ไฟนอลแฟนตาซี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไฟนอลแฟนตาซี
Final Fantasy wordmark.svg
แนวเกม เกมเล่นตามบทบาท (RPG)
ผู้พัฒนา สแควร์เอนิกซ์ (อดีต สแควร์)
ผู้วางตลาด สแควร์เอนิกซ์ (อดีต สแควร์)
ผู้สร้าง
แพล์ตฟอร์ม Android, โทรศัพท์มือถือ, MSX, Nintendo 3DS, Nintendo DS, Game Boy Advance, Nintendo Entertainment System, Nintendo GameCube, iOS, PlayStation, PlayStation 2, PlayStation 3, PlayStation Portable, PlayStation Vita, Super Nintendo Entertainment System, Wii, Microsoft Windows, WonderSwan, Xbox 360
วางจำหน่ายแรก Final Fantasy
18 ธันวาคม พ.ศ. 2530 (26 ปี)
วางจำหน่ายล่าสุด Final Fantasy: All the Bravest
17 มกราคม พ.ศ 2556
เว็บไซต์ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

ไฟนอลแฟนตาซี (อังกฤษ: Final Fantasy) (ญี่ปุ่น: ファイナルファンタジー Fainaru Fantajī ฟะอินะรุฟานตะจี ?) เป็นเกมชุดของเกมอาร์พีจี ที่ได้รับความนิยมมาก สร้างขึ้นโดยสแควร์ (ปัจจุบันคือบริษัท สแควร์เอนิกซ์) โดยเกมชุดไฟนอลแฟนตาซีนี้มีในในเครื่องเล่นหลายชนิด ได้แก่ เครื่องเกมคอนโซล เครื่องเกมเคลื่อนที่ เกมออนไลน์ เกมบนโทรศัพท์มือถือ และยังมีทำเป็น ภาพยนตร์การ์ตูน 3 เรื่อง และ ภาพยนตร์เรื่องยาว 2 เรื่อง

ไฟนอลแฟนตาซีชุดแรกออกวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. 2530 และได้มีการแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อจัดจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือเมื่อพ.ศ. 2533 [1][2] รวมทั้งวางขายภูมิภาคอื่นทั่วโลก เช่น ทวีปยุโรป และออสเตรเลีย เครื่องเล่นเกมที่มี ไฟนอลแฟนตาซี ออกจำหน่าย ได้แก่ แฟมิคอม ซูเปอร์แฟมิคอม ซูเปอร์นินเทนโด เพลย์สเตชัน วันเดอร์สวอน เพลย์สเตชัน 2 เกมคอมพิวเตอร์ เกมบอยแอดวานซ์ พีเอสพี เกมคิวบ์ นินเทนโด ดีเอส เอกซ์บอกซ์ 360 และโทรศัพท์มือถือ และได้มีการประกาศออกมาว่าในอนาคตจะมีลงในเครื่อง วี และ เพลย์สเตชัน 3

จนถึงปลายพ.ศ. 2548 ไฟนอลแฟนตาซีถือว่าเป็นเกมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของบริษัทสแควร์เอนิกซ์ ซึ่งมียอดขายรวมมากกว่า 60 ล้านชุดทั่วโลก ปัจจุบันมีเกมในชุดหลักออกจำหน่ายแล้ว 12 เกม และมีเกมที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย

ประวัติ[แก้]

บริษัทสแควร์จำกัด ได้เริ่มเข้ามาสู่ธุรกิจวิดีโอเกมในช่วงกลางของยุค 1980 เพื่อพัฒนาเกม RPG สำหรับเกมระบบ Nintendo's Famicom Disk System (FDS) ซึ่งเป็นอุปกรณ์แผ่นดิสก์เสริมภายนอกเพื่อเล่นแผ่นดิสก์สำหรับเครื่องเกมแฟมิคอม (หรือที่รู้จักกันในนาม Nintendo Entertainment System หรือ NES) ในพ.ศ. 2530 ความนิยมใน FDS ได้เสื่อมถอยลงจนสแควร์ ต้องประสบกับภาวะล้มละลาย และในขณะนั้นเอง ฮิโรโนบุ ซาคากุจิ นักออกแบบเกมของสแควร์ ก็เริ่มสร้างเกม RPG แนวแฟนตาซีใหม่ในรูปแบบตลับเกมแฟมิคอม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเกม ดราก้อนเควสของบริษัทอีนิกซ์ ซาคากุจิวางแผนไว้ว่าจะวางมือหลังจากสร้างเกมนี้เป็นเกมสุดท้าย เขาจึงตั้งชื่อเกมนั้นว่า ไฟนอลแฟนตาซี และเกมนี้จะเป็นเกมสุดท้ายของสแคว์อีกด้วย แต่เป็นที่เชื่อกันโดยทั่วไปว่าบริษัทสแควร์เป็นฝ่ายตั้งชื่อเกมนี้ มิใช่ตัวซาคากุจิ แต่เขาเองยืนยันว่าเกมได้ชื่อนี้เพราะเขาจะวางมือ อย่างไรก็ตาม ไฟนอลแฟนตาซี ก็ไม่ใช่ความมหัศจรรย์ครั้งสุดท้ายเช่นชื่อ เกมนี้ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้กับทั้งสแควร์และซาคากุจิ และยังสร้างเงินจำนวนมหาศาลอีกด้วย

จากความสำเร็จของภาคแรก สแควร์ก็เร่งผลิตเกมภาคใหม่ออกมา แต่ต่างจากภาคแรก ไฟนอลแฟนตาซี II มีเป็นตัวละครใหม่ทั้งหมด แต่ยังคงดำเนินเรื่องราวตามแนวหลักเหมือนกับภาคแรก ซึ่งเกมในภาคต่อๆ มาก็ดำเนินเรื่องตามแนวหลักนี้เช่นกัน ไฟนอลแฟนตาซี ในแต่ละภาค จะแนะนำให้ผู้เล่นได้รู้จักกับโลกใหม่และระบบการเล่นใหม่ เกมในแต่ละภาคจะมีเนื้อเรื่องที่แตกต่างและไม่ต่อเนื่องกัน ยกเว้น ไฟนอลแฟนตาซี X-2 ในปี พ.ศ. 2546 (หลังจากที่ได้ควบกิจการกับ อีนิกซ์) ซึ่งเป็นเรื่องราวต่อจากตอนจบของ ไฟนอลแฟนตาซี X ไฟนอลแฟนตาซี ได้ให้แนวทางสำหรับสแควร์เองในการผลิตเกมและภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องอีกหลายเกม รวมทั้งยังเป็นตัวอย่างแนวทางให้เกม RPG อื่นๆ อีกหลายเกม

ไฟนอลแฟนตาซีทั้งหมด[แก้]

เกมไฟนอลแฟนตาซีได้มีทำต่อกันมาหลายรุ่น โดยแต่ละรุ่นจะไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด และมีวางจำหน่ายมาหลายเครื่องเล่น

เกม และวันวางจำหน่ายครั้งแรก เครื่องเล่นต้นฉบับ และที่มีการนำมาทำซ้ำใหม่ (รีเมก)
ไฟนอลแฟนตาซี I
18 ธันวาคม พ.ศ. 2530
ภาพแผนที่จากไฟนอลแฟนตาซี I

รวมไปถึง เกม ไฟนอลแฟนตาซี I-II

ไฟนอลแฟนตาซี II
17 ธันวาคม พ.ศ. 2531

รวมไปถึง เกม ไฟนอลแฟนตาซี I-II

ไฟนอลแฟนตาซี III
27 เมษายน พ.ศ. 2533
ภาพฉากต่อสู้ของไฟนอลแฟนตาซี III ของเครื่องแฟมิคอม

ภาคนินเทนโดดีเอส มีการทำตัวละครเป็นสามมิติหมดแตกต่างจากภาคแรก รวมถึงเนื้อหาและอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป

ไฟนอลแฟนตาซี IV
19 เมษายน พ.ศ. 2534

ภาคนี้ มีคนทำตัว Rom เกมเป็นภาษาไทยดัวยครับ

ภาคนี้ในสหรัฐอเมริกาใช้ชื่อว่า ไฟนอลแฟนตาซี II

รีเมคใหม่ในเครื่องเล่นนินเทนโด ดีเอส ตัวกราฟิกของเกมมีลักษณะเป็นสามมิติทั้งหมด รวมทั้งมีลูกเล่นในเกม และเนื้อเรื่องเพิ่มเติมจากเนื้อเรื่องหลัก

ไฟนอลแฟนตาซี V
6 ธันวาคม พ.ศ. 2535
ไฟนอลแฟนตาซี VI
6 ธันวาคม พ.ศ. 2537
ไฟนอลแฟนตาซี VII
31 มกราคม พ.ศ. 2540

สแควร์เอนิกซ์นำมาขายใหม่โดยเพิ่มฟังก์ชันเล็กน้อย

ไฟนอลแฟนตาซี VIII
31 มกราคม พ.ศ. 2540
ไฟนอลแฟนตาซี IX
7 กรกฎาคม พ.ศ. 2543
ไฟนอลแฟนตาซี X
19 กรกฎาคม พ.ศ. 2544

และมีภาคต่อ ไฟนอลแฟนตาซี X-2

ไฟนอลแฟนตาซี XI
16 พฤษภาคม พ.ศ. 2545
ไฟนอลแฟนตาซี XII
16 มีนาคม พ.ศ. 2549
ไฟนอลแฟนตาซี XIII
17 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ไฟนอลแฟนตาซี XIV
21 กันยายน พ.ศ. 2553

และมีภาคต่อ ไฟนอลแฟนตาซี XIV : อะเรียล์มรีบอร์น

ไฟนอลแฟนตาซี XV
ยังไม่ประกาศวันจำหน่าย
เกม และวันวางจำหน่ายครั้งแรก เครื่องเล่นต้นฉบับ และที่มีการนำมาทำซ้ำใหม่ (รีเมก)
ไฟนอลแฟนตาซี แทกติกส์
20 มิถุนายน พ.ศ. 2540
* พ.ศ. 2540เพลย์สเตชัน
ไฟนอลแฟนตาซี แทกติกส์ แอดวานซ์
14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546
* พ.ศ. 2546เกมบอยแอดแวนซ์

สัญลักษณ์หลักของไฟนอลแฟนตาซี[แก้]

ภาพโลโก้ ไฟนอลแฟนตาซี IX ที่สะท้อนลักษณะเด่น 2 อย่าง ในภาพจะเห็นโลโก้เกม ที่มีคริลตัล และภาพเรือเหาะ ซึ่งทั้ง 2 อย่างเป็นหัวใจของ ไฟนอลแฟนตาซีภาคนี้

แม้ว่า ไฟนอลแฟนตาซี ในแต่ละภาคจะมีเรื่องราวและระบบการเล่นต่างกัน แต่ก็มีสิ่งที่มีอิทธิพลหลักๆต่อรูปลักษณ์ของเกมเหมือนๆ กันในทุกภาค เช่น ประวัติศาสตร์ ความเชื่อ เรื่องลึกลับ บางอย่างในเกม เช่น มอนสเตอร์ ไอเท็ม สิ่งของบางสิ่ง ตัวละครบางตัว ก็วนเวียนมาให้เห็นในเกือบทุกภาค และเป็นสิ่งที่ ไฟนอลแฟนตาซี ขาดมิได้ ถ้าขาดไป กลิ่นอายและเสน่ห์ของเกมก็คงจะจืดจาง

  • เรือเหาะ - สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้เป็นพาหนะขนาดใหญ่ ทำให้เราสามารถบินข้ามฟาก ไปยังที่ต่างๆ ในแผนที่โลกของภาคๆ นั้นๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และไม่ต้องต่อสู้กับมอนสเตอร์ขณะเดินทาง นอกจากเป็นพาหนะแล้ว เรือเหาะยังเป็นคีย์ดำเนินเรื่องในเกือบทุกภาค ที่สังเกตได้ชัดใน ไฟนอลแฟนตาซี IV และ ไฟนอลแฟนตาซี IX บางครั้ง เรือเหาะก็ขับเคลื่อนโดยใบพัดขนาดยักษ์ หรือบอลลูน หรือเป็นยานอวกาศเลยก็มี
  • ประเภทตัวละคร หรือ ระบบอาชีพ - ตัวละครที่บังคับได้อาจจะเป็น นักรบ นักเวทมนตร์ขาว นักเวทมนตร์ดำ พระ หรือขโมย ในบางภาคที่ผู้เล่นไม่สามารถเลือกประเภทของตัวละครที่จะเล่นได้ เพราะเป็นตัวละครดำเนินเรื่องหลัก นอกจากนี้ ใน ไฟนอลแฟนตาซี III, ไฟนอลแฟนตาซี V และ ไฟนอลแฟนตาซี แทคติกส์ ได้มีระบบ Job ให้เปลี่ยนประเภทของตัวละครได้ในขณะต่อสู้ด้วย แต่ใน ไฟนอลแฟนตาซี X-2 เรียกระบบ Job ว่า Dressphere ในแต่ละ Job และตัวละครก็จะมีอาวุธในตำนานที่ต้องเสาะหาในระหว่างเล่นเพื่อให้ตัวละครมีความสามารถสูงสุด เช่น ดาบมาสะมุเนะ ของนักรบ และ คาถาอัลทิม่าของนักเวทย์ดำ เป็นต้น
  • เวทมนตร์ - เวทมนตร์ใน ไฟนอลแฟนตาซี จะถูกแบ่งแยกเป็นสำนักเวทย์ต่างๆ ซึ่งมักตั้งชื่อตามสี เช่น มนต์ขาว ใช้สำหรับช่วยเหลือและรักษาผู้อื่น มนต์ดำ ใช้สำหรับโจมตี ในขณะที่ มนต์แดง ได้รวมคุณสมบัติช่วยเหลือและโจมตีเข้าไว้ด้วยกัน ต่อมาได้มีการเพิ่ม มนต์น้ำเงิน (บางครั้งเรียกว่า การเรียนรู้ Lore หรือทักษะคู่ต่อสู้ Enemy Skill) ใช้สำหรับเลียนแบบการโจมตีของคู่ต่อสู้ มนต์เวลา เช่น Haste มนต์แรงโน้มถ่วง เช่น Demi มนต์ที่ใหม่ที่สุดในขณะนี้ คือ มนต์เขียว ซึ่งปรากฏใน ไฟนอลแฟนตาซี X-2 โดยใช้ชื่อว่า Sing และจะมีความสำคัญมากขึ้นใน ไฟนอลแฟนตาซี XII ที่กำลังจะออกเร็วๆ นี้
  • การติดสถานะ และการรักษา - การติดสถานะต่างๆ ระหว่างการต่อสู้จะทำให้ตัวละครมีความสามารถลดลง เช่น การใบ้ทำให้ไม่สามารถใช้มนต์ได้ การติดพิษทำให้เสียพลังชีวิตในเวลาที่กำหนด การสับสนทำให้โจมตีพลาด การกลายเป็นหินทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้เลย สำหรับการรักษา ต้องใช้ไอเท็มเฉพาะสำหรับแต่ละอาการ เช่น Echo Screen รักษาการใบ้ Soft รักษาการกลายเป็นหิน หรืออาจใช้มนต์ขาวก็ได้ เช่น Esuna หรือ Panacea เป็นต้น
  • มอนสเตอร์ - ในทุกๆ ภาคตั้งแต่ภาค 3 เป็นต้นมา เราจะเห็นสัตว์ประหลาด ที่เราสามารถ ใช้ หรือ ต่อสู้ด้วยเหมือนๆ กัน เช่น เจ้าตัวที่เราทุกๆ คน รู้จักมักคุ้นมากที่สุด โจโคโบะ หรือ มูเกิล ซึ่งเป็นเหมือนตัวช่วยและผู้นำทาง ทั้งยังมีหน้าตาที่น่ารัก น่าเอ็นดู และเป็นขวัญใจของแฟนๆไฟนอลแฟนตาซีอีกด้วย และมอนสเตอร์ที่ออกมาเกือบทุกภาค เช่น ทอนเบอร์รี่ และ แคคทัวร์ นอกจากนี้ยังมี Summoned Monsters (หรือ Espers Guardian Forces Eidolons หรือ Aeons ที่เรียกต่างกันแล้วแต่ภาค) ที่เราสามารถอัญเชิญออกมาเพื่อช่วยต่อสู้ได้ เช่น Bahamut Shiva Ifrit Leviathan และ Ramuh ที่ออกมาให้เห็นในเกือบทุกภาคตั้งแต่ภาค 3 เป็นต้นมา
  • ชื่อตัวละคร -ในเรื่องจะมาจากตำนานเทพเจ้าของหลายๆตำนาน เช่น กิลกาเมช หรือ แร็กนาร็อก จะทำให้เห็นว่า หลายตัวละครมีออกมาบ่อยซึ่งบางครั้งจะเป็นตัวละครเดิม หรือตัวละครใหม่แต่ใช้ชื่อร่วมกัน ที่โผล่มาบ่อยที่สุดในทุกภาคตั้งแต่ ไฟนอลแฟนตาซี II เป็นต้นมา ต้องยกแชมป์ให้ ซิด (Cid) แม้ในแต่ละภาคชื่อจะเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นคนเดียวกัน เพียงแค่จะมีลักษณะร่วม คือ เป็นเจ้าของ นักประดิษฐ์ ไม่ก็คนขับเรือเหาะ แม้ในภาพยนตร์ Final Fantasy: The Spirits Within ก็ยังมี ซิด (Sid) เพียงแค่สะกดคนละแบบ นอกจากนี้ Biggs กับ Wedge 2 คู่หู ที่เอาชื่อมาจากสตาร์วอรส์ ก็มีให้เห็นใน ไฟนอลแฟนตาซี VI,ไฟนอลแฟนตาซี VII, ไฟนอลแฟนตาซี VIII และ ไฟนอลแฟนตาซี X-2 Gogo (ไฟนอลแฟนตาซี V และ ไฟนอลแฟนตาซี VI) กิลกาเมช (ไฟนอลแฟนตาซี V, ไฟนอลแฟนตาซี VIII และ ไฟนอลแฟนตาซี IX) Lonewolf นักล้วงกระเป๋า (ไฟนอลแฟนตาซี V และ ไฟนอลแฟนตาซี VI) และ Sara (ไฟนอลแฟนตาซี I, ไฟนอลแฟนตาซี III, และ Final Fantasy IX)
  • พล็อตเรื่อง - เนื้อเรื่องในแต่ละภาคมักเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ เช่น กลุ่มคนที่รวมกันเพื่อต่อต้านอิทธิพลทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และศาสนา หรือสิ่งชั่วร้ายที่จะทำลายล้างโลก หรือความแตกต่างระหว่างธรรมชาติและเทคโนโลยี พล็อตเรื่องที่เป็นที่นิยมอีกอย่างหนึ่ง คือ เนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับ คริสตัล พลังทั้ง 4 ของโลก ที่ถูกควบคุมโดยคริสตัล ซึ่งเนื้อเรื่อง มักให้เราหาสาเหตุที่ว่า ทำไมโลกจึงปันป่วน, คริสตัลหายไปไหน, ตามหาคริสตัลคืนกลับมา (ไฟนอลแฟนตาซี I, ไฟนอลแฟนตาซี III, ไฟนอลแฟนตาซี IV, ไฟนอลแฟนตาซี V, ไฟนอลแฟนตาซี IX, และ ไฟนอลแฟนตาซี XI) อีกทั้งในภาคพิเศษ (Final Fantasy Mystic Quest and Final Fantasy Crystal Chronicles)
  • กิล (อังกฤษ: Gil; ญี่ปุ่น: ギル, กิรุ) เป็นสกุลเงินในเกมไฟนอลแฟนตาซี โดยในบางครั้งจะใช้สัญลักษณ์ ย่อในภาษาอังกฤษว่า G.

กิลสามารถใช้ในการซื้อของเหมือนใช้เป็นเงินทั่วไป โดยรวมไปถึงการซื้ออาวุธ ไอเทม และอุปกรณ์เสริมต่างๆ โดยเงินกิลปกติจะได้รับมาจากการต่อสู้กับศัตรู และเมื่อชนะจะได้เงินในหน่วยกิลมาขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของศัตรู

ในเกมภาค 5 และภาค 6 ได้มีความสามารถพิเศษของตัวละครในเกม คือการขว้างเหรียญเพื่อโจมตีศัตรู แสดงให้เห็นถึงลักษณะของเหรียญกิล โดยมีลักษณะสีทองและมีรูตรงกลาง ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับเงินเยนของประเทศญี่ปุ่น

งานออกแบบฝ่ายศิลป์[แก้]

งานออกแบบศิลป์ รวมทั้งตัวละครและมอนสเตอร์ ตั้งแต่ ไฟนอลแฟนตาซี I จนถึง ไฟนอลแฟนตาซี VI นั้นเป็นผลงานของ โยชิทากะ อามาโนะ ศิลปินชาวญี่ปุ่น และในภาคต่อมาจนถึง ไฟนอลแฟนตาซี X ได้รับช่วงงานต่อโดย เท็ตสึยะ โนมูระ เว้นแต่ใน ไฟนอลแฟนตาซี IX ที่เป็นผลงานของ ชูโค มุราเซะ ผู้ออกแบบตัวละครเรื่อง กันดั้มวิง และใน ไฟนอลแฟนตาซี XII งานออกแบบฝ่ายศิลป์ได้เป็นของ อากิฮิโกะ โยชิดะ ที่ได้ฝากผลงานไว้ใน ไฟนอลแฟนตาซี แท็คติกส์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในไฟนอลแฟนตาซียุคใหม่ จะไม่ใช้ผลงานของ อ.โยชิตากะ อามาโนะ เป็นหลักแล้ว แต่ก็ยังมีภาพลายเส้นสไตล์เฉพาะตัวของเขา ช่วยเพิ่มสีสันและความคลากสิก แทรกอยู่ตลอดมา

ดนตรี[แก้]

โนบุโอะ อุเอมัตสึ ได้รับหน้าที่นักประพันธ์เพลงหลัก ในเกมชุด ไฟนอลแฟนตาซี ตลอดมา จนเกษียณตัวเองในเดือนพฤษจิกายน พ.ศ. 2547 ผลงานเพลงของเขายังคงเป็นที่คุ้นหูและจดจำใน ไฟนอลแฟนตาซี ทุกภาคที่ผ่านมา อุเอมัทซึ ยังได้ร่วมกับนักดนตรีร็อกตั้งวง ชื่อ "นักเวทย์ดำ" (The Black Mages) ออกอัลบั้มเพลง ไฟนอลแฟตาซี ซึ่งเรียบเรียงใหม่ 2 อัลบั้ม นักประพันธ์เพลงที่ได้ร่วมงานใน ไฟนอลแฟนตาซี ยังมี มาซาชิ ฮามาอุสุ และ จุนยะ นากาโนะ
ในปี พ.ศ. 2547 ได้มีการแสดงคอนเสิร์ต ไฟนอลแฟนตาซี 2ครั้ง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นอกจากนี้ เพลงประกอบเกม ไฟนอลแฟนตาซี ยังโด่งดังนอกประเทศ ญี่ปุ่น จนวง ลอนดอนซิมโฟนีออเคสตร้า ได้นำเพลงจาก ไฟนอลแฟนตาซี ไปเล่นด้วย และในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2546 อเมริกันออนไลน์ได้เปิดสถานีวิทยุเพื่อเล่นเพลงจาก ไฟนอลแฟนตาซี โดยเฉพาะ และในเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับเกม ยังมี เพลงประกอบให้ดาวน์โหลดกันทั้งในรูปแบบ MIDI และ MP3 ด้วย

อ้างอิง[แก้]

  1. "Final Fantasy - Release Summary". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 2007-10-03. 
  2. Vestal, Andrew. "The Main Final Fantasies". The History of Final Fantasy. GameSpot. สืบค้นเมื่อ 2009-03-30. 

ดูเพิ่ม[แก้]

เกมที่เกี่ยวข้อง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • SQUARE-ENIX - เว็บไซต์บริษัท SQUARE-ENIX ผู้สร้างเกม ไฟนอลแฟนตาซี
  • Thai Final Fantasy - เว็บไซต์รวมแหล่งข้อมูล ข่าวสาร ไฟนอลแฟนตาซี ในประเทศไทย
  • All Final Fantasy - เว็บไซต์ชุมชนผู้ชื่นชอบ ไฟนอลแฟนตาซี ในประเทศไทย
  • Video Final Fantasy - วิดีโอเกมส์ ไฟนอลแฟนตาซี'
  • FF Compendium
  • Final Fantasy Series-The world classic RGP games series