ไฟนอลแฟนตาซี X-2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Final Fantasy X-2
FFX-2 box.jpg
North American box art, depicting the main playable characters; Rikku, Yuna, and Paine.
ผู้พัฒนา Square
ผู้ผลิต JP Square
Other regions Square Enix
ผู้ออกแบบ Yoshinori Kitase
Motomu Toriyama
ศิลปิน Tetsuya Nomura
Shintaro Takai
ผู้เขียนบท Kazushige Nojima
Daisuke Watanabe
ผู้แต่งเพลง Noriko Matsueda
Takahito Eguchi
ซีรีส์ Final Fantasy
อัตราส่วนภาพ 480i (SDTV)
แพลตฟอร์ม PlayStation 2
วันที่ออกจำหน่าย JP March 13, 2003
NA November 18, 2003
AUS/INT February 19, 2004
EU February 20, 2004
แนว Console role-playing game
รูปแบบ Single-player
เรตติง CERO: 12+
อีเอสอาร์บี: T (Teen) (13+)
OFLC: M15+
PEGI: 12+
สื่อบันทึก 1 DVD-ROM
อุปกรณ์ DualShock controller

ไฟนอลแฟนตาซี X-2 (Final Fantasy X-2) (ญี่ปุ่น: ファイナルファンタジーX-2 Fainaru Fantajī Ten-Tsū ?) เป็นเกมประเภท Console role-playing ที่พัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Square (ปัจจุบันคือ สแควร์เอนิกซ์) สำหรับเครื่อง PlayStation 2 ของโซนี่ วางจำหน่ายเมื่อ พ.ศ. 2546 เป็นภาคต่อของ ไฟนอลแฟนตาซี X ซึ่งเป็นเกมที่ขายดีที่สุดใน พ.ศ. 2544 เนื้อเรื่องของเกมเป็นเรื่องราวของ Yuna จาก ไฟนอลแฟนตาซี X ที่หาหนทางแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในโลก Spira ก่อนที่จะนำไปสู่สงคราม

นอกจาก ไฟนอลแฟนตาซี X-2 จะเป็นเกมภาคต่อเกมแรกในซีรีส์ ไฟนอลแฟนตาซี และเป็นสื่อภาคต่อชิ้นที่ 2 ใน franchise ต่อจาก anime Final Fantasy: Legend of the Crystals แล้ว ในเกมยังมีองค์ประกอบหลายอย่างที่มีอยู่แล้วในซีรีส์ และเป็นเกมแรกในซีรีส์ที่มีตัวละครที่ควบคุมได้เพียง 3 ตัว ซึ่งเป็นตัวละครหญิงทั้งหมด และยังสามารถเดินทางไปยังสถานที่เกือบทั้งหมดในเกมได้ตั้งแต่ช่วงแรก นอกจากนี้ ยังมีระบบ Character class ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบการเล่นดั้งเดิมของซีรีส์ และเป็นหนึ่งในไม่กี่เกมในซีรีส์ที่มีตอนจบมากกว่าหนึ่งแบบ

ไฟนอลแฟนตาซี X-2 ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวก และประสบความสำเร็จในด้านยอดขาย โดยหลังจากวางจำหน่ายในญี่ปุ่นได้ 9 เดือน ก็สามารถทำยอดขายในอเมริกาเหนือได้ 1 ล้านแผ่น และมียอดขายทั่วโลกราว 4 ล้านแผ่น นอกจากนี้ยังได้รับการลงคะแนนเสียงจากผู้อ่านนิตยสาร Famitsu ให้เป็นสุดยอดเกมตลอดกาลอันดับที่ 32 ขณะที่เกมฉบับภาษาอังกฤษได้รับรางวัล "Outstanding Achievement in Character Performance" จาก Academy of Interactive Arts & Sciences เมื่อ พ.ศ. 2547 และได้รับระดับคะแนน 86% จากเว็บไซต์ Game Rankings และ 85% จากเว็บไซต์ Metacritic

โครงเรื่อง[แก้]

Setting[แก้]

2 ปีถัดจากเนื้อเรื่องใน ไฟนอลแฟนตาซี X โลกสปิราไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก พื้นที่ส่วนใหญ่จากภาคก่อนหน้ายังคงอยู่ (ยกเว้น Omega Ruins และ Baaj Temple) และมีสถานที่ใหม่เพิ่มเข้ามาอีกเล็กน้อย สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือ หมู่บ้านคิลิกาที่สร้างขึ้นใหม่ และหมอกบนยอดภูเขา Gagazet ได้หายไป เผยให้เห็นซากปรักหักพังที่ถูกลืมเลือนไป นอกจากนี้ พระราชวังแห่งเซนต์เบเวลล์สามารถเข้าได้ตลอดทั้งเกมจากที่ภาคก่อนหน้าสามารถเข้าได้เมื่อถึงเนื้อเรื่องบังคับเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่มีซิน อีกแล้ว แต่ Fiends ยังคงมีอยู่มากมายดังเช่นเมื่อก่อน

นอกจากความเปลี่ยนแปลงภายนอกแล้ว อุดมการณ์ของชาวสปิราก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเช่นกัน หลังจากที่ซินถูกปราบลงแล้ว ก็เข้าสู่ยุคที่เรียกว่า "Eternal Calm" นักบวชในลัทธิเยวอนได้ตัดสินใจเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับลัทธิ[1] ให้ชาวสปิราได้ตัดสินใจเลือกวิถีการดำเนินชีวิตในโลกที่ไม่มีลัทธิและซิน ชาวสปิราได้รับชาวอัลเบดและเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิต ขณะที่คนส่วนใหญ่เริ่มแสวงหาความบันเทิงต่างๆ อย่างเช่นการแสดงดนตรี และกีฬาบลิทซ์บอล อีกส่วนหนึ่งก็เป็นนักล่าสมบัติโบราณ ตั้งแต่ค้นหาเหรียญและเครื่องจักรที่ถูกฝังมาเป็นเวลานานอยู่ใต้ผืนทรายบนเกาะบิคาเนล ไปจนถึงสเฟียร์ในถ้ำหรือซากปรักหักพังที่ถูกลืมเลือน ผู้ที่ออกแสวงหาสเฟียร์นี้เรียกว่า "นักล่าสเฟียร์ (Sphere hunter)" ซึ่งรวมตัวกันเป็นกลุ่มหลายกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะไม่มีซินและ Maesters of Yevon อีกแล้ว แต่สปิราก็ยังคงมีความขัดแย้งอยู่ คนหนุ่มสาวได้ละทิ้งลัทธิเยวอนและหันไปสนใจในเครื่องจักร (ในเกมเรียกว่า "machina") เพื่อหวังจะพัฒนาสปิรา ขณะที่คนรุ่นเก่าจำนวนมากมองว่าความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป ในระหว่างนี้ในสปิราได้เกิดอุดมคติและวิถีปฏิบัติใหม่ๆ รวมทั้งกลุ่มทางการเมืองใหม่ๆขึ้นมา โดยสองกลุ่มที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคือ Youth League มีผู้นำคือ Mevyn Nooj และ New Yevon Party นำโดยอดีตนักบวชที่มีชื่อว่า "เทรมา" ซึ่งต่อมาได้หายสาบสูญไป และได้ Praetor Baralai ขึ้นเป็นผู้นำต่อมา สมาชิกของ Youth League ประกอบด้วยคนหนุ่มสาวเป็นหลัก มุ่งหวังที่จะทำให้ชาวสปิราละทิ้งวิถีเก่าๆได้โดยสมบูรณ์ ขณะที่สมาชิกของ New Yevon Party มีทั้งคนหนุ่มสาวและคนรุ่นเก่าที่คิดเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงต่างๆควรเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีคติพจน์ประจำพรรคว่า "One thing at a time."

ตัวละครหลัก[แก้]

  • ยูน่า (Yuna)
  • ริคคุ (Rikku)
  • เพนน์ (Paine)
  • ทีดัส (Tidus)
  • เลนน์ (Lenne)
  • ชูอิน (Shuyin)
  • นูจ (Nooj)
  • บาราไล (Baralai)
  • กิ๊พพัล (Gippal)
  • เลอบลังค์ (Leblanc)

อ้างอิง[แก้]

  1. Studio BentStuff, ed. (2004). Final Fantasy X-2: International+Last Mission Ultimania (ใน Japanese). DigiCube/Square Enix. p. 583. ISBN 4-7575-1163-9. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]