วิรไท สันติประภพ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วิรไท สันติประภพ
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม 2558
ก่อนหน้า ประสาร ไตรรัตน์วรกุล
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 25 ธันวาคม พ.ศ. 2512 (47 ปี)
บิดา พลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ
มารดา กุณฑลา สันติประภพ

ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนที่ 23 [1]ที่ปรึกษาของทีดีอาร์ไอ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์[2]กรรมการในคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ[3]ได้รับคัดเลือกจากนิตยสาร The Asian Banker ให้เป็นหนึ่งใน 50 ของนักการเงินการธนาคารรุ่นใหม่ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค

ประวัติ[แก้]

วิรไทเกิดเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2512 เป็นบุตรในจำนวนพี่น้อง 3 คนของพลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ และกุณฑลา สันติประภพ ครอบครัวฝั่งบิดาเดิมใช้นามสกุลว่า "ก้อนแก้ว" มีพื้นเพมาจากอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายหลังบิดาได้รับพระราชทานนามสกุล "สันติประภพ" หลังสมรส ส่วนครอบครัวฝ่ายมารดา เขาเป็นหลานตาของพลตรี พระยาพิชัยรณรงค์สงคราม (ทองดี จารุทัต) อดีตผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์คนที่ 8 กับบุปผา พิชัยรณรงค์สงคราม[4][5]

ชื่อ "วิรไท" เป็นนามที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีความหมายว่า "ผู้มีเสรีแกล้วกล้า"[6] มีชื่อเล่นว่า "ก็"[7]

ด้านการศึกษา จบการศึกษาชั้นต้นจากโรงเรียนสาธิตปทุมวัน สามารถสอบเทียบจากชั้นม.4 ไปเรียนชั้น ม.6 และสอบเข้าเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 และได้รับเหรียญทองทางด้านวิชาการ 4 เหรียญด้านช่วยเหลือกิจกรรมดีอีก 1 เหรียญ ได้รับพระราชทานทุนภูมิพลตลอดระยะที่เวลาที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นบัณฑิตเศรษฐศาสตร์ในวัยเพียง 18 ปีเศษ จากนั้นได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สหรัฐอเมริกา จบปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์เมื่อมีอายุได้ 24 ปี โดยได้ทำวิทยานิพนธ์ เรื่องการเปิดเสรีทางการเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Financial Liberization in Southeast Asia) กับดไวต์ เพอร์คินส์[8]

การทำงาน[แก้]

เริ่มต้นการทำงานที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ กรุงวอชิงตันดีซี รับหน้าที่ให้คำปรึกษารัฐบาลและธนาคารกลางของประเทศสมาชิก โดยเฉพาะประเทศที่ประสบปัญหาวิกฤตด้านเศรษฐกิจและวิกฤตสถาบันการเงิน ที่ครอบคลุมประเทศในเอเชียอย่าง ตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก และแอฟริกา และทำงานวิจัยเกี่ยวกับบทบาทของธนาคารกลางและการดำเนินนโยบายการเงินในมิติต่าง ๆ เมื่อประเทศไทยเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 ได้ลาพักจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ กลับมาเป็นผู้อำนวยการร่วม สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มีบทบาทหลักในการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการแก้ไขปัญหาระบบสถาบันการเงินสำคัญ อาทิ มาตรการเพิ่มทุนสถาบันการเงินตามโครงการ 14 สิงหาคม ปี 2541 การจัดการสถาบันการเงินที่ถูกทางการแทรกแซง การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการมิยะซะวะ รวมทั้งเจรจากต่อรองกับรัฐบาลประเทศต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อจัดทำโครงการให้ความช่วยเหลือประเทศไทยในช่วงที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศจำกัด

ในระหว่างปี พ.ศ. 2543-2551 ร่วมงานกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ปฏิรูปองค์กรขนานใหญ่หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 อย่างการบริหารสภาพคล่อง การบริหารสินทรัพย์และหนี้สิน การกำหนดนโยบายสินเชื่อ การบริหารเงินลงทุน การจัดการกลุ่มธุรกิจการเงินผ่านบริษัทลูก ๆ ของธนาคาร และยังดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ และกรรมการบริหารความเสี่ยง ของบริษัททุนธนชาต

ในระหว่างปี พ.ศ. 2552-2556 ร่วมงานกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์ปฏิรูปองค์กร โดยดำรงตำแหน่งเป็น รองผู้จัดการสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ได้ดทำแผนพัฒนาตลาดทุนของประเทศ พัฒนางานวิจัยด้านตลาดทุนเชิงลึก ผลักดันให้ตลาดหลักทรัพย์ไทยได้รับการยอมรับในเวทีตลาดทุนโลกหลายเวที และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน

ธุรกิจอื่น เป็นกรรมการและกรรมการตรวจสอบของบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กรรมการของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กรรมการของบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และกรรมการของบริษัทอักษรเอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน)

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2558 ได้เห็นชอบให้ ดร.วิรไทเป็น ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนที่ 20 สืบต่อจากดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ที่จะครบวาระดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 กันยายน 2558[9] และได้รับการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 โดยจะมีผลในวันที่ 1 ตุลาคม 2558[10]

อ้างอิง[แก้]


ก่อนหน้า วิรไท สันติประภพ ถัดไป
ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล 2leftarrow.png ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
(1 ตุลาคม พ.ศ. 2558)
2rightarrow.png -