เมลานีเชีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พิกัดภูมิศาสตร์: 9°S 160°E / 9°S 160°E / -9; 160

ขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของเมลานีเชีย
แผนที่แสดงรัฐอธิปไตยในเมลานีเชีย

ศัพท์ เมลานีเชีย (อังกฤษ: Melanesia) เป็นอนุภูมิภาคของโอเชียเนียในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้ มีขอบเขตจากนิวกินีของอินโดนีเซียทางตะวันตกถึงหมู่เกาะฟิจิทางตะวันออก โดยรวมทะเลอาราฟูราด้วย

อนุภูมิภาคนี้มีประเทศ 4 ประเทศ คือ ฟิจิ, วานูอาตู, หมู่เกาะโซโลมอน และปาปัวนิวกินี และยังรวมนิวแคลิโดเนีย ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส หมู่เกาะช่องแคบตอร์เรส และนิวกินีส่วนของอินโดนีเซีย อนุภูมิภาคนี้เกือบทั้งหมดอยู่ในซีกโลกใต้

ศัพทมูลวิทยา[แก้]

ชื่อ Melanesia มาจากภาษากรีกว่า μέλας ดำ และ νῆσος เกาะ รวมกันหมายถึง "หมู่เกาะ[ชนผิว]ดำ" สื่อถึงผู้อยู่อาศัยที่มีผิวดำ

แนวคิด Melanesia ในฐานะภูมิภาคต่างหากของชาวยุโรปค่อย ๆ พัฒนาไปตามกาลเวลาเมื่อคณะสำรวจทำแผนที่และสำรวจมหาสมุทรแปซิฟิก นักสำรวจชาวยุโรปยุคแรกบันทึกความแตกต่างทางกายภาพระหว่างกลุ่มชาวเกาะแปซิฟิก ใน ค.ศ. 1756 Charles de Brosses ตั้งทฤษฎีว่า เคยมี "ชนผิวดำโบราณ" ในแปซิฟิกที่เคยพิชิตหรือเอาชนะกลุ่มคนที่ปัจจุบันคือพอลินีเชีย ซึ่งเขาแยกจากการที่มีสีผิวขาวกว่า[1]:189–190 ในช่วงครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 19 Jean Baptiste Bory de Saint-Vincent และ Jules Dumont d'Urville จัดให้ชาวเมลานีเชียเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ต่างหาก[2][3] :165

ภูมิศาสตร์ทางการเมือง[แก้]

ประเทศเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของเมลานีเชีย:

นอกจากนี้ ยังมีบางประเทศอยู่ในเมลานีเชียด้วย:

หมายเหตุ[แก้]

  1. ในทางภูมิศาสตร์ เกาะนิวกินีฝั่งตะวันออกเป็นส่วนหนึ่งของทวีปออสเตรเลีย
  2. ในทางภูมิศาสตร์ เกาะนิวกินีฝั่งตะวันตกเป็นส่วนหนึ่งของทวีปออสเตรเลีย
  3. ในทางภูมิศาสตร์ นิวแคลิโดเนียเป็นส่วนหนึ่งของทวีปซีแลนเดีย

อ้างอิง[แก้]

  1. Tcherkezoff, Serge (2003). "A Long and Unfortunate Voyage Toward the Invention of the Melanesia-Polynesia Distinction 1595–1832". Journal of Pacific History. 38 (2): 175–196. doi:10.1080/0022334032000120521. S2CID 219625326.
  2. "MAPS AND NOTES to illustrate the history of the European 'invention' of the Melanesia / Polynesia distinction". สืบค้นเมื่อ 7 March 2013.
  3. Durmont D'Urville, Jules-Sebastian-Cesar (2003). "On The Islands of The Great Ocean". Journal of Pacific History. 38 (2): 163–174. doi:10.1080/0022334032000120512. S2CID 162374626.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]