวะวิกฤติทางด้านการเงิน ปี พ.ศ. 2541 เบเกอรี่มิวสิกตัดสินใจหาทางออกด้วยการเปิดบริษัทจัดจำหน่ายขึ้นเอง ชื่อ แท็กซี่ ดิสตริบิวชั่น และออกผลงานเพลงที่อิงตลาดมากขึ้น ด้วยการส่งศิลปินกลุ่ม พีโอพี ที่นำโดย นภ พรชำนิ ออกมาวางตลาด และเปิดสังกัดย่อย โดโจ ซิตี้ เน้นตลาดวัยรุ่น ประเดิมด้วยศิลปินหญิงดูโอ นีซ ซึ่งเป็นซีดีอัลบั้มแรกของประเทศไทยที่มีการออกแบบให้เป็น Enhanced CD นอกจากนี้ ยังเปิดธุรกิจด้านสิ่งพิมพ์เพิ่มเติม นั่นคือ นิตยสารแคตช์ (Katch) และมังงะแคตช์ (Manga Katch) นั่นเอง

การควบรวมกิจการกับบีเอ็มจี[แก้]

ในปี พ.ศ. 2543 เบเกอรี่มิวสิกประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก ในที่สุด ผู้บริหารของค่ายตัดสินใจควบรวมกิจการกับ บีเอ็มจี เอนเตอร์เทนเมนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชียแปซิฟิค จนทำให้เกิดการปรับตัวด้านวิสัยทัศน์ มีการนำเพลงออกสู่ตลาดโลกมากขึ้น และนำเพลงจากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย โดยที่เบเกอรี่มิวสิกยังคงเป็นผู้ควบคุมแนวทางและคุณภาพของเพลงเช่นเดิม บวกกับความเข้าใจในตัวศิลปินของผู้บริหาร ทำให้แม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นก็ไม่ทำให้ภาพพจน์ของค่ายเสียไปมากนัก

เบเกอรี่ เดอะคอนเสิร์ต[แก้]

นับเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของวงการเพลงไทย ที่มีคลื่นวิทยุร่วมจัดคอนเสิร์ตเฉพาะให้กับค่ายเพลงค่ายเดียว โดยรวมเกือบทุกศิลปินที่เคยออกผลงานกับเบเกอรี่มิวสิกตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนถึงวันจัดคอนเสิร์ต คลื่น 104.5 แฟตเรดิโอ คลื่นวิทยุในเครือคลิกเรดิโอ จัดคอนเสิร์ตดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี ได้รับความสนใจจากแฟนเพลงอย่างล้นหลาม และมีการแสดงบนเวทีที่ยาวนานหลายชั่วโมง

นอกจากนี้ คอนเสิร์ตครั้งนี้ ยังเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของวง พรู และนักร้องนำที่ชื่อ กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือน้อย น้องชายของสุกี้ - กมล สุโกศล แคลปป์ เจ้าของค่ายเบเกอรี่มิวสิกอีกด้วย

การควบรวมบริษัทหนที่สอง[แก้]

หลังจากบริษัทแม่ของ บีเอ็มจี เอนเตอร์เทนเมนต์ ได้ควบรวมกิจการกับ โซนี่มิวสิก เอนเตอร์เทนเมนต์ ในประเทศไทย มีการใช้เวลาในการทำความตกลงอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งเกี่ยวกับรูปแบบการควบรวม เนื่องจากโซนี่มิวสิกในประเทศไทยนั้น คือบริษัท โซนี่มิวสิก บีอีซีเทโร จำกัด ซึ่งเป็นการควบรวมกันของ 2 บริษัทอยู่ก่อนแล้ว

ในที่สุด เมื่อเกิดการควบรวม จึงทำให้เกิดบริษัทใหม่ที่ชื่อ โซนี่บีเอ็มจี มิวสิก เอนเตอร์เทนเมนต์ และเบเกอรี่มิวสิกก็กลายเป็นหนึ่งในค่ายย่อยของบริษัทค่ายเพลงดังกล่าวด้วย

10 ปีเบเกอรี่มิวสิก[แก้]

โลโก้ในโอกาสครบรอบ 10 ปีเบเกอรี่มิวสิก

ในช่วงเวลาที่เบเกอรี่มิวสิกดำเนินกิจการมาจนครบปีที่สิบ มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการจัดคอนเสิร์ตใหญ่หลายรายการ โดยเฉพาะคอนเสิร์ตใหญ่ของ บอย โกสิยพงษ์ ในช่วงที่ออกอัลบั้มชุด 'Million Way To Love Part I' ที่อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งบัตรของทั้งสองรอบถูกจัดจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว และคอนเสิร์ต "B.Day Bakery Music Independent Day" ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของเบเกอรี่มิวสิกที่รวบรวมศิลปินของค่ายเอาไว้มากที่สุด จัดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพฯ และศูนย์การค้า เซ็นทรัลแอร์พอร์ตพลาซ่า จ.เชียงใหม่

ศิลปินที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงนั้น คือ บีไฟว์ ประกอบด้วย กลุ่มศิลปินเลือดใหม่ของเบเกอรี่มิวสิกอย่าง เบน – ชลาทิศ ตันติวุฒ, คิว – สุวีระ บุญรอด, โต๋ - ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร, เค้ก - อุทัย นิรัติกุลชัย, มาเรียม อัลคาลาลี่ ออกอัลบั้มชุด Event ซึ่งเป็นนำเพลงต่างๆ ของเบเกอรี่มิวสิกมาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์ของบีไฟว์ เป็นอีกอัลบั้มหนึ่งที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีพอสมควร

มีการจัดทำนิตยสารเฉพาะกิจชื่อ 375 องศาฟาเรนไฮน์ ซึ่งเป็นนิตยสารที่รวบรวมเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับเบเกอรี่มิวสิก ตั้งแต่ก่อตั้งจนกระทั่งปีที่สิบ (ปี ค.ศ. 1994-2004) จัดทำโดยทีมงานอะเดย์ พิมพ์ออกจำหน่ายเป็นจำนวน 10 เล่มเป็นเวลา 10 เดือน เริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2547 ในราคาเล่มละ 100 บาท

เบเกอรี่มิวสิกในปัจจุบัน[แก้]

หลังจาก เบเกอรี่มิวสิก อยู่ภายใต้การบริหารงานของโซนี่ มิวสิก โอเปอเรติง (ประเทศไทย) ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารชุดเดิม คือ บอย โกสิยพงษ์ และกมล สุโกศล แคลปป์ ตัดสินใจลาออก ส่วน สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ยังคงอยู่ช่วยดูแลอยู่ระยะหนึ่ง ขณะที่เบเกอรี่มิวสิกก็ยังคงออกผลงานเป็นระยะๆ โดยมีศิลปินที่ยังคงติดสัญญาตั้งแต่ก่อนควบรวมกิจการทยอยออกอัลบั้มจวบจนปัจจุบัน อาทิ เครสเชนโด้, โต๋ – ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร, เบน – ชลาทิศ ตันติวุฒ และ เค้ก – อุทัย ปุญญมันต์

ปัจจุบัน บอย โกสิยพงษ์ เป็นเจ้าของค่ายเพลง เลิฟอีส สมเกียรติ ยังคงมีงานเพลงออกมาบ้างประปราย ขณะที่กมล สุโกศล แคลปป์ หันไปทำรายการทีวีประเภทเรียลลิตี้แทน

เกร็ดประวัติ[แก้]

  • ชื่อของค่ายก่อนที่จะมาลงตัวที่ “เบเกอรี่มิวสิก” คือ “ชอร์นเบิร์ก” จากการเสนอของ บอย โกสิยพงษ์ และ “บอมบ์สควอด” (Bomb Squad) จากการเสนอของสุกี้ โดย บอมบ์สควอด เป็นชื่อทีมโปรดักชั่นของวงแร็ปที่ชื่อ Public Enemy
  • เพลงประกอบการเดินแบบของ Fly Now คือผลงานแรกๆ ของเบเกอรี่มิวสิก โปรดักชั่น
  • เบเกอรี่มิวสิกเป็นค่ายแรกที่ริเริ่มการติดสติกเกอร์บนปกเทป ซึ่งเริ่มตั้งอัลบั้มแรกของโมเดิร์นด็อก โดยที่ศิลปินในค่ายจะมาช่วยกันแปะสติ๊กเกอร์
  • บอย โกสิยพงษ์ และ สาลินี ปันยารชุน เคยได้รับการยกย่องจากนิตยสารเทรนดี้แมน (Trendy Man) ให้เป็น 2 ใน 50 Most Powerful People ในช่วงปี 2540
  • หลังจากสาลินี ปันยารชุน ออกไป เธอได้ไปตั้งค่ายเพลงขึ้นใหม่ ชื่อ เฮ้าส์ออฟฟัน (House of Fun)
  • กฤษดา สุโกศล แคลปป์ แม้จะเป็นที่รู้จักในฐานะนักร้องนำวงพรู แต่ความจริงนั้น เขาเคยร้องเพลงให้กับอัลบั้ม "Rhythm & BOYd" อัลบั้มชุดแรกของ บอย โกสิยพงษ์ มาก่อน

ค่ายเพลงย่อย[แก้]

อีซี่เบก (EZ’ Baked) ในช่วงหนึ่งของเบเกอรี่มิวสิก เคยจัดให้อัลบั้มที่มีเพลงฟังสบายที่ไม่ใช่แนวตลาด ให้ออกในสังกัดชื่อดังกล่าว อาทิเช่น ธีร์ ไชยเดช, ทีฟอร์ทรี และ พนัส วิวัฒน์พนชาติ

เบเกอรี่ อินเตอร์เนชันแนล (Bakery International) ค่ายเพลงสากลในเครือเบเกอรี่มิวสิก ศิลปินในค่าย อาทิ เอเจ (A-Jay) , นิวตัน (Newton) , Rio & Mars, Art Garfunkel, Alex E, Bliss และ Beverley Knight

เบเกอรี่ คลาสสิก (Bakery Classic) ค่ายเพลงย่อยที่เน้นนำเพลงอมตะมาทำใหม่ ศิลปินในค่ายนี้ได้แก่ กมลา สุโกศล

โดโจ ซิตี้ (Dojo City Corp.) ค่ายเพลงย่อยที่มุ่งเน้นสร้างศิลปินวัยรุ่นเพื่อเจาะกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก และช่วยพยุงสถานะทางการเงินให้กับเบเกอรี่มิวสิกไว้ได้อย่างดี มีศิลปินวัยรุ่นที่มีชื่อเสียงหลายกลุ่ม ได้แก่ ไทรอัมพ์ส คิงดอม, นีซ, เอช, เอช, ออย ช็อคกิ้งพิ้งค์ และ มิสเตอร์ซิสเตอร์

ครันช์เรคคอร์ดส (Crunch Records) ค่ายเพลงย่อยที่ดูแลโดย ธานินทร์ ช.สรพงษ์ มีศิลปินในสังกัด คือ บีน และ พาวเวอร์แพท

บลูมมิ่งเดล เรคคอร์ดส (Bloomingdale Records) เป็นค่ายเพลงย่อยที่ตั้งขึ้นเป็นออกอัลบั้มรวมเพลงจากค่ายอินดี้ต่างๆ แต่ออกอัลบั้มมาเพียงชุดเดียว คืออัลบั้ม "Indy Hits Chart" ในปี พ.ศ. 2544 ก่อนจะยุบตัวไป

โด๊บมิวสิก (Dobe Music Production) ไม่เชิงเป็นค่ายเพลง แต่เป็นกลุ่มโปรดักชั่นที่ก่อตั้งขึ้นโดย นภ พรชำนิ และเพื่อน มีผลงานออกมา 3 อัลบั้มและ 1 อีพี

คอนเสิร์ตใหญ่ของเบเกอรี่มิวสิก[แก้]

  1. คอนเสิร์ต Dog On Stage World Tour ของโมเดิร์นด็อก ในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2537 ณ เอ็มบีเค ฮอลล์ มาบุญครองเซ็นเตอร์
  2. คอนเสิร์ต Hennessy Rhythm Discovery Live ของบอย โกสิยพงษ์ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540 ที่เอ็มบีเค ฮอลล์ มาบุญครองเซ็นเตอร์
  3. คอนเสิร์ต Bakery The Concert รวมศิลปินเบเกอรี่มิวสิก ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี
  4. คอนเสิร์ต Million Ways To Love Part I Live! ของบอย โกสิยพงษ์ ในวันที่ 5-6 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี
  5. คอนเสิร์ต Zsee Concert ของสมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ ในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 ณ ศูนย์การแสดงสินค้านานาชาติ ไบเทค บางนา
  6. คอนเสิร์ต An Era Has Been Completed ของพีโอพี ในวันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2547 ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี
  7. คอนเสิร์ต Maximize Mellow Moment with Soul After Six ของโซลอาฟเตอร์ซิกซ์ ในวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ณ บีอีซีเทโรฮอลล์ สวนลุมไนท์บาซาร์
  8. คอนเสิร์ต Sad Song Says So Much ของตรัย ภูมิรัตน ในวันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
  9. คอนเสิร์ต Event The Concert ของบีไฟว์ ในวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2547 ณ บีอีซีเทโรฮอลล์ สวนลุมไนท์บาซาร์
  10. คอนเสิร์ต B.Day Bakery Music Independent Day รวมศิลปินเบเกอรี่มิวสิก ในวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก
  11. คอนเสิร์ต B.Day Bakery Music Independent Day รวมศิลปินเบเกอรี่มิวสิก ในวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ณ ห้างสรรพสินค้าเซนทรัลแอร์พอร์ตพลาซ่า จ.เชียงใหม่

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • บทความ “10 ปีของเบเกอรี่มิวสิก” ใน Sanook.com (http://music.sanook.com/news/news_09661.php)
  • นิตยสาร 375 องศาฟาเรนไฮน์ เล่ม 1 – 10, เจ้าของ บริษัท เบเกอรี่มิวสิก จำกัด

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]