อะโดบีซิสเต็มส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Adobe Systems Incorporated
ประเภท บริษัทมหาชน
ก่อตั้งเมื่อ เมาเทนวิว, แคลิฟอเนีย (1982)
ผู้ก่อตั้ง Charles Geschke
John Warnock
พื้นที่ที่ให้บริการ ทั่วโลก
อุตสาหกรรม โปรแกรมคอมพิวเตอร์
ผลิตภัณฑ์ โปรแกรมประเภทมัลติมีเดีย
เว็บไซต์ Adobe.com

อะโดบีซิสเต็มส์ (Adobe Systems) เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองแซนโฮเซในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1982 โดย จอห์น วอร์น็อก และ Charles Geschke หลังจากลาออกจากห้องวิจัย Xerox PARC เพื่อพัฒนาภาษาในการแสดงผลที่ชื่อ โพสต์สคริปต์ อะโดบีเริ่มมีชื่อเสียงเมื่อแอปเปิล คอมพิวเตอร์ซื้อสิทธิ์ในการใช้งาน PostScript ไปใช้กับเครื่องพิมพ์ LaserWriter ของตนเอง หลังจากนั้น Adobe มีซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับกราฟิกหลายชนิด และเข้าซื้อกิจการบริษัท แมคโครมีเดีย เมื่อปี 2005 นอกจากนี้อะโดบี ติดอันดับบริษัทดีเด่นที่น่าทำงานด้วยหลายปีติดต่อกัน จัดอันดับโดยนิตยสารฟอรบส์

ชื่อ Adobe มีที่มาจากลำธารอะโดบีซึ่งไหลผ่านบ้านของผู้ก่อตั้ง และคำว่า adobe เองในภาษาอังกฤษมีคำหมายถึงดินเหนียวที่ใช้ในงานศิลปะ

ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญ[แก้]

โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (พื้นฐาน)[แก้]

โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ออกแบบเว็บไซต์)[แก้]

โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ตัดต่อวิดีโอและเสียง)[แก้]

โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (อื่นๆ)[แก้]

  • ผลิตภัณฑ์ของอะโดบีมีทั้งแยกขายเป็นโปรแกรมและขายเป็นชุด
  • เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2553 ทาง Adobe ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุด Adobe CS5 อย่างเป็นทางการ

รายละเอียดโปรแกรมรุ่นต่างๆของ ADOBE[แก้]

  • ADOBE InDesign : เป็นโปรแกรมสร้างงานด้านสื่อสิ่งพิมพ์ เพราะเป็นโปรแกรมที่ให้ความละเอียดสูง เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับการจัดทำหนังสือ นิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ต่างๆ
  • Adobe InCopy : เป็นโปรแกรมประเภท เวิร์ดโปรเซสซิ่ง ที่ใช้ร่วมกันกับ Adobe InDesign ใช้เขียน แก้ไข ออกแบบ ข้อความสำหรับสิ่งพิมพ์ โดยมีความสามารถเพิ่มเติมเช่น การตรวจสอบคำผิด นับคำ เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว ยังสามารถดูข้อความคร่าวๆได้ว่าพอดีกันกับเลย์เอาท์ที่ออกแบบไว้หรือไม่ด้วย
  • ADOBE PageMaker : เป็นโปรแกรมสำหรับการจัดหน้าหนังโดยเฉพาะ แต่เนื่องจากปัจจุบัน Adobe ได้ผลิตโปรแกรมสำหรับจัดหน้าและสามารถทำภาพการฟิกได้ในโปรแกรมเดียว คือ Indesign แล้ว Adobe Pagemaker จึงเป็นตัวเลือกที่ 2 สำหรับการจัดหน้าหนังสือในปัจจุบัน
  • ADOBE Photoshop Extended: เป็นโปรแกรมสร้างและแก้ไขรูปภาพอย่างมืออาชีพโดยเฉพาะนักออกแบในวงการย่อมรู้จักโปรแกรมตัวนี้เป็นอย่างดี หน้าที่หลัก คือ การสร้างงานประเภทสิ่งพิมพ์ งานวีดิทัศน์ งานนำเสนอ งานมัลติมีเดีย ตลอดจนงานออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ ใน CS4 นี้จะมีการประมวลผลที่เร็ว เหมาะสำหรับงานออกแบบที่เร็วทันใจ

ข้อเด่นของ Adobe Photoshop Extended นี้ คือ การทำงานแบบ 3D ได้ และยังตกแต่งภาพ ในไฟล์ Movie ได้อีกด้วย

  • ADOBE Photoshop : หน้าที่การทำงานจะเหมือนกับ Photoshop Extended แต่เพียวตัวนี้จะมีความสามารถที่น้อยกว่า Photoshop Extended เช่นงาน 3D ที่ตัวนี้ไม่สามารถทำได้
  • ADOBE Lightroom : เป็นโปรแกรมแต่งภาพถ่ายให้มีความละเอียดมากยิ่งขึ้น เช่น การลบ Noise ออกจากรูปถ่าย
  • ADOBE Illustrator : เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการวาดภาพที่มีลักษณะเป็นลายเส้นหรือเวกเตอร์ และยังสามารถรวมภาพกราฟิกที่แตกต่างกันระหว่างเวกเตอร์และและเป็นบิตแม็ฟ ให้เป็นงานกราฟิกที่มีทั้งภาพเป็นเส้นที่คมชัด และมีเอฟเฟ็กต์สีสันสวยงาม หรือมีความแปลกใหม่ร่วมกันได้ นักออกแบบส่วนใหญ่นิยมใช้โปรแกรม Illustrator เพราะมีคุณภาพของงานสูง เพราะเนื่องจาก เป็นไฟล์แบบ เวกเตอร์ ที่มีความคมชัดของไฟล์งานสูง และไม่มีปัญหาเวลาส่งงานให้กับโรงพิมพ์อย่างแน่นอน
  • ADOBE Freehand : เป็นโปรแกรมที่คล้ายกับ Illustrator คือการทำงานด้านกราฟิกเหมือนกัน เป็นแบบ เวกเตอร์
  • ADOBE Acrobat : โปรแกรมที่ใช้สำหรับสร้างเอกสารอิเล็คทรอนิกส์ในรูปแบบ Portable Document Format (PDF)เป็นเทคโนโลยีในการจัดเก็บเอกสาร ในรูปแบบเดียวกับต้นฉบับ
  • ADOBE Reader : เป็นโปรแกรมที่สามารถอ่านไฟล์ที่เป็น PDF ได้เหมือAcrobat แต่ว่า Reader จะสามารถอ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขงานได้
  • ADOBE Distiller : หน้าที่การทำงานจะเหมือนกับ Acrobat คือการแปลงไฟล์ Distiller จะเป็นตัวแปลงไฟล์ให้เป็น (EPS)
  • ADOBE Flash : เป็นโปรแกรมที่สามารถสร้างอนิเมชั่นบนเว็บระดับมืออาชีพ นอกจากสร้างเว็บ ยังสร้างเกม รวมไปถึงภาพเคลื่อนไหวบนหน้าเว็บไซต์ที่เราเห็นอยู่เป็นประจำ มี Effect ของภาพให้เลือกมากมาย
  • ADOBE Dreamweaver : เป็นโปรแกรมสร้างเว็บไซต์พื้นฐาน โดยที่เราอาจจะไม่ต้องมีความรู้เรื่องทางการเขียนโปรแกรมก่อนเลยก็ได้ เพราะเป็นโปรแกรมสำเร็จในการสร้างสิ่งต่างๆ บนเว็บไซต์ได้อย่างดีอย่างมืออาชีพเลยทีเดียว
  • ADOBE Authorware : โปรแกรม Authorware จัดเป็นโปรแกรมประเภท Authoring System ที่ใช้ในการเรียบเรียงงานนำเสนอลักษณะ Multimidia มีทั่งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงเพลง เสียงอธิบาย Sound Effect และสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้โปรแกรมได้หลายรูปแบบ ซึ่งจากคุณสมบัติดังกล่าว สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวาง โปรแกรม Authorware ใช้เทคนิคที่เรียกว่า Interfack ซึ่งเป็นการใช้สัญลักษณ์ (Icon) แทนคำสั่ง ทำให้ง่ายและสะดวกในการใช้งาน
  • ADOBE Firework : เป็นโปรแกรมที่สามาตกแต่งภาพ กำหนดเอ็ฟเฟ็กซ์ตัวหนังสือและรูปภาพอีกทั้งสามารถสร้างปุ่มคลิกสำหรับนำไปใช้ในเว็บเพจได้ค่อนข้างที่จะง่าย ยิ่งใช้งานกับ Dreamweaver ยิ่งได้งานที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

คุณสมบัติเด่น Adobe Firework นี้ สามารถใช้งานร่วมการฟิกแบบ Vector อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างปุ่มคลิกได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลาในการเขียนคำสั่งอีกด้วย

  • ADOBE Coldfusion : เป็นโปรแกรมที่ช่วยจัดการกับไฟล์ลิงค์ต่างๆ บนหน้าเว็บให้มีความสะดวกมากยิ่งหรืออีกอย่างคือการทำหน้าเหมือนกับ Dreamweaver แต่มีความสามารถน้อยกว่า โปรแกรมตัวนี้สามารถใช้กับ firework จะได้งานที่มีประสิทธิภาพเหมือนกัน
  • ADOBE Contribute : เป็นโปรแกรมประเภทสำหรับการสร้าง หรือปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาบนเว็บไซต์ หรือ เว็บบล็อก แต่ไม่เหมาะกับการสร้างเว็บ เหมือน Dreamweaver เหมาะสำหรับแก้ไข หัวข้อ หรือ รายละเอียดที่เป็นเนื้อความมากกว่า โดยที่ผู้ใช้งาน ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านเทคนิคหรือนักพัฒนาเว็บไซต์มืออาชีพแค่เพียงใช้งานแบบ Microsoftword เป็น

ข้อเด่น Adobe Contribute คือ ความรวดเร็วในการแก้ไข ข้อความหรือเนื้อหา บนเว็บไซต์ ได้อย่างง่าย

  • ADOBE After Effects : คือโปรแกรมที่ไว้สำหรับทำพวกงาน motion graphic ครับ คือการทำงานจะเป็นการที่นำไฟล์จาก illus หรือ photoshop หรือแม้กระทั่งไฟล์ movie ก็ได้ เป็นโปรแกรมที่ไว้สร้างงานนำเสนอ แต่ไม่ได้สร้างงานกราฟิกด้วยตัวเอง
  • ADOBE Premiere : คือโปรแกรมในการตัดต่อวิดีโอ และไฟล์เสียง ใช้สร้างภาพยนตร์ได้ โดยเป็นหนึ่งในโปรแกรมตระกูล Adobe ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนี่อง และความนิยมอย่างสูง มีความสามารถหลัก คือ การตัดต่อไฟล์วิดีโอ ซึ่งผสมผสานไฟล์วิดีโอหลายๆ ไฟล์ให้เรียงต่อกันแล้วนำมาผ่านกระบวนการตัดต่อใส่เอ็ฟเฟ็ค ใส่ subtitle ใส่ตัวหนังสือ ปรับเสียง และยังสามารถสร้างชื่อเรื่อง ข้อความ จนกระทั่งได้ไฟล์ภาพยนตร์ที่สมบูรณ์รวมทั้งมีกาพเคลื่อนไหวและมีการเปลี่ยนฉากที่ลงตัว จากนั้นยังสามารถแปลงไฟล์ที่เสร็จแล้วไปเป็นไฟล์ในรูปแบบต่างๆได้
  • ADOBE Premiere Elements 7 : เป็นโปรแกรมกึ่งสำเร็จรูปในการสร้างไฟล์วิดีโอเพื่อในการใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความรวดเร็วในการสร้างไฟล์วิดีโอ ซึ่งตัวนี้จะเพิ่มการสนับสนุนไฟล์วิดีโอรูปแบบ AVCHD ซึ่งเป็นไฟล์วิดีโอที่มีความละเอียดในการแสดงภาพสูง
  • ADOBE Director : เป็นโปรแกรมสำหรับการสร้างงานแบบ มัลติมีเดีย/อินเทอร์แอคทีฟ
  • ADOBE Audition : เป็นโปรแกมที่มีความสามารถในการตัดไฟล์เสียงโดยเฉพาะด้านการผลิตงานไฟล์เสียง สามารถลองรับไฟล์งานได้ทุกรูปแบบ
  • ADOBE Soundbooth : เป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยมืออาชีพในการผลิตงานออดิโอคุณภาพสูง บันทึก, แก้ไข และปรับแต่งออดิโอและเพลงได้อย่างรวดเร็วสำหรับการใช้งานบนเว็บ รวมถึงการผลิตวิดีโอ ช่วยให้จัดการกับซาวด์แทร็กได้อย่างรวดเร็วและประสิทธิภาพสูง และเชื่อถือได้
  • Adobe Soundbooth จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาทำตลาดแทน Adobe Audition ใน Adobe Production Studio เวอร์ชันใหม่ อย่างไรก็ตาม Adobe Audition จะยังคงมีวางจำหน่ายในท้องตลาด แบบสแตนด์อะโลน สำหรับงานออดิโอมืออาชีพ และจะมีเพียงเวอร์ชันที่ซัพพอร์ต Windows เท่านั้น
  • ADOBE Encore : สำหรับการเพิ่มลูกเล่นในวิดีโอหรือไฟล์ดีวีดี เช่น การสร้างหน้าเมนูของดีวีดีและแปลงไฟล์ต่างๆ ที่เป็นไฟล์งานเกี่ยวกับงานวิดีโอ
  • ADOBE OnLocation : ทำหน้าที่บันทึกข้อมูลลงดิสก์โดยตรง หรือทำหน้าที่เหมือน โปรแกรม Nero และทำหน้าที่เป็นจอมอนิเตอร์ในการเปิดไฟล์งานของ ADOBE Premiere อีกด้วย
  • ADOBE Captivate : โปรแกรม Adobe Captivate เป็น โปรแกรมสร้างสื่อนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดียอีกโปรแกรมหนึ่ง ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในขณะนี้ เนื่องจากโปรแกรม Adobe Captivate สามารถสร้างสื่อการ เรียนการสอนหรือสื่อนำเสนอแบบมัลติมีเดียได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว และถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการสร้าง Movie ในรูปแบบการนำเสนอข้อมูลด้วยสื่อมัลติมีเดีย เช่น การนำเสนอผลงาน การจับหน้าจอภาพ (Screen capture movie) ประกอบเสียงบรรยาย การสร้างแบบทดสอบ การตัดต่อวิดีโอ และสามารถนำเข้าไฟล์จากแหล่งต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น ไฟล์รูปภาพ (Image) เช่น JPG, BMP, GIF ไฟล์เสียง (Sound) เช่น MP3, WAV เสียงบรรยายผ่านไมโครโฟน ไฟล์วิดีโอ (Video) เช่น AVI และสไลด์จากโปรแกรม Microsoft Power Point (.ppt) นอกจากนี้โปรแกรม Adobe Captivate ยังสามารถนำเสนอไฟล์ในรูปแบบต่างๆ ได้หลายรูปแบบ เช่น Flash movie File (.swf) ลักษณะเช่นเดียวกับโปรแกรม Adobe Flash , HTML File (.html) สำหรับการนำไปใช้กับเว็บไซต์ และ EXE File (.exe) สำหรับการนำไปใช้แบบ Stand alone คือ การแสดงผลโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม Adobe Captivate
  • ADOBE FrameMaker : เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่คล้ายกัย Captivate เพราะเป็นโปรแกรมที่ทำสื่อการเรียนการสอนโดยรวม หน้าที่หลักคือ การทำสื่อนำเสนอ ซึ่งปัจจุบัน Adobe กำลังจะเลิกพัฒนาโปรแกมตัวนี้แล้ว เพราะลูกค้าสามารถเลือกซื้อโปรแกรมตัวอื่นของ Adobe ได้ ที่มีสามารถที่มากกว่าตัวนี้
  • ADOBE RoboHelp : เป็นโปรแกรมที่ทำเอกสารหรือคู่มือ ที่มีความสะดวกรวดเร็ว
  • ADOBE Audition : โปรแกรมแก้ไขไฟล์เสียง สามารถบันทึก แก้ไข แปลงไฟล์เสียงได้

โปรแกรมตัวช่วยต่างๆ ของ อะโดบี[แก้]

  • ADOBE Bridge : เป็นสะพานในการเชื่อมต่อทุกโปรแกรมในชุด Creative Suite มีความสำคัญในการใช้งานตั้งแต่เริ่มต้นการใช้งานของชุดโปรแกรม สามารถกำหนดการใช้งานโปรไฟล์สีของชุดโปรแกรมให้เหมาะสมกับการทำงาน และสิ่งที่สำคัญคือสามารถดูและจัดการกับ Metadata ได้อีกด้วย
  • ADOBE Device Central : โปรแกรมจำลองขนาดหน้าจอของโทรศัพท์มือถือเกือบทุกรุ่นในโลก เพื่อให้ทราบขนาดของหน้าจอที่แท้จริง สามารถทดสอบการทำงานของไฟล์งานที่สร้างมาว่าสามารถใช้กับโทรศัพท์รุ่นที่คุณต้องการได้หรือไม่ เช่น flash game , flash application , image wall paper.
  • ADOBE Dynamic Link : จะทำให้ผู้ใช้โปรแกรมสามารถย้ายส่วนต่างๆของโปรแกรม After Effects ไปที่ Adobe Premiere Pro และ Encore DVD ได้โดยตรง โดยไม่ต้องทำเรนเดอร์ก่อน ส่วนการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น จะมีการอัปเดตโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้โปรแกรม สามารถมองเห็นการปรับเปลี่ยนในเนื้อหาได้ทันที
  • ADOBE Version Cue : เป็นโปรแกรมทำหน้าที่ให้เรารู้ว่าไฟล์เรื่องไหนเก่าหรือ ไฟล์ใหนใหม่และสามารถไล่ดูไฟล์รูปของโปรแกรม photoshop(PSD)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]