ไฟนอลแฟนตาซี XIII

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไฟนอลแฟนตาซี XIII
Ff13 eubox.jpg
ปกเกมฉบับวางจำหน่ายในยุโรป
ผู้พัฒนา สแควร์เอนิกซ์
ผู้ผลิต สแควร์เอนิกซ์
ผู้สร้าง โยะชิโนะริ คิตะเสะ
ผู้ออกแบบ โมะโตะมุ โทะริยะมะ
โทะชิโระ ท์ซึฌิดะ
โยะชิโนะริ คิตะเสะ
ศิลปิน เท็ตสึยะ โนมุระ
นะโอะ อิเคะดะ
ผู้เขียนบท โมะโตะมุ โทะริยะมะ
ไดสึเกะ วะทะนะเบะ
ผู้แต่งเพลง มะซะชิ ฮะมาอุสุ
ซีรีส์ ไฟนอลแฟนตาซี
Fabula Nova Crystallis Final Fantasy XIII
เอนจิน Crystal Tools
แพลตฟอร์ม เพลย์สเตชัน 3
เอกซ์บอกซ์ 360
วันที่ออกจำหน่าย JP 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552[1]
NA/EU/AUS 9 มันาคม พ.ศ. 2553[2][3][4]
แนว เกมเล่นตามบทบาท
รูปแบบ ผู้เล่นเดี่ยว
เรตติง CERO: B
อีเอสอาร์บี: T[5]
OFLC: M[6]
PEGI: 16
USK: 12
สื่อบันทึก บลูเรย์, ดีวีดีสองชั้น
อุปกรณ์ เครื่องควบคุมเกม

ไฟนอลแฟนตาซี XIII คือ เป็นเกมสมมติบทบาทที่ถูกพัฒนาและจัดจำหน่ายโดยบริษัทสแควร์เอนิกซ์ลงบนเครื่องเล่นเกม เพลย์สเตชัน 3 และ เอกซ์บอกซ์ 360 วางจำหน่ายในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552 และจำหน่ายในอเมริกาเหนือและพื้นที่ PAL ในวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553 เกมนี้ได้รับการเปิดเผยครั้งแรกในงาน E3 ปี ค.ศ. 2006 มีลักษณะทั้งแบบอนาคตและความเป็นธรรมชาติ ดำเนินเรื่องระหว่างดินแดนที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและโลกของเครื่องจักร เกมนี้เป็นเนื้อเรื่องหลักของชุด Fabula Nova Crystallis ของเกมชุดไฟนอลแฟนตาซี

เนื้อหา

ระบบการเล่น [แก้]

การต่อสู้ [แก้]

ไฟนอลแฟนตาซีภาคนี้มีตัวละครที่บังคับได้ในฉากต่อสู้ 3 ตัว การบังคับตัวละครสามารถบังคับได้อิสระเพียงตัวเดียว ส่วนอีกสองตัวจะใช้ระบบออปติมา หรือพาราไดม์ในภาคภาษาอังกฤษ เพื่อกำหนดบทบาทตัวละครว่าจะเน้นการกระทำแบบใดในการต่อสู้ โดยออปติมาจะมีทั้งหมด 6 แบบ ซึ่งทั้งหกแบบสามารถตั้งให้ตัวละครที่ควบคุมได้สูงสุด 6 ชุด โดยระหว่างการต่อสู้สามารถเปลี่ยนแผนของกลุ่ม แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแผนเฉพาะตัวได้ โดยออปติมาทั้งหมด มีดังนี้

ชื่ออังกฤษ ชื่อญี่ปุ่น
อักษรโรมัน
ชื่อญี่ปุ่น
อักษรคะตะกะนะ
คำอธิบาย
Commando-COM Attacker-ATK アタッカー โจมตีอย่างรุนแรง
Ravager-RAV Blaster-BLA ブラスター โจมตีต่อเนื่องและโจมตีด้วยคาถาเพื่อเพิ่มแถบเบรก
Sentinal-SEN Defender-DEF ディフェンダー ป้องกันตนเองและเพื่อน
Saboteur-SAB Jammer-JAM ジャマー สร้างความรำคาญด้วยคาถาสายตัดกำลัง
Medic-MED Healer-HLR ヒーラー ฟื้นฟูพลังชีวิต
Synergist-SYN Enhancer-ENH エンハンサー เสริมความแข็งแกร่งด้วยคาถาสนับสนุน

ก่อนการต่อสู้ ตัวละครจะสามารถเห็นตัวศัตรู และค่าพลังชีวิต (HP) ของศัตรูได้ก่อนการต่อสู้ เมื่อสัมผัสศัตรูจะมีการตัดคัทซีนเข้าสู่ฉากต่อสู้แทบจะทันที และเมื่อจบการต่อสู้ เกมจะแสดงเวลาในการกำจัดศัตรู คอมโบสูงสุด จำนวนการโจมตีเบรก และการประเมินการต่อสู้ในแต่ละรอบ แสดงเป็นจำนวนดาว สูงสุดที่ 5 ดาว

สำหรับระบบการต่อสู้จะนำระบบแอกทีฟไทม์แบทเทิล (ATB) กลับมาใช้อีกครั้ง โดยเป็นการใส่คำสั่งโดยมีการกำหนดในแต่ละคำสั่งว่าจะใช้แถบ ATB กี่หลอด (เรียกค่า ATB ในแต่ละคำสั่งว่า "คอสต์พอยท์") เมื่อใส่คำสั่งแล้วเมื่อแถบเวลาเต็มตัวละครจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนหมดเทิร์นของตัวละครนั้นๆ ดังนั้นเวทมนตร์ในภาคนี้จะไม่ใช้ค่า MP จำนวนหลอด ATB จะเพิ่มเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น ได้มนต์อสูร เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งบางส่วนที่ต้องใช้ค่าเทคนิค (TP) ซึ่ง TP จะเพิ่มมาเมื่อจบการต่อสู้ เช่น การดูข้อมูลศัตรู การเรียกมนต์อสูรประจำตัว และเวทย์บางชนิด เป็นต้น โดยในเทรลเลอร์แรกที่ออกมานั้น คำสั่งจะเรียงลงมาในแนวตั้ง และมีการกำหนดค่า ATB สูงสุด แต่ในตัวเกมจริงคำสั่งจะเรียงในแนวนอน 2 แถว และ ATB จะแสดงเฉพาะเวลารอคำสั่ง ซึ่งสามารถใส่คำสั่งได้สูงสุด 6 คำสั่ง

สถานะเบรก หรือสแตร็กเกอร์ในภาคภาษาอังกฤษ เป็นระบบใหม่ในภาคนี้ โดยเมื่อตัวละครโจมตีต่อเนื่องจนศัตรูตอบโต้ไม่ได้ในระยะเวลาหนึ่ง ตัวศัตรูจะเรืองแสงสีเหลือง เมื่อผู้เล่นโจมตีศัตรูในสภาวะนี้จะเกิดความรุนแรงมาก สถานะเบรกมีระยะเวลาจำกัด เมื่อแถบเชนที่มุมขวาบนของจอลดลงจนหมด ภาวะเบรกจะสิ้นสุดลง หากตัวละครมีการพัฒนามาก อาจโจมตีศัตรูในสถานะเบรกได้ถึงหลักหมื่น

มนต์อสูรในภาคนี้ได้จากการต่อสู้เช่นเดียวกับไฟนอลแฟนตาซี XII และมีส่วนร่วมกับตัวละครในการต่อสู้มากขึ้น โดยระบบที่เรียกว่า ไดรฟ์โหมด หรือเกสตัห์ลโหมดในภาคภาษาอังกฤษ โดยอสูรจะแปลงเป็นพาหนะให้ตัวละครขับขี่เพื่อใช้ท่าโจมตีพิเศษที่สามารถใช้ได้เฉพาะโหมดนี้ แต่ละคนจะมีมนต์อสูรได้เพียงคนละหนึ่งตัวเท่านั้น ยกเว้นสโนว์ที่มีอสูรพี่น้องฝาแฝด ซึ่งระดับหรือเลเวลของมนต์อสูรจะพัฒนาตามเลเวลของผู้ใช้ นอกจากนี้ มนต์อสูรยังมีบทบาทในเนื้อเรื่องหลักของเกมอีกด้วย

การพัฒนาตัวละครและอุปกรณ์ [แก้]

การพัฒนาตัวละครในไฟนอลแฟนตาซีภาคนี้จะไม่ใช้ระบบค่าประสบการณ์ แต่จะใช้ระบบคริสตัล (อังกฤษ: Crystallium System) ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับระบบกระดานสเฟียร์ในไฟนอลแฟนตาซี X นั่นคือ เมื่อจบการต่อสู้แต่ละรอบ ตัวละครจะได้รับแต้มคริสตัล (อังกฤษ: Crystallium Points:CP) เพื่อเดินในโครงข่ายคริสตัล CP ที่ได้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับคริสตัล (อังกฤษ: Crystallium Level:CL) ซึ่งจะเพิ่มมาเองเมื่อดำเนินเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ เป็นตัวแปรสำคัญ สำหรับโครงข่ายคริสตัล มีลักษณะเป็นข่ายสามมิติ โดยในโครงข่ายจะแบ่งออกเป็น 6 สายตามสายของออปติมา แต่ละสายประกอบด้วยอบิลิตี้ที่จับกันเป็นรูปแผ่นจาน และมีอบิลิตี้อื่นๆ แตกสาขาออกไปรอบๆ การเดินในโครงข่ายจะใช้ค่า CP เป็นตัวเดิน

สำหรับอาวุธในภาคนี้จะมีระดับ (เลเวล) และค่าประสบการณ์ ซึ่งค่าดังกล่าวจะเพิ่มเมื่อผู้เล่นนำวัตถุดิบที่ได้จากมอนสเตอร์และ/หรือสมบัติตามทางมาอัพเกรดอาวุธ เมื่อค่าประสบการณ์เพิ่มถึงระดับหนึ่ง ระดับอาวุธจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อประสิทธิภาพของอาวุธ รวมทั้งรูปร่างของอาวุธจะมีการเปลี่ยนแปลงด้วย

โครงเรื่อง [แก้]

โลกทัศน์ [แก้]

ไฟนอลแฟนตาซี XIII จะกล่าวถึงโลกที่มี "ฟาลซี" (fal'Cie) สิ่งมีชีวิตที่มีคริสตัลอยู่ภายใน ผู้คนต่างนับถือฟาลซีเสมือนเทวดา ผู้ที่ถูกฟาลซีเลือกเพื่อภาระสำคัญจะเรียกว่า "ลูซี" (l'Cie) หากลูซีย์ผู้ใดทำภารกิจสำเร็จจะเปลี่ยนสภาพเป็นคริสตัลเพื่อรอคำสั่งใหม่ของฟาลซีย์ แต่ถ้าทำไม่สำเร็จจะแปลงสภาพเป็นมอนสเตอร์ที่เรียกว่า "ซีคอร์ปส" (Cie Corpses)

โลกทัศน์ของภาคนี้แบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ คือ "โคคูน" และ "พัลส์" หรือชื่อเต็ม "กรังพัลส์" (Gran=Pulse) โดยทั้งสองโลกมีฟาลซีย์เป็นของตนเอง ในเกมประชากรในโคคูนเริ่มกังวลว่าพวกเขาอาจถูกขับมายังพัลส์ โลกที่พวกเขาคิดว่าเป็นเหมือนนรก

สถานที่ในเกม [แก้]

โคคูน [แก้]

  • ไวลด์พีค
  • ยานเหาะลินด์บลัม
  • เมืองโบดัม
  • ป่าสีขาวกาปรา
  • เมืองพาลัมโพลัม
  • ลุ่มน้ำซันเรส
  • ทะเลสาบเซลา
  • นครนอติลุส
  • ฐานทัพเวหาพาราเมเกีย
  • ฟิฟธ์อาร์ค
  • มหานครเอเดน
  • โอร์ฟานเครเดิล

พัลส์ [แก้]

  • เขตชายขอบ
  • โบราณสถานฟาลซี
  • ทะเลสาบบิลจ์
  • หุบเขามีเดีย
  • ทุ่งอาคิลิท
  • ภูเขายาจัส
  • หอคอยเทจิน
  • เมืองโอร์บะ

เนื้อเรื่อง [แก้]

ไฟนอลแฟนตาซี XIII แบ่งเนื้อเรื่องออกเป็น 13 บท เนื้อหาเป็นการผจญภัยของตัวละครหลักหกตัว ตั้งแต่การเดินทางโดยรถไฟจากพัลส์สู่โคคูน การกลายเป็นลูซีย์ การต่อสู้กับรัฐบาลศักดิ์สิทธิ์ของพัลโคคูน (ซังค์ทัม) นำโดยการานธ์ หรือฟาลซีบัลโทอันเดลุส ราชาแห่งฟาลซี ผู้เคืองแค้นโอร์ฟาน ฟาลซีของพัลส์ที่ทรยศมาอยู่ฝ่ายโคคูน และการช่วยเหลือมิให้โคคูนตกลงสู่พัลส์

เมื่อนานมาแล้ว ฟาลซีโอร์ฟานได้สร้างโลกพัลส์ขึ้นมา แต่เมื่อจำนวนประชากรมากขึ้น จนเกิดความวุ่นวาย โอร์ฟานและฟาลซีตนอื่นๆ จึงคิดจะล้างโลก โดยใช้มนุษย์ผู้หนึ่งเรียก แร็กนาร็อก มนต์อสูรแห่งการทำลายเพื่อกวาดทุกสิ่งให้เหลือศูนย์ แล้วสร้างโคคูน ดาวดวงใหม่ อารยธรรมใหม่ ให้แก่มนุษย์

500 ปีต่อมา รัฐบาลศักดิ์สิทธิ์ของโคคูน ซึ่งการานธ์ ไดน์สีย์ เป็นผู้นำ มีนโยบายในการกวาดล้างเหล่าลูซี และสร้างความหวาดกลัวเหล่าลูซีแก่มนุษย์ แต่การจำแนกเหล่าลูซีที่ปะปนกับมนุษย์ทั่วไปนั้นทำได้ยาก จึงต้องส่งกลุ่มคนที่ต้องสงสัยทั้งหมดไปยังพัลส์ โลกเบื้องล่างที่ประชากรในโคคูนต่างหวาดกลัว คนกลุ่มที่ถูกส่งมายังพัลส์ในช่วงต้นเกมก็คือ ชาวเมืองโบดัมที่ไลท์นิ่งอาศัยอยู่ นอกจากไลท์นิ่งที่โดยสารขบวนนี้แล้ว ยังมีซัลซ์ที่มีลูกชายเป็นลูซี สโนว์ที่ต้องการตามหาเซร่า น้องสาวของไลท์นิ่งและคนรักของเขา โฮป และวานิลล์ รวมอยู่ด้วย

เมื่อรถไฟมาถึงเขตชายขอบ ไลท์นิ่งและพรรคพวกได้ปฏิบัติการโจมตีเหล่าทหารของรัฐบาล (ไซคอม) และช่วยเหลือผู้คน จากนั้นจึงมุ่งไปยังโบราณสถาน ณ ที่นั้น พวกเขาได้พบกับเซร่า แต่เธอก็กลายเป็นคริสตัลเสียแล้ว กลุ่มตัวเอกจึงไปขอร้องฟาลซีอะนิมาที่เฝ้าโบราณสถานให้ช่วยเซร่า แต่ฟาลซีอนิมากลับเข้าต่อสู้ เมื่อใกล้สิ้นชีพอะนิมาได้สาปพวกเขาให้กลายเป็นลูซี

เมื่อทั้งหมดกลายเป็นลูซี จึงได้ออกผจญภัยเพื่อตามหาความจริง และได้เจอกับการานธ์ ซึ่งที่จริงก็คือบัลดันเดอร์ ราชาแห่งฟาลซี ผู้เคืองแค้นโอร์ฟาน ฟาลซีของพัลส์ที่ทรยศมาอยู่ฝ่ายโคคูน บัลดันเดอร์ต้องการทำลายโคคูนทิ้ง โดยใช้กลุ่มตัวเอกให้เรียกแร็กนาร็อกอีกครั้ง จากนั้นกลุ่มตัวเอกได้ผจญภัยเข้าไปในพัลส์ ผ่านศัตรูโหดร้ายมากมาย จนกระทั่งได้เจอกับบัลดันเดอร์อีกครั้ง บัลดันเดอร์ได้ฝากให้ปฏิบัติภารกิจทีเขามอบหมายให้สำเร็จ และทิ้งยานไว้ให้ตัวเอกกลับไปยังโคคูน เมื่อกลุ่มตัวเอกกลับไปยังโคคูนก็พบว่า สัตว์ขนาดมหึมาจากพัลส์ได้มุ่งตรงเข้าสู่โคคูนเป็นจำนวนมาก ทุกคนจึงฝ่าพวกมันไปยังเซ็นทรัลทาวเวอร์ หอคอยกลางมหานครเอเดน เพื่อพบกับบัลดันเดอร์อีกครั้ง

เมื่อมาถึงใจกลางหอคอย กลุ่มตัวเอกได้สู้กับบัลดันเดอร์เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อชนะแล้วทุกคนต่างดีใจยกเว้นไลท์นิ่งที่สังหรณ์ใจบางอย่าง และแล้ว มิเนอร์วา นกที่คอยติดตามบัลดันเดอร์มาตลอดได้พุ่งเข้ารวมร่างกับบัลดันเดอร์เป็นโอร์ฟาน ฟาลซีผู้สร้าง และกำลังจะเป็นผู้ทำลายโลกทั้งสอง โอร์ฟานได้ทรมานวานิลล์และฟาง สองผู้รอดชีวิตจากสงครามเมื่อ 500 ปีก่อน และเป็นผู้เรียกแร็กนาร็อกมาทำลายโลก โดยหวังให้เรียกมนต์อสูรตนนั้นออกมาอีกครั้ง แต่ด้วยพลังของเพื่อนทุกคนทำให้ทั้งสองควบคุมสติและร่วมมือกันกำจัดโอร์ฟานจนสำเร็จ

เมื่อโอร์ฟานสิ้นชีพ ก็เปรียบเหมือนแกนค้ำจุนโคคูนได้ทลายลงด้วย โคคูนกำลังจะร่วงลงสู่พัลส์ วานิลล์และฟางจึงประสานใจกันเกิดเป็นแร็กนาร็อกที่ไม่ได้เป็นผู้ทำลายอีกต่อไป หากแต่เป็นผู้คุ้มครองโคคูน แร็กนาร็อกได้แปลงพลังของตนและของพัลส์ทั้งหมดเป็นเสาคริสตัลค้ำโคคูนไม่ใหตกลงสู่พัลส์ ทำให้มนุษย์รอดพ้นหายนะครั้งใหญ่นี้ได้

ตัวละคร [แก้]

กลุ่มตัวเอก [แก้]

  • เอเครล "ไลท์นิ่ง" ฟารอน อายุ 21 ปี อดีตทหารหญิงแห่งโคคูน ใช้ดาบที่มีไกปืนเป็นอาวุธ คริสตัลประจำตัวเธอมีรูปร่างคล้ายดอกกุหลาบ และอสูรประจำตัวคือ โอดิน ธาตุสายฟ้า ที่สามารถแปลงเป็นม้าได้ เทตซึยะ โนมุระ ผู้ออกแบบตั้งใจออกแบบให้เหมือนคลาวด์ สไตรฟ์ เวอร์ชันผู้หญิง และชื่อจริงของเธอก็เป็นคำภาษาฝรั่งเศสที่มีความหมายว่าสายฟ้าเช่นเดียวกับฉายาของเธออีกด้วย โดย มายะ ซาคาโมโตะ ผู้เคยพากย์เสียงแอริสใน ไครซิส คอร์: ไฟนอลแฟนตาซี VII เป็นผู้ให้เสียงพากย์ญี่ปุ่น ส่วนเสียงพากย์อังกฤษเป็นของ อะลิ ฮิลลิส
  • สโนว์ วิลเลอร์ส อายุ 21 ปี หัวหน้ากลุ่ม "นอร่า" กลุ่มต่อต้านรัฐบาลโคคูน มีรอยสักที่แขนซ้าย มีอาวุธเป็นเสื้อโค้ทที่จะมีพลังเปลี่ยนไปเมื่อใส่ปลอกแขน และมีอสูรประจำตัวคือ ศิวะ ธาตุน้ำ ซึ่งในภาคนี้เป็นฝาแฝดชื่อ นิกซ์ กับ สตีเรีย ที่สามารถแปลงเป็นมอเตอร์ไซค์ได้ สโนว์มีชื่อเล่นในหมู่ทีมสร้างเกมว่า "Mr. 33 cm" ตามขนาดรองเท้าที่เขาใส่ ให้เสียงพากย์ญี่ปุ่นโดย ไดสุเกะ โอโนะ ผู้เคยพากย์เสียง พริสแมน ใน ร็อกแมน เอ็กเซ่ แอ็กเซส,เซบาสเตียน มิคาเอลิส ในKuroshitsuji และทรอย เบเกอร์ ผู้เคยให้เสียงพากย์ นากิ สปริงฟิลด์ ในคุณครูจอมเวท เนกิมะ! ฉบับอเมริกา เป็นผู้ให้เสียงพากย์อังกฤษ
  • โอลบา ไดอา วานิลลา อายุ 19 ปี ลูซิของพัลส์ ผู้รอดชีวิตจากสงครามล้างโลกพัลส์เมื่อ 500 ปีก่อน พร้อมกับฟาง และมีพลังในการเรียกแร็กนาร็อก สัตว์อสูรสุดยอดที่พร้อมทำลายล้างทุกสิ่ง มีมนต์อสูรประจำตัวคือ เฮกาตอนคริส ธาตุดิน ที่สามารถแปลงเป็นปืนสองขาคล้ายมาโดอาร์เมอร์หรือเมจิเทคในไฟนอลแฟนตาซี VI ได้ ให้เสียงพากย์โดย ยูคาริ ฟุกุอิ ผู้เคยพากย์เสียง ทีนา แบรนด์ฟอร์ด ใน ดิสซิเดีย:ไฟนอลแฟนตาซี
  • ซาร์ซ คัทซ์รอย อายุ 40 ปี ชายผิวเข้ม ผมแอฟโฟร มีลูกโจโคโบะที่ซื้อมาให้ลูกชายซ่อนในผม ถือปืนพิสตอลเป็นอาวุธ ซารซ์มีลูกชายชื่อ ดาจฮ์ มีอสูรประจำตัวคือ บรุนฮิลเด ธาตุไฟ ที่สามารถแปลงเป็นรถแข่งคล้ายรถสูตรหนึ่งได้ เท็ดสึยะ โนมุระ ได้แรงบันดาลใจการออกแบบซาร์ซจากไลโอเนล ริชชี นักร้องแนวอาร์แอนด์บีชาวอเมริกัน ให้เสียงพากย์ญี่ปุ่นโดย มาซาชิ เอบาระ และเสียงพากย์อังกฤษโดย เรโน วิลสัน ผู้ให้เสียงพากย์หุ่นมัดแฟล็บ ในภาพยนตร์เรื่อง อภิมหาสงครามแค้น
  • โอลบา ยุน ฟาง อายุ 21 ปี ลูซิจากโลกพัลส์ที่รอดชีวิตมาพร้อมวานิลาจากสงครามเมื่อ 500 ปีก่อน มีพลังเรียกแร็คนาร็อกได้เช่นเดียวกับวานิลลา ใช้หอกที่สามารถแปลงเป็นกระบองสามท่อนได้เป็นอาวุธ และมีบาฮามุท ธาตุความมืด เป็นอสูรประจำตัว เกสตัห์ลโหมดของบาฮามุทคือการเดินแนวนอนแทนการยืนแนวตั้งในร่างปกติ เดิมทีโนมุระออกแบบฟางให้เป็นผู้ชาย เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาของเกม แต่เปลี่ยนเป็นเพศหญิงในภายหลัง
  • โฮป เอสตีม อายุ 14 ปี เด็กชายผมบลอนด์ สูญเสียแม่ไปจากการโจมตีของรัฐบาลโคคูนในช่วงต้นเกม ใช้บูมเมอร์แรงเป็นอาวุธ มีอสูรประจำตัวคือ อเล็กซานเดอร์ ธาตุแสง ซึ่งสามารถแปลงเป็นป้อมปราการได้ ให้เสียงพากย์ญี่ปุ่นโดย ยูกิ คาจิ ผู้ให้เสียง ฟีเนียน ใน Kuroshitsuji และเสียงพากย์อังกฤษโดย วินเซนต์ มาร์เตลลา

ฟาลซีที่สำคัญ [แก้]

  • โอร์ฟาน ฟาลซีแห่งอาทิตย์ รูปร่างกงจักร ผู้ทรยศกาเรนธ์ ราชาแห่งฟาลซีย์ และสร้างโลกโคคูนขึ้นมาร่วมกับฟาลซีตนอื่นๆ เพื่อเป็นที่พำนักของมนุษย์หลังสงครามเมื่อ 500 ปีก่อน ในเกมออร์ฟานได้จำแลงกายเป็นมิเนอร์วา นกคู่กายบัลดันเดอร์ เมื่อเขาถูกพวกตัวเอกกำจัด โอร์ฟานได้รวมร่างกับบัลดันเดอร์และเป็นบอสสุดท้ายของเกม ชื่อของโอร์ฟานมาจากโอร์ฟานิม คณะเทพผู้ดูแลบัลลังก์ของพระเจ้าซึ่งปรากฏในคัมภีร์ของศาสนายูดาย ให้เสียงพากย์ญี่ปุ่นโดยมะซะรุ ชิโนสุกะ (ร่างแรก) และฮิโระ ชิโมะโนะ (ร่างสอง) ส่วนผู้พากย์เสียงอังกฤษในร่างแรก คือ เอส. สก็อต บุลล็อก ร่วมกับจูเลีย เฟลตเชอร์ ผู้เคยพากย์เสียงยูนาเลสกาในไฟนอลแฟนตาซี X และจัดจ์เดรสในไฟนอลแฟนตาซี XII ในร่างที่สอง พากย์เสียงอังกฤษโดย ไมเคิล ซินเตอนิคลาส
  • บาร์ธานเดลุส ราชาแห่งฟาลซี มีอีกร่างหนึ่งเป็น กาเรนธ์ ไดน์สลีย์ ผู้นำรัฐบาลศักดิ์สิทธิ์แห่งโคคูน ชื่อของบาร์ธานเดลุสมาจากบัลดันเดอร์ สัตว์ประหลาดตามตำนานของกลุ่มชนเจอร์มานิค ให้เสียงพากย์ญี่ปุ่นโดยมะซะรุ ชิโนสุกะ และเสียงพากย์อังกฤษโดยเอส. สก็อต บุลล็อก ผู้เคยพากย์เสียงโลกอส ในไฟนอลแฟนตาซี X-2
  • อะนิมา ฟาลซีตนแรกที่กลุ่มตัวเอกได้สู้ และเป็นผู้มอบหมายภารกิจให้สโนว์ เอเครล ซาร์ซ และโฮป อะนิมาเคยเป็นชื่อมนต์อสูรในไฟนอลแฟนตาซี X
  • คะจาตา ฟาลซีประจำโรงงานในหุบเขาเอรีด เป็นผู้มอบหมายภารกิจให้ดาจฮ์ ลูกชายของซาร์ซ คะจาตาเคยเป็นชื่อมนต์อสูรในไฟนอลแฟนตาซี VII
  • คาร์บังเกิล ฟาลซีผู้ปกป้องเมืองพาลัมโพลัม
  • ฟีนิกซ์ ฟาลซีแห่งโคคูนผู้สร้างแสงสว่าง
  • ดาฮากา ฟาลซีประจำหอคอยเทจินในพัลส์ที่ตัวเอกต้องสู้ก่อนผ่านไปยังหมู่บ้านโอร์บะ ดาฮากาเคยเป็นชื่อบอสตนหนึ่งในไฟนอลแฟนตาซี IX
  • อะโตมอส ฟาลซีแห่งพัลส์ที่กลุ่มตัวเอกใช้ในการเดินทางช่วงสั้นๆ
  • บิสมาร์ก ฟาลซีรูปร่างปลาผู้เฝ้าทะเลสาบ บิสมาร์กเคยเป็นชื่อมนต์อสูรในไฟนอลแฟนตาซี VI
  • ไตตัน ฟาลซีแห่งพัลส์ มีรูปร่างสูงใหญ่ ในเกมจะมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับไตตันอยู่ด้วย
  • เอเดน ฟาลซีประจำมหานครเอเดนและเป็นฟาลซีตนแรกที่ตัวเอกพบในหอคอยโอร์ฟานเครเดิล ดันเจี้ยนสุดท้ายของเกม เอเดนเคยเป็นชื่อมนต์อสูรในไฟนอลแฟนตาซี VIII

ดนตรี [แก้]

มะซะชิ ฮะมาอุสุ ผู้ประพันธ์ร่วมดนตรีประกอบเกมภาค X ได้กลับมาทำเพลงให้ภาคนี้ โดยมีวงดุริยางค์ฟิลฮาร์โมนิกแห่งวอร์ซอบรรเลงเพลง ร่วมกับการใช้เสียงสังเคราะห์ เพลงนำของเกมในภาคนี้ชื่อว่า "Because You're Here" (ญี่ปุ่น: 君がいるから,ไทย: เพราะมีเธออยู่ตรงนี้) และ Eternal Love ขับร้องโดย ซายูริ ซุงะวาระ ซึ่งทั้งสองเพลงประพันธ์โดย โนะบุโอะ อุเอะมัตสึ สำหรับในเวอร์ชันอเมริกาเหนือจะเปลี่ยนเพลง Kimi ga Iru Kara เป็นเพลง "My Hands" ในอัลบั้ม Echo ของเลโอนา ลิวอิส โดยอัลบั้มเพลงประกอบเกมวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553 นอกจากนี้ ยังมีอัลบั้มเพลงประกอบเกมเพิ่มเติม Final Fantasy XIII Original Soundtrack PLUS ซึ่งประกอบด้วยเพลงที่นำมาเรียบเรียงใหม่เพื่อใช้ในเกม เพลงจากเวอร์ชันภาษาอังกฤษ เพลงในเทรลเลอร์ และเพลงจากเวอร์ชันทดสอบ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

รายชื่อเพลง [แก้]

อ้างอิง [แก้]

  1. Robinson, Andy (2009-09-08). "Final Fantasy XIII out Dec 17 in Japan". Computer and Video Games. สืบค้นเมื่อ 2009-09-08. 
  2. Marfuggi, Antonio (March 9, 2010). "FINAL FANTASY XIII – The Time Has Come". Sony Computer Entertainment Europe. สืบค้นเมื่อ November 10, 2009. 
  3. Square Enix (2009-11-05) FACE YOUR DESTINY ON MARCH 9, 2010 – FINAL FANTASY XIII LAUNCHES IN NORTH AMERICA ข่าวหนังสือพิมพ์ เรียกดูเมื่อ 2009-11-14
  4. "Final Fantasy XIII: Aussie Date Announced". IGN. March 9, 2010. สืบค้นเมื่อ November 16, 2009. 
  5. "FINAL FANTASY XIII". สืบค้นเมื่อ 2009-12-23. 
  6. http://www.oflc.gov.au/www/cob/find.nsf/5c2433d416948a0bca25759f00820d25/07443e4e9e75c5beca2576800057f1e4!OpenDocument

ดูเพิ่ม [แก้]