วัดสวนหลวงสบสวรรค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก วัดสบสวรรค์)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วัดสวนหลวงสบสวรรค์
Ayutpchedisuriyothai0605a.jpg
เจดีย์พระศรีสุริโยทัย ซึ่งเป็นเจดีย์ประธานของวัดสวนหลวง
ข้อมูลทั่วไป
ประเภทวัดอาราม
เมืองตำบลท่าวาสุกรี, อำเภอพระนครศรีอยุธยา, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ประเทศประเทศไทย
การก่อสร้าง
สถาปัตยกรรมสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา

วัดสวนหลวงสบสวรรค์ ตั้งอยู่ในเกาะเมืองด้านทิศตะวันตก อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (บริเวณกรมทหารเก่า) สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โปรดให้จัดพระราชพิธี ทำพระเมรุถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระอัครมเหสี พระสุริโยทัย ที่ในสวนหลวง ภายในวัดสบสวรรค์ แล้วโปรดให้สร้างพระอารามขึ้นตรงพระเมรุ มีเจดีย์บรรจุพระอัฐิสมเด็จพระสุริโยทัย พระอารามที่โปรดให้สร้างขึ้นที่สวนหลวง กับวัดสบสวรรค์ จึงรวมเรียกว่า " วัดสวนหลวงสบสวรรค์ " ปัจจุบันยังมีพระสถูปเจดีย์องค์ใหญ่ของวัดสวนหลวงเป็นสำคัญ เรียกว่า พระเจดีย์ศรีสุริโยทัย ปัจจุบัน วัดสวนหลวงสบสวรรค์ เป็นวัดร้างมีสภาพเป็นพื้นดินว่างเปล่า

ประวัติ[แก้]

เจดีย์พระศรีสุริโยทัยยามค่ำคืน

พ.ศ. 2081 พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ ทรงช้างชื่อ ช้างต้นพลายมงคลทวีป สูงถึงเจ็ดศอก ได้ยกทัพเข้ามารุกรานกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2091 หลัง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิขึ้นเสวยราชสมบัติ ขึ้นครองราชย์ได้เพียง 7 เดือน ช้างทรงของพระมหาจักรพรรดิคือ พลายแก้วจักรพรรดิ สูงหกศอกคืบห้านิ้ว สมเด็จพระสุริโยไททรงแต่งพระองค์เป็นชายอย่างพระมหาอุปราช ทรงเครื่องสำหรับราชณรงค์ เสด็จทรงช้างชื่อ พลายทรงสุริยกษัตริย์ สูงหกศอกเป็นพระคชาธาร ถูกพระเจ้าแปร ฟันด้วยพระแสงของ้าวที่พระอังสาขาดสะพายแล่ง สิ้นพระชนม์อยู่บนคอช้าง ช้างของพระเจ้าแปร (ตะโดธรรมราชาที่ 1) คือพลายเทวนาคพินาย สูงหกศอกคืบเจ็ดนิ้ว

สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการสอบสวนตำแหน่งสถานที่ต่าง ๆ ที่กล่าวถึงในพงศาวดาร เพื่อเรียบเรียงเป็นหนังสือประชุมพงศาวดารขึ้น จึงเป็นเหตุให้ทราบถึงตำแหน่งของวัดสบสวรรค์และพบเจดีย์พระศรีสุริโยทัย

พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา ได้บรรยายการต่อสู้ครั้งนั้นไว้โดยพิสดารว่า "สมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราชเจ้าก็ขับพระคชาธารเข้าชนช้างกองหน้าพระเจ้าหงสาวดี พระคชาธารเสียทีให้หลังข้าศึกเอาไว้ไม่อยู่ พระเจ้าแปร (ช้างของพระเจ้าแปร คือ พลายเทวนาคพินาย สูงหกศอกคืบเจ็ดนิ้ว) ได้ท้ายข้าศึกเช่นนั้นก็ขับพระคชาธารตามไล่ช้างพระมหาจักรพรรดิ พระสุริโยไทเห็นพระราชสามีเสียทีไม่พ้นมือข้าศึก ทรงพระกตัญญูภาพ ก็ขับพระคชาธารพลายทรงสุริยกษัตริย์ สะอึกออกรับพระคชาธารพระเจ้าแปรได้ล่างแบกถนัด พระคชาธารพระสุริโยไทแหงนหงายเสียทีพระเจ้าแปรจ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าวต้องพระอังสะพระสุริโยไทขาดกระทั่งถึงราวพระถันประเทศ พระราเมศวร (ช้างทรงพระราเมศวร ชื่อพลายมงคลจักรพาฬ สูงห้าศอกคืบสิบนิ้ว) กับพระมหินทราธิราช (ช้างทรงพระมหินทราธิราช ชื่อพลายพิมานจักรพรรดิ สูงห้าศอกคืบแปดนิ้ว) ก็ขับพระคชาธารถลันเข้าแก้พระราชมารดาได้ทันที พอพระชนนีสิ้นพระชนม์กับคอช้าง พระพี่น้องทั้งสองพระองค์ถอยรอรับข้าศึก กันพระศพสมเด็จพระราชมารดาเข้าพระนครได้ โยธาชาวพระนครแตกพ่ายข้าศึกรี้พลตายเป็นอันมาก สมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราชเจ้าจึงให้เชิญพระศพพระสุริโยไท ผู้เป็นพระอัครมเหสีมาไว้สวนหลวง"[1]

อย่างไรก็ตาม พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ได้กล่าวว่าการศึกครั้งนั้น ได้มี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระราชบุตรี ออกร่วมรบด้วย และได้สิ้นพระชนต์พร้อมกับสมเด็จพระสุริโยทัย[2]

พระศพสมเด็จพระสุริโยทัยได้รับการเชิญไปประดิษฐานไว้ที่สวนหลวงตรงที่สร้างวังหลัง ต่อมาเมื่อเสร็จสงครามสมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงได้ทำพระเมรุพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระสุริโยทัยที่ในสวนหลวงตรงต่อเขตวัดสบสวรรค์ แล้วสร้างพระอารามขึ้นทรงพระเมรุ มีพระเจดีย์ใหญ่ เรียกว่า วัดสวนหลวงสบสวรรค์

ในแผนที่โบราณหลายฉบับได้เขียนตำแหน่งของวัดสวนหลวงกับวัดสบสวรรค์แยกกัน โดยมี คลองฉางมหาไชย กั้นแบ่ง (ปัจจุบันถูกถมไปแล้ว) วัดสวนหลวง อยู่ทางทิศใต้ของคลอง วัดสบสวรรค์ (วัดสพสวรรค์) อยู่ทางทิศเหนือของคลอง เจดีย์ทรงทรงย่อไม้มุมสิบสอง (เจดีย์พระศรีสุริโยทัย) คือเจดีย์ประธานของวัดสวนหลวง ส่วนเจดีย์ประธานของวัดสบสวรรค์เป็นเจดีย์ทรงลังกาสององค์ ซึ่งสันนิฐานว่าเป็นเจดีย์บรรจุพระอัฐิของพระสุริโยทัยและพระราชบุตรีที่ถูกทำลายไปแล้ว เมื่อ พ.ศ. 2449 เพื่อสร้างที่ทำการและค่ายทหารมณฑลกรุงเก่า ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของวัดสบสวรรค์

พ.ศ. 2533 รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมศิลปากรและกองบัญชาการทหารสูงสุดโดยกองอำนวยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ดำเนินการบูรณะพระเจดีย์ศรีสุริโยทัย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา ได้มีการพบกรุบริเวณเสาหารของพระเจดีย์ บรรจุวัตถุโบราณ พระพุทธรูปแก้วผลึกสีขาวปางมารวิชัย พระเจดีย์หกเหลี่ยมแก้วผลึกจำลองพร้อมเครื่องราชูปโภคจำลอง พระกรัณฑ์ทองคำลงยาสีเขียวและสีแดงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระสถูปทรงกลมแก้วผลึกจำลอง ลูกปัดรูปเม็ดมะยมสีขาว18ลูก แผ่นทองกลม1แผ่น อัญมณีสีแดงจำนวนหนึ่ง ปัจจุบันโบราณวัตถุทั้งหมดเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา[3]

อ้างอิง[แก้]

  1. พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา
  2. พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์
  3. http://www.qrcode.finearts.go.th/index.php/th/historicalpark/phranakhonsriayutthaya/ayutthaya-02/ayutthaya02-002/item/315-ayutthaya02-037