ข้ามไปเนื้อหา

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)
Hydro - Informatics Institute
ตราสัญลักษณ์ของสถาบัน
ภาพรวมสถาบัน
ก่อตั้ง1 มกราคม พ.ศ. 2552; 17 ปีก่อน (2552-01-01)
สถาบันก่อนหน้า
  • สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร
สำนักงานใหญ่เลขที่ 901 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
บุคลากร133 คน (พ.ศ. 2566)[1]
งบประมาณต่อปี
  • 404,767,300 บาท
  • (ปีงบประมาณ 2570)[a]
ฝ่ายบริหารสถาบัน
  • รอยบุญ รัศมีเทศ, ผู้อำนวยการ
  • ศรเทพ วรรณรัตน์, รักษาการรองผู้อำนวยการ
  • ว่าง, รองผู้อำนวยการ
ต้นสังกัดสถาบันกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เว็บไซต์เว็บไซต์ของสถาบัน

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (อังกฤษ: Hydro - Informatics Institute) เป็นองค์การมหาชน จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2547 ต่อมาใน พ.ศ. 2552 จึงได้เปลี่ยนสถานะมาเป็นองค์การมหาชน ปัจจุบันมี พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ เป็นประธานกรรมการ

ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นาง รอยบุญ รัศมีเทศ เป็นผู้อำนวยการและกรรมการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย[2]

ประวัติ

[แก้]

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร จัดตั้งขึ้นโดยพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกันวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ เริ่มจากการพัฒนากลไกการรวบรวมข้อมูลและประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้หน่วยปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดตั้งโครงการระบบเครือข่ายเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำแห่งประเทศไทยขึ้นในปี พ.ศ. 2541 เพื่อดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วสำเนากระจายข้อมูลนี้กลับไปให้หน่วยงานต่าง ๆ อีกครั้ง ให้ได้ใช้ข้อมูลร่วมกัน เกิดเป็นกลไกในการประสานงาน ประกอบการตัดสินใจ และดำเนินการได้

ในการวิจัยและพัฒนาระบบดังกล่าวเป็นผลให้เกิดความร่วมมือและพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสามารถในการพัฒนาระบบ สารสนเทศของหน่วยงาน นอกจากนี้หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการได้พิจารณานำข้อมูลที่รวบรวมได้จากระบบเครือข่าย มาจัดรวบรวมเพื่อเปิดให้ ประชาชนเข้าถึง รับรู้ และศึกษาได้ อันจะเป็นฐานในการพัฒนาความร่วมมือภาคประชาชน ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำ และเป็นเครื่องมือในการดำเนินการขององค์กรลุ่มน้ำ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ต่อไป

สำหรับด้านการเกษตร ได้มีการดำเนินงานโครงการระบบเครือข่ายสารสนเทศการเกษตร เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการนำข้อมูลมาสนับสนุนการเรียนรู้ในการจัดการ และการผลิตด้านการเกษตร และการพัฒนาชุมชน โดยมีองค์ประกอบสองส่วนหลักที่จะเป็นจุดเริ่มในการพัฒนาการเรียนรู้ทั้งเกษตรกร และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง คือ

  1. ระบบข้อมูลที่เป็นความรู้ด้านการเกษตรการผลิต
  2. ระบบข้อมูลความเสี่ยงด้านต่าง ๆ

ทั้ง 2 ระบบนี้จะมีระบบย่อย ๆ ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย ระบบบัญชีข้อมูลทางด้านเกษตรและชุมชน (Agricultural Data Clearing House) ใช้เป็น กลไกในการค้นหา เข้าถึง และรวบรวมความรู้ต่าง ๆ ด้านการเกษตรและระบบเครือข่ายสารสนเทศภูมิศาสตร์ ที่ใช้เป็นฐานในการวิเคราะห์ความเสี่ยง

ในระยะที่ 2 ของการดำเนินงานจะได้นำข้อมูลหลักทั้ง 2 ส่วนนี้ไปให้ถึงเกษตรกรโดยเน้นการพัฒนาบุคลากรที่จะเป็นคนกลาง หรือสื่อกลาง ที่มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ข้อมูล สื่อข้อมูลเหล่านี้ให้ถึงเกษตรกร บุคลากรกลุ่มนี้เรียกว่า Information Brokers เป็นบุคลากรที่อยู่ในชุมชน และจะมีส่วนร่วมในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน สำหรับในระยะสุดท้าย คือการส่งผ่านความรู้สู่ชุมชน หรือ Information Diffusion ทั้งนี้เพื่อสร้างกระบวนการ คิด ทำ และแก้ปัญหาระดับชุมชน โดยชุมชน แต่อาศัยความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ ด้านการเกษตร ที่บรรจุอยู่บนระบบเครือข่ายสารสนเทศการเกษตร

ปัจจุบัน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เป็นสถาบันวิจัยและพัฒนาขั้นสูง (Center for Advanced Study) มีการดำเนินงานต่อเนื่องของโครงการเครือข่ายเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำแห่งประเทศไทย และโครงการระบบเครือข่ายสารสนเทศการเกษตรมาโดยตลอด เพื่อนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำและการเกษตรดังนี้

  1. ข้อมูลสถิติ
  2. ข้อมูลนโยบายและ แผนการดำเนินงานจัดการทรัพยากรน้ำและการเกษตร
  3. ข้อมูลเทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตร
  4. ข้อมูลองค์กรและหน่วยงานที่รับผิดชอบ เป็นต้น

โดยข้อมูลทั้งหมดเป็นกลไกสำคัญทำให้เกิดการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในการจัดการทรัพยากรน้ำและการเกษตร รวมทั้งเกิดเป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจดำเนินงานหรือกำหนดแผนงานทรัพยากรน้ำและ การเกษตรของประเทศ

สถาบันฯ ได้เปลี่ยนสถานะเป็นองค์การมหาชนตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 ตามราชกิจจานุเบกษา[3] โดยใช้ชื่อว่า สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) โดยมี ดร.รอยล จิตรดอน เป็นผู้อำนวยการสถาบันฯ คนแรก (หมดวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อ 22 มิถุนายน 2560)

ต่อมาเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจด้านการพัฒนาระบบคลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศของสถาบันฯ และพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 จึงได้มีการปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดตั้งสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) เป็น พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2562 ขึ้น โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 และมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2562 ซึ่งตรงกับวันน้ำโลก ทำให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) เปลี่ยนเป็น สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ใช้ชื่อย่อ สสน. และเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษเป็น "Hydro - Informatics Institute (Public Organization)" ใช้ชื่อย่อว่า "HII" ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2562 โดยมี สุทัศน์ วีสกุล เป็นผู้อำนวยการสถาบันฯ คนปัจจุบัน

วัตถุประสงค์การจัดตั้ง

[แก้]

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ มีวัตถุประสงค์การในการจัดตั้ง ดังนี้

  1. รวบรวม เชื่อมโยง บูรณาการ และวิเคราะห์ข้อมูลน้ำและภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อน้ำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาให้เป็นระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ รวมทั้งให้บริการขัอมูล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำของประเทศ
  2. วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการจัดการสารสนเทศทรัพยากรน้ำและระบบบริหารจัดการน้ำ
  3. ส่งเสริมความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการจัดการสารสนเทศทรัพยากรน้ำ
  4. นำเสนอและถ่ายทอดผลการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ นำไปใช้ประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เป็นผลการวิจัยและพัฒนาของสถาบันให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำไปใช้ประโยชน์ได้โดยสะดวกและเกิดประสิทธิผล โดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือไม่ก็ได้
  5. ดำเนินการอื่นเพื่อพัฒนาระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติตามที่กฎหมายกำหนดหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ เป็นงบประมาณทั้งหมดของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ตั้งแต่หมวด 3 หมวด 4 และหมวด 5 รายละเอียดดูที่ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]