ข้ามไปเนื้อหา

ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2024

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2024
สนามกีฬาเวมบลีย์ในลอนดอนจะเป็นเจ้าภาพรอบชิงชนะเลิศ
รายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2023–24
วันที่1 มิถุนายน ค.ศ. 2024 (2024-06-01)
สนามสนามกีฬาเวมบลีย์, ลอนดอน
ผู้เล่นยอดเยี่ยม
ประจำนัด
ดานิ การ์บาฆัล (เรอัลมาดริด)[1]
ผู้ตัดสินสลัฟคอ วินชิช (สโลวีเนีย)[2]
สภาพอากาศมีเมฆ
18 °C (64 °F)
54% ความชื้นสัมพัทธ์[3]
2023
2025

ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2024 จะเป็นนัดชิงชนะเลิศของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2023–24 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ 69 ของการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรประดับสูงสุด และเป็นฤดูกาลที่ 32 นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจากยูโรเปียนแชมเปียนคลับส์คัพ เป็นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก โดยจะแข่งขันที่สนามกีฬาเวมบลีย์ ใน ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2024.[4] เนื่องจากการเลื่อนและการย้ายสถานที่ของนัดชิงชนะเลิศปี ค.ศ. 2020 เจ้าภาพรอบชิงชนะเลิศจึงถูกเลื่อนย้อนกลับไปหนึ่งปี โดยที่ลอนดอนจะเป็นเจ้าภาพรอบชิงชนะเลิศปี ค.ศ. 2024 แทน[5]

ผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์ในการเล่นกับผู้ชนะของยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2023–24 ในการแข่งขันยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2024 รวมทั้งผ่านเข้ารอบฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2025 โดยใช้โควต้าของผู้ชนะยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก[6] ทีมรองชนะเลิศจะได้รับการเพิ่มค่าสัมประสิทธิ์ยูฟ่า ซึ่งหมายความว่าขึ้นอยู่กับทีมที่จะผ่านเข้ารอบโดยใช้โควต้าทีมที่อันดับดีที่สุดใน 4 ปีของยูฟ่า ซึ่งยังมีอีก 3 ทีมที่ต้องรอตัดสินอันดับ[6]

ทีม

[แก้]
ทีม การเข้าร่วมครั้งที่ผ่านมา (ตัวหนาหมายถึงทีมชนะเลิศ)
ประเทศเยอรมนี โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ 2 (1997, 2013)
ประเทศสเปน เรอัลมาดริด 17 (1956, 1957, 1958, 1959, 1960, 1962, 1964, 1966, 1981, 1998, 2000, 2002, 2014, 2016, 2017, 2018, 2022)

สนามแข่งขัน

[แก้]

นี่เป็นครั้งที่สามของนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกที่จะจัดขึ้นที่สนามกีฬาเวมบลีย์ที่สร้างใหม่ โดยก่อนหน้านี้เคยจัดขึ้นในปี 2011 และ 2013 โดยรวมแล้วนี่เป็นครั้งที่แปดที่จัดขึ้นในลอนดอน โดยอีกห้านัดก่อนหน้านี้จัดขึ้นที่สนามกีฬาเวมบลีย์เดิม ในปี1963, 1968, 1971, 1978 และ 1992 นัดนี้จะเป็นนัดชิงชนะเลิศถ้วยยุโรปครั้งที่เก้าที่จัดขึ้นในอังกฤษ โดย นัดชิงชนะเลิศ 2003 จัดขึ้นที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในแมนเชสเตอร์ เท่ากับสถิตินัดชิงชนะเลิศถ้วยยุโรปเก้าครั้งที่จัดขึ้นใน อิตาลี, เยอรมนี และสเปน นอกจากนี้ยังเป็นครั้งที่สิบสามที่จัดขึ้นในสหราชอาณาจักร โดยนัดชิงชนะเลิศในปี 1960, 1976, 2002 จัดขึ้นที่สกอตแลนด์ และนัดชิงชนะเลิศ 2017 จัดขึ้นที่เวลส์[7] สนามกีฬาเวมบลีย์ยังเคยเป็นสนามกีฬาที่การจัดแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 โดยมีแปดนัดที่ได้เล่นในสนามกีฬาเวมบลีย์ รวมถึงรอบรองชนะเลิศและนัดชิงชนะเลิศ

การคัดเลือกเจ้าภาพ

[แก้]

กระบวนการประมูลเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 โดยยูฟ่า เพื่อคัดเลือกสนามแข่งขันที่ใช้จัดยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2022 และ 2023[8] สมาคมมีเวลาจนถึง 22 มีนาคม 2019 ในการแสดงความสนใจ และต้องส่งเอกสารการประมูลภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2019[9]

มีรายงานว่า สมาคมฟุตบอล ได้ยื่นข้อเสนอให้สนามกีฬาเวมบลีย์ในลอนดอนเป็นสนามเจ้าภาพจัดแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ 2023 เพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบหนึ่งร้อยปีการเปิดใช้สนามเดิมในปี 1923[9] เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2019 สนามกีฬาเวมบลีย์ถูกคัดเลือกโดยคณะกรรมการบริหารยูฟ่า ระหว่างการประชุมในลูบลิยานา,สโลวีเนีย[10] โดยที่มีการเลือกสนามเจ้าภาพสำหรับจัดการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2021 และ 2022 อีกด้วย[11]

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2020 คณะกรรมการบริหารยูฟ่าได้ประกาศว่าเนื่องจากการเลื่อนและการย้ายของ นัดชิงชนะเลิศ 2020, ลอนดอนจะเป็นเจ้าภาพในนัดชิงชนะเลิศ 2024 แทน[5]

เส้นทางสู่นัดชิงชนะเลิศ

[แก้]

หมายเหตุ: ในผลการแข่งขันทั้งหมดด้านล่างนี้ ผลของทีมที่ได้เข้าชิงชนะเลิศจะขึ้นต้นก่อน (H: เหย้า; A: เยือน)

ประเทศเยอรมนี โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ รอบ ประเทศสเปน เรอัลมาดริด
คู่แข่งขัน ผลการแข่งขัน รอบแบ่งกลุ่ม คู่แข่งขัน ผลการแข่งขัน
ประเทศฝรั่งเศส ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง 0–2 (A) นัดที่ 1 ประเทศเยอรมนี อูนีโอนแบร์ลีน 1–0 (H)
ประเทศอิตาลี มิลาน 0–0 (H) นัดที่ 2 ประเทศอิตาลี นาโปลี 3–2 (A)
ประเทศอังกฤษ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด 1–0 (A) นัดที่ 3 ประเทศโปรตุเกส บรากา 2–1 (A)
ประเทศอังกฤษ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด 2–0 (H) นัดที่ 4 ประเทศโปรตุเกส บรากา 3–0 (H)
ประเทศอิตาลี มิลาน 3–1 (A) นัดที่ 5 ประเทศอิตาลี นาโปลี 4–2 (H)
ประเทศฝรั่งเศส ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง 1–1 (H) นัดที่ 6 ประเทศเยอรมนี อูนีโอนแบร์ลีน 3–2 (A)
ชนะเลิศ กลุ่ม เอฟ
อันดับ ทีม เล่น คะแนน
1 ประเทศเยอรมนี โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ 6 11
2 ประเทศฝรั่งเศส ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง 6 8
3 ประเทศอิตาลี มิลาน 6 8
4 ประเทศอังกฤษ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด 6 5
แหล่งข้อมูล: ยูฟ่า
ตารางคะแนน ชนะเลิศ กลุ่ม ซี
อันดับ ทีม เล่น คะแนน
1 ประเทศสเปน เรอัลมาดริด 6 18
2 ประเทศอิตาลี นาโปลี 6 10
3 ประเทศโปรตุเกส บรากา 6 4
4 ประเทศเยอรมนี อูนีโอนแบร์ลีน 6 2
แหล่งข้อมูล: ยูฟ่า
คู่แข่งขัน ผล นัดแรก นัดที่สอง รอบแพ้คัดออก คู่แข่งขัน ผล นัดแรก นัดที่สอง
ประเทศเนเธอร์แลนด์ เปเอสเฟ ไอนด์โฮเฟิน 3–1 1–1 (A) 2–0 (H) รอบ 16 ทีมสุดท้าย ประเทศเยอรมนี แอร์เบ ไลพ์ซิช 2–1 1–0 (A) 1–1 (H)
ประเทศสเปน อัตเลติโกเดมาดริด 5–4 1–2 (A) 4–2 (H) รอบก่อนรองชนะเลิศ ประเทศอังกฤษ แมนเชสเตอร์ซิตี 4–4 (ดวลลูกโทษ 4–3) 3–3 (H) 1–1 (ต่อเวลาพิเศษ) (A)
ประเทศฝรั่งเศส ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง 2–0 1–0 (H) 1–0 (A) รอบรองชนะเลิศ ประเทศเยอรมนี ไบเอิร์นมิวนิก 4–3 2–2 (A) 2–1 (H)

ก่อนการแข่งขัน

[แก้]

อัตลักษณ์

[แก้]

อัตลักษณ์ทางภาพของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2024 ได้รับการเปิดเผยในการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มที่โมนาโก เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2023.[12]

ผู้ตัดสิน

[แก้]
ผู้ตัดสินชาวสโลวีเนีย สลัฟคอ วินชิช จะเป็นผู้ตัดสินในนัดชิงชนะเลิศ.

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2024, ผู้ตัดสินชาวสโลวีเนีย สลัฟคอ วินชิช ได้รับการแต่งตั้งให้ดูแลรอบชิงชนะเลิศโดยยูฟ่า, พร้อมด้วยเพื่อนร่วมชาติสโลวีเนีย: ตอมาช คลันช์นิก และ อันดราช คอวาชิช ในฐานะ ผู้ช่วยผู้ตัดสิน และ เนจ์ค คัจตาซอวิช ในฐานะ ผู้ช่วยผู้ตัดสินใช้วีดิทัศน์.[2] เจ้าหน้าที่สามคนแรกเคยทำหน้าที่ด้วยกันก่อนหน้านี้ใน ยูฟ่ายูโรปาลีก นัดชิงชนะเลิศ 2022.[13] พวกเขาจะเข้าร่วมโดยเพื่อนร่วมชาติ ราเด ออเบรนอวิช ในตำแหน่งผู้ช่วย วีเออาร์, โดยชาวฝรั่งเศส ฟร็องซัวส์ เลอแตซิเยร์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ตัดสินที่สี่.[2]

พิธีเปิดการแข่งขัน

[แก้]

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2024, นักร้องชาวอเมริกัน เลนนี แครวิตซ์ ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้แสดงเปิดหัวในพิธีเปิดการแข่งขัน.[14]

การแข่งขัน

[แก้]

รายละเอียด

[แก้]

ทีม "เจ้าบ้าน" (สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดการ) จะถูกกำหนดขึ้นโดยการจับสลากเกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นการจับสลากรอบก่อนรองชนะเลิศ และรอบรองชนะเลิศ

โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ ประเทศเยอรมนี0–2ประเทศสเปน เรอัลมาดริด
รายงาน
โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์[3]
เรอัลมาดริด[3]
GK1ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เกรกอร์ โคเบิล
RB26ประเทศนอร์เวย์ ยูเลียน ไรเยอร์สัน
CB15ประเทศเยอรมนี มัทซ์ ฮุมเมิลส์โดนใบเหลือง ใน 79 นาที 79'
CB4ประเทศเยอรมนี นีโค ชล็อทเทอร์เบ็คโดนใบเหลือง ใน 40 นาที 40'
LB22ประเทศเนเธอร์แลนด์ เอียน มาอัตเซิน
DM23ประเทศเยอรมนี แอมแร จัน (กัปตัน)Substituted off in the 80 นาที 80'
DM20ประเทศออสเตรีย มาร์เซ็ล ซาบิทเซอร์โดนใบเหลือง ใน 43 นาที 43'
RW10ประเทศอังกฤษ เจดอน แซนโชSubstituted off in the 87 นาที 87'
AM19ประเทศเยอรมนี ยูลีอาน บรันท์Substituted off in the 80 นาที 80'
LW27ประเทศเยอรมนี คาริม อาเดเยมีSubstituted off in the 72 นาที 72'
CF14ประเทศเยอรมนี นีคลัส เฟือลล์ครุก
ผู้เล่นสำรอง:
GK33ประเทศเยอรมนี อาเลซันเดอร์ เมเยอร์
GK35ประเทศโปแลนด์ มาร์แซ็ล ลอตกา
DF25ประเทศเยอรมนี นิคคลัส ซือเลอ
MF6ประเทศตุรกี ซาลีห์ ออซจัน
MF8ประเทศเยอรมนี เฟลิกซ์ เอ็นเมชา
MF11ประเทศเยอรมนี มาร์โค ร็อยส์Substituted on in the 72 minute 72'
MF17ประเทศเยอรมนี มารีอุส ว็อล์ฟ
MF38ประเทศเยอรมนี คเยลล์ วาตเยน
MF43ประเทศอังกฤษ เจมี บีโน-กิทเทนส์Substituted on in the 87 minute 87'
FW9ประเทศโกตดิวัวร์ เซบัสเตียง อาแลร์Substituted on in the 80 minute 80'
FW18ประเทศเยอรมนี ยูสซูฟา มูโกโก
FW21ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดนีเยลล์ มาเลิน
ผู้จัดการทีม:
ประเทศเยอรมนี เอดิน แตร์ซิช
GK1ประเทศเบลเยียม ตีโบ กูร์ตัว
RB2ประเทศสเปน ดานิ การ์บาฆัล
CB22ประเทศเยอรมนี อันโทนีโอ รือดีเกอร์
CB6ประเทศสเปน นาโช (กัปตัน)
LB23ประเทศฝรั่งเศส แฟร์ล็อง แมนดี
DM12ประเทศฝรั่งเศส เอดัวร์โด กามาวีงกา
CM15ประเทศอุรุกวัย เฟเดริโก บัลเบร์เด
CM8ประเทศเยอรมนี โทนี โครสSubstituted off in the 85 นาที 85'
AM5ประเทศอังกฤษ จูด เบลลิงงัมSubstituted off in the 85 นาที 85'
CF11ประเทศบราซิล โรดรีกูSubstituted off in the 90 นาที 90'
CF7ประเทศบราซิล วีนีซียุส ฌูนีโยร์โดนใบเหลือง ใน 35 นาที 35'Substituted off in the 90+4 นาที 90+4'
ผู้เล่นสำรอง:
GK13ประเทศยูเครน อันดรีย์ ลูนิน
GK25ประเทศสเปน เกปา อาร์ริซาบาลากา
DF3ประเทศบราซิล แอแดร์ มีลีเตาSubstituted on in the 90 minute 90'
DF4ประเทศออสเตรีย ดาวิด อาลาบา
DF17ประเทศสเปน ลูกัส บัซเกซSubstituted on in the 90+4 minute 90+4'
DF20ประเทศสเปน ฟรัน การ์ซิอา
MF10ประเทศโครเอเชีย ลูกา มอดริชSubstituted on in the 85 minute 85'
MF18ประเทศฝรั่งเศส โอเรเลียง ชัวเมนี
MF19ประเทศสเปน ดานิ เซบาโยส
MF21ประเทศโมร็อกโก บราฮิม ดิแอซ
MF24ประเทศตุรกี อาร์ดา กือแลร์
FW14ประเทศสเปน โฆเซลูSubstituted on in the 85 minute 85'
ผู้จัดการทีม:
ประเทศอิตาลี การ์โล อันเชลอตตี

ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำนัด:
ดานิ การ์บาฆัล (เรอัลมาดริด)[1]

ผู้ช่วยผู้ตัดสิน:
ตอมาช คลันช์นิก (สโลวีเนีย)
อันดราช คอวาชิช (สโลวีเนีย)
ผู้ตัดสินที่สี่:
ฟร็องซัวส์ เลอแตซิเอร์ (ฝรั่งเศส)
ผู้ช่วยผู้ตัดสินสำรอง:[2]
ไซรีล มุกนิเอร์ (ฝรั่งเศส)
ผู้ช่วยผู้ตัดสินใช้วีดิทัศน์:
เนจ์ค คัจตาซอวิช (สโลวีเนีย)
ผู้ช่วยของผู้ช่วยผู้ตัดสินใช้วีดิทัศน์:
ราเด ออเบรนอวิช (สโลวีเนีย)
ผู้ช่วยผู้ตัดสินใช้วีดิทัศน์ด้านการล้ำหน้า:
มัสซีมีเลียโน เอียร์ราตี (อิตาลี)

กฎการแข่งขัน

  • แข่งขันในเวลาปกติ 90 นาที
  • ต่อเวลาพิเศษ 30 นาที หากเสมอกันในเวลาปกติ
  • ดวลลูกโทษตัดสิน หากเสมอกันหลังต่อเวลาพิเศษ
  • ส่งรายชื่อตัวสำรองได้สิบสองคน
  • อนุญาตให้เปลี่ยนตัวได้สูงสุดห้าคน และจะอนุญาตให้เปลี่ยนตัวเพิ่มขึ้นเป็นหกคนเมื่อต่อเวลาพิเศษ[note 1]

สถิติ

[แก้]

ดูเพิ่ม

[แก้]

บันทึก

[แก้]
  1. แต่ละทีมจะมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนตัวสามครั้ง และจะได้สิทธิ์ครั้งที่สี่ในช่วงต่อเวลาพิเศษ สิทธิ์ดังกล่าวจะไม่นับรวมหากการเปลี่ยนตัวเกิดขึ้นในช่วงพักครึ่งเวลา ช่วงก่อนเริ่มการต่อเวลา และช่วงพักครึ่งเวลาในการต่อเวลา

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 Match summary
  2. 1 2 3 4 "Referee teams for 2024 UEFA club competition finals announced". UEFA. 13 พฤษภาคม 2024. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 13 พฤษภาคม 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. 1 2 3 "Tactical Line-ups – Final – Saturday 1 June 2024" (PDF). UEFA. 1 มิถุนายน 2024. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. "International match calendar and access list for the 2023/24 season". UEFA Circular Letter. ฉบับที่ 65/2022. Union of European Football Associations. 26 กันยายน 2022. สืบค้นเมื่อ 27 กันยายน 2022.{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. 1 2 "UEFA competitions to resume in August". UEFA.com. Union of European Football Associations. 17 มิถุนายน 2020. สืบค้นเมื่อ 17 มิถุนายน 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. 1 2 "FIFA Council confirms key details for FIFA Club World Cup 2025". www.fifa.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2023-12-20.
  7. "UEFA Champions League Statistics Handbook 2013/14: Finals" (PDF). UEFA.com. Union of European Football Associations. 2014. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2019.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. "9 associations bidding to host 2021 club finals". UEFA.com. Union of European Football Associations. 22 กุมภาพันธ์ 2019. สืบค้นเมื่อ 14 กันยายน 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. 1 2 "London Mayor backs bid to host 2023 Champions League final at Wembley". Reuters. 31 กรกฎาคม 2019. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-09-19. สืบค้นเมื่อ 14 กันยายน 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. "Champions League final hosts announced for 2021, 2022 and 2023". UEFA.com. Union of European Football Associations. 24 กันยายน 2019. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. "UEFA Executive Committee agenda for Ljubljana meeting". UEFA.com. Union of European Football Associations. 17 กันยายน 2019. สืบค้นเมื่อ 17 กันยายน 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. UEFA.com (2023-08-31). "Brand identity unveiled for the 2024 UEFA Champions League final in London | Inside UEFA". UEFA.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2023-08-31.
  13. "Referee teams appointed for 2022 UEFA club competition finals". UEFA.com. Union of European Football Associations. 11 พฤษภาคม 2022. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 พฤษภาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 14 พฤษภาคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. "Lenny Kravitz to headline UEFA Champions League Final Kick Off Show by Pepsi". UEFA.com. 17 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  15. "Full Time Report Final – Borussia Dortmund v Real Madrid" (PDF). UEFA.com. Union of European Football Associations. 1 มิถุนายน 2024. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. 1 2 3 "Team statistics" (PDF). UEFA. 1 มิถุนายน 2024. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]