มหาวิทยาลัยเลสเตอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
University of Leicester
มหาวิทยาลัยเลสเตอร์
ตราอาร์มมหาวิทยาลัยเลสเตอร์.png
คติพจน์ ลาติน: Ut Vitam Habeant
อังกฤษ: So that they may have life
ไทย: ขอ(เขาทั้งหลาย)จงมีชีวิต
สถาปนา พ.ศ.2500 - มีพระบรมราชโองการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย
พ.ศ.2464 - วิทยาลัยอุดมศึกษาเลสเตอร์เชอร์และรัตแลนด์
ประเภท สถาบันอุดมศึกษาของรัฐบาล
ที่ตั้ง เลสเตอร์, เลสเตอร์เชอร์, อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
ประเทศ อังกฤษ, สหราชอาณาจักร
วิทยาเขต สวนในเมือง
สีประจำสถาบัน ลวดลายผ้าพันคอ
                     
เครือข่าย AMBA
EUA
ACU
EMUA
M5
เว็บไซต์ le.ac.uk/

มหาวิทยาลัยเลสเตอร์ (อังกฤษ: University of Leicester) เป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่เน้นวิจัยในเมืองเลสเตอร์ แคว้นเลสเตอร์เชอร์ สถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยเมื่อ พ.ศ. 2500 โดยยกฐานะจากวิทยาลัยอุดมศึกษาเลสเตอร์ เลสเตอร์เชอร์ และรัตแลนด์ซึ่งตั้งเมื่อ พ.ศ. 2464[1]

มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงในฐานะผู้คิดค้นการพิมพ์ลายนิ้วมือพันธุกรรมจนนำไปสู่การค้นพบโครงพระบรมอัฐิของสมเด็จพระราชาธิบดีริชาร์ดที่ 3 ซึ่งสิ้นพระชนม์ในที่รบ[2]

ประวัติ[แก้]

บริเวณมหาวิทยาลัยถ่ายจากสวนวิกตอเรีย จากซ้ายไปขวาเป็น ตึกวิศวกรรม ตึกแอตเทนบะระห์ และตึกชาลส์วิลสัน ตามลำดับ

แรกเริ่มนั้นเมืองเลสเตอร์ไม่มีสถานอุดมศึกษาใด ๆ จะมีก็แต่มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยอุดมศึกษา (คือ วิทยาลัยที่จัดการสอนในระดับปริญญาได้แต่ไม่่มีอำนาจให้ปริญญา ต้องให้มหา่วิทยาลัยอื่นเป็นผู้ออกให้) ในเมืองข้่างเคียง อาทิ มหาวิทยาลัยวิกตอเรียแมนเชสเตอร์ (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์) มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม และวิทยาลัยอุดมศึกษานอตทิงแฮม[3] ต่อมาปลายศตวรรษที่ 18 ผู้อำนวยการโรงเรียนวิกสตันและเอลิซาเบทที่หนึ่ง (Wyggeston and Queen Elizabeth I College) คือภราดาเจมส์ เวนต์ (James Went) ได้เรียกร้องให้มีสถานศึกษาขึ้นแต่ก็ไม่เป็นผล[4][5] ต่อมาในปี พ.ศ.2455 แอชลี คลาร์ก (Ashley V Clarke) บัณฑิตมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เรียกร้องให้มีการจัดสร้างมหาวิทยาลัย แต่ผู้คนบางส่วนไม่เห็นด้วยเนื่องจากเลสเตอร์เป็นเมืองขนาดเล็กนักศึกษาน้อย ครั้นเกิดสงคราม จึงมีการเรียกร้องให้สร้างมหาวิทยาลัยแทนอนุสรณ์ผู้ตายในสงคราม และเริ่มมีการเรี่ยไรเงินจัดหาที่ดินขึ้น นอกจากคลาร์กแล้ว คหบดีและพ่อค้าชื่อโทมัส ฟีลดิง จอห์นสัน (Thomas Fielding Johnson) ได้จัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างวิทยาลัยฯ และโรงเรียนเน้นวิชา (grammar school) เมื่อเรื่องเข้าพระเนตรพระกรรณสมเด็จพระราชาธิบดีจอร์จที่ห้า ก็ทรงอนุโมทนาในความพยายามนี้[6]

ครั้นได้สถานที่แล้ว มีการถกเถียงเรื่องหลักสูตรว่าจะเป็นเช่นใด จะเน้นวิชาอุตสาหกรรมหรือวิชาช่าง นอกจากนี้ยังมีการเสนอความคิดเรื่องรวมมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเดียวกันเป็นเครือข่าย แต่ล้มเหลว จึงทำให้ได้วิทยาลัยอุดมศึกษาภายใต้การควบคุมของมหาวิทยาลัยลอนดอน มี อาร์.เอฟ. แรตเทรย์ (R.F Rattray) เป็นผู้อำนวยการคนแรก[7] ต่อมาวิทยาลัยฯ รวมเข้ากับโรงเรียนผู้ใหญ่วอกันเวิร์กกิงเมน (Vaughan Working Men's College) ซึ่งตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ.2405[8] จนมีขนาดใหญ่มากขึ้น กิจการของวิทยาลัยก้าวหน้าโดยลำดับก่อนที่แรตเทรย์จะลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการ ครั้งนั้นเฟรเดอริก แอทเทนบะระห์ (Frederick Attenborough) บิดาของเดวิด แอทเทนบะระห์ ขึ้นเป็นผู้อำนวยการสืบแทน จนกระทั่งในปี พ.ศ.2495 ชาลส์ วิลสัน (Charles Wilson) รับตำแหน่งผู้อำนวยการสืบแทน ห้าปีต่อมามีพระบรมราชโองการให้ยกฐานะวิทยาลัยอุดมศึกษาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย

คติพจน์ Ut Vitam Habeant หรือ ขอจงมีชีวิต นั้น มีที่มาจากการที่มหาวิทยาลัยเป็นที่ตั้งโรงพยาบาลทหารบาดเจ็บ และได้รับเงินทุนประเดิมจากบรรดาผู้สูญเสียญาติในสงคราม ตลอดถึงผู้รอดชีวิตด้วย[9]

ส่วนงาน[แก้]

มหาวิทยาลัยเริ่มแรกมีห้าคณะวิชา ต่อมาในปี พ.ศ.2552 ลดเหลือสี่คณะ หกปีต่อมาจึงลดจำนวนคณะลงเสียหนึ่ง โดยควบรวมคณะสังคมศาสตร์เข้ากับคณะศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ คงเหลือส่วนงานทางวิชาการดังนี้[10]

  • คณะสังคมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ และมนุษยศาสตร์
  • คณะแพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และจิตวิทยา
  • คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์

คณะทั้งหมดมีรองอธิการบดี (pro-vice chancellor) แทนที่จะเป็นคณบดี (dean) บังคับบัญชา[11]

ที่ตั้ง[แก้]

มหาวิทยาลัยตั้งห่างจากใจกลางเมืองไปประมาณ 1.6 กิโลเมตร ติดกับสวนวิกตอเรียและโรงเรียนวิกสตัน (มหาวิทยาลัยอีกแห่งคือ มหาวิทยาลัยเดอมงฟอร์ต ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองด้านเหนือ) ประกอบด้วยอาคารสำคัญต่าง ๆ ดังนี้

อาคารฟีลดิง จอห์นสัน สร้างเมื่อ พ.ศ.2380 ด้วยอิฐจากเมาต์ซอร์เรล (ทิศใต้ของเมืองลัฟบะระ) และหินชนวนจากแบงกอร์ ออกแบบโดยวิลเลียม พาร์สัน (William Parsons) สำหรับใช้เป็นโรงพยาบาลจิตเวชสืบมาจนถึง พ.ศ.2451[12]ปัจจุบันเป็นโบราณสถานประเภทสอง และเป็นที่ตั้งของสำนักงานมหาวิทยาลัย[13]

อาคารเคน เอดเวิดส์ (Ken Edwards) อยู่ติดกับอาคารฟีลดิง จอห์นสัน เป็นอาคารภาควิชาการจัดการ

อาคารแอชลี คลาร์ก (Astley Clarke) ตั้งตามนามบูรพาจารย์ของมหาวิทยาลัย อยู่ตรงข้ามอาคารฟีลดิง จอห์นสัน เป็นอาคารภาควิชาเศรษฐศาสตร์และศูนย์กีฬา

อาคารเพอร์ซี กี (Percy Gee) ตั้งตามชื่อผู้อำนวยการฝ่ายการคลังคนแรกของวิทยาลัยอุดมศึกษา สร้าง พ.ศ.2500 เป็นสโมสรนักศึกษา

ห้องสมุดเดวิด วิลสัน (David Wilson) เปิดโดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2551[14]

อ้างอิง[แก้]

  1. "History". University of Leicester. https://le.ac.uk/about/info/history. 
  2. "Richard III Society pays tribute to exemplary archaeological research". University of Leicester. 15 October 2012. http://www2.le.ac.uk/offices/press/media-centre/non-university-press-releases/richard-iii-society-pays-tribute-to-exemplary-archaeological-research. เรียกข้อมูลเมื่อ 12 February 2013. 
  3. Simmons 1958, p. 51
  4. Simmons 1958, p. 58
  5. "History". Leicester Lit and Phil Society. http://www2.le.ac.uk/hosted/litandphil/history. 
  6. Simmons 1958, p. 69
  7. Burch 1996, p. 16
  8. Brown, Cynthia (2012). A Blessing to the Town: 150 Years of Vaughan College, Leicester. University of Leicester. p. 42. ISBN 9780901507723. 
  9. Simmons 1958, p. 93
  10. "Pro-Vice-Chancellors and Heads of College". https://www2.le.ac.uk/offices/vc/heads-of-college/heads-of-college. 
  11. "University of Leicester - Leicester strengthens management team and announces new academic structure". http://www2.le.ac.uk/ebulletin/news/press-releases/2000-2009/2009/01/nparticle.2009-01-30.3342262031. เรียกข้อมูลเมื่อ 29 June 2015. 
  12. "Fielding Johnson Building". Story Of Leicester. http://www.storyofleicester.info/city-heritage/built-heritage-continued/fielding-johnson-building/. .
  13. "Building by Building" (PDF). University Leicester Framework Plan. 2008. https://www2.le.ac.uk/offices/estates/information-for-estates-staff/dfp/downloads/Section15. 
  14. "Key Facts and Figures - University of Leicester". University of Leicester. http://www2.le.ac.uk/library/about/building/building-the-david-wilson-library/key-facts-and-figures. เรียกข้อมูลเมื่อ 22 September 2014. 
  • Simmons, Jack (1958), New University, Leicester University Press 
  • Burch, Brian (1996), The University of Leicester, A History, 1921-1996, University of Leicester 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]