ไฟนอลแฟนตาซี III

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับชื่อ ไฟนอลแฟนตาซี 3 ที่เรียกในอเมริกาเหนือ ดูที่ ไฟนอลแฟนตาซี VI
ภาพหน้าปกของเกม ไฟนอลแฟนตาซี III รุ่นเครื่องเกมแฟมิคอม

ไฟนอลแฟนตาซี III (อังกฤษ: Final Fantasy III) (ญี่ปุ่น: ファイナルファンタジーIII Fainaru Fantajī Surī ?) เป็นเกมเล่นตามบทละคร หนึ่งในเกมชุดไฟนอลแฟนตาซีถูกพัฒนาครั้งแรกและวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2533 โดยบริษัทสแควร์สำหรับเล่นในเครื่องเกมแฟมิคอม ตัวละครในเรื่องออกแบบโดยโยะชิทะกะ อะมะโนะ และเพลงออกแบบโดย โนะบุโอะ อุเอะมัตสึ เหมือนในภาคก่อนหน้า โดยก่อนหน้านี้ทางบริษัทได้มีโครงการที่จะพัฒนาเกมลงเครื่องวันเดอร์สวอนแต่ได้ถูกยกเลิกไป ต่อมาได้มีการพัฒนาอีกครั้งและวางจำหน่ายในปี 24 สิงหาคม พ.ศ. 2549 สำหรับเครื่องเกมนินเทนโด ดีเอส จากทางสแควร์เอนิกซ์ โดยในเกมที่ทำใหม่นั้นได้ปรับปรุงระบบภาพเป็นกราฟิกส์ 3 มิติ ทั้งหมด และมีระบบการเชื่อมต่อระบบวายฟายเพิ่มเข้ามา

การดำเนินเรื่องของเกมเกี่ยวกับเด็กกำพร้าสี่คนได้บังเอิญมาเจอกับคริสตัลในถ้ำแห่งหนึ่ง และได้รับคำชี้แนะของทางคริสตัลว่าแท้จริงแล้วพวกเขาคือนักรบแห่งแสงสว่าง ที่จะมาช่วยกู้โลกจากความมืด หลังจากนั้นเด็กทั้งสี่ได้ผจญภัยไปในโลกกว้าง และได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นตลอดการเดินทางเผื่อปราบมารร้ายซันเด และนำความสงบกลับคืนมาสู่โลก

ในสหรัฐอเมริกา ไฟนอลแฟนตาซี III มักจะถูกเรียกสับสนกับเกมไฟนอลแฟนตาซี VI ซึ่งเป็นเกมที่วางจำหน่ายในอเมริกาเป็นเกมลำดับที่ 3

ระบบเกม[แก้]

ภาพหน้าจอเกมไฟนอลแฟนตาซี III ในรุ่นภาษาอังกฤษ

ระบบเกมของภาค III นี้ระบบหลักของเกมจะคล้ายคลึงกับระบบของ ไฟนอลแฟนตาซี I และ ไฟนอลแฟนตาซี II ที่ระบบการต่อสู้จะผลัดกันโจมตีคนละหนึ่งตากับทางศัตรู ระบบการเลือกอาวุธและเครื่องป้องกันสำหรับผู้เล่นการใช้เวทมนตร์ร่วมต่อสู้จะเหมือนเดิม ส่วนความสามารถในการเลือกอาชีพของตัวละครพัฒนาขึ้นมาซึ่งแตกต่างจากภาค I ที่อาชีพตัวละครจะมีให้เลือกตอนต้นเกมและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยภาค III นี้ ตัวละครสามารถเปลี่ยนอาชีพได้ตลอดเวลาปรับเปลี่ยนตามรูปแบบการผจญภัยในที่ต่างๆ ระบบการเพิ่มประสบการณ์ในภาค III จะเป็นรูปแบบเดียวกับภาค I ซึ่งขาดหายไปในภาค II นั้นเอง โดยเมื่อระดับประสบการณ์ของตัวละครถึงจุดหนึ่ง ตัวละครจะมีการเพิ่มระดับตนเองทำให้มีความสามารถซึ่งรวมถึง พลังโจมตี พลังป้องกัน ความฉลาด เพิ่มขึ้น

เกมในภาค III เป็นเกมแรกที่มีการใช้เวทมนตร์เรียกสัตว์อสูรเข้ามาร่วมต่อสู้เป็นภาคแรก และมีใช้ต่อกันในอีกหลายภาคถัดมา อีกทั้งยังมี โมกลี ตัวละครเสริมที่ได้ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก โดยที่สองตัวละครยอดนิยมนี้ยังได้ปรากฏตัวในไฟนอลแฟนตาซีอีกหลายภาคต่อมา

ไฟนอลแฟนตาซี III ใน ดีเอส[แก้]

ภาพหน้าปกของเกม ไฟนอลแฟนตาซี III รุ่นเครื่องเกม นินเทนโด ดีเอส

ไฟนอลแฟนตาซี III ได้มีการนำมาทำใหม่อีกครั้งสำหรับเครื่องนินเทนโดดีเอส โดยออกวางจำหน่ายในญี่ปุ่นเมื่อ 24 สิงหาคม 2549 และวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือเมื่อ 14 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน ก่อนที่จะนำมาพัฒนาให้กับทางดีเอสนั้น ทางบริษัทมีแนวคิดจะพัฒนาในเครื่องเพลย์สเตชัน 2 มาก่อน[1] โดยการพัฒนาในครั้งนี้ ฮิโระมิจิ ทะนะกะ หนึ่งในผู้พัฒนาไฟนอลแฟนตาซีในรุ่นแฟมิคอมเดิมได้เป็นหัวหน้าในการพัฒนาหลัก ระบบที่พัฒนาขึ้นไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงจากสองมิติเป็นสามมิติเท่านั้น ระบบยังได้พัฒนาการทำงานรับรองของเครื่องดีเอส ที่มีการใช้สไตลัสช่วยในการบังคับ ระบบแผนที่และทางวงกตใต้ดินได้ถูกพัฒนาเป็นสามมิติหมดโดยมีลักษณะที่ทำให้ใกล้เคียงกับแผนที่เดิมในภาคแฟมิคอม และมากกว่านั้นได้มีส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องฉากเปิดและฉากปิดเพิ่มเข้ามา ระบบเกมคราวนี้พัฒนาโดยบริษัทเมทริกซ์ซอฟต์แวร์นำโดย โทะโมะยะ อะซะโนะ และขณะเดียวกันตัวละครหลักถูกออกแบบใหม่โดย อะกิฮิโกะ โยะชิดะ และได้มีชื่อของตัวละครแต่ละตัวรวมถึงประวัติที่เพิ่มเข้ามา

ข้อแตกต่างของ รุ่นแฟมิคอม และดีเอส[แก้]

ภาพฉากต่อสู้ในเครื่อง นินเทนโด ดีเอส ที่ปรับปรุงเป็นภาพสามมิติทั้งหมด

ระบบใหม่ที่เปลี่ยนในภาคดีเอส นี้ได้แก่ระบบกราฟิกส์ได้เปลี่ยนเป็น 3 มิติทั้งหมดและมีการปรับปรุงระบบกราฟิกส์หลายส่วน รวมถึงฉากต่อสู้ ฉากเริ่มต้น ฉากจบ และฉากพูดคุยระหว่างตัวละครกันเอง ตัวละครหลักของเกมได้มีการกำหนดชื่อและหน้าตารวมถึงประวัติส่วนตัวของแต่ละคน ระบบการเซฟเกมจะมีระบบใหม่เพิ่มขึ้นมา โดยมีระบบที่เรียกว่า "ควิกเซฟ" สำหรับการเซฟเกมที่ตำแหน่งไหนก็ได้ในเกมเมื่อเซฟเสร็จระบบจะปิดเกมให้อัตโนมัติ ระบบการเชื่อมต่อกับวายฟายที่เพิ่มขึ้นมา โดยเชื่อมต่อเข้ากับระบบ "ม็อกเน็ต" ที่ให้ผู้เล่นเกมสามารถส่งจดหมายหาผู้เล่นคนอื่นผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ และยังให้ผู้เล่นสามารถส่งจดหมายหาตัวละครตัวอื่นได้เช่นกัน โดยในส่วนนี้จะนำไปสู่เนื้อเรื่องย่อยที่ซ่อนอยู่ เช่นในการตามหาเครื่องรางที่หายไปขององค์หญิงซารา การตามหาโลหะในตำนานโอริคัลคุม และค้นหาดาบในตำนาน อัลทิมาเวพอน

ระบบอาชีพได้มีการเปลี่ยนแปลงให้อาชีพเริ่มต้นเป็นฟรีแลนเซอร์แทน ส่วนอัศวินหัวหอมที่เป็นอาชีพเริ่มต้นในภาคแฟมิคอมจะกลายเป็นอาชีพที่ซ่อนอยู่ โดยผู้เล่นจำเป็นต้องผ่านเงื่อนไขพิเศษ ถึงจะนำมาเล่นได้ ซึ่งในระหว่างเกมการได้มาอาชีพใหม่จากคริสตัลจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อปรับความสมดุลของเกมมากขึ้น ความสามารถในแต่ละอาชีพจะมีเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เช่นอาชีพนินจาจะไม่สามารถใช้อาวุธได้ทุกชนิดเหมือนภาคเดิม แต่จะใช้ได้เฉพาะดาบนินจา อาชีพแต่ละอาชีพจะมีระดับของตนเอง แทนที่ระบบการใช้ C ในภาคแฟมิคอม โดยเมื่อผู้เล่นเกมใช้อาชีพนั้นบ่อย อาชีพจะพัฒนาระดับขึ้น พลังโจมตีกับพลังป้องกันก็จะเพิ่มขึ้นตาม และเมื่อผู้เล่นพัฒนาระดับอาชีพถึงระดับที่ 99 ผู้เล่นก็จะได้อาวุธหรือเครื่องป้องกันพิเศษจากแต่ละอาชีพนั้น

รุ่นวันเดอร์สวอน ก่อนที่ถูกยกเลิก[แก้]

ภาพฉากต่อสู้ ในเครื่องวันเดอร์สวอน ที่ได้ถูกยกเลิกไป

ในปี 2543 ทางบันไดได้ออกวางจำหน่ายเครื่องวันเดอร์สวอนที่เป็นเกมมือถือสีออกมา และได้ทำสัญญากับทางสแควร์จะวางจำหน่ายเกมไฟนอลแฟนตาซี 3 ภาคแรกนั้น ซึ่งหนึ่งปีถัดมา ไฟนอลแฟนตาซี I และ ไฟนอลแฟนตาซี II ได้วางจำหน่าย แต่ภาค III นั้นยังไม่มีวี่แววว่าจะออกมาจนกระทั่งทางบันไดได้ยกเลิกเครื่องเกมวันเดอร์สวอน ภายหลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ต่อมาเมื่อสแควร์ได้รวมบริษัทกับทางเอนิกซ์ ได้มีการประกาศว่ายังมีการพัฒนาเกมต่อโดยจะทำลงเครื่องเล่นเพลย์สเตชันหรือไม่ก็เกมบอยแอดวานซ์แทน และในที่สุดเกมได้ถูกพัฒนาลงเครื่องดีเอสในปี 2549

เรื่องราว[แก้]

เกมไฟนอลแฟนตาซี III นั้น จะมีตัวละครหลักดำเนินเรื่องอยู่สี่คน ซึ่งเป็นเด็กกำพร้าจากหมู่บ้านอูรที่รับเลี้ยงโดนผู้เฒ่าโตปาปา (ในภาคของดีเอส จะมีเนื้อเรื่องเริ่มต้นแตกต่างกัน) เด็กน้อยสี่คนได้ไปวิ่งเล่นในถ้ำแห่งหนึ่งและได้พบกับคริสตัลแห่งสายลมภายในถ้ำ คริสตัลนั้นได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นรวมถึงเหตุการณ์ร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งบอกกับเด็กน้อยว่าพวกเขาคือ "นับรบแห่งแสงสว่าง" ที่สามารถช่วยโลกพ้นภัยจากความมืดได้ ซึ่งเมื่อพวกเขาได้กลับไปที่หมู่บ้าน ได้ลาท่านนักบวชและแม่เลี้ยงและออกเดินทาง ระหว่างทางได้เจอกับ ซิด องค์หญิงซารา ที่ต้องการช่วยเหลือหมู่บ้านให้พ้นคนสาปของจอมมารจินน์ ภายหลังจากปราบจอมมารจินน์ลงจึงได้รู้ว่า มีจอมมารปีศาจซันเดซึ่งเป็นหัวหน้าของจินน์อีกทีนึง ต้องการทำลายล้างแสงสว่าง เหล่าผู้กล้าทั้งสี่จึงได้ออกเดินทางเพื่อตามหาซันเด ในระหว่างทางนั้นมีรูปปั้นยักษ์ทั้งสี่ขวางทางไปหาปราสาทของซันเด โดยจำเป็นต้องเก็บเขี้ยวแห่งพลัง ดิน น้ำ ลม ไฟ เพื่อใช้ในการป้องกันพลังของรูปปั้นยักษ์นั้น และเข้าต่อสู้กับซันเด

ตัวละคร[แก้]

ในเกมจะมีตัวละครหลักอยู่สี่คนที่ดำเนินเรื่องทั้งหมด ซึ่งในรุ่นแฟมิคอมนั้นตัวละครตัวละครหลัก ตัวละครเสริมและปีศาจถูกออกแบบโดย โยะชิทะกะ อะมะโนะ ส่วนในรุ่นของดีเอสตัวละครหลักถูกออกแบบใหม่และมีประวัติและชื่อของตนเองออกแบบโดย อะกิฮิโกะ โยะชิดะ ส่วนตัวละครเสริมและปีศาจยังคงใช้รูปแบบเดิมของอะมะโนะอยู่

ตัวละครหลัก รุ่นแฟมิคอม[แก้]

อัศวินหัวหอม
อัศวินแห่งแสงสว่าง 
ในภาคแฟมิคอมนั้นตัวละครหลักจะจะเป็นเด็กกำพร้าสี่คนจากหมู่บ้านอูร ที่แต่งตัวเป็นอัศวินหัวหอมเที่ยวเล่นในถ้ำและได้เจอกับคริสตัลนำทางให้ผจญภัย ตัวละครแต่ละตัวจะมีรูปร่างและความสามารถเหมือนกันหมด แตกต่างกันตรง สีตัวละครเท่านั้น โดยจะมีสีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว และสีชมพู

ตัวละครหลัก รุ่นดีเอส[แก้]

เรเฟีย ออกแบบโดย อะกิฮิโกะ โยะชิดะ
ลูเนธ 
ลูเนธ (Luneth) (ญี่ปุ่น: ルーネス Rūnesu ?) เป็นเด็กกำพร้าในหมู่บ้านอูรเลี้ยงดูโดยผู้เฒ่าโตปาปา ซึ่งได้ไปเที่ยวเล่นในถ้ำแห่งหนึ่งทางเหนือ และได้เจอกับคริสตัลแห่งสายลม โดยได้บอกลูเนธให้ผจญภัยเพื่อช่วยเหลือโลก
อาร์ค 
อาร์ค (Arc) (ญี่ปุ่น: アルクゥ Arukū ?) เด็กกำพร้าจากหมู่บ้านอูรเลี้ยงดูโดยผู้เฒ่าโตปาปา เพื่อนสนิทของลูเนธ ชอบการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจและไม่ชอบการต่อสู้ ภายหลังได้ร่วมผจญภัยไปกับลูเนธ
เรเฟีย 
เรเฟีย (Refia) (ญี่ปุ่น: レフィア Refia ?) เด็กกำพร้าจากหมู่บ้านคาซัส เลี้ยงดูโดยช่างตีดาบทักกา เรเฟียถูกเลี้ยงดูมาให้เป็นช่างตีดาบในอนาคต แต่เรเฟียไม่ชอบใจและได้หนีออกมาบ่อยๆ ซึ่งได้มาบังเอิญเจอกับลูเนธและอาร์คระหว่างทางและได้ร่วมกับทั้งสองคนเข้าต่อสู้กับจอมมารจินน์ เพื่อแก้คำสาปให้ชาวบ้านในหมู่บ้านของเธอที่กลายเป็นมนุษย์เงา ภายหลังที่ปราบจินลงเรเฟียถูกพ่อบังคับให้เรียนวิชาตีดาบ แต่ได้หนีออกมาจากบ้านเข้าร่วมกลุ่มกับพวกลูเนธอีกครั้ง
อิงกัส 
อิงกัส (Ingus) (ญี่ปุ่น: イングズ Inguzu ?) เป็นทหารรักษาพระองค์ของกษัตริย์แห่งซาซูนและองค์หญิงซารา ในระหว่างที่ลาดตระเวนได้กลับมาที่ปราสาทและพบว่าทุกคนในปราสาทกลายเป็นมนุษย์เงาที่โดนคำสาปจากจินน์ โดยภายหลังจากที่รู้ข่าวว่าองค์หญิงซาราได้เข้าไปสู้กับจินเพียงลำพัง อิงกัสจึงได้ร่วมกลุ่มกับลูเนธ อาร์ค และเรเฟีย ออกตามหาองค์หญิงซาราและปราบจอมมารจินน์ ภายหลังจากที่ปราบจินได้อิงกัสได้ขออนุญาตกษัตริย์ซาซูนเข้าร่วมผจญภัยอีกครั้ง

ตัวละครเสริม[แก้]

องค์หญิงซารา ออกแบบโดย โยะชิทะกะ อะมะโนะ
ซาร่า แอลต์นีย์ 
ซาร่า แอลต์นีย์ (Sara Altney) (ญี่ปุ่น: サラ・アルテニー Sara Arutenī ?) เป็นองค์หญิงแห่งซาซูนเป็นผู้ครอบครองแหวนมิธริลที่สามารถปราบจอมมารจินน์ได้ องค์หญิงซาราได้ผจญภัยตามลำพังที่จะปราบจินน์ ในระหว่างเดินทางนั้นได้หลงทางอยู่ในถ้ำและได้เจอกับพวกของอิงกัสเข้ามาช่วย และได้ร่วมกันต่อสู้กับจอมมารจินน์
ซิด เฮซ 
ซิด เฮซ (Cid Haze) (ญี่ปุ่น: シド・ヘイズ Shido Heizu ?) วิศวกรผู้คิดค้นเรือเหาะให้กับกษัตริย์อาร์กัส แต่ในขณะที่มาที่หมู่บ้านคาซัสได้ถูกคำสาปของจอมมารจินน์และได้รับความช่วยเหลือจากพวกของลูเนธ ซึ่งภายหลังได้ร่วมทางด้วยและได้สร้างเรือเหาะให้กับพวกลูเนธผจญภัยออกนอกโลกลอยฟ้า ในภาคดีเอสได้มีเนื้อเรื่องเพิ่มขึ้นมาโดยซิดเป็นคนที่ช่วยเหลือเด็กทั้งสี่ในช่วงที่เรือเหาะระเบิดเมื่อสิบปีก่อน
แดช 
แดช (Desch) (ญี่ปุ่น: デッシュ Desshu ?) บุรุษหนุ่มที่ความจำเสื่อมและได้พบกับพวกของเรเฟียในรังของบาฮามุท
เอเรีย เบเนตต์ 
เอเรีย เบเนตต์ (Aria Benett) (ญี่ปุ่น: エリア・ベネット Eria Benetto ?) หญิงสาวนักบวชผู้ไม่สบายอยู่ในซากเรือที่ได้เจอกับพวกของลูเนธ และได้ช่วยเปิดทางให้ในวิหารแห่งน้ำ
แอลัส เรสเตอร์ 
แอลัส เรสเตอร์ (Alus Restor) (ญี่ปุ่น: アルス・レストー Arusu Resutō ?) เจ้าชายแห่งซาโลเนีย
โดก้า 
โดก้า (Doga) (ญี่ปุ่น: ドーガ Dōga ?) นักเวทมนตร์ผู้ยิ่งใหญ่ลูกศิษย์ของโนอาห์เช่นเดียวกับ อูเนและซันเด ได้รับพลังแห่งเวทมนตร์จากโนอาห์
อูเน่ 
(Unei) (ญี่ปุ่น: ウネ Une ?) นักเวทมนตร์ผู้ยิ่งใหญ่ลูกศิษย์ของโนอาห์เช่นเดียวกับ โดกาและซันเด ได้รับพลังแห่งความฝันจากโนอาห์

ปีศาจ[แก้]

ซันเด 
ซันเด (Xande) (ญี่ปุ่น: ザンデ Zande ?) นักเวทมนตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ลูกศิษย์ของโนอาห์เช่นเดียวกับ โดกาและอูเน ได้รับพลังแห่งความเป็นมนุษย์จากโนอาห์ และโกรธแค้นต่อโนอาห์และพวกมนุษย์ เพราะไม่อยากเป็นมนุษย์ที่มีวันแก่เฒ่าและตาย
เมฆาแห่งความมืด 
เมฆาแห่งความมืด (Cloud of Darkness) (ญี่ปุ่น: 暗闇の雲 Kurayami no Kumo ?) เป็นปีศาจจากโลกอื่นที่อยู่ระหว่างโลกความสว่างและโลกความมืดที่ถูกซันเดปลุกขึ้นมา
จินน์ 
จินน์ (Djinn) (ญี่ปุ่น: ジン Jin ?) จอมปีศาจลูกน้องของซันเด ได้สาบให้ผู้คนในเมืองคาซัสกับซาซูนเป็นมนุษย์เงา

ระบบอาชีพ[แก้]

ระบบอาชีพในเกมไฟนอลแฟนตาซี III นั้น จะให้ผู้เล่นสามารถเลือกอาชีพให้แก่ตัวละครได้โดยอิสระ โดยในรุ่นแฟมิคอม ผู้เล่นจำต้องมีจำนวน C จำนวนหนึ่งในการเลือกอาชีพตามจำนวน C ที่ต้องการ ส่วนในรุ่นดีเอส ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนอาชีพได้ทันทีโดยการพัฒนาพลังของแต่ละอาชีพจะยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะครบจำนวนการต่อสู้ที่ต้องการ ในรุ่นดีเอสจะมีระบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือระดับของอาชีพ โดยเมื่อผู้เล่นผ่านการต่อสู้เป็นจำนวนครั้งที่กำหนด ระดับอาชีพจะเพิ่มขึ้น โดยเมื่อระดับอาชีพถึง 99 จะได้อาวุธหรือเครื่องป้องกันพิเศษมา บางอาชีพในรุ่นแฟมิคอมจะมีคำสั่งพิเศษเพิ่มขึ้นมา เช่น "ขโมยของ" สำหรับอาชีพขโมย หรือ "กระโดดโจมตี" สำหรับอาชีพอัศวินมังกร ส่วนในรุ่นดีเอสทุกอาชีพจะมีคำสั่งพิเศษเพิ่มขึ้นมาโดยบางอาชีพจะมีคำสั่งพิเศษสองคำสั่ง

อาชีพหลักในเกม[แก้]

สายนักสู้
สายเวทมนตร์
  • นักเวทย์ขาว - White Mage / しろまどうし
  • นักเวทย์ดำ - Black Mage / くろまどうし
  • นักเวทย์แดง - Red Mage / あかまどうし
  • นักวิชาการ - Scholar / がくしゃ
  • โหร - Geomancer / ふうすいし
  • ผู้อัญเชิญอสูร - Evoker / げんじゅつし
  • กวี - Bard / ぎんゅうしじん
  • นักเวทย์ขาวระดับสูง - Devout / どうし
  • นักเวทย์ดำระดับสูง - Magus / まじん
  • ผู้อัญเชิญอสูรระดับสูง -Summoner / まかいげんし
  • ปราชญ์ - Sage / けんじゃ

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]