พระธรรมปัญญาบดี (พีร์ สุชาโต)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระธรรมปัญญาบดี
(พีร์ สุชาโต)
พระธรรมปัญญาบดี (พีร์ สุชาโต).jpg
เกิด 31 ตุลาคม พ.ศ. 2473
อายุ 30 กันยายน พ.ศ. 2473 (89 ปี)
อุปสมบท 29 มิถุนายน พ.ศ. 2493
พรรษา 69
วัด วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร
ท้องที่ กรุงเทพมหานคร
สังกัด มหานิกาย
วุฒิการศึกษา นักธรรมชั้นเอก
เปรียญธรรม 5 ประโยค
ตำแหน่ง อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร
ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร
นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระธรรมปัญญาบดี นามเดิม พีร์ ผ่องสุภาพ ฉายา สุชาโต เป็นพระพระราชาคณะเจ้าคณะรองฝ่ายมหานิกาย อธิบดีสงฆ์อาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร[1] ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร[2] นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย[3]

ประวัติ[แก้]

พระธรรมปัญญาบดี มีนามเดิมว่า พีร์ ผ่องสุภาพ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2473 ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 12 ปีมะเมีย ณ หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านแค อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายคำ และนางเจริญ ผ่องสุภาพ ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

การอุปสมบท[แก้]

จนเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดบ้านแค ตำบลบ้านแค อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2493 โดยมีพระโพธิวงศาจารย์ (แผ้ว สุนฺทโร) เจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง วัดอ่างทอง ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.อ่างทอง เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระวิกรมมุนี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “สุชาโต” หมายความว่า “ชาติกำเนิดที่ดีงาม”

วิทยฐานะ[แก้]

  • โรงเรียนราษฎร์สุธานุสรณ์ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
  • สอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ
  • สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค สำนักเรียนวัดมหาธาตุฯ
  • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยแห่งประเทศอินเดีย สาขาวิชาพระพุทธศาสนา

งานทางคณะสงฆ์[แก้]

  • พ.ศ. 2532 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
  • พ.ศ. 2534 เป็นเจ้าคณะแขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ
  • พ.ศ. 2535 เป็นพระอุปัชฌาย์และเป็นหัวหน้าพระวินยาธิการ กรุงเทพฯ
  • พ.ศ. 2541 เป็นเจ้าคณะเขตบางเขน-จตุจักร
  • พ.ศ. 2542 เป็นเจ้าคณะเขตบางกอกน้อย
  • พ.ศ. 2544 เป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร
  • พ.ศ. 2547 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
  • พ.ศ. 2548 เป็นเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

งานด้านการศึกษา[แก้]

พ.ศ. 2549-ปัจจุบัน เป็นนายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

สมณศักดิ์[แก้]

  • พ.ศ. 2532 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูปลัด ฐานานุกรมในพระสุเมธาธิบดี (บุญเลิศ ทตฺตสุทฺธิ) ที่ พระครูปลัดสุวัฒนสัทธาคุณ
  • พ.ศ. 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระเมธีธรรมาจารย์[4]
  • พ.ศ. 2540 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชเมธี ศรีวรกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[5]
  • พ.ศ. 2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเมธี ศรีสังฆโสภณ วิมลศาสนกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[6]
  • พ.ศ. 2549 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมสุธี ศรีธรรมประสุต ประยุตกิจจานุกิจ พิศิษฏ์สังฆกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[7]
  • พ.ศ. 2559 ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฎที่ พระธรรมปัญญาบดี ศรีสังฆวรนายก มหาจุฬาลงกรณดิลกสุพพิธาน นายกสภาบริหารบัณฑิต ปริยัติกิจวรธาดา มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[8]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "เสนอขอแต่งตั้ง พระเทพเมธี ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์" (PDF). มหาเถรสมาคม. 8 กุมภาพันธ์ 2548. สืบค้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2559.
  2. "เสนอแต่งตั้ง พระธรรมสุธี ให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร" (PDF). มหาเถรสมาคม. 31 มกราคม 2554. สืบค้นเมื่อ 17 มิถุนายน 2558.
  3. "พระธรรมสุธี รับพระบัญชา 'นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย'". มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 21 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 มิถุนายน 2558.
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 109, ตอนที่ 155 ง ฉบับพิเศษ, 5 ธันวาคม 2535, หน้า 16
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 114, ตอนที่ 26 ข, 2 ธันวาคม 2540, หน้า 8
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 119, ตอนที่ 23 ข, 11 ธันวาคม 2545, หน้า 7
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 123, ตอนที่ 15 ข, 6 กรกฎาคม 2549, หน้า 4
  8. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ,เล่ม 133, ตอนที่ 42 ข, 5 ธันวาคม 2559, หน้า 2