กีวี (พืช)

กีวี (ชื่อวิทยาศาสตร์: Actinidia chinensis) ภาษาจีนเรียกหมีโหวเถา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน บริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง[1] ต่อมาเริ่มเป็นที่แพร่หลายออกนอกประเทศจีน ต่อมา มีผู้นำไปปลูกที่นิวซีแลนด์เมื่อ พ.ศ. 2449 และได้ปรับปรุงพันธุ์จนได้กีวีที่รสดีมากขึ้น จนกลายเป็นผู้ส่งออกกีวีรายใหญ่ที่สุด นอกจากนั้น นิวซีแลนด์ยังเปลี่ยนชื่อเรียกผลไม้ชนิดนี้จาก Chinese gooseberry[2] เป็นกีวี ตามชื่อของนกกีวีที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ[1]Jack Turner เป็นคนที่เริ่มเรียกว่า "kiwifruit" เมื่อราว พ.ศ. 2505[3] ในประเทศไทยนำกีวีเข้ามาปลูกที่ดอยอ่างขาง และดอยขุนวาง จังหวัดเชียงใหม่
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
[แก้]กีวีเป็นไม้เลื้อย กิ่งและใบมีขนปกคลุม สีน้ำตาลแดง ใบเดี่ยว ดอกแยกเพศและแยกต้นกัน ดอกสีขาว ผลรีรูปไข่ มีขนเล็กๆปกคลุมทั่วผล เนื้อสีเขียว บางพันธุ์เนื้อสีเหลือง ชุ่มน้ำ รสเปรี้ยวอมหวาน เป็นผลไม้ที่เก็บไว้ได้นาน แต่มีความไวต่อเอทิลีน ถ้าเก็บกีวีดิบไว้ใกล้กับผลไม้ที่ปล่อยเอทิลีน เช่น กล้วย แอปเปิล จะสุกเร็วมาก ถ้าเก็บอย่างเหมาะสม จะเก็บได้นานถึงสองสัปดาห์[4]
การใช้ประโยชน์
[แก้]กีวีกินได้ทั้งเป็นผลไม้สด และแปรรูปเช่น แช่แข็ง ผลไม้กระป๋อง กวน ตากแห้ง น้ำผลไม้และไวน์ ใช้แต่งหน้าเค้กและสลัด
| คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 g (3.5 oz) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| พลังงาน | 255 kJ (61 kcal) | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
14.66 g | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| น้ำตาล | 8.99 g 4.11 g 4.35 g | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ใยอาหาร | 3.0 g | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
0.52 g | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
1.14 g | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| †เปอร์เซ็นต์ประมาณการโดยใช้คำแนะนำของสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ใหญ่ สำหรับโพแทสเซียมใช้การประมาณการตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญจาก National Academies | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 นิดดา หงส์วิวัฒน์ และทวีทอง หงส์วิวัฒน์. ผลไม้ 111 ชนิด: คุณค่าอาหารและการกิน. กทม. แสงแดด. 2550.หน้า 33
- ↑ Green, Emily (2002-05-08). "Kiwi, Act II". Los Angeles Times.
- ↑ "How the Kiwifruit Got Its Name". สืบค้นเมื่อ 2010-10-08.
{{cite web}}: ไม่รู้จักพารามิเตอร์|source=ถูกละเว้น (help) - ↑ "กีวีฟรุต (Kiwifruit)" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2024-11-12. สืบค้นเมื่อ 2024-11-12.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Actinidia deliciosa ที่วิกิสปีชีส์
- How to grow kiwifruit vines and nutritional data
- Kiwifruit at the Center for New Crops & Plant Products at Purdue University
- "What is the history of the kiwifruit?". Oregon State University. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-03-10. สืบค้นเมื่อ 2012-01-05.