ทวีปแอนตาร์กติกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แอนตาร์กติกา
Antarctica
Antarctica (orthographic projection).svg
พื้นที่ 13,720,000 ตร.กม. (อันดับที่ 5)
ประชากร ≈135 คน (ถาวร)
≈5,000 (ชั่วคราว)
(อันดับที่ 7)
คำเรียกผู้อาศัย ชาวแอนตาร์กติกา (Antarctican)
จำนวนประเทศ
เขตเวลา ดูที่ เวลาในทวีปแอนตาร์กติกา
อินเทอร์เน็ต TLD .aq
เมืองใหญ่
ภาพถ่ายดาวเทียมของทวีปแอนตาร์กติกา

แอนตาร์กติกา (อังกฤษ: Antarctica) เป็นทวีปที่อยู่ใต้สุดของโลกตั้งอยู่ในภูมิภาคแอนตาร์กติกในซีกโลกใต้และเป็นที่ตั้งขั้วโลกใต้ทางภูมิศาสตร์ เกือบทั้งหมดอยู่ในวงกลมแอนตาร์กติกและล้อมลอบด้วยมหาสมุทรใต้ มีพื้นที่ประมาณ 14,000,000 ตารางกิโลเมตร เป็นทวีปที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลกใหญ่กว่าทวีปออสเตรเลียถึง 2 เท่า พื้นที่ 98% ของทวีปปกคลุมด้วยน้ำแข็งหนาเฉลี่ย 1.9 กิโลเมตร[1] ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เกือบจะถึงเหนือสุดของคาบสมุทรแอนตาร์กติก

โดยค่าเฉลี่ยแล้วแอนตาร์กติกาเป็นทวีปที่หนาวที่สุด แห้งแล้งที่สุด ลมแรงที่สุดและมีความสูงโดยเฉลี่ยมากที่สุด[2] แอนตาร์กติกาเป็นทะเลทรายที่มีหยาดน้ำฟ้าเฉลี่ย 200 มิลลิเมตรต่อปีตามแนวชายฝั่งและพื้นที่ภายใน[3] แม้ว่าช่วงที่หนาวสุดของปีจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย −63 °C แต่อุณหภูมิอาจต่ำถึง −89.2 °C (และอาจถึง -94.7 ° C หากวัดจากอากาศ[4]) บางสถานที่มีคนราว 1,000 ถึง 5,000 คนอาศัยในสถานีวิจัยที่กระจายอยู่ทั่วที้งทวีปตลอดทั้งปี สิ่งมีชีวิตในแอนตาร์กติกาจะเป็นพวกสาหร่าย แบคทีเรีย เห็ดรา พืช โพรทิสต์และสัตว์บางชนิดเช่นตัวเห็บ ตัวไร นีมาโทดา เพนกวิน สัตว์ตีนครีบและหมีน้ำส่วนพืชก็จะเป็นพวกทันดรา

แม้ว่ามีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับการมีอยู่ของดินแดนใต้ตั้งแต่ยุคโบราณ แอนตาร์กติกาถูกระบุว่าเป็นดินแดนสุดท้ายบนโลกในประวัติศาสตร์ที่ถูกค้นพบเพราะไม่มีใครเคยพบเลยจนกระทั่ง พ.ศ. 2363 นักสำรวจชาวรัสเซียเฟเบียน ก็อทลีป ฟอน เบลลิ่งเชาเซนและมิคาอิล ลาซาเรฟที่อยู่บนเรือสลุบวอสตอคและเรือสลุบเมอร์นีย์ได้สังเกตเห็นหิ้งน้ำแข็งฟิมโบลแต่ก็ไม่ได้สนใจเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรต่อมนุษย์ ขาดแคลนทรัพยากรในการสำรวจและความห่างไกลของพื้นที่ พ.ศ. 2438 ทีมสำรวจชาวนอร์เวย์ได้รับการยืนยันการมาเยือนดินแดนแห่งนี้เป็นครั้งแรก

ทวีปแอนตาร์กติกาเป็นดินแดนใต้การปกครองร่วมโดยพฤตินัยตามกฎหมายระหว่างประเทศและอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบสนธิสัญญาแอนตาร์กติกที่ลงนามครั้งแรกโดย 12 ประเทศใน พ.ศ. 2502 และตามด้วยการลงนามอีกเพิ่ม 38 ประเทศ ระบบสนธิสัญญานี้ห้ามมิให้มีการทำเหมืองแร่ กิจกรรมทางทหาร ทดลองระเบิดนิวเคลียร์และการกำจัดกากนิวเคลียร์แต่จะสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และปกป้องชั้นโอโซนของทวีปทำให้มีการทดลองอย่างต่อเนื่องโดนนักวิทยาศาสตร์ 4,000 คนจากหลายประเทศบนทวีปนี้

นิรุกติศาสตร์[แก้]

ชื่อแอนตาร์กติกา (Antarctica) เป็นการถอดเป็นอักษรโรมันจากคำผสมภาษากรีกคำว่า ἀνταρκτική (antarktiké) คำนามเพศหญิง ἀνταρκτικός (antarktikós)[5] มีความหมายว่า "ตรงข้ามกับอาร์กติก" หรือ "ตรงข้ามกับทิศเหนือ"[6]

350 ปีก่อนคริสต์ศักราชอาริสโตเติลเขียนเกี่ยวกับภูมิภาคแอนตาร์กติกลงในหนังสืออุตุนิยมวิทยาของเขา[7] มารินัส ออฟ ไทเออร์ได้ใช้ชื่อนี้ในแผนที่โลกที่ไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 นักประพันธ์ชาวโรมันไฮจีนัสและอพูเลียส (คริสต์ศตวรรษที่ 1-2) ใช้คำว่า polus antarcticus แทนขั้วโลกใต้ซึ่งเป็นการถอดเป็นอักษรโรมันจากชื่อภาษากรีก[8][9] ภาษาฝรั่งเศสโบราณรับมาเป็น pole antartike (ปัจุบัน pôle antarctique) เขียนอย่างชัดเจนใน พ.ศ. 1813 และภาษาอังกฤษสมัยกลางรับมาต่อเป็นคำว่า pol antartik ในหนังสือวิชาการโดยเจฟฟรีย์ ชอสเซอร์ พ.ศ. 1934 (ปัจจุบัน Antarctic Pole)[10]

ก่อนที่จะมีความหมายทางภูมิศาสตร์ในปัจจุบัน คำนี้จะเอาไวใช้เรียกสถานที่ต่าง ๆ ที่อยู่ "ตรงข้ามกับทางเหนือ" เช่นอาณานิคมฝรั่งเศสที่ก่อตั้งขึ้นในบราซิลเป็นเวลาสั้น ๆ ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 เรียกว่า "แอนตาร์กติกาฝรั่งเศส" (France Antarctique)

ในยุค 1890 จอห์น จอร์จ บาร์โธโลมิวชาวสกอตแลนด์ได้ทำแผนที่โดยใช้คำว่าแอนตาร์กติกาเป็นชื่อทวีปครั้งแรก[11]

การศึกษาวิจัยในขั้วโลกใต้[แก้]

เพื่อให้การศึกษาวิจัยด้านทางวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมในทวีปแอนตาร์กติกา ประเทศต่าง ๆ จึงได้ตกลงร่วมมือสร้างศูนย์วิจัย โดยเริ่มเมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2010 ทำให้สามารถวัดความหนาและปริมาณของน้ำแข็งที่ปกคลุมทวีปแอนตาร์กติกาได้ และยังค้นพบว่าภายใต้น้ำแข็งที่หนากว่า 2,000 เมตรนั้น ยังมีแผ่นดินที่กว้างใหญ่อยู่ หลังจากนั้นการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับทวีปแอนตาร์กติกาก็ได้รับความสนใจมากขึ้นทีเดียว และในปี ค.ศ. 2010 หลายประเทศได้ร่วมลงนามก่อตั้งสนธิสัญญาสำหรับทวีปแอนตาร์กติกาขึ้น โดยให้ทุกประเทศสามารถเข้าทำการศึกษาวิจัยได้ ยกเว้นแต่การทำกิจกรรมด้านทหาร

ศูนย์วิจัยที่ทวีปแอนตาร์กติกา[แก้]

ดินแดนหลาย ๆ แห่งในทวีปแอนตาร์กติกาถูกประเทศต่าง ๆ อ้างกรรมสิทธิ์ครอบครอง เช่น ประเทศอาร์เจนตินา ชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร เป็นต้น และในดินแดนเหล่านี้ก็จะมีศูนย์วิจัยของประเทศต่าง ๆ ตั้งอยู่ ทั้งทวีปแอนตาร์กติกามีศูนย์วิจัยของประเทศต่าง ๆ มากกว่า 20 ประเทศ จำนวน 60 แห่ง ในช่วงฤดูหนาวจะมีนักวิจัยทำงานอยู่ที่นี่ประมาณ 1,000 คน และจะเพิ่มเป็น 4,000 คนในฤดูร้อน ในศูนย์วิจัยแมกเมอร์โดที่อยู่ในเขตที่นิวซีแลนด์อ้างกรรมสิทธิ์เป็นศูนย์วิจัยและชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในแอนตาร์กติกา สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากถึง 1,000 คน

ภูมิประเทศ[แก้]

แอนตาร์กติกาเป็นทวีปที่อยู่ทางทิศใต้สุดของโลก โดยตั้งอยู่ในเขตแอนตาร์กติกเซอร์เคิลรอบขั้วโลกใต้ ล้อมโดยมหาสมุทรใต้ มีพื้นที่มากกว่า 14 ล้านตารางกิโลเมตร เป็นทวีปที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลก มีชายฝั่งยาว 17,968 กิโลเมตร[12]

ประมาณร้อยละ 98 ของแอนตาร์กติกาถูกปกคลุมด้วยพืดน้ำแข็งแอนตาร์กติกา พืดน้ำแข็งหนาเฉลี่ย 1.6 กิโลเมตร ทวีปนี้มีน้ำแข็งถึงราวร้อยละ 90 ของน้ำแข็งทั้งหมดบนโลก ทำให้มีน้ำจืดประมาณร้อยละ 70 ของโลก ถ้าน้ำแข็งทั้งหมดละลายแล้ว ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นประมาณ 61 เมตร[13]

จุดที่สูงที่สุดของทวีปคือยอดเขาวินสันแมสซิฟ มีความสูง 4,892 เมตร ตั้งอยู่ในเทือกเขาเอลส์เวิร์ท ถึงแม้ว่าแอนตาร์กติกาจะมีภูเขาไฟจำนวนมาก แต่มีเพียงแห่งเดียวที่ทราบแน่ชัดว่ายังคงคุกรุ่นอยู่คือภูเขาไฟเอเรบัสบนเกาะรอสส์ ในปีพ.ศ. 2547 นักสำรวจชาวอเมริกันและแคนาดาค้นพบภูเขาไฟใต้น้ำในคาบสมุทรแอนตาร์กติก โดยหลักฐานแสดงให้เห็นว่าภูเขาไฟนี้อาจยังคุกรุ่นอยู่เช่นกัน[14]

อาณาเขตแอนตาร์กติกา[แก้]

แผนที่ดินแดนอ้างสิทธิในทวีปแอนตาร์กติกา
การอ้างสิทธิ์ดินแดนแอนตาร์กติกาตามสนธิสัญญาแอนตาร์กติก:
ดินแดนอ้างสิทธิในทวีปแอนตาร์กติกา
วันที่ ประเทศ ดินแดน ชื่อในภาษาท้องถิ่น ขอบเขตการอ้างสิทธิ์ แผนที่
1908  สหราชอาณาจักร  บริติชแอนตาร์กติกเทร์ริทอรี British Antarctic Territory 20° ตะวันตกถึง 80° ตะวันตก Antarctica, United Kingdom territorial claim.svg
1923  นิวซีแลนด์ นิวซีแลนด์ รอสส์ดีเพนเดนซี Ross Dependency 150° ตะวันตกถึง 160 ตะวันออก Antarctica, New Zealand territorial claim.svg
1924  ฝรั่งเศส เฟรนช์เซาเทิร์นและแอนตาร์กติกแลนดส์ อาเดลีแลนด์ Terre Adélie 142°2'ตะวันออก ถึง 136°11'ตะวันตกออก Antarctica, France territorial claim.svg
1929  นอร์เวย์ นอร์เวย์ เกาะปีเตอร์ที่ 1 Peter I Øy 68°50′S 90°35′W / 68.833°S 90.583°W / -68.833; -90.583 (Peter I Island) Antarctica Peter I Island.png
1933  ออสเตรเลีย ออสเตรเลีย ออสเตรเลียนแอนตาร์กติกเทร์ริทอรี Australian Antarctic Territory 160°ตะวันออกถึง 142°2'ตะวันออก และ
136°11'ตะวันออกถึง 44°38'ตะวันออก
Antarctica, Australia territorial claim.svg
1939  นอร์เวย์ นอร์เวย์ ควีนมอดแลนด์ Dronning Maud Land 44°38'ตะวันออกถึง 20°ตะวันตก Antarctica, Norway territorial claim.svg
1940  ชิลี Flag of Magallanes, Chile.svg ชิเลียนแอนตาร์กติกเทร์ริทอรี Territorio Chileno Antártico 53°ตะวันตกถึง 90°ตะวันตก Antarctica, Chile territorial claim.svg
1943  อาร์เจนตินา  อาร์เจนไทน์แอนตาร์กติกา Antártida Argentina 25°ตะวันตกถึง 74°ตะวันตก Antarctica, Argentina territorial claim.svg

อดีตอาณาเขต[แก้]

วันที่ ประเทศ ดินแดน ชื่อในภาษาท้องถิ่น ขอบเขตการอ้างสิทธิ์ ข้อมูล แผนที่
1912-1912  ญี่ปุ่น Flag of the Imperial Japanese Antarctic Expedition.svg ยามาโตะยูคิฮาระ 大和雪原 150° ตะวันตกถึง 160 ตะวันออก ปัจจุบันดินแดนนี้คือ รอสส์ดีเพนเดนซี Antarctica, New Zealand territorial claim.svg
1939-1945  เยอรมนี นาซีเยอรมนี นิวสวาเบีย Neuschwabenland 44°38'ตะวันออกถึง 20°ตะวันตก ปัจจุบันดินแดนนี้คือ ควีนมอดแลนด์ NewSwabiaMap.jpg

อ้างอิง[แก้]

  1. British Antarctic Survey. "Bedmap2: improved ice bed, surface and thickness datasets for Antarctica" (PDF). The Cryosphere journal: 390. สืบค้นเมื่อ 6 January 2014. 
  2. "La Antártida" (ใน Spanish). Dirección Nacional del Antártico. Archived from the original on 13 November 2016. สืบค้นเมื่อ 13 November 2016. 
  3. Joyce, C. Alan (18 January 2007). "The World at a Glance: Surprising Facts". The World Almanac. Archived from the original on 4 March 2009. สืบค้นเมื่อ 7 February 2009. 
  4. "Coldest temperature ever recorded on Earth in Antarctica: -94.7C (−135.8F)". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 12 July 2017. 
  5. Liddell, Henry George; Scott, Robert. "Antarktikos". In Crane, Gregory R. A Greek–English Lexicon. Perseus Digital Library. Tufts University. สืบค้นเมื่อ 18 November 2011. 
  6. Hince, Bernadette (2000). The Antarctic Dictionary. CSIRO Publishing. p. 6. ISBN 978-0-9577471-1-1. 
  7. Aristotle. Meteorologica. Book II, Part 5. 350 BC. Translated by E. Webster. Oxford: Clarendon Press, 1923. 140 pp.
  8. Hyginus. De astronomia. Ed. G. Viré. Stuttgart: Teubner, 1992. 176 pp.
  9. Apuleii. Opera omnia. Volumen tertium. London: Valpy, 1825. 544 pp.
  10. G. Chaucer. A Treatise on the Astrolabe. Approx. 1391. Ed. W. Skeat. London: N. Trübner, 1872. 188 pp.
  11. John George Bartholomew and the naming of Antarctica, CAIRT Issue 13, National Library of Scotland, July 2008, ISSN 1477-4186, and also "The Bartholomew Archive". 
  12. Antarctica จากเวิลด์แฟกบุก เรียกข้อมูลวันที่ 13-07-2550 (อังกฤษ)
  13. "How Stuff Works: polar ice caps". howstuffworks.com. สืบค้นเมื่อ 13-07-2550.  (อังกฤษ)
  14. "Scientists Discover Undersea Volcano Off Antarctica". United States National Science Foundation. สืบค้นเมื่อ 13-07-2550.  (อังกฤษ)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]