ซูเปอร์แฟมิคอม
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| ซูเปอร์แฟมิคอม, ซูเปอร์นินเทนโด Super Famicom, Super Nintendo Entertainment System |
|
|---|---|
| ผู้ผลิต | นินเทนโด |
| ชนิด | เครื่องเล่นวีดีโอเกม |
| ยุค | ยุคที่สี่ |
| ออกจำหน่าย | 21 พฤศจิกายน 1990 (JP) 13 สิงหาคม 1991 (NA) 11 เมษายน 1992 (EU) |
| ซีพียู | 16-bit 65c816 Ricoh 5A22 3.58 MHz |
| สื่อที่ใช้ | ตลับเกม |
| การเล่นออนไลน์ | Satellaview (เฉพาะในญี่ปุ่น) |
| ยอดขาย | 20 ล้านเครื่อง (US) 49.10 ล้านเครื่อง (ทั่วโลก)[1] |
| รุ่นก่อนหน้า | แฟมิคอม |
| รุ่นถัดไป | นินเทนโด 64 |
ซูเปอร์แฟมิคอม (Super Famicom) หรือ ซูเปอร์ฟามิคอม (「スーパーファミコン」 Sūpāfamicon?) หรือชื่อที่วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาคือ Super Nintendo Entertainment System (SNES) เป็นเครื่องเล่นวิดีโอเกมของบริษัทนินเทนโด
ซูเปอร์แฟมิคอมเป็นเครื่องเล่นเกมรุ่นที่สองของนินเทนโด (นับเป็นเครื่องเล่นวิดีโอเกมยุคที่สี่) ถัดจากแฟมิคอมเครื่องซูเปอร์แฟมิคอมเป็นเครื่องเกมส์คอนโซลแบบ 16 บิทที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนั้น สามารถเอาชนะคู่แข่งอย่างเครื่องเมกะไดรฟ์ของเซก้าได้ แม้แต่หลังจากที่ยุคของเกมส์ 16 บิทจะสิ้นสุดลงไปนานแล้ว เครื่องซูเปอร์แฟมิคอมก็ยังเป็นที่นิยมของนักสะสม และนักพัฒนาอีมูเลเตอร์
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
ในปี 1988 เซก้าได้ผลิตเครื่องเล่นเกมส์ 16 บิทรุ่นใหม่ที่ชื่อ"เมกะไดรฟ์"ออกวางตลาด เครื่องเมกะไดรฟ์มีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องแฟมิคอมของนินเทนโด ในช่วงแรกทางนินเทนโดยังลังเลที่จะเริ่มโครงการพัฒนาเครื่องเกมส์รุ่นใหม่ แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจพัฒนาเครื่องเกมส์รุ่นใหม่มาทดแทนเครื่องแฟมิคอมที่เริ่มจะล้าสมัยแล้ว
เครื่องซูเปอร์นินเทนโดออกแบบโดยนาย มาซายูกิ อุเอมูระ ผู้ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเครื่องแฟมิคอม และเครื่องซูเปอร์นินเทนโดได้ออกวางจำหน่ายในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 1990 ในราคา 25,000 เยน ซึ่งการวางขายก็ได้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว สามารถขายได้ถึง 300,000 เครื่องภายในไม่กี่ชั่วโมงแรก สร้างกระแสในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เครื่องซูเปอร์แฟมิคอมขายดีมากจนถึงกับไปดึงดูดความสนใจของพวกยากูซ่า ทำให้ทางนินเทนโดถึงกับต้องตัดสินใจเลื่อนย้ายสินค้าในตอนกลางคืนเพื่อป้องกันการปล้นชิงเลยทีเดียว ความสำเร็จอย่างล้นหลามนี้ ทำให้นินเทนโดยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในวงการอุตสาหกรรมวีดีโอเกมส์เอาไว้ได้ เครื่องซูเปอร์นินเทนโดออกวางขายในอเมริกาในปี 1991[2] โดยทางนินเทนโดได้ออกแบบรูปร่างของเครื่องใหม่ และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ซูเปอร์ นินเทนโด เอนเตอร์เทนเม้นท์ ซิสเทม (SNES)ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงเช่นกัน
[แก้] สงครามคอนโซล
การมาถึงของเครื่องซูเปอร์นินเทนโดก่อให้เกิดการแข่งขันกันระหว่างนินเทนโดและเซก้า ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นสงครามคอนโซลที่ดุเดือดมากที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเกมส์คอนโซล เซก้าได้เจาะกลุ่มตลาดวัยรุ่นโดยมุ่งหมายให้เครื่องเมกะไดรฟ์ของตนมีเกมส์ที่เจาะกลุ่มตลาดที่เป็นผู้ใหญ่กว่า และดีไซน์และเน้นความ"เท่ห์" ยอดขายของเครื่องซูเปอร์นินเทนโดและเมกะไดรฟ์เสมอกันในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1992 [3] โดยที่ไม่มีใครเป็นผู้นำตลาดอย่างถาวรเป้นเวลาหลายปี จนในที่สุดนินเทนโดก็เป็นผู้ชนะ สามารถครอบครองตลาดเครื่องเกมส์คอนโซลของประเทศสหรัฐอเมริกาไว้ได้[4]
[แก้] SNES-CD
เมื่อยุคของสื่อบันทึกข้อมูลด้วย CD-ROM มาถึง ทางนินเทนโดได้ให้ความสนใจกับสื่อบันทึกชนิดใหม่นี้ จนเมื่อบริษัทคู่แข่งอย่างเซก้า ได้ออกอุปกรณ์เสริมที่ทำให้เครื่องเมกะไดรฟ์เล่นเกมส์จากCDได้ที่ชื่อ SEGA-CD ขึ้นมา ทางนินเทนโดจึงมีความต้องการพัฒนาอุปกรณ์เสริมสำหรับเล่น CD ของตนขึ้นมาบ้าง ทางนินเทนโดได้ติดต่อกับบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำอย่างโซนี่และฟิลิปในการร่วมทุนกันพัฒนาอุปกรณ์เสริมดังกล่าว แต่การร่วมทุนพัฒนากับทั้ง 2 บริษัทต่างก็ประสบความล้มเหลวทั้งคู่ นินเทนโดจึงจึงหันไปทุ่มเทความสนใจให้กับการพัฒนาเครื่องเกมส์รุ่นใหม่ที่ใช้ตลับอย่างเครื่องนินเทนโด 64แทน แต่การเข้าร่วมทุนพัฒนาที่ไม่สำเร็จนี้ได้เป้นจุดกำเนิดเครื่องเกมส์คอนโซลยุคใหม่ 2 เครื่อง บริษัทโซนี่ได้เอาสิ่งที่เหลือจากการพัฒนาที่ล้มเหลวมาพัฒนาต่อเป็นเครื่องเพลย์สเตชัน สว่นทางฟิลิปก็ได้พัฒนาเครื่องCD-Iขึ้นมา[5]
[แก้] ยอดจำหน่าย
เครื่องซูเปอร์แฟมิคอมขายได้ 49.10 ล้านเครื่องทั่วโลก โดยในอเมริกาขายได้ 23.35 ล้านเครื่อง ในญี่ปุ่นขายได้ 17.17 ล้านเครื่อง[6] เป็นเครื่องเกมส์คอนโซลที่ขายดีที่สุดในยุคนั้น โดยเครื่องเกมส์ที่มียอดขายรองลงมาคือเครื่องเมกะไดรฟ์และTurboGrafx-16
[แก้] อ้างอิง
- ^ จำนวนการขายเครื่องซูเปอร์แฟมิคอม(อังกฤษ)
- ^ http://www.nintendo.co.jp/ir/library/historical_data/pdf/consolidated_sales_e0806.pdf
- ^ http://findarticles.com/p/articles/mi_m3092/is_n11_v31/ai_12243994
- ^ http://www.pcworld.com/printable/article/id,128295/printable.html
- ^ http://www.n-sider.com/contentview.php?contentid=231
- ^ http://www.nintendo.co.jp/ir/library/historical_data/pdf/consolidated_sales_e0806.pdf
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
|
||||||||
|
|||||||||||||||||||||||

