โกวิทย์ โปษยานนท์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โกวิทย์ โปษยานนท์
006908.jpg

ชาติ ไทย
เกิด 17 กันยายน พ.ศ. 2478 (84 ปี)
กรุงเทพมหานคร
บิดา หลวงจำรูญเนติศาสตร์ (จำรูญ โปษยานนท์)
มารดา นางอรุณ โปษยจินดา

ศาสตราจารย์พิเศษ[1] โกวิทย์ โปษยานนท์ (17 กันยายน พ.ศ. 2478 - ) กรรมการกฤษฎีกา กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์[2] เคยดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมสรรพากร รองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

ประวัติ[แก้]

ศาสตราจารย์พิเศษ โกวิทย์ โปษยานนท์ หรือ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.โกวิทย์ โปษยานนท์ เกิดที่ กรุงเทพมหานคร บิดาหลวงจำรูญเนติศาสตร์ (จำรูญ โปษยานนท์) มารดานางอรุณ (โปษยจินดา) โปษยานนท์ และเป็นหลานของ มหาอำมาตย์ตรี พระยาพิพัฒนธนากร (ฉิม โปษยานนท์) จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาชั้นเตรียมอุดมศึกษาจาก St Edmund's School Canterbury, England ศึกษาต่อที่ เมืองเคมบริดจ์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ B.A. (Honours) และได้เข้าศึกษา มหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา เคยเข้ารับการอบรมหลักสูตรการสืบสวนจากสหรัฐอเมริกา จบหลักสูตรวิชาการป้องกันประเทศ จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.รุ่นที่ 30) และได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (เศรษฐศาสตร์) จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โกวิทย์ โปษยานนท์ เริ่มรับราชการในตำแหน่งอาจารย์ที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษ ในปี พ.ศ. 2528

ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและด้านอื่นๆ[แก้]

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. โกวิทย์ โปษยานนท์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักการเงินที่มีความสามารถ เคยดำรงตำแหน่งทั้งในราชการ องค์กรอิสระ และ เอกชน โดยล้วนเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการเงินทั้งสิ้น โดยเริ่มประวัติการทำงานหลังจากจบการศึกษามาเข้ารับราชการเป็นข้าราชการประจำ ของกระทรวงการคลัง และขึ้นดำรงตำแหน่ง อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง, อธิบดีกรมสรรพสามิต[3], อธิบดีกรมสรรพากร[4] ตามลำดับ หลังจากเกษียณอายุราชการจึงได้เข้ารับดำรงตำแหน่งประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการบริหารอีกหลายตำแหน่งหลายบริษัท นอกจากนี้ยังเป็นผู้รักษา "ยาเทพนิมิตร" ใช้ในตระกูลโปษยานนท์ ตั้งแต่สมัยพระยาพิพัฒนธนากร ซึ่งเป็นการนำเอาสมุนไพรของไทย มาทำยารักษาโรคผิวหนัง และใช้ทาแผลสด

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]