คืนกระจกแตก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คริสทัลล์นัคท์
เป็นส่วนหนึ่งของฮอโลคอสต์
Bundesarchiv Bild 146-1970-083-42, Magdeburg, zerstörtes jüdisches Geschäft.jpg
สภาพความเสียหายของร้ายขายของชาวยิวในกรุงเบอร์ลินหลังคืนกระจกแตก
สถานที่ประเทศเยอรมนี, 9–10 พฤศจิกายน
เสรีนครดันซิก, 12–13 พฤศจิกายน
วันที่9–10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1938
เป้าหมายชาวยิว
ประเภทโพกรม, การฉกชิงทรัพย์, การลอบวางเพลิง, การสังหารหมู่, วินาศกรรมโดยรัฐ
ตาย91+
ผู้ก่อการชตวร์มอัพไทลุง (SA), พลเรือนชาวเยอรมัน

คืนกระจกแตก หรือเรียกอีกชื่อว่า คริสทัลล์นัคท์ (เยอรมัน: Kristallnacht) เป็นเหตุการณ์การสังหารหมู่ชาวยิวในนาซีเยอรมนีเมื่อวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 1938 ที่ได้ถูกดำเนินการโดยหน่วยชตวร์มอัพไทลุง (SA) และกองกำลังพลเรือนชาวเยอรมัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเยอรมันได้แต่เฝ้าดูสถานการณ์โดยไม่เข้าแทรกแซงใดๆเลย คำเรียกว่า คริสทัลล์นัคท์ ("คืนเกล็ดแก้ว") มาจากเศษกระจกที่ได้แตกเกลื่อนไปตามท้องถนน หลังจากที่หน้าต่างของห้างร้านที่มีชาวยิวเป็นเจ้าของและธรรมศาลาถูกทุบตีหรือขว้างด้วยวัตถุจนแตก

จำนวนผู้เสียชีวิตที่เกิดจากการสังหารหมู่มีตัวเลขแตกต่างกัน รายงานในช่วงแรกคาดว่าชาวยิว 91 คนถูกฆ่าตายระหว่างการโจมตี การวิเคราะห์สมัยใหม่แหล่งวิชาการเยอรมันโดยนักประวัติศาสตร์ เช่น ริชาร์ด เจอีแวนส์ ทำให้จำนวนเพิ่มสูงขึ้นมาก เมื่อเสียชีวิตจากการกระทำผิดหลังการจับกุมและการฆ่าตัวตายที่ตามมาจะถูกรวมยอดผู้เสียชีวิตปีนขึ้นไปเป็นจำนวนร้อย นอกจากนั้นชาวยิวกว่า 30,000 คนถูกจับกุมและคุมขังในค่ายกักกันนาซี

บ้านของชาวยิว, โรงพยาบาล และโรงเรียนถูกรื้อค้นและถูกโจมตีด้วยค้อน ธรรมศาลากว่า 1,000 แห่งถูกวางเพลิง (มีเพียง 95 แห่งในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียเท่านั้น) และธุรกิจร้านค้าของเหล่าชาวยิวกว่า 7,000 แห่งถูกทำลายหรือได้รับความเสียหาย มีการรายงานข่าวอย่างกว้างขวางจากผู้สื่อข่าวต่างชาติที่ทำงานในเยอรมนี ข่าวเหล่านี้สร้างความตกตะลึงไปทั่วยุโรปและอเมริกา หนังสือพิมพ์เดอะไทม์ของลอนดอนฉบับวันที่ 11 พฤศจิกายน 1938 ได้ตีพิมพ์ว่า: "ไม่มีนักโฆษณาชวนเชื่อต่างชาติเคยว่าร้ายเยอรมนีมาก่อน จนกระทั่งโลกได้รับรู้เรื่องราวการวางเพลิงและทำลาย รวมถึงเรื่องราวการทำร้ายอย่างอันธพาลต่อประชาชนบริสุทธิ์ที่ไร้อาวุธ เหตุวานนี้ถือเป็นความอัปยศในประเทศนั้น"[1]

ฝ่ายนาซีอ้างว่าปฏิบัติการครั้งนี้ก็เพื่อตอบโต้การสังหารแอนสท์ ฟอม รัท เจ้าหน้าที่การทูตของนาซี ซึ่งถูกสังหารโดยนายแฮร์มัน กรึนชปัน ที่กรุงปารีสเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1938 คืนกระจกแตกตามมาด้วยการคว่ำบาตรธุรกิจยิวและการกวาดล้างชาวชิว ซึ่งนักประวัติศาสตร์มองว่าเหตุการณ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายทางเชื้อชาติของนาซีและเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาชาวยิวครั้งสุดท้ายและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยนาซี

อ้างอิง[แก้]

  • Browning, Christopher R. (2003). Collected Memories: Holocaust History and Postwar Testimony. George L. Mosse Series in Modern European Cultural and Intellectual History. Madison: University of Wisconsin Press. ISBN 0-299-18984-8.
  • Mayer, Kurt (2009). My Personal Brush with History. Tacoma: Kurt Mayer, Confluence Books. ISBN 978-0-578-03911-4.
  • Friedlander, Saul (1998). Nazi Germany and the Jews: Volume 1: The Years of Persecution 1933–1939. New York, NY: Perennial. ISBN 0-06-092878-6.
  • Gilbert, Martin (1986). The Holocaust: The Jewish Tragedy. London: Collins. ISBN 0-00-216305-5.
  • Gordon, Sarah Ann (1984). Hitler, Germans, and the Jewish Question. Princeton University Press. ISBN 0-691-10162-0.
  • Johnson, Eric J. (1999). Nazi Terror: The Gestapo, Jews, and Ordinary Germans. New York: Basic Books. ISBN 0-465-04906-0.
  • Mosse, George L. (1978). Toward the Final Solution: A History of European Racism. New York: Howard Fertig. ISBN 0-86527-941-1.
  • Mosse, George L. (2000). Confronting History: A Memoir. Madison: University of Wisconsin Press. ISBN 0-299-16580-9.
  • Mosse, George L. (2003). Nazi Culture: Intellectual, Cultural and Social Life in the Third Reich. Madison: University of Wisconsin Press. ISBN 0-299-19304-7.
  • Mosse, George L. (1999). The Crisis of German Ideology: Intellectual Origins of the Third Reich. New York: Howard Fertig. ISBN 0-86527-426-6.
  • "A Black Day for Germany", The Times, 11 November 1938, cited in Gilbert 2006, p. 41.