เพลย์สเตชัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เพลย์สเตชัน
PlayStation
PlayStation1.JPG
ผู้ผลิต โซนี่คอมพิวเตอร์เอ็นเตอร์เทนเมนต์
ชนิด เครื่องเล่นวิดีโอเกม
ยุค ยุคที่ห้า
ยุคที่หก
วางจำหน่าย ญี่ปุ่น 3 ธันวาคม ค.ศ. 1994
อเมริกาเหนือ 1 กันยายน ค.ศ. 1995
ยุโรป 29 กันยายน ค.ศ. 1995
ออสเตรเลีย 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1995
ญี่ปุ่น 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2000
อเมริกาเหนือ 19 กันยายน ค.ศ. 2000
ยุโรป 29 กันยายน ค.ศ. 2000
ยกเลิก 31 ธันวาคม ค.ศ. 2004
23 มีนาคม ค.ศ. 2006
ยอดจำหน่าย 102.49 ล้านเครื่อง
สื่อ ซีดีรอม
ซีพียู ซีพียูแบบ MIPS ตระกูล R3000A รุ่น R3051 ความเร็ว 33.8688 เมกะเฮิร์ซ
สื่อบันทึกข้อมูล เมโมรีการ์ด
เกมที่ขายดีที่สุด แกรนทัวริสโม 10.85 ล้านชิ้น (นับถึงวันที่ 20 ก.ค. 2551)
รุ่นถัดไป เพลย์สเตชัน 2

เพลย์สเตชัน (อังกฤษ: PlayStation ญี่ปุ่น: プレイステーション) เป็นเครื่องเล่นวิดีโอเกม ระบบ 32 บิต ผลิตโดย Sony Computer Entertainment โดยได้มีออกมาหลายรุ่นในลักษณะหลักเดียวกันในช่วงปลายปี ทศวรรษ 2540 หลังจากที่ประสบความสำเร็จทางโซนี่ได้ออกเครื่องเล่นเกมในรุ่นต่อมาซึ่งได้แก่ พีเอสวัน (PSone), เพลย์สเตชัน 2, PSP (PlayStation Portable) และ เพลย์สเตชัน 3 ที่ออกจำหน่ายไปแล้วเมื่อปลายปี พ.ศ. 2549

ประวัติ[แก้]

ในช่วงท้ายของยุคเครื่องเกมส์ซูเปอร์แฟมิคอม (SFC, ทางฝั่งตะวันตกเรียก SNES) บริษัทนินเทนโดมีความสนใจในตัวสื่อบันทึกรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า CD-ROM ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทโซนี่และฟิลิป ทางนินเทนโดจึงติดต่อกับทางโซนี่ ในข้อเสนอร่วมกันผลิตอุปกรณ์เสริมแบบใหม่ให้กับเครื่องSFC โดยอุปกรณ์เสริมที่ว่าจะทำให้เครื่องเกมส์SFCสามารถเล่นเกมส์จากแผ่น CD-ROM ได้ โดยใช้ชื่อว่า SNES-CD นอกจากนั้นแล้ว ทางโซนี่ยังสนใจที่จะผลิตเครื่องเกมส์ชนิดใหม่ ที่สามารถเล่นเกมส์จากทั้งตลับของ SFC และจากแผ่น CD-ROM ทั้งสองบริษัทจึงตกลงเซ็นสัญญาร่วมกัน

โครงการผลิตเครื่อง SNES-CD ได้มีการประกาศต่อสาธารณชนครั้งแรกในงานแสดงสิค้าอิเล็กทรอนิกส์ Consumer Electronics Show(CES)ปี 1991 แต่เหตุการณ์พลิกผัน เมื่อประธานบริษัทนินเทนโดในขณะนั้นเกิดไม่พอใจในเนื้อหาของข้อตกลงในสัญญาฉบับเก่าที่ทำกับโซนี่ เนื่องจากเห็นว่าทางโซนี่จะได้สิทธิในเกมส์ทุกเกมส์ที่ผลิตออกมาในรูปแบบ CD-ROM ทางนินเทนโดจึงได้ยกเลิกข้อตกลงการพัฒนาร่วมกับโซนี่ทั้งหมดกลางงาน CES และได้เปลี่ยนไปเซ็นสัญญากับทางฟิลิปแทน

การถูกยกเลิกสัญญากะทันหันแบบตั้งตัวไม่ทันนี้ สร้างความลำบากให้กับทางโซนี่ ผลงานวิจัยและพัฒนาถูกยกเลิกกลางอากาศ ทางบริษัทโซนี่จึงตัดสินใจนำสิ่งที่เหลือจากโครงการที่ยุบไปแล้วมาพัฒนาต่อเป็นเครื่องเกมส์คอนโซลแบบเดี่ยว ทางนินเทนโดได้ฟ้องร้องขอให้ศาลสั่งให้โซนี่ระงับการพัฒนา แต่ศาลไม่รับฟ้อง ในที่สุดในปี 1991 เครื่องเพลย์สเตชันรุ่นต้นแบบก็ถูกผลิตออกมา

การเปิดตัว[แก้]

เครื่องเพลย์สเตชันเปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 3 ธันวาคม 1994 เปิดตัวครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 9 กันยายน 1995 [1] เปิดตัวครั้งแรกในยุโรปในวันที่ 29 กันยายน 1995 [1] โดยราคาเปิดตัวครั้งแรกในอเมริกาอยู่ที่ 299 ดอลลาร์สหรัฐต่อเครื่อง และการเปิดตัวดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างสูง

สายการผลิต[แก้]

การผลิตเครื่องเพลย์สเตชันนั้นยาวนานต่อเนื่องถึง 11 ปี เป็นเครื่องเกมส์คอนโซลที่มีสายการผลิตยาวนานที่สุด จนเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ปี2006 ทางโซนี่ประกาศยุติสายการผลิต

ความสำเร็จและผลกระทบต่อวงการเกมส์[แก้]

มีหลายคนเชื่อว่า ความสำเร็จของเครื่องเพลย์สเตชันเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการสิ้นสุดของยุคเกมส์แบบใช้ตลับ และเป็นเครื่องเกมส์แบบใช้แผ่นซีดีเครื่องแรกที่ประสบความสำเร็จ (แต่เครื่องเพลย์สเตชันไม่ใช่เครื่องเกมส์คอนโซลเครื่องแรกที่ใช้ซีดี) เครื่องเพลย์สเตชันสามารถเอาชนะเครื่องเกมส์แบบใช้ตลับเครื่องสุดท้ายของนินเทนโด นั่นคือเครื่องนินเทนโด 64

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ซีดีเป็นที่นิยมในหมู่ผู้พัฒนาเกมส์ อันเนื่องมาจากรูปแบบของเกมส์ได้มีการพัฒนาขึ้น และซับซ้อนมากกว่าเกมส์ยุคก่อน ในขณะที่ตลับเกมส์มีเนื้อที่จำกัด แต่ซีดีรอมมีความจุมากกว่า ความจุที่มากกว่านี้ช่วยให้ผู้พัฒนาเกมส์สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ลงในเกมส์ได้มากขึ้น เช่น การใส่ภาพยนตร์สั้น ๆ ลงในเกมส์ คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น รวมทั้งซีดีรอมนั้นผลิตได้ง่ายกว่าและถูกกว่าตลับเกมส์

เครื่องเพลย์สเตชันเป็นเครื่องเกมส์คอนโซลเครื่องแรกที่ขายได้มากกว่า 100 ล้านเครื่องทั่วโลก[2] ในปี 2008 มีการประมาณการกันว่าเครื่องเพลย์สเตชันสามารถขายได้ถึง 102 ล้านเครื่อง

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

แม่แบบ:โครงวิดีโอเกม