อาเลกซิส ซันเชซ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อาเลกซิส ซันเชซ
Alexis Sánchez 2017.jpg
ซันเชซกับชิลี ในปี ค.ศ. 2017
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม อาเลกซิส อาเลฆันโดร ซันเชซ ซันเชซ[1]
วันเกิด 19 ธันวาคม ค.ศ. 1988 (30 ปี)[1][2]
สถานที่เกิด โตโกปิยา ชิลี[2][3]
ส่วนสูง 1.69 เมตร (5 ฟุต 6.5 นิ้ว)[4][5][6]
ตำแหน่ง กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
อินเตอร์มิลาน
(ยืมตัวมาจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด)
หมายเลข 7
สโมสรเยาวชน
2004–2005 โกเบรโลอา
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2005–2006 โกเบรโลอา 47 (9)
2006–2011 อูดีเนเซ 95 (20)
2006–2007โกโล-โกโล (ยืมตัว) 32 (5)
2007–2008ริเบร์เปลต (ยืมตัว) 23 (4)
2011–2014 บาร์เซโลนา 88 (39)
2014–2018 อาร์เซนอล 122 (60)
2018– แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 32 (3)
2019–อินเตอร์มิลาน (ยืมตัว) 3 (1)
ทีมชาติ
2006–2008 ชิลี อายุไม่เกิน 20 ปี 18 (4)
2006– ชิลี 131 (43)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 14 กันยายน 2019
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 5 กันยายน 2019

อาเลกซิส อาเลฆันโดร ซันเชซ ซันเชซ (สเปน: Alexis Alejandro Sánchez Sánchez; เกิด 19 ธันวาคม ค.ศ. 1988) เป็นนักฟุตบอลชาวชิลี ปัจจุบันถูกยืมตัวไปเล่นให้กับอินเตอร์มิลาน ในเซเรียอา ของประเทศอิตาลี และทีมชาติชิลี ในตำแหน่งกองหน้า ทั้งยังเล่นในตำแหน่งปีก ได้อีกด้วย

"El Niño Maravilla" หรือ "เจ้าหนูมหัศจรรย์"[7][8] ในปี ค.ศ. 2007 นิตยสารเวิลด์ซอกเกอร์จัดให้อยู่ในหนึ่งใน 50 วัยรุ่นที่น่าตื่นเต้นที่สุดในการแข่งขันระดับโลก[9][10] ได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถทางด้านการเลี้ยงและฝีเท้าที่เร็ว (ในปี ค.ศ. 2015 ได้รับการจัดอันดับให้เป็นนักฟุตบอลที่วิ่งไปกับลูกฟุตบอลได้เร็วเป็นอันดับที่ 10 ของโลก โดยวิ่งได้เร็ว 30.1 กิโลเมตร/ชั่วโมง[11])

ประวัติ[แก้]

อาเลกซิส ซันเชซ เกิดในครอบครัวที่ยากจนที่เมืองโตโกปิยา ในวัยเด็กจึงต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการแสดงโชว์ตีลังกาเพื่อแลกกับเงินเพียง 2.30 ปอนด์ หรือแม้กระทั่งเป็นเด็กล้างรถหรือรับจ้างชกมวยโชว์ แม้จะชื่นชอบการเล่นฟุตบอล แต่ซันเชซไม่เคยได้รองเท้าสตั๊ดเลย จนกระทั่งนายกเทศมนตรีเมืองโตโกปิยาได้มอบรองเท้าสตั๊ดให้ถึงในบ้าน ทำให้เจ้าตัวรู้สึกดีใจมาก

ซันเชซ เริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลในระดับเยาวชนของโกเบรโลอา สโมสรในชิลี ก่อนที่จะย้ายมาสร้างชื่อเสียงกับอูดิเนเซ ในเซเรียอา ประเทศอิตาลี ระหว่างปี ค.ศ. 2006–2011 ก่อนที่จะย้ายไปสู่บาร์เซโลนา ในลาลิกา ประเทศสเปน เมื่อปี ค.ศ. 2011[12] ต่อมาซันเชซได้ย้ายจากบาร์เซโลนาไปเล่นให้กับอาร์เซนอลในพรีเมียร์ลีก ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ หลังจบฟุตบอลโลก 2014[13] โดยได้รับค่าตัว 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์[12]

ซันเชซยิงประตูแรกให้กับอาร์เซนอลได้ในช่วงทดเวลาพิเศษของครึ่งแรก ในยูฟ่าแชมเปียนลีก รอบคัดเลือกนัดที่ 2 ที่อาร์เซนอลเป็นฝ่ายเอาชนะเบซิคตัสจากตุรกีไปได้ 1-0 ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม และได้ผ่านเข้าไปในเล่นต่อไป [14] และยิงประตูที่สองได้ในนัดถัดมา ในพรีเมียร์ลีก นัดที่อาร์เซนอลบุกไปเยือนเลสเตอร์ซิตี ในนาทีที่ 19 ผลออกมาเสมอกัน 1-1[15]

ในเอฟเอคัพ 2014–15 รอบ 3 ซึ่งตรงกับวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 2015 ที่อาร์เซนอลพบกับฮัลล์ซิตี ซึ่งเป็นคู่ชิงชนะเลิศใน ฤดูกาลล่าสุดก่อนหน้านี้ ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม ซันเชซเป็นผู้ยิงประตูที่ 2 ให้อาร์เซนอลได้ในนาทีที่ 82 และเล่นได้อย่างโดดเด่นมาก ผลปรากฏว่าอาร์เซนอลชนะไป 2-0 รวมแล้วทั้งหมดซันเชซยิงได้ในทุกรายการ ณ ขณะนั้น 16 ประตู[16]

ในเอฟเอคัพ 2014–15 รอบรองชนะเลิศ ที่อาร์เซนอลพบกับเรดิง ที่สนามเวมบลีย์ ซันเชซเป็นผู้ยิง 2 ประตูให้กับอาร์เซนอล ในนาทีที่ 39 และช่วงทดเวลาพิเศษ 120 นาที ในนาที 115 ทำให้อาร์เซนอลเอาชนะไปได้ 2-1 และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ[17] ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศ ซันเชซเป็นผู้ทำประตูที่ 2 ให้อาร์เซนอล ด้วยการยิงไกลระยะราว 30 หลา ในนาทีที่ 50 เมื่อจบการแข่งขันอาร์เซนอลเอาชนะ แอสตันวิลลา ไปได้ถึง 4-0 สร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์รายการนี้มากที่สุด คือ 12 ครั้ง [18]

ในฤดูกาล 2014–15 ที่ซันเชซย้ายมาเล่นที่อังกฤษเป็นฤดูกาลแรก ซันเชซเล่นได้อย่างโดดเด่นมากและสามารถยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ จึงทำให้มีรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ[19] และเมื่อจบฤดูกาลได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีก จากการลงคะแนนของบรรดาแฟนฟุตบอล[20] โดยรวมทุกรายการ ซันเชซลงเล่นให้กับอาร์เซนอลไปทั้งหมด 52 นัด และยิงไปได้ทั้งหมด 25 ประตู[21]

ในฟุตบอลโกปาอาเมริกา 2015 ที่ชิลีเป็นเจ้าภาพ ในนัดชิงชนะเลิศ ที่ชิลีพบกับอาร์เจนตินา เมื่อครบ 120 นาที รวมถึงการต่อเวลาพิเศษแล้ว ก็ยังไม่มีการทำประตูกันได้ จึงต้องยิงลูกจุดโทษตัดสิน ซันเชซเป็นผู้ยิงประตูที่ 4 ให้แก่ชิลี ซันเชซยิงอย่างเนิบ ๆ แบบอันโตนิน ปาเนียกา อดีตนักฟุตบอลชาวเชก ซึ่งเป็นประตูที่ตัดสินให้ชิลีชนะอาร์เจนตินาไปในที่สุด ได้ครองแชมป์โกปาอาเมริกาเป็นสมัยแรก[22] [23]

ในฤดูกาล 2015–16 ซันเชซยิงประตูแรกในฤดูกาลได้ ด้วยการทำแฮททริกในพรีเมียร์ลีกนัดที่ 7 ของฤดูกาล ที่อาร์เซนอลบุกไปเยือน เลสเตอร์ซิตี ที่สนามคิงเพาเวอร์สเตเดียม ในนาทีที่ 33, 58 และ 81 ทำให้อาร์เซนอลชนะไป 2-5 และทำให้เลสเตอร์ซิตีแพ้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ด้วย [24] และยิงได้อีก 2 ลูกในนัดถัดมา ที่อาร์เซนอลพบกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม ในนาทีที่ 6 และ 20 ทำให้อาร์เซนอลชนะไป 3-0 และแซงหน้าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดขึ้นไปเป็นทีมอันดับสองในตารางคะแนนด้วยลูกได้เสียที่ดีกว่า ซึ่งมีคะแนนตามหลังทีมนำ คือ แมนเชสเตอร์ซิตี แค่ 2 คะแนน [25] และยังได้รับเลือกให้เป็นแมนออฟเดอะแมทช์อีกด้วย[26]

ในฟุตบอลโกปาอาเมริกา 2016 ที่จัดเป็นการพิเศษที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งชิลีเป็นแชมป์ไปในที่สุด ซันเชซได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน และได้รับรางวัลลูกทองคำ[27]

ในฤดูกาล 2016–17 ซันเชซได้ถูกอาร์แซน แวงแกร์ ผู้จัดการสโมสรและหัวหน้าผู้ฝึกสอนให้เปลี่ยนตำแหน่งไปเล่นเป็นกองหน้า เนื่องจากกองหน้าตัวจริง คือ ออลีวีเย ฌีรู ได้รับบาดเจ็บ ในระยะแรกได้รับเสียงวิจารณ์ว่าไม่เหมาะ แต่หลังจากนั้นไม่นาน อาร์เซนอลมีผลงานที่ดีขึ้น ซ้ำซันเชซยังยิงได้เรื่อย ๆ จนกระทั่งในนัดที่ 10 ที่ไปเยือนซันเดอร์แลนด์ ที่สนามสเตเดียมออฟไลฟ์ ซันเชซทำประตูได้ 2 ประตู ในครึ่งแรกด้วยการโหม่ง ในนาทีที่ 19 และลูกสุดท้าย ในนาทีที่ 78 ซึ่งนับเป็นลูกที่ 50 ที่ทำให้กับอาร์เซนอลด้วย ผลการแข่งขัน อาร์เซนอลชนะไปถึง 1-4 และทำให้ขึ้นเป็นผู้นำในตารางคะแนนในขณะนั้น[28][29]

ในต้นปี ค.ศ. 2018 ระหว่างฤดูกาล 2017–2018 ซันเชซซึ่งเหลือสัญญากับอาร์เซนอลเพียง 6 เดือน อาร์เซนอลพยายามจะต่อสัญญากับซันเชซมาโดยตลอด แต่ซันเชซไม่ยอมต่อสัญญา จนเมื่อการซื้อขายตัวผู้เล่นเปิดขึ้นอีกครั้ง อาร์เซนอลได้ปล่อยตัวซันเชซไปยังแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วยการแลกเปลี่ยนตัวกับแฮนริค มะคีทาเรียน ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยเซ็นสัญญา 4 ปีครึ่ง ด้วยค่าเหนื่อยประมาณ 600,000 ปอนด์ (ประมาณ 26 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นค่าจ้างปกติ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 15 ล้านบาท) ลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.4 ล้านบาท) และโบนัส 144,000 ปอนด์ (ประมาณ 6.3 ล้านบาท) ทำให้ซันเชซกลายเป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าจ้างสูงสุดของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด[30]

เกียรติประวัติ[แก้]

โคโล่ โคโล่
  • ชิลี พรีเมร่า ดิวิชั่น: 2006 2007
ริเวอร์เพลท
  • ปริเมราดิบิซิออน: 2008
บาร์เซโลนา
อาร์เซนอล
ทีมชาติชิลี
รางวัลส่วนบุคคล
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือน (เซเรียอา) : กุมภาพันธ์ 2011
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือน (พรีเมียร์ลีก): ตุลาคม 2014, ตุลาคม 2015
  • ผู้เล่นอาร์เซนอลยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล: 2014-15, 2016–17
  • PFA ทีมยอดเยี่ยมแห่งปี: พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014–15
  • BBC ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือน: ตุลาคม 2015
  • PFA Fans' ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี: 2015
  • Football Supporters' Federation ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี: 2015
  • Facebook FA Premier League ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี: 2015
  • FIFPro World XI ทีมอันดับที่ 4: 2015, 2016, 2017
  • Kids' Choice Awards Favorite UK Footballer: 2015
  • โกปาอาเมริกา ลูกบอลทองคำ : 2016
  • โกปาอาเมริกา ทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์: 2016
  • ฟีฟ่าคอนเฟเดอเรชันส์คัพ ลูกบอลเงิน: 2017

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Alexis Alejandro Sánchez Sánchez". soccerway.com. สืบค้นเมื่อ 25 July 2011.
  2. 2.0 2.1 "Alexis Sanchez Profile". Arsenal F.C. สืบค้นเมื่อ 17 July 2014.
  3. "Barcelona Stars Show Support for Tocopilla". I Love Chile. 6 August 2013. สืบค้นเมื่อ 23 June 2014.
  4. "Alexis Sánchez Profile". UEFA. สืบค้นเมื่อ 7 February 2015.
  5. "Alexis Sánchez Profile". ESPN FC. สืบค้นเมื่อ 7 February 2015.
  6. "2014 FIFA World Cup squadlists" (PDF). FIFA. สืบค้นเมื่อ 7 February 2015.
  7. "Alexis sánchez el niño maravilla". Jaja.cl. สืบค้นเมื่อ 2009-06-13.
  8. "Goal.com Profile". Goal.com. สืบค้นเมื่อ 2009-06-13.
  9. Ives Galarcep (2007-11-28). "The 50 most exciting teenagers in soccer". Soccer by Ives. สืบค้นเมื่อ 2009-06-13.
  10. "Top 50 Most Exciting Teen Footballers (2007)". Soccerlens. 2007-11-29. สืบค้นเมื่อ 2009-06-13.
  11. "10 นักเตะ!วิ่งไปกับบอลได้เร็วที่สุดในโลกปี 2015". 90min.com. 31 March 2015. สืบค้นเมื่อ 27 September 2015.
  12. 12.0 12.1 "อเล็กซิสรับวัยเด็กยากจนต้องตีลังกาโชว์แลกเงิน". สนุกดอตคอม. 2014-10-09. สืบค้นเมื่อ 2015-01-04.
  13. "ปิดจ๊อบ! ปืนคว้า "ซันเชซ" ค่าตัว 30 ล้านป". ผู้จัดการออนไลน์. 2014-07-11. สืบค้นเมื่อ 2014-07-11.
  14. "อเล็กซิสซัด!ปืนซิวเบซิคตัสหืด1-0ลิ่วแบ่งกลุ่ม". สยามสปอร์ต. 2014-08-28. สืบค้นเมื่อ 2014-08-28.
  15. "แฟนเซ็ง "ปืนโต" ฝืดเจ๊าจิ้งจอก 1-1". ผู้จัดการออนไลน์. 2014-09-01. สืบค้นเมื่อ 2014-09-01.
  16. ""เวนเกอร์" ปลื้มปืนคลีนชีตรอบ 8 เกม เมินดร็อป "อเล็กซิส"". ผู้จัดการออนไลน์. 2015-01-04. สืบค้นเมื่อ 2015-01-04.
  17. "ปืนต่อเวลาเฉือนเรดดิ้งลิ่วชิงเอฟเอ คัพ 'อเล็กซิส' ฮีโร่กดเบิ้ล". ข่าวสดออนไลน์. 2015-04-19. สืบค้นเมื่อ 2015-04-19.
  18. ""ปืน" ถล่มวิลลา 4-0 ซิวเอฟเอสูงสุด 12 สมัย". ผู้จัดการออนไลน์. 2015-05-31. สืบค้นเมื่อ 2015-05-31.
  19. "มาเต็ม! 'เด เคอา-คอสตา' ติดโผชิงแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟเอ". ไทยรัฐออนไลน์. 2015-04-17. สืบค้นเมื่อ 2015-04-19.
  20. "เทพกว่านี้มีอีกไหม! อเล็กซิสคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี". arsenal.in.th. 2015-05-27. สืบค้นเมื่อ 2015-05-27.
  21. "อเล็กซิส เรียกฟิตริมชายหาด พร้อมช่วย "ปืน" ลุยซีซันใหม่ (มีคลิป)". ผู้จัดการออนไลน์. 2015-07-27. สืบค้นเมื่อ 2015-07-29.
  22. ""ชิลี" ดวลโทษดับฟ้าขาว ซิวโคปาฯ สมัยแรก". ผู้จัดการออนไลน์. 2015-07-05. สืบค้นเมื่อ 2015-07-05.
  23. "ใจพี่ทำด้วยอะไร? "ซันเชซ" ซัดจุดโทษ "พาเนนกา" ซิวแชมป์โคปา (คลิป)". ผู้จัดการออนไลน์. 2015-07-05. สืบค้นเมื่อ 2015-07-05.
  24. "อเล็กซิสแฮตทริค! ปืนรัวกระสุนดับจิ้งจอกสุดมัน 2-5". fourfourtwo.com. สืบค้นเมื่อ 2015-09-27.
  25. "คลิปไฮไลท์พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล 3-0 แมนยู Arsenal 3-0 Manchester United". football-fun.net. 2015-10-04. สืบค้นเมื่อ 2015-10-05.
  26. "คะแนนนักเตะ อาร์เซนอล รัวโหดผีแดง 3-0". arsenal.in.th. 5 October 2015. สืบค้นเมื่อ 5 October 2015.
  27. "อเล็กซิส คว้ารางวัล รองเท้าทองคำ". Arsenal .in.th. 27 June 2016. สืบค้นเมื่อ 27 June 2016.
  28. "Sunderland 1- 4 Arsenal: Alexis Sanchez stars". Daily Mirror.co.uk.
  29. "Alexis Sanchez reaches 50 goals in all competitions for the Gunners". Metro.co.uk.
  30. "สิ้นสุดการรอ "อเล็กซิส" ซบผีใส่เบอร์ 7 "มิคกี" ย้ายข้ามฟาก". ผู้จัดการออนไลน์. 2018-01-23. สืบค้นเมื่อ 2018-01-23.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]