ไฟนอลแฟนตาซี I

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Final Fantasy
300px
โลโก้เกม ไฟนอลแฟนตาซีภาคแรก
ผู้พัฒนา Square
ผู้ผลิต Square
ผู้ออกแบบ ฮิโรโนบุ ซากากุจิ
ฮิโรมิจิ ทานากะ
อาคิโทชิ คาวาซุ
โคอิจิ อิชิอิ
ซีรีส์ Final Fantasy
แพลตฟอร์ม Nintendo Entertainment System, MSX2, WonderSwan Color, PlayStation, Game Boy Advance, mobile phones, PlayStation Portable, Virtual Console, PlayStation Network, iOS
วันที่ออกจำหน่าย
แนว Console role-playing game
รูปแบบ Single-player, multiplayer

ไฟนอลแฟนตาซี หรือรู้จักกันในนาม ไฟนอลแฟนตาซี I เป็นเกมภาษา หรือ เกมแนว RPG (Role-playing game) ที่สร้างขึ้นโดยฮิโรโนบุ ซากากุจิ[1] ผลิตและจัดจำหน่ายโดย สแควร์ สำหรับเล่นบนเครื่องเกม Nintendo Entertainment System (NES) หรือที่รู้จักกันในนาม แฟมิคอม วางตลาดครั้งแรกใน ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2530 ถือเป็นปฐมบทแห่งตำนาน ไฟนอลแฟนตาซี

นอกจากนี้ ไฟนอลแฟนตาซี ยังได้ถูกสร้างใหม่ไว้สำหรับเล่นบนเครื่องเกมอีกหลายประเภท เช่น MSX 2 WonderSwan และโทรศัพท์มือถือ หลังจากออกจำหน่ายครั้งแรกมาหลายปี ไฟนอลแฟนตาซี I ได้ถูกสร้างใหม่พร้อม ไฟนอลแฟนตาซี II ทำเป็นชุดคู่กันในนาม ไฟนอลแฟนตาซีออริจินส์ (Final Fantasy Origins)สำหรับเครื่องเกม เพลย์สเตชัน, ไฟนอลแฟนตาซีดอว์นออฟโซลส์ (Final Fantasy I & II: Dawn of Souls) สำหรับเครื่อง เกมบอยแอดวานซ์ และ ไฟนอลแฟนตาซีแอนิวาซารี่เอดิชั่น บนเครื่อง พีเอสพี


ระบบเกมส์[แก้]

เกมส์ไฟนอลแฟนตาซีมีระบบพื้นฐานหลักๆ ของเกมส์ RPG แบบดั้งเดิม ซึ่งประกอบด้วยแผนที่โลก, ดันเจี้ยน, ต่อสู้, นำเงินไปซื้อเวทมนตร์ อาวุธและเครื่องป้องกัน การต่อสู้จะผลัดกันโจมตีคนละหนึ่งตากับทางศัตรู โดยในเกมส์นี้เราจะต้องรับบทเป็น 4 นักรบแห่งแสง ซึ่งภาคนี้เป็นเพียงภาคเดียวในซีรีส์ไฟนอลแฟนตาซีที่ตัวหลักไม่มีชื่อแน่นอน โดยเราจะเป็นคนกำหนดชื่อและอาชีพให้กับตัวละครเอง ซึ่งแต่ละอาชีพก็มีความถนัด ข้อดี ข้อด้อย รวมถึงอาวุธ เครื่องป้องกัน ความสามารถก็แตกต่างกันไปด้วย การเดินทางในแผนที่โลกจะต้องใช้ยานพาหนะต่างๆ กันตามสถานที่ เช่น ใช้เรือแคนูในการข้ามคลอง เรือเดินทะเลในการเดินทางข้ามทวีป และเรือเหาะที่สามารถบินไปได้ทั่วโลก ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างนึงของเกมส์ไฟนอลแฟนตาซีเลยทีเดียว


เนื้อเรื่อง[แก้]

2000 ปีที่แสนยาวนาน ก่อนหน้ายุคปัจจุบัน... ปีศาจร้ายทั้ง 4 ได้ทำพันธะสัญญากับอัศวินหนุ่มนาม การ์แลนด์ เพื่อมุ่งสู่การมีชีวิตอันยืนยงชั่วนิรันดร์ อัศวินหนุ่มผู้เก่งกาจคนนั้น ได้รับพลังที่เกินหยั่งถึง และเกิดใหม่ ในร่างของสิ่งมีชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งด้านมืด...ชื่อของมันคือ "คาออส"

...และแล้ว เวลาก็ล่วงเลยไปถึง 2000 ปี เหล่าปีศาจร้ายทั้ง 4 ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น คริสตัลทั้ง 4 ที่ควบคุมสมดุลของโลก...ทั้ง ดิน ไฟ น้ำ ลม ต่างก็สูญเสียประกายแสงไปสิ้น "ลิซ" โครงกระดูกผู้ฆ่าไม่ตาย ปรากฏตัวขึ้นที่ถ้ำลึกใต้ผิวโลก และทำให้ผืนดินแห้งกรัง ไร้ซึ่งพืชผล "มาลิลิธ" สตรีหกแขนที่ครึ่งร่างเป็นงูยักษ์ ปรากฏตัวขึ้นที่ใจกลางภูเขาไฟอันร้อนระอุ และทำให้เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ ไร้การควบคุม "คราเคน" ปลาหมึกยักษ์น่าเกลียดน่ากลัว ปรากฏตัวขึ้นที่วิหารใต้บาดาล และทำให้ผืนน้ำแห้งผาก ทะเลคลุ้มคลั่ง "เทียแมท" มังกรหกหัวน่าเกรงขาม ปรากฏตัวขึ้นบนปราสาทลอยฟ้า มรดกของชนเผ่าที่ดับสูญ และทำให้สายลมบิดพลิ้ว บ้าระห่ำ จากนั้น โลกก็ดำดิ่งไปสู่ความมืดมิด...

อาณาจักรโคเนเรียจุดเริ่มต้นของเกมส์

ผู้คนทั่วทั้งโลก ต่างฝากความหวังไว้กับคำทำนายสั้นๆที่ถ่ายทอดปากต่อปากว่า "เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ความมืด ผู้กล้าทั้ง 4 จะนำแสงสว่างกลับคืนมา" และแล้วในที่สุด ก็ได้มีนักรบ 4 คน ปรากฏกายขึ้นที่อาณาจักรโคเนเรีย พร้อมกับชิ้นส่วนของคริสตัลที่ไร้ประกายทั้ง 4 ประคองแน่นไว้ในมือ

เหล่านักรบทั้งสี่ได้ออกเดินทางไปทั่วโลก ได้เผชิญกับอุปสรรคต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนำตัวเจ้าหญิงเซร่าคืนมาจากนักรบกาแลนด์ยอดองครักษ์ที่เกิดเสียสติลักพาตัวเจ้าหญิงหนีไป ปราบโจรสลัด นำมงกุฏ บุกถ้ำลึกค้นหามงกุฎมาคืนแก่ราชาไร้บัลลังก์ นำดวงตามาคืนแก่แม่มดผู้สูญเสียแสงสว่าง นำน้ำยาไปปลุกเจ้าชายเอลฟ์ที่หลับใหล ผ่านการทดสอบของราชามังกร "บาฮามุต" กำจัดเหล่าปิศาจร้ายทั้ง 4 เติมเต็มแสงสว่างให้คริสตัล นำสมดุลคืนสู่โลก

แต่แล้วในที่สุดพวกเขาก็พบกับความจริงที่มองข้ามไป ในภารกิจแรกที่เขาได้กำจัดยอดนักรบกาแลนด์ไปนั้น ไม่มีใครรู้ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ในขณะที่กาแลนด์พ่ายแพ้และกำลังจะจบชีวิตลงนั้นเอง เขาได้ทำพันธะสัญญากับปิศาจทั้งสี่เรียบร้อยแล้ว และได้ถูกดึงไปยังอดีตเมื่อ 2,000 ปีก่อน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของราชาแห่งความมืด "คาออส"

เมื่อได้รับรู้ดังนั้น นักรบทั้งสี่จึงต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ด้วยพลังแห่งคริสตัลได้นำพวกเขากลับไปยังโลกอดีตเมื่อ 2,000 ปีก่อน ที่นั่นพวกเขาได้ขัดขวางไม่ให้ปิศาจทั้ง 4 เดินทางข้ามเวลาไปสู่ยุคปัจจุบัน และรวมพลังกันปราบคาออสได้สำเร็จ และในที่สุด ความสงบสุขที่แท้จริงก็กลับคืนสู่โลกอีกครั้ง...


การผลิตซ้ำ[แก้]

ไฟนอลแฟนตาซีภาคแรกถือว่าเป็นภาคที่ถูกนำผลิตซ้ำมากที่สุดอีกภาคไม่แพ้ ไฟนอลแฟนตาซี IV เลยทีเดียว โดยมักจะนำมาผลิตซ้ำพร้อมกับภาค ไฟนอลแฟนตาซี II จนถูกนำไปล้อเลียนว่าสองภาคนี้เป็นภาคคู่ขวัญกัน

WonderSwan Color
ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม, 2543 โดยได้ทำการวาดปรับปรุงกราฟิกให้สวยงามและเหมาะกับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น และยังเปลี่ยนฉากต่อสู้จากเดิมที่มีเส้นแบ่งครึ่งจอแยกตัวละครฝ่ายเรากับฝ่ายศัตรูให้ตัวละครอยู่ในหน้าจอเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีระบบเซฟเกมส์สำรองซึ่งเหมาะกับระบบเครื่องที่ต้องพกพาไปไหนต่อไหนด้วย
PlayStation
ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม, 2545 โดยได้นำกราฟิกและระบบพอร์ทลงมาจากเครื่อง WonderSwan Color ทั้งหมด และยังได้เพิ่มมูฟวี่ในฉากเปิดเกม, สามารถกดปุ่ม X เพื่อเร่งความเร็วเวลาที่เดินในเมืองหรือดันเจี้ยนได้ เปลี่ยนกราฟิกจอมเวทมนตร์ขาวกับมนต์ดำหลังเปลี่ยนอาชีพใหม่, เพิ่มสมุดภาพมอนสเตอร์ บันทึกสถิติในการเปิดหีบสมบัติต่างๆ ในเกมส์อีกด้วย
Game Boy Advance
ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม, 2547 โดยได้ทำการปรับปรุงกราฟิกให้สมบูรณ์กว่าภาคเพลย์สเตชัน นอกจากนี้ยังทำการเปลี่ยนระบบเวทมนตร์จากจำนวนครั้งมาเป็น MP แทน, ตัวละครสามารถอัพระดับเลเวลได้เต็มที่สูงสุดถึง 99 ซึ่งจากเดิมได้เพียงแค่ 50 เท่านั้น, เพิ่มตัวละครประจำซีรีส์ไฟนอลแฟนตาซีซึ่งก็คือ "ซิด" เข้าไป , เพิ่มดันเจี้ยนพิเศษ ถ้ำแห่งการทดสอบ อีก 4 ดันเจี้ยนเข้าไปด้วย แต่เนื่องจากปัญหาความจุของเครื่องเกมบอยแอดวานซ์มีไม่มากเท่าไหร่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตัดมูฟวี่เปิดเกมส์ออกไป
PlayStation Portable
ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 19 เมษายน, 2550 เนื่องจากเป็นการฉลองครบรอบ 20 ปี ของเกมส์ไฟนอลแฟนตาซี ทาง Square (ปัจจุบันคือ สแควร์เอนิกซ์ จึงได้ทำการวาดกราฟิกใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงเอฟเฟคในการใช้เวทมนตร์ต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ยังรวมทั้งระบบของเครื่องเพลย์สเตชัน และเกมบอยแอดวานซ์เข้าด้วยกัน จึงทำให้มีครบทั้งมูฟวี่เปิดเกมส์ ระบบใช้ MP เลเวลเพิ่มได้สูงสุดถึง 99 สมุดภาพมอนสเตอร์ ถ้ำแห่งการทดสอบ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มดันเจี้ยนใหม่คือ เขาวงกตแห่งกาลเวลา ลงไปด้วย ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์ที่สุดในขณะนี้


อ้างอิง[แก้]

  1. "Interview with Hironobu Sakaguchi". Shūkan Famitsu. ASCII Corporation. 1998-06-05. Archived from the original on 2011-02-06. สืบค้นเมื่อ 2011-02-06. 


แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]