วิกฤตการณ์ไครเมีย พ.ศ. 2557

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
  • วิกฤตการณ์ไครเมีย
  • การผนวกไครเมีย
เป็นส่วนหนึ่งของ วิกฤตยูเครน, ความขัดแย้งนิยมรัสเซียในประเทศยูเครน และสงครามรัสเซีย - ยูเครน
Putin with Vladimir Konstantinov, Sergey Aksyonov and Alexey Chaly 4.jpeg
ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูตินลงนามสนธิสัญญาการครอบครองกับผู้นำไครเมียที่มอสโก 18 มีนาคม ค.ศ. 2014
วันที่ 20 กุมภาพันธ์[note 1] – 26 มีนาคม ค.ศ. 2014[6]
(1 เดือน และ 6 วัน)
สถานที่ คาบสมุทรไครเมีย
ผลลัพธ์
คู่ขัดแย้ง
 รัสเซีย  ยูเครน
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
Standard of the President of the Russian Federation.svg วลาดีมีร์ ปูติน
รัสเซีย ดมีตรี เมดเวเดฟ
รัสเซีย เซียร์เกย์ ชอยกู
รัสเซีย วาเลรี เกราซีมอฟ
รัสเซีย อเล็กซันดร์ วิตกอ
รัสเซีย โอเลก เบโลเวนต์เซฟ
รัสเซีย อเล็กเซย์ ดยูมิน
สาธารณรัฐไครเมีย เซอร์เกย์ อักเซียวนอฟ
สาธารณรัฐไครเมีย วลาดีมีร์ กอนสตันตีนอฟ
สาธารณรัฐไครเมีย วิกตอร์ ปโชนกา
สาธารณรัฐไครเมีย รุสตัม เตมีร์กาเลียฟ
เซวัสโตปอล อเล็กเซ ชาลีย์
Flag of the President of Ukraine.svg โอเลกซันดร์ ตูร์ชีย์นอฟ
ยูเครน อาร์เซนีย์ ยัตเซนยุก
ยูเครน อีฮอร์ เตนยุค
ยูเครน มีย์คาเลียว คุตซึน
ยูเครน เซอร์ฮีย์ ฮัยดุก
ยูเครน อาร์เซน อาวากอฟ
ยูเครน วาเลนติน นาลึยไวเชนโก
ยูเครน อันดรีย์ ปารูบีย์
สาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมีย อานาโตลี โมฮึยเลียฟ
สาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมีย เซอร์ฮีย์ คูนิตซึน
Flag of the Crimean Tatar people.svg เรฟัต ชูบารอฟ
Flag of the Crimean Tatar people.svg มุสตาฟา เซมีเลฟ
กองทัพ
ฐานในไครเมีย
มีดังนี้
  • 510th Naval Inf Bde (ฟีโอโดซียา)
  • 810th Naval Inf Bde (ซิมเฟโรปอล)

ส่งไปไครเมีย มีดังนี้

[19]

กองทัพ
  • 36th Mech Coastal Defence Bde (ที่เปเรวัลเน)
  • 1st Naval Inf Bn (ฟีโอโดซียา)
  • 501st Naval Inf Bn (เคียร์ช)
  • 56th Gds Bn (เซวัสโตปอล)
  • 406th Artillery Bde (ซิมเฟโรปอล)
  • 37th Comms and Control Rgt (เซวัสโตปอล)

กองกำลังภายใน

  • 9th Interior Troops Bde (ซิมเฟโรปอล)
  • 42nd Interior Troops Bde (เซวัสโตปอล)
  • 47th Interior Troops Bde (ฟีโอโดซียา)
  • 15th Interior Troops Bn (เยฟปาโตเรีย)
  • 18th Mot Police Bn (ฮัสปรา)

กองกำลังชายแดน

  • Special-Purpose Border Guard Bn (ยัลตา)

[20]

กำลัง
ผู้ประท้วง

หน่วยอาสาสมัคร[22][24]

  • 5,000 (เซวัสโตปอล)
  • 1,700 (ซิมเฟโรปอล)

กองทัพรัสเซีย

  • 20,000–30,000 นาย[25]
ผู้ประท้วง
  • 4,000–10,000 (ซิมเฟโรปอล)[26][27]

กองทัพยูเครน

  • 5,000–22,000 นาย[28][29]
  • กองหนุน 40,000 นาย เคลื่อนพลบางส่วน (นอกไครเมีย)[30]
กำลังพลสูญเสีย
ทหาร SDF ไครเมียถูกฆ่า 1 นาย[31]
  • ทหารถูกฆ่า 2 นาย[32]
  • ทหารถูกกุมขัง 60–80 นาย[33]
  • เจ้าหน้าที่ 9,268 นายกับข้าราชการพลเรือน 7,050 คนแปรพักตร์[34][35]
ประชาชนเสียชีวิต 2 คนในช่วงการประท้วง ถูกฆ่า 1 คนโดย "กองกำลังป้องกันตนเองไครเมีย"ภายใต้การนำของอดีตเจ้าหน้าที่ของกองทัพรัสเซีย[36][37][38][39][40][41]

วิกฤตการณ์ไครเมีย พ.ศ. 2557 เป็นวิกฤตการณ์ทางการทูตในเขตปกครองตนเองไครเมีย ประเทศยูเครน อันเป็นผลสืบเนื่องจากการปฏิวัติยูเครน พ.ศ. 2557 ซึ่งโค่นรัฐบาลประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูคอวิชในเคียฟ เมืองหลวงของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ มีกลุ่มชาติพันธุ์รัสเซียบางกลุ่มจัดการประท้วงคัดค้านเหตุการณ์ในเคียฟ และต้องการความสัมพันธ์หรือบูรณาการกับประเทศรัสเซียใกล้ชิดยิ่งขึ้น นอกเหนือไปจากการเพิ่มอัตตาณัติหรือให้เอกราชแก่ไครเมียถ้าเป็นไปได้[42] การประท้วงบางจุดมิได้ทั้งเกิดขึ้นเองหรือจำกัดอยู่บริเวณใดบริเวณหนึ่งทั้งหมด[43] กลุ่มอื่น ซึ่งที่โดดเด่นประกอบด้วยชาวตาตาร์ไครเมียและชาติพันธุ์ยูเครน เดินขบวนสนับสนุนการปฏิวัติ[44] ยานูคอวิชที่ถูกโค่นอำนาจลี้ภัยไปยังรัสเซีย และเรียกร้องให้กองทัพรัสเซียเข้าแทรกแซงและรักษา "กฎหมายและความสงบเรียบร้อย" ในยูเครน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไครเมีย อย่างลับ ๆ[45]

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ทหารติดอาวุธและสวมหน้ากากโดยไม่มีเครื่องยศซึ่งมีพฤติการณ์นิยมรัสเซียยึดอาคารสำคัญจำนวนหนึ่งในไครเมีย รวมทั้งอาคารรัฐสภาและท่าอาากศยานสองแห่ง[46][47] [48] กลุ่มชายดังกล่าวทำลายโทรคมนาคมและบริการอินเทอร์เน็ตแทบทั้งหมดระหว่างไครเมียกับยูเครนส่วนที่เหลือ[49] ภายใต้การปิดล้อมและมีผู้ชุมนุมอยู่ภายใน สภาไครเมียสูงสุดปลดรัฐบาลของสาธารณรัฐปกครองตนเองและเปลี่ยนตัวประธานสภารัฐมนตรีไครเมีย อะนาโทลีย์ มอฮิลอว์ (Anatolii Mohyliov) เป็นเซร์ฮีย์ อัคซอนอว์ (Sergey Aksyonov)[50] กองกำลังรัสเซียซึ่งประจำอยู่ในไครเมียตามความตกลงทวิภาคีได้รับการเสริมกำลังและเรือรบสองลำจากกองเรือบอลติกของรัสเซียละเมิดน่านน้ำยูเครน[51][52] รัฐบาลยูเครนกล่าวหารัสเซียว่าแทรกแซงกิจการภายในของยูเครน ขณะที่ฝ่ายรัสเซียปฏิเสธการกล่าวหาดังกล่าวอย่างเป็นทางการ[53]

วันที่ 1 มีนาคม รัฐสภารัสเซียให้อำนาจประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูตินใช้กำลังทหารในยูเครน หลังมีการร้องขอความช่วยเหลือจากผู้นำนิยมรัสเซียอย่างไม่เป็นทางการที่เพิ่งได้รับแต่งตั้ง เซร์ฮีย์ อัคซอนอว์[54][55] รักษาการประธานาธิบดียูเครน โอเล็กซันดร์ ทูร์ชินอฟ (Oleksandr Turchynov) มีคำสั่งว่าการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีไครเมียไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ[56][57] แหล่งข่าวฝ่ายนิยมรัฐบาลอ้างว่าอาจมีการปลอมแปลงระหว่างการลงมติจัดการลงประชามติเอกราชปี 2557 และการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในไครเมีย[58] สำนักงานอัยการสูงสุดแถลงว่า ผลใด ๆ จากการลงประชามติแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งยูเครนและไครเมีย ซึ่งต้องมีการลงประชามติทั่วประเทศ[59] ผู้นำชาวตาตาร์ไครเมียกล่าวว่าพวกตนจะไม่เข้าร่วมหรือยอมรับการลงประชามติแยกประเทศใด ๆ[60]

วันที่ 2 มีนาคม ยูเครนประกาศพร้อมรบเต็มกำลังและระดมพลทั่วประเทศ[61] รองนายกรัฐมนตรีไครเมีย Rustam Temirgaliev รายงานว่ากองกำลังติดอาวุธทั้งหมดในดินแดนไครเมียล้วนถูกปลดอาวุธหรือเปลี่ยนฝ่ายแล้ว[62] กระทรวงกลาโหมยูเครนอ้างว่ารายงานเหล่านี้ไม่เป็นความจริง[63][64] ไม่นานจากนั้น หัวหน้ากองทัพเรือยูเครน Denis Berezovsky ประกาศในแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ว่าเขาปฏิเสธไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจากรัฐบาลที่ประกาศตนเองในเคียฟและประกาศความภักดีต่อทางการและประชาชนไครเมีย นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ดมิทรี เมดเวเดฟ ประณามรัฐบาล Yatsenyuk ว่าไม่ชอบธรรมอ้างอิงผิดพลาด: ไม่มีการปิด </ref> สำหรับป้ายระบุ <ref>[65] กองทัพเรือรัสเซียเริ่มการฝึกซ้อมทางทหารในมณฑลคาลินินกราด ใกล้กับพรมแดนลิทัวเนียและโปแลนด์[66][67] ประธานาธิบดีลิทัวเนียและโปแลนด์เรียกร้องการหารือตามสนธิสัญญานาโต ข้อ 4[68][69] วันเดียวกัน ช่องโทรทัศน์ที่รัฐบาลรัสเซียเป็นเจ้าของบางส่วน แชแนลวันรัสเซีย ออกรายงานเน้นว่า ชาวยูเครน 140,000 คนได้หลบหนีมายังรัสเซียผ่านพรมแดน ซึ่งได้เกิดการโต้เถียงเพราะรายงานดังกล่าวรวมภาพการจราจรติดขัดบนถนนไปยังโปแลนด์ มิใช่รัสเซีย[70][71]

สภาแอตแลนติกเหนือและสหภาพยุโรปจะจัดการประชุมสุดยอดผู้นำฉุกเฉินในประเด็นดังกล่าว[72][73] สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนีและสหภาพยุโรปประณามรัสเซีย โดยกล่าวหาว่ารัสเซียละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและละเมิดอธิปไตยของยูเครน

วันที่ 4 มีนาคม ปูตินหยุดการฝึกซ้อมทางทหารและถอนกำลังกลับจากพรมแดนยูเครน[74] ปูตินแถลงในการจัดประชุมผู้สื่อข่าวว่าทหารที่ยึดครองฐานทัพมิใช่ทหารรัสเซีย หากแต่เป็นกำลังป้องกันตนเองท้องถิ่น เขากล่าวว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะส่งกองกำลังเข้าไปในยูเครน แต่รัสเซียสงวนสิทธิที่จะใช้ทุกวิถีทางเป็นทางเลือกสุดท้ายต่อความเสี่ยงเกิดอนาธิปไตย[75] ปูตินแถลงสนับสนุนการกำหนดการปกครองด้วยตนเองของชาวไครเมียเพื่อตัดสินสถานภาพของตนเกี่ยวกับยูเครน แต่อ้างว่ารัสเซียจะไม่ผนวกไครเมียด้วยกำลัง[76]

สภาไครเมียสูงสุดลงมติเมื่อสมัยประชุมวันที่ 6 มีนาคม ว่าด้วยการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเต็มตัว หลังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศยูเครนมานานกว่า 6 ทศวรรษ[14] การวินิจฉัยของสภาสูงสุดจะถูกเสนอต่อชาวไครเมียผ่านการลงประชามติหากรัสเซียรับคำร้องดังกล่าว การลงประชามติเดิมประกาศกำหนดไว้เป็นวันที่ 30 มีนาคม จะเลื่อนขึ้นมาเป็นวันที่ 16 มีนาคม 2557 และคำถามจะถูกเปลี่ยนเพื่อสะท้อนการลงมติเมื่อวันที่ 6 มีนาคมของสภาสูงสุดว่าจะสนองรับการรวมชาติกับรัสเซียหรือไม่[14]

ในวันที่ 9 มีนาคม ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีมีร์ ปูติน โทรศัพท์ถึงนายกรัฐมนตรีเยอรมนี อังเกลา แมร์เคิล และนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เดวิด แคเมอรอน โดยปกป้องการเคลื่อนไหวเพื่อแยกตัวออกของผู้นำไครเมียนิยมรัสเซีย โดยกล่าวว่า พฤติการณ์ของพวกเขามุ่งเพื่อปกป้องผลประโยชน์อันชอบธรรมของประชากรในพื้นที่ อย่างไรก็ดี แมร์เกิลบอกปูตินว่า การลงประชามติดังกล่าวละเมิดรัฐธรรมนูญยูเครนและขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ[77]

วันที่ 11 มีนาคม รัฐสภาไครเมียลงมติและอนุมัติคำประกาศอิสรภาพสาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมียและนครเซวัสโตปอลจากยูเครน ตั้งเป็นสาธารณรัฐไครเมีย โดยมีมติเห็นชอบ 78 เสียง จากทั้งหมด 100 เสียง[78]

วันที่ 15 มีนาคม รัสเซียยับยั้งข้อมติสหประชาชาติที่ประกาศให้การลงประชามติที่จะมีในวันรุ่งขึ้นว่าด้วยสถานภาพในอนาคตของสาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมียไม่สมบูรณ์ มีประเทศสมาชิก 13 ประเทศเห็นชอบ ได้แก่ สหรัฐ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก ชิลี อาร์เจนตินา ลิทัวเนีย จอร์แดน ไนจีเรีย ชาด รวันดา ออสเตรเลียและเกาหลีใต้ ส่วนจีนงดออกเสียง[79] ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม ชาวไครเมียออกเสียงในการลงประชามติว่าจะเข้าร่วมกับรัสเซียอีกครั้งหรือคืนสู่สถานภาพก่อนรัฐธรรมนูญปี 2535 รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนและรัสเซียตกลงพักรบในไครเมียกระทั่งวันที่ 21 มีนาคม[80]

วันที่ 17 มีนาคม รัฐสภาไครเมียประกาศอิสรภาพจากยูเครนอย่างเป็นทางการ และขอเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเต็มตัว[81] รัสเซียรับรองเอกราชของไครเมียในวันเดียวกัน[82]

วันที่ 27 มีนาคม สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติผ่านข้อมติไม่มีผลผูกมัดประกาศให้การลงประชามติไครเมียที่รัสเซียหนุนหลังเป็นโมฆะ โดยมี 100 ประเทศลงมติรับ 11 ประเทศลงมติไม่รับ และ 58 ประเทศงดออกเสียง[83]

วันที่ 15 เมษายน รัฐสภายูเครนประกาศว่าไครเมียเป็นดินแดนที่ถูกรัสเซียยึดครองชั่วคราว[84]

ดูเพิ่ม[แก้]

หมายเหตุ[แก้]

  1. ยังคงมี "ความขัดแย้งและปัญหาโดยธรรมชาติบางส่วน" ในวันที่ที่เริ่มมีการผนวก[1] ยูเครนอ้างให้วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 เป็นวันที่ "เริ่นต้นของการยึดครองไครเมียและเซวัสโตปอลชั่วคราวโดยรัสเซีย" โดยอิงถึงเส้นเวลาของเหรียญ "สำหรับการนำไครเมียกลับคืน"จากรัสเซีย[2] และใน ค.ศ. 2015 รัฐสภายูเครนกำหนดวันดังกล่าวอย่างเป็นทางการ[3] ในช่วงต้นเดือนมีนาคม ค.ศ. 2015 ประธานาธิบดีปูตินกล่าวถึงภาพยนตร์รัสเซียเกี่ยวกับการผนวกไครเมียว่า เขาดำเนินปฏิบัติการเพื่อ "ฟื้นฟู" ไครเมียกลับไปเป็นของรัสเซียหลังการประชุมด่วนทั้งคืนวันที่ 22–23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014[1][4] และใน ค.ศ. 2018 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียอ้างว่า "วันเริ่มต้น" อันแรกบนเหรียญมาจาก "ความเข้าใจผิดทางเทคนิค"[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 McDermott, Roger N. (2016). "Brothers Disunited: Russia's use of military power in Ukraine". ใน Black, J.; Johns, Michael (บ.ก.). The Return of the Cold War: Ukraine, the West and Russia. London. pp. 99–129. doi:10.4324/9781315684567-5. ISBN 9781138924093. OCLC 909325250.
  2. "7683rd meeting of the United Nations Security Council. Thursday, 28 April 2016, 3 p.m. New York". Mr. Prystaiko (Ukraine): <...> In that regard, I have to remind the Council that the official medal that was produced by the Russian Federation for the so-called return of Crimea has the dates on it, starting with 20 February, which is the day before that agreement was brought to the attention of the Security Council by the representative of the Russian Federation. Therefore, the Russian Federation started – not just planned, but started – the annexation of Crimea the day before we reached the first agreement and while President Yanukovych was still in power.
  3. (ในภาษายูเครน) "Nasha" Poklonsky promises to the "Berkut" fighters to punish the participants of the Maidan, Segodnya (20 March 2016)
  4. "Putin describes secret operation to seize Crimea". Yahoo News. 8 March 2015. สืบค้นเมื่อ 24 March 2015.
  5. "Russia's Orwellian "diplomacy"". unian.info. สืบค้นเมื่อ 30 January 2019.
  6. Kofman, Michael (2017). Lessons from Russia's Operations in Crimea and Eastern Ukraine (PDF). Santa Monica: RAND Corporation. ISBN 9780833096173. OCLC 990544142. By March 26, the annexation was essentially complete, and Russia began returning seized military hardware to Ukraine.
  7. Courtney Weaver (15 March 2015). "Putin was ready to put nuclear weapons on alert in Crimea crisis". Financial Times. สืบค้นเมื่อ 1 January 2016.
  8. Аваков назвав захоплення аеропортів в Криму озброєним вторгненням і окупацією [Avakov called the seizure of airports in Crimea an armed invasion and occupation] (ภาษายูเครน). Ukrinform. 28 February 2014. สืบค้นเมื่อ 1 January 2016.
  9. "Ukrainian soldiers on border with Crimea pray for peace, prepare for war". Kyiv Post. 26 March 2014. สืบค้นเมื่อ 24 March 2015.
  10. "Besieged Ukrainian soldiers DEFECT to Russia as Kiev prepares to pull 25,000 troops and their families out of Crimea". Georgia Newsday. 20 March 2014. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 9 September 2015. สืบค้นเมื่อ 24 March 2015.
  11. Bridget Kendall (2 March 2014). "New head of Ukraine's navy defects in Crimea". BBC. สืบค้นเมื่อ 24 March 2015.
  12. Weiss, Michael (1 March 2014). "Russia Stages a Coup in Crimea". The Daily Beast. สืบค้นเมื่อ 2 March 2014.
  13. Gumuchian, Marie-Louise; Smith-Spark, Laura; Formanek, Ingrid (27 February 2014). "Gunmen seize government buildings in Ukraine's Crimea, raise Russian flag". CNN. สืบค้นเมื่อ 27 February 2014.
  14. 14.0 14.1 14.2 "Ukraine crisis: Crimea parliament asks to join Russia". BBC News. 6 March 2014. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "march6bbc" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  15. "Putin signs treaty to add Crimea to map of Russia". The Concord Monitor. 19 March 2014. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 20 March 2014. สืบค้นเมื่อ 20 March 2014.
  16. "Ukraine 'preparing withdrawal of troops from Crimea'". BBC News. 19 March 2014. สืบค้นเมื่อ 20 March 2014.
  17. "Putin signs laws on reunification of Republic of Crimea and Sevastopol with Russia". ITAR TASS. 21 March 2014. สืบค้นเมื่อ March 21, 2014.
  18. Matthew Fisher (24 March 2014). "Russia suspended from G8 over annexation of Crimea, Group of Seven nations says". National Post. สืบค้นเมื่อ 26 December 2015.
  19. Galeotti, Mark (2019). Armies of Russia's War in Ukraine. Elite 228. Oxford: Osprey Publishing. p. 11. ISBN 9781472833440.
  20. Galeotti, Mark (2019). Armies of Russia's War in Ukraine. Elite 228. Oxford: Osprey Publishing. p. 12. ISBN 9781472833440.
  21. "Russian Citizen Elected Sevastopol Mayor Amid Pro-Moscow Protests in Crimea". The Moscow Times. 24 February 2014.
  22. 22.0 22.1 "Ukraine leader Turchynov warns of 'danger of separatism'". Euronews. 25 February 2014.
  23. "Russian flags flood Crimean capital as thousands back takeover by Russia". The Straits Times. 9 March 2014. สืบค้นเมื่อ 9 March 2014.
  24. "Pro-Russian rally in Crimea decries Kiev 'bandits'". The Washington Post. 25 February 2014.
  25. Pollard, Ruth (13 March 2014). "Russia closing door on Crimea as troops build up". The Sydney Morning Herald. สืบค้นเมื่อ 12 March 2014.
  26. "Crimean Tatars, pro-Russia supporters approach Crimean parliament building". UA. Interfax. 20 October 2012.
  27. "Russia puts military on high alert as Crimea protests leave one man dead". The Guardian. 26 February 2014. สืบค้นเมื่อ 27 February 2014.
  28. Ewen MacAskill, defence correspondent (28 February 2014). "Ukraine military still a formidable force despite being dwarfed by neighbour". The Guardian.
  29. "Putin Talks Tough But Cools Tensions Over Ukraine". NPR. 4 March 2014. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 5 March 2014. สืบค้นเมื่อ 19 March 2014.
  30. Faiola, Anthony (17 March 2014). "Ukraine mobilizes reservists but relies on diplomacy". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ 24 March 2014.
  31. Heather Saul; Kim Sengupta (19 March 2014). "Ukraine crisis: Pro-Russian troops storm naval base as Clinton warns of 'aggression' from Putin". The Independent. สืบค้นเมื่อ 24 March 2015.
  32. "Russian marine kills Ukraine navy officer in Crimea, says ministry". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2 October 2014.
  33. Aleksander Vasovic; Gabriela Baczynska (24 March 2014). "Ukraine military to pull out from Crimea". The Sudbury Star. Reuters. สืบค้นเมื่อ 24 March 2014.
  34. "Russia employs over 16,000 former servicemen and personnel of Ukrainian armed forces". TASS. 15 April 2014. สืบค้นเมื่อ 6 April 2020.
  35. "Бывшие украинские военнослужащие вливаются в Вооруженные Силы РФ" [Former Ukrainian military join the Russian Armed Forces]. Novyy Sevastopol (new-sebastopol.com). 25 April 2014. สืบค้นเมื่อ 6 April 2020.
  36. ФСБ и крымские "потеряшки" - FSB and Crimean "losses" — RFEL, 13 June 2016
  37. Гюндуз Мамедов, прокурор АР Крим: "Під процесуальним керівництвом прокуратури АР Крим розкрито викрадення кримськотатарського активіста Решата Аметова" - Gunduz Mamedov, Prosecutor of the Autonomous Republic of Crimea: "Under the procedural guidance of the Prosecutor's Office of the Autonomous Republic of Crimea, the abduction of Crimean Tatar activist Reshat Ametov has been revealed" — Prosecutor's office of the Autonomous Republic of Crimea and Sevastopol city, 10 September 2019
  38. "Two die in rallies outside Crimean parliament, says ex-head of Mejlis". Kyiv Post. 26 February 2014. สืบค้นเมื่อ 27 February 2014.
  39. JC Finley (27 February 2014). "Unrest in Crimea leaves 2 dead; government buildings seized". United Press International. สืบค้นเมื่อ 9 March 2014.
  40. Погибший крымский татарин шел в военкомат, захваченный "дружинниками" [The deceased was a Crimean Tatar on his way to enlist when he was captured "vigilantes"]. LB.ua (ภาษารัสเซีย). 17 March 2014. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 18 March 2014. สืบค้นเมื่อ 24 March 2015.
  41. Зверски убитого крымского татарина звали Решат Аметов. Трое малолетних детей осиротели. [Brutally murdered Crimean Tatar's name was Reshat Ametov. Three toddlers left orphaned.]. censor.net.ua (ภาษารัสเซีย). 18 March 2014. สืบค้นเมื่อ 3 April 2014.
  42. "Ukraine's Crimea: a hotbed of Russia-bound separatism". Euronews. 2014-02-26. สืบค้นเมื่อ 2014-02-27.
  43. From Russia, ‘Tourists’ Stir the Protests, NYTimes, 3, March 2014
  44. "Ukraine Crimea: Rival rallies confront one another". BBC News. 2014-03-26. สืบค้นเมื่อ 2014-04-01.
  45. http://www.oaoa.com/news/us_news/article_8f7f0abe-b054-5917-88dc-db6968469f36.html
  46. "Gunmen Seize Government Buildings in Crimea". The New York Times. 2014-02-27. สืบค้นเมื่อ 2014-03-01. Masked men with guns seized government buildings in the capital of Ukraine's Crimea region on Thursday, barricading themselves inside and raising the Russian flag after mysterious overnight raids that appeared to be the work of militant Russian nationalists who want this volatile Black Sea region ruled from Moscow.
  47. "Armed men seize two airports in Ukraine's Crimea, Yanukovich reappears". Reuters. 2014-03-01. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2014-02-28. สืบค้นเมื่อ 2014-03-01.
  48. Putin ready to invade Ukraine; Kiev warns of war, คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2015-09-24, สืบค้นเมื่อ 2014-03-02
  49. Telecom services sabotaged in Ukraine's Crimea region UPI Retrieved on Feb. 28, 2014
  50. [1] Crimean parliament dismisses autonomous republic's government Feb. 27, 2014
  51. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2014-03-02. สืบค้นเมื่อ 2014-03-02.
  52. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2014-03-06. สืบค้นเมื่อ 2014-03-02.
  53. Alissa de Carbonnel; Alessandra Prentice (28 February 2014). "Armed men seize two airports in Ukraine's Crimea, Yanukovich reappears". Reuters. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2014-02-28. สืบค้นเมื่อ 1 March 2014.
  54. Ukraine crisis: Crimea leader appeals to Putin for help BBC Retrieved on March 1, 2014
  55. "Kremlin Clears Way for Force in Ukraine; Separatist Split Feared". New York Times. 1 March 2014. สืบค้นเมื่อ 1 March 2014.
  56. Турчинов издал указ о незаконности назначения Аксенова премьером Крыма
  57. Russian forces seize Crimea; Ukraine’s interim president decries ‘aggression’, Washington Post , 2 March 2014
  58. Aksenov appointed Prime Minister of Crimea in violation of the Constitution of Ukraine and Crimea – decree. Korrespondent. March 1, 2014
  59. The statement acting General Prosecutor of Ukraine Oleh of Makhnitsky (VIDEO). General Prosecutor of Ukraine. March 1, 2014
  60. "Crimean Tatar Leader Tells People To Stay At Home, Avoid Confrontations". Rferl.org. 2013-12-11. สืบค้นเมื่อ 2014-03-03.
  61. "Ukraine declares general mobilization after Russia approves use of military force in Crimea". English pravda.ru. 2014-02-24. สืบค้นเมื่อ 2014-03-02.
  62. Ukrainian military resigning en masse in Crimea – reports RT Retrieved on March 2, 2014
  63. Ukrainian troops in Crimea remain faithful to the oath – The Ministry of Defense. Ukrayinska Pravda. March 2, 2014
  64. Ukrainian troops in Crimea remain faithful to the Military oath of allegiance to the Ukrainian people. Ministry of Defense official website. March 2, 2014
  65. By DAVID McHUGH and DALTON BENNET Associated Press (2013-03-02). "Pro-Russian Troops Take Crimea Terminal in Ukraine – ABC News". Abcnews.go.com. สืบค้นเมื่อ 2014-03-03.
  66. http://www.diena.lt/naujienos/pasaulis/ekonomika-ir-politika/rusijos-baltijos-laivynas-vykdo-pratybas-netiketa-pajegu-parengties-patikrinima-618167
  67. http://en.itar-tass.com/russia/721751
  68. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2014-03-07. สืบค้นเมื่อ 2014-03-04.
  69. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2014-03-03. สืบค้นเมื่อ 2014-03-04.
  70. http://sz-n.com/2014/03/polish-border-crossing-in-russian-propaganda-fail/
  71. http://www.google.com/hostednews/afp/article/ALeqM5iQ0Vv5asE1UygqkvSECv9LqRKF-g?docId=549b435a-9010-416c-9253-2743cfadd20d&hl=en
  72. http://www.tvn24.pl/na-wniosek-polski-zbiera-sie-nato-obama-rosja-staje-po-zlej-stronie-historii,403743,s.html
  73. http://news.yahoo.com/eu-leaders-hold-summit-ukraine-thursday-175852481.html
  74. Ukraine revolt was anti-constitutional coup, Putin says CBC Retrieved on March 4, 2014
  75. Putin: Russia not yet sending troops into Ukraine BBC Retrieved on March 4, 2014
  76. http://www.thestar.com/news/world/2014/03/04/putin_dials_back_tensions_a_notch_in_crimea.html
  77. Pro-Russian force take military airport in Crimea
  78. http://www.rte.ie/news/2014/0311/601408-ukraine/ Yanukovych denounces Ukrainian elections as 'illegitimate'
  79. Security Council Fails to Adopt Text Urging Member States Not to Recognize Planned 16 March Referendum in Ukraine’s Crimea Region
  80. http://www.rte.ie/news/2014/0316/602602-ukraine-crimea-russia/ Ukraine and Russia agree truce on Crimea
  81. Crimean parliament formally applies to join Russia, BBC, March 17, 2014
  82. http://kremlin.ru/acts/20596
  83. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2014-03-30. สืบค้นเมื่อ 2014-03-29.
  84. "Ukraine Parliament declares Crimea temporarily occupied territory". IANS. news.biharprabha.com. สืบค้นเมื่อ April 15, 2014.

อ่านเพิ่มเติม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]