ยาฮู!
บทความนี้อาจต้องการตรวจสอบต้นฉบับ ในด้านไวยากรณ์ รูปแบบการเขียน การเรียบเรียง คุณภาพ หรือการสะกด คุณสามารถช่วยพัฒนาบทความได้ |
โลโกตั้งแต่ ค.ศ. 2019 | |
| ประเภทของธุรกิจ | บริษัทย่อย |
|---|---|
| ประเภท | เว็บท่าและบริการออนไลน์ |
| ก่อขึ้น | มกราคม 1994 |
| สำนักงานใหญ่ | |
| พื้นที่ให้บริการ | ทั่วโลก |
| เจ้าของ |
|
| ผู้ก่อตั้ง | |
| สินค้า | รายการผลิตภัณฑ์ |
| รายได้ | 7.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2020)[1] |
| พนักงาน | 8,600 คน (2017)[2] |
| บริษัทแม่ |
|
| ยูอาร์แอล | www |
| การโฆษณา | Yahoo! Ad Tech[3] |
| ลงทะเบียน | ไม่จำเป็น |
| สถานะปัจจุบัน | เปิดบริการ |
ยาฮู! (อังกฤษ: Yahoo!; เขียนตามสไตล์ในโลโกเป็น yahoo!)[4][5] เป็นบริษัทผู้ให้บริการเว็บเซอร์วิส สัญชาติอเมริกันที่มีสำนักงานใหญ่ที่ซันนีเวล รัฐแคลิฟอร์เนีย และดำเนินการโดยบริษัทที่มีชื่อจากเว็บไซต์ Yahoo! Inc. ที่ถือครองโดย กองทุนเพื่อการลงทุน ที่บริหารโดย Apollo Global Management ร้อยละ 90 และ Verizon Communications ร้อยละ 10
ยาฮูให้บริการเว็บท่า เสิร์ชเอนจิน ยาฮูเสิร์ช และบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น มายยาฮู!, ยาฮูเมล, ยาฮูนิวส์, ยาฮูไฟแนนซ์, ยาฮูสปอตส์ และแพลตฟอร์มโฆษณา ยาฮู! เนทีฟ
ยาฮูได้รับการจัดตั้งโดย เจอร์รี หยาง และ เดวิด ไฟโล ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1994 และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกของอินเทอร์เน็ตยุคแรกในคริสต์ทศวรรษ 1990[6] อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานเริ่มลดลงในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 2000 เนื่องจากมีการยกเลิกบริการบางส่วน และสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้แก่เฟซบุ๊กและกูเกิล[7][8]
ประวัติ
[แก้]ก่อตั้ง
[แก้]
ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1994 เจอร์รี หยาง กับ เดวิด ไฟโล สร้างเว็บไซต์ชื่อ "Jerry and David's guide to the World Wide Web" ขณะยังเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด[9][10][11][12]
เว็บไซต์นั้นเป็นระบบที่คนแก้ไขได้ จัดเรียงตามลำดับชั้น ตรงข้ามกับดัชนีของหน้าที่ค้นหาได้ จากนั้นในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1994 มีการเปลี่ยนชื่อ "Jerry and David's Guide to the World Wide Web" ไปเป็น "ยาฮู!" และกลายเป็นทีรู้จักในฐานะ ยาฮูไดเรกทอรี[10][13][14][15][16] จากนั้นลงทะเบียนโดเมน "yahoo.com" ในวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1995[17]
คำว่า "yahoo" เป็น คำย่อ ส่วนของ "Yet Another Hierarchically Organized Oracle"[18] หรือ "Yet Another Hierarchical Officious Oracle"[19] โดยไฟโลและหยางกล่าวว่า พวกเขาตั้งชื่อเว็บไซต์ว่า ยาฮู! เพราะพวกเขาชอบความหมายที่ระบุไว้ในพจนานุกรม Gulliver's Travels โดย Jonathan Swift: ว่า “หยาบคาย, ตรงไปตรงมา, แปลก”
ยาฮูก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 1995 โดยเปิดตัวฟังก์ชันเสิร์ชเอนจินที่มีชื่อว่า ยาฮูเสิร์ช สิ่งนี้ทำให้ผู้ใช้ค้นหายาฮูไดเรกทอรี[20][21] จากนั้นยาฮูกลายเป็นสารบบออนไลน์และเสิร์ชเอนจินยอดนิยมอันแรกในเวิล์ดไวด์เว็บ[22]
ขยายตัว
[แก้]ในปี 1997-1999 คล้ายกับเว็บเสิร์ชเอนจิน และเว็บไดเร็คทอรี่หลาย ๆ แห่ง ยาฮู! ได้ขยายคอนเซ็ปต์ตัวเองเป็นเว็บท่า ในช่วงปลายทศวรรษที่ 90 ยาฮู! (Yahoo!), เอ็มเอสเอ็น (MSN), ไลคอส (Lycos), เอ็กไซต์ (Excite) และเว็บท่าอื่น ๆ เติบโตอย่างรวดเร็ว เว็บท่าเหล่านี้ได้ควบซื้อกิจการของบริษัทอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ หลายต่อหลายบริษัทเพื่อขยายขอบข่ายการให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อที่จะทำให้นักท่องอินเทอร์เน็ตใช้เวลาอยู่กับเว็บไซต์ของตนมากขึ้น
ในวันที่ 8 มีนาคม ปี 1997 ยาฮู! ได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท โฟร์ อีเลฟเว่น (Four11) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเว็บเมลที่ชื่อว่า ร็อกเก็ตเมล (Rocketmail) และเปลี่ยนชื่อมาเป็น Yahoo! Mail นอกจากนี้ยังได้ซื้อกิจการของ ClassicGames.com และเปลี่ยนชื่อเป็น Yahoo! Games จากนั้นก็เข้าซื้อกิจการของบริษัทการตลาดแบบตรง (Yoyodyne Entertainment) Inc. ในวันที่ 12 ตุลาคม ปี 1998 และจากนั้นไม่นานเมื่อ 28 มกราคม 1999 ยาฮู! ก็เข้าซื้อกิจการของผู้ให้บริการโฮสติ้งชื่อดัง จีโอซิตี้ (GeoCities) และยังซื้อบริษัท อีกรุ๊ปส์ (eGroups) ซึ่งยาฮู! ได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อบริการว่า Yahoo! Groups หลังจากวันที่ 28 มิถุนายน ปี 2000 นอกจากนี้ ยาฮู! ยังได้เปิดตัวบริการ Yahoo! Messenger ในวันที่ 21 กรกฎาคม ปี 1999.
3 มกราคม ปี 2000 ท่ามกลางกระแสดอตคอมบูมสูงสุด ราคาหุ้นของยาฮู! ขึ้นไปสูงสุดที่ 475 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อหุ้น และ 16 วันหลังจากนั้นราคาหุ้นในยาฮู! ญี่ปุ่นสูงเกิน 101.4 ล้านเยน (962,140 ดอลลาร์สหรัฐ ณ เวลานั้น) ในช่วงนั้นยังมีกระแสข่าวจากสำนักข่าว CNBC รายงานเพิ่มเติมอีกว่ายาฮู! กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาร่วมกิจการกับอีเบย์แบบ 50/50 ถึงแม้ว่าดีลนั้นจะไม่ได้เกิดขึ้นจริงแต่ทั้งสองบริษัทก็ได้ผสานความร่วมมือทางธุรกิจโดยเฉพาะในด้านการตลาดและโฆษณาใน 6 ปีต่อมาในปี 2006
จากนั้นในช่วงปี 2000 ก็เป็นปีเดียวกับที่กระแสฟองสบู่ดอตคอมแตก Yahoo! เริ่มนำเอาเสิร์ชเอนจินของ Google มาใช้ในเว็บไซต์ จน Google ได้ลูกค้าจาก Yahoo! ไปมากมาย จนวันหนึ่ง เทอร์รี่ ซีเมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขณะนั้นก็ตัดสินใจว่า Yahoo! ควรจะสร้างเทคโนโลยีเสิร์ชเอนจินของตัวเอง และเริ่มนำมาใช้ในปี 2004 และปรับบริการอีเมล Yahoo! Mail เพื่อสู้กับ Gmail ของ Google ในปี 2007 แต่จากนั้นแม้ว่าจะมีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของตัวเองมากมาย สถานการณ์ทางการเงินของบริษัทก็ยังอยู่ในขั้นทรงตัว
เดือนกุมภาพันธ์ 2008 Microsoft Corporation ได้ประกาศจะเข้าซื้อกิจการของ Yahoo! เป็นเงิน 44.6 พันล้านเหรียญ แต่ Yahoo! ได้ปฏิเสธอย่างนิ่มนวลว่าเป็นการตีราคา Yahoo! ที่ต่ำเกินไปมาก ซึ่งคงไม่ทำให้ผู้ถือหุ้นพอใจนัก สามปีถัดมามูลค่าหุ้นของ Yahoo! อยู่ที่ 22.24 พันล้านเหรียญ โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ แครอล บาร์ซ เข้ามาแทนที่ผู้ร่วมก่อตั้ง Jerry Yang ในมกราคม 2009 ในเดือนกันยายน 2011 เธอออกจาก Yahoo! โดยประธานบอร์ด Roy Bostock และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน Tim Morse ได้รับหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารชั่วคราว
ต้นปี 2012 หลังจากค้นหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ Yahoo! ก็ได้ Scott Thompson มีข่าวการปลดพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะประหยัดเงินไปราว 375 ล้านเหรียญในปีนั้น และกำลังเร่งปรับโครงสร้างองค์กรอย่างเร่งรีบ แต่ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน ทาง Yahoo! ได้ออกมาให้ข่าวว่า Thompson ไม่ได้อยู่กับบริษัทอีกต่อไปแล้ว
เดือนกรกฎาคม 2012 Yahoo! ก็ได้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ "มาริสสา เมเยอร์" อดีตผู้บริหารจาก Google มาทำหน้าที่พลิกฟื้นบริษัท
เสื่อมถอย
[แก้]ในปี 2017 ผู้ถือหุ้นของ Yahoo ได้อนุมัติอย่างเป็นทางการในการขายบริษัทให้กับ Verizon ด้วยมูลค่า 4.48 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ผลจากการที่บัญชี Yahoo ถูกแฮกบัญชีอีเมลล์
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Fortune 500: Yahoo company profile". Fortune. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 12, 2022. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 8, 2022.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Verizon Communications, Form 8-K, Current Report, Filing Date Jul 27, 2017" (PDF). secdatabase.com. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 2, 2018. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 1, 2018.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Lepitak, Stephen (กุมภาพันธ์ 3, 2022). "Yahoo Targets Ad Tech Momentum with Spate of Exec Promotions". AdWeek. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 31, 2022. สืบค้นเมื่อ เมษายน 7, 2022.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Yahoo Commercial 2006 ที่ยูทูบ
- ↑ Yahoo 'Flashing Lights' Commercial (1080p) ที่ยูทูบ
- ↑ "Yahoo's Sale to Verizon Ends an Era for a Web Pioneer". The New York Times. กรกฎาคม 25, 2016. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 16, 2017. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 23, 2017.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ McGoogan, Cara (กรกฎาคม 25, 2016). "Yahoo: 9 reasons for the internet icon's decline". The Daily Telegraph. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ เมษายน 17, 2018. สืบค้นเมื่อ เมษายน 4, 2018.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "The Glory That Was Yahoo". มีนาคม 21, 2018. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 2, 2020. สืบค้นเมื่อ มกราคม 10, 2019.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Yahoo! Inc. – Company Timeline". ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กรกฎาคม 13, 2008. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 19, 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Clark, Andrew (กุมภาพันธ์ 1, 2008). "How Jerry's guide to the world wide web became Yahoo". The Guardian. London. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 5, 2013. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 23, 2012.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Yahoo! celebrates 20th anniversary". Yahoo News. มีนาคม 1, 2015. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มกราคม 13, 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Romano, Andrew (มีนาคม 1, 2015). "At 20, Yahoo Celebrates and Looks Ahead". Yahoo. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 27, 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Thomson, David G. (2006). Blueprint to a Billion. Wiley-Interscience. น. 155. ISBN 978-0-471-77918-6.
- ↑ Trex, Ethan. "Jerry and David's Guide to the World Wide Web becomes Yahoo!". Blogs.static.mentalfloss.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ มีนาคม 16, 2010. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 24, 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ The Yahoo Directory — Once The Internet's Most Important Search Engine — Is To Close เก็บถาวร มิถุนายน 11, 2017 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน September 26, 2014, retrieved on June 3, 2017
- ↑ Yahoo schließt seinen Katalog เก็บถาวร พฤษภาคม 18, 2017 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน from golem.de, September 27, 2014, retrieved on June 3, 2017
- ↑ "This Day in History, January 18, 2017". CNBC. มกราคม 18, 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 4, 2021. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 4, 2021.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Gaffin, Adam (กันยายน 11, 1995). "Hello, Is Anyone Out There?". Network World. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤษภาคม 14, 2015. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 5, 2015.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Gil, Paul (เมษายน 19, 2021). "What Does "Yahoo" Stand For?". Lifewire. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 4, 2021.
{{cite news}}:|archive-date=จำเป็นต้องมี|archive-url=(วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ Oppitz, Marcus; Tomsu, Peter (2017). Inventing the Cloud Century: How Cloudiness Keeps Changing Our Life, Economy and Technology. Springer Science+Business Media. น. 238. ISBN 9783319611617. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ กุมภาพันธ์ 26, 2020. สืบค้นเมื่อ กันยายน 5, 2019.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Yahoo! Search". Yahoo!. พฤศจิกายน 28, 1996. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ พฤศจิกายน 28, 1996. สืบค้นเมื่อ กันยายน 5, 2019.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "What is first mover?". SearchCIO. TechTarget. กันยายน 2005. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 28, 2020. สืบค้นเมื่อ กันยายน 5, 2019.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)