สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)
| Hydro - Informatics Institute | |
ตราสัญลักษณ์ของสถาบัน | |
| ภาพรวมสถาบัน | |
|---|---|
| ก่อตั้ง | 1 มกราคม พ.ศ. 2552 |
| สถาบันก่อนหน้า |
|
| สำนักงานใหญ่ | เลขที่ 901 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 |
| บุคลากร | 133 คน (พ.ศ. 2566)[1] |
| งบประมาณต่อปี |
|
| ฝ่ายบริหารสถาบัน |
|
| ต้นสังกัดสถาบัน | กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม |
| เว็บไซต์ | เว็บไซต์ของสถาบัน |
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (อังกฤษ: Hydro - Informatics Institute) เป็นองค์การมหาชน จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2547 ต่อมาใน พ.ศ. 2552 จึงได้เปลี่ยนสถานะมาเป็นองค์การมหาชน ปัจจุบันมี พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ เป็นประธานกรรมการ
ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นาง รอยบุญ รัศมีเทศ เป็นผู้อำนวยการและกรรมการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย[2]
ประวัติ
[แก้]สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร จัดตั้งขึ้นโดยพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกันวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ เริ่มจากการพัฒนากลไกการรวบรวมข้อมูลและประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้หน่วยปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดตั้งโครงการระบบเครือข่ายเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำแห่งประเทศไทยขึ้นในปี พ.ศ. 2541 เพื่อดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วสำเนากระจายข้อมูลนี้กลับไปให้หน่วยงานต่าง ๆ อีกครั้ง ให้ได้ใช้ข้อมูลร่วมกัน เกิดเป็นกลไกในการประสานงาน ประกอบการตัดสินใจ และดำเนินการได้
ในการวิจัยและพัฒนาระบบดังกล่าวเป็นผลให้เกิดความร่วมมือและพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสามารถในการพัฒนาระบบ สารสนเทศของหน่วยงาน นอกจากนี้หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการได้พิจารณานำข้อมูลที่รวบรวมได้จากระบบเครือข่าย มาจัดรวบรวมเพื่อเปิดให้ ประชาชนเข้าถึง รับรู้ และศึกษาได้ อันจะเป็นฐานในการพัฒนาความร่วมมือภาคประชาชน ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำ และเป็นเครื่องมือในการดำเนินการขององค์กรลุ่มน้ำ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ต่อไป
สำหรับด้านการเกษตร ได้มีการดำเนินงานโครงการระบบเครือข่ายสารสนเทศการเกษตร เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการนำข้อมูลมาสนับสนุนการเรียนรู้ในการจัดการ และการผลิตด้านการเกษตร และการพัฒนาชุมชน โดยมีองค์ประกอบสองส่วนหลักที่จะเป็นจุดเริ่มในการพัฒนาการเรียนรู้ทั้งเกษตรกร และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง คือ
- ระบบข้อมูลที่เป็นความรู้ด้านการเกษตรการผลิต
- ระบบข้อมูลความเสี่ยงด้านต่าง ๆ
ทั้ง 2 ระบบนี้จะมีระบบย่อย ๆ ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย ระบบบัญชีข้อมูลทางด้านเกษตรและชุมชน (Agricultural Data Clearing House) ใช้เป็น กลไกในการค้นหา เข้าถึง และรวบรวมความรู้ต่าง ๆ ด้านการเกษตรและระบบเครือข่ายสารสนเทศภูมิศาสตร์ ที่ใช้เป็นฐานในการวิเคราะห์ความเสี่ยง
ในระยะที่ 2 ของการดำเนินงานจะได้นำข้อมูลหลักทั้ง 2 ส่วนนี้ไปให้ถึงเกษตรกรโดยเน้นการพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นคนกลาง หรือสื่อกลาง ที่มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ข้อมูล สื่อข้อมูลเหล่านี้ให้ถึงเกษตรกร บุคลากรกลุ่มนี้เรียกว่า Information Brokers เป็นบุคลากรที่อยู่ในชุมชน และจะมีส่วนร่วมในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน สำหรับในระยะสุดท้าย คือการส่งผ่านความรู้สู่ชุมชน หรือ Information Diffusion ทั้งนี้เพื่อสร้างกระบวนการ คิด ทำ และแก้ปัญหาระดับชุมชน โดยชุมชน แต่อาศัยความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ ด้านการเกษตร ที่บรรจุอยู่บนระบบเครือข่ายสารสนเทศการเกษตร
ปัจจุบัน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เป็นสถาบันวิจัยและพัฒนาขั้นสูง (Center for Advanced Study) มีการดำเนินงานต่อเนื่องของโครงการเครือข่ายเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำแห่งประเทศไทย และโครงการระบบเครือข่ายสารสนเทศการเกษตรมาโดยตลอด เพื่อนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำและการเกษตรดังนี้
- ข้อมูลสถิติ
- ข้อมูลนโยบายและ แผนการดำเนินงานจัดการทรัพยากรน้ำและการเกษตร
- ข้อมูลเทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตร
- ข้อมูลองค์กรและหน่วยงานที่รับผิดชอบ เป็นต้น
โดยข้อมูลทั้งหมดเป็นกลไกสำคัญทำให้เกิดการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในการจัดการทรัพยากรน้ำและการเกษตร รวมทั้งเกิดเป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจดำเนินงานหรือกำหนดแผนงานทรัพยากรน้ำและ การเกษตรของประเทศ
สถาบันฯ ได้เปลี่ยนสถานะเป็นองค์การมหาชนตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 ตามราชกิจจานุเบกษา[3] โดยใช้ชื่อว่า สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) โดยมี ดร.รอยล จิตรดอน เป็นผู้อำนวยการสถาบันฯ คนแรก (หมดวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อ 22 มิถุนายน 2560)
ต่อมาเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจด้านการพัฒนาระบบคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศของสถาบันฯ และพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 จึงได้มีการปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) เป็น พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2562 ขึ้น โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 และมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2562 ซึ่งตรงกับวันน้ำโลก ทำให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) เปลี่ยนเป็น สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ใช้ชื่อย่อ สสน. และเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็น "Hydro - Informatics Institute (Public Organization)" ใช้ชื่อย่อว่า "HII" ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2562 โดยมี สุทัศน์ วีสกุล เป็นผู้อำนวยการสถาบันฯ คนปัจจุบัน
วัตถุประสงค์การจัดตั้ง
[แก้]สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ มีวัตถุประสงค์การในการจัดตั้ง ดังนี้
- รวบรวม เชื่อมโยง บูรณาการ และวิเคราะห์ข้อมูลน้ำและภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อน้ำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาให้เป็นระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ รวมทั้งให้บริการขัอมูล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำของประเทศ
- วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการจัดการสารสนเทศทรัพยากรน้ำและระบบบริหารจัดการน้ำ
- ส่งเสริมความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการจัดการสารสนเทศทรัพยากรน้ำ
- นำเสนอและถ่ายทอดผลการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ นำไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เป็นผลการวิจัยและพัฒนาของสถาบันให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำไปใช้ประโยชน์ได้โดยสะดวกและเกิดประสิทธิผล โดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือไม่ก็ได้
- ดำเนินการอื่นเพื่อพัฒนาระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติตามที่กฎหมายกำหนดหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
อ้างอิง
[แก้]- ↑ เป็นงบประมาณทั้งหมดของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ตั้งแต่หมวด 3 หมวด 4 และหมวด 5 รายละเอียดดูที่ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570