ศาสนาโซโรอัสเตอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ศาสนาโซโรอัสเตอร์ เกิดขึ้นนสประเทศอิหร่านยุคก่อนที่อิหร่านจะหันไปนับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาโซโรอัสเตอร์ หรือศาสนาเปอร์เซียร์ก็เรียก หรือรู้จักกันในนามของลัทธิบูชาไฟ มีความเชื่อแบบทวินิยม ( Dualism ) สอนเรื่องการต่อสู้กันระหว่างพระเจ้าแห่งความดีกับพระเจ้าแห่งความชั่วร้าย ซึ่งในที่สุดพระเจ้าฝ่ายดีเป็นฝ่ายชนะในการต่อสู้นี้มนุษย์มีเสรีภรพในการเลือกว่าจะเลือกเอาข้างฝ่ายใด

           ศาสนาโซโรอัสเตอร์เกิดก่อนพุทธกาลประมาณ ๔๐๐-๑๐๐๐ ปี มีโซโรอัสเตอร์เป็นศาสดา มีคัมภีร์อเวสตะ ( Avesta ) เป็นคัมภีร์ศาสนาเชื่อกันว่าศาสนาดซโรอสเตอร์มีอิทธิพลต่อการพัฒนาการของศาสนายูดาย และการเกิดของศาสนาคริสตร์และเชื่อกันว่าโซโรอัสเตอร์เป็นผู้สอนเจ้าลัทธิสำคัญทางความคิด ขื่อไพธากอรัส ( Phyhagoras ) ในบาบิโลนและเป็นผู้ก่อตั้งโหราศาสตร์และเวทมนตร์คาถาต่าง ๆ ต่อมาอีกด้วย

ศาสนดาโซโรอัสเตอร์อุบัติขึ้นก่อนคริสต์ศตวรรษ ๖๐๐ ปี เป็นชาวเปอร์เซีย เผ่าอารยันนับถือประเพณีการบูชาพระอาทิตย์ด้วยการจุดไฟตลอดทั้งวันและคืน โซโรอัสเตอร์ได้นำประเพณีการจุดไฟมาปฏิบัติเป็นพิธีกรรมในศาสนาที่ตนสั่งสอนด้วย และไฟได้กลายเป็นสัญญลักษณ์ของศาสนาโซโรอัสเตอต์ไปด้วย ตำนานกล่าวว่า โซโรอัสเตอร์ คือวิญญาณที่เทพเจ้าอาหุรามัสดา ส่งลงมาแทนพระองค์ เพื่อช่วยมนุษย์ผู้มีความทุกข์ให้โซโรอัสเตอร์กำเนิดเป็นชาวเมื่องมิเดียประเทศเปอร์เชีย

เมื่ออายุได้ ๗ ปี โซโรอัสเตอร์ได้ไปอยู่ในสำนักของนักบวชในศาสนามากี ( Magi ) ซึ่งเป็นศาสนาดั้งเดิมของโซโรอัสเตอร์ เพื่อศึกษาคำนอนและพิธีกรรม

อายุ ๑๕ ปี สำเร็จการศึกษาจากสำนักนักบวชแล้วออกกสั่งสอนตามทัศนะของตน

อายุ ๓๐ ปี พระเจ้ารับตัวโซโรอัสเตอร์ไปสู่สวรรค์และประทานคำสอนเพื่อให้นำมาสอนมลมนุษย์แต่หลักฐานบางแห่งกล่าวว่า โซโรอัสเตอร์ท่องเที่ยวไปแสวงหาสัจธรรมในทะเลทรายเป็นเวลา ๒๐ ปี และได้พบสัจธรรมบนภูเขาลูกหนึ่ง ต่อมาได้เที่ยวสั่งสอนประชาชนอยู่เป็นเวลานานหลายปี ได้พระเจ้าวิษตาสป จักพรรดิแห่งเปอร์เซียเลื่อมในมอบตนเป็นศาสนิก บำรุงศาสนาโซโรอัสเตอร์ เจริญรุ่งเรืองในประเทศเปอร์เซียต่อมา

โซโรอัสเตอร์สิ้นพระชีพเมื่ออายุ ๘๐ ปี ถูกฆ่าพร้อมด้วยสาวกเป็นอันมาก ขณะทำพิธีในเทวสถานเพื่อขอพรชัยชนะแก่ประชาชนระหว่างสงคราม ที่พวกตุราเนียนบุกโจมตีอาณาจักรเปอร์เซีอ

หลักคำสอนสำคัญ

คำสอนพื้นฐานโซโรอัสเตอร์ อธิบายว่า ในเบื้องต้นแห่งสิ่งทั้งหลายได้มีวิญญาณแห่งอาหุรามัสดาและอังคระไมนยุ ซึ่งแทนความดีและความชั่วเทพทั้งสองนี้ได้พบกันเพื่อสร้างชีวิตและศีลธรรมและสากลโลกที่จะเกิดมีขึ้น พญามารได้ถูกสร้างขึ้นสำหรับคนชั่ว ส่วนอาหุรามัสดาเพื่อคนที่บริสุทธิ์และมีศรัทธา

ในคัมภีร์อวสตะ เทพเจ้าอาหุรามัสดา ( Ahura masda ) มีอำนาจสูงสุดเหนือเทพเจ้าองค์อื่นใดทั้งปวงในการต่อสู้กับอำนาจของความชั่วร้าย อาหุรามัสดา เทพเจ้าแห่งแสงสว่างกับอหริมัน ( Ahariman ) เทพเจ้าแห่งความมืด ถูกแยกออกจากกันโดยความว่างเปล่าแต่ทั้งสองคงความเป็นอยู่นิรันดร อหริมันมุ่งทำลายความสงบสุขทั่วไป เทพอาหุรามัสด จึงสร้างโลกทางวัตถุขึ้น ทรงสร้างไฟจากแสงสว่าง มีสีขาวเป็นทรงกลมมองเห็นได้จากระยะไกล กายโอมาร์ท ( Gayomart ) มนุษย์คนแรกของโลกถูกสร้างมีรูปร่างเป็นทรงกลม ตามความฉลาดเพทอาหุรามัสดา ตรัสว่า เรา อาหุรามัสดา ไม่ด้พักผ่านอยู่สบายเลย เพราะเป็นความปรารถนาของเราที่จะให้คุ้มครองป้องกันแก่ผู้ที่เราได้สร้างขึ้นมา และโดยวิธีเดียวกัน เขาอหริมัน ก็ไม่ได้พักผ่อนเพราะเป็นความปรารถนาของเขาที่จะนำความพินาศมาสู่ผู้ที่เราได้สร้างขึ้น

ลักษณะของอาหุรามัสดในคัมภีร์กล่าวว่า พระอาหุรามัสดา ผู้ทรงสร้าง มีพระรัศมีรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ที่สุดงามที่สุด มั่นคงที่สุด ฉลาดที่สุด เป็นพระวิญญาณที่มีพระมหากรุณาที่สุด ผู้ใดปรารถนาจะรักพระอาหุรัสดา ในโลกนี้พึงรักคนที่ประพฤติถูกต้อง เนื่องด้วยคนที่ประพฤติถูกต้องย่อมเป็นเสมือนแบบจำลองของพระอาหุรามัสดาผู้เป็นเจา

ชีวิตหลังความตาย

ในคัมภีร์อเวสตะโซโรอัสเตอร์สอนว่า ก่อนที่จะบกับการต้อนรับในสวรรค์ วิญญาณจะต้องข้ามสะพาน เรียกว่า สะพานแห่งการแก้แค้น จะมีหญิงสาวคนหนึ่งออกมาต้อนรับ ถ้านั้นดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องบนโลก หากเป็นผู้ดำเนินชีวิตในทางที่ผิดก็จะได้พบกับยายแก่ที่น่าเกลียดน่าขยะแขยง แล้ววิญญาณนั้นจะถูกนำไปสู่สวรรค์ และจะนำวิญญาณที่เลวลงนรก ซิญญาณจะต้องเดินทางไปฟังคำพิพากษา ต้องปรากฏต่อหน้าเทพเจ้ามิธรา ( Mithara ) เทพเจ้าสราโอษา (Sraosha) เทพเจ้ารัษนุ (Rushnu) และในที่สุดวิญญาณก็จะเดินทางผ่านขั้นตอนอีกหลายทั้งนี้แล้วแต่การกระทำ ถ้าเป็นคนดีความคิดดี วิญญาณก็เดินทางไปถึงดวงดาว ถ้ามีวาจาดีวิญญาณก็จะเดินทางไปถึงดวงจันทร์ และถ้าทำความดีวิญญาณก็จะเดินทางไปถึงดวงอาทิตย์ และเดินทางไปถึงสวรรค์และได้พบกับอาหุรามัสดา

การสร้างโลกและจริยธรรม

ในคัมภีร์อเวสตะนั่นเอง โซโรอัสเตอร์ได้อธิบายว่า จะมีผู้ไถ่บาปมายังโลกนี้เหมือนแสงสว่างส่องมาถึงในวันใหม่ และกล่าวว่า โซโรอัสเตอร์จะเป็นผู้ไถ่บาปคนหนึ่ง ศาสนิกในศาสนาโซโรอัสเตอร์เชื่อวา เมื่อโซโรอัสเตอร์มรณกรรมแล้วจะกลับมาเป็นผู้ไถ่บาป ( Messiah ) หากไม่มาด้วยตัวเอง อย่างน้อยสุดจะมาในรูปของพระบุตร ๓ องค์ของโซโรอัสเตอร์ที่จะถือกำเนิดขึ้นมาในช่วง ๑,๐๐๐ ปีจากน้ำกามของพระองค์ ผู้ไถ่บาปองค์สุดท้ายชื่อ อัสทรัตอิราตา ( Astrat- Ersta )

ศาสนาโซโรอัสเตอร์ ได้กล่าวแนะนำถึงผู้มาปลดปล่อยว่ามีสามองค์ ซึ่งองค์สุดท้ายเป็นองค์ที่มีความสำคัญที่สุดชื่อตามภาษาเปอร์เซียโบราณว่า ซูชี อันติ ซึ่งในภาษาอื่นเรียกว่า อัสทรัตอิราตา

คัมภีร์ อเวสตะ เป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาโซโรอัสเตอร์ตอนหนึ่งได้กล่าวว่า โอ้ผู้บริสุทธิ์จะปรากฏมาในวันรุ่งอรุณที่สดใส ส่องสว่างไปด้วยพระรัศมี พระองค์จะบำรุงศาสนาที่เที่ยงธรรมให้มั่นคง และประกาศเชิญชวนให้ผู้คนมาสู่ศาสนาของพระองค์ด้วยวิทยปัญญาและสันติวิธี แล้วผู้ใดเล่าที่ละทิ้งศาสนาของพระองค์ ขณะที่ผู้ตอบรับคำเชิญได้กลายเป็นมิตรและผู้ช่วยเหลือพระองค์ ดังนั้น เพื่อแจ้งข่าวการปรากฏกายของผู้ปลดปล่อยเราขอแต่งตั้งเจ้า โอ้อาหุรา

หมายเหตุ ๑.การกลับมาเป็นผู้ไถ่บาป ( Messiah ) ตาหหลักการอิสลามเรียกว่า การรัจอะฮฺ หมายถึงการคืนกลับมาของคนบางคนหรือบางกลุ่มตามที่พระองค์ทรงประสงค์ เหมือนการกลับมาของศาสดาอีซา (อ.) ในยุคสุดท้ายก่อนกิยามะฮฺ

๒. ส่วนคนถ่ายบาปหรือผู้ปลดปล่อยมวลมนุษย์ทั้งหลายตามหลักการอิสลมหมายถึง ท่านอิมามมะฮฺดียฺ (อ.) ผู้เร้นกายด้วยอำนาจของพระองค์ และจะปรากฏกายออกมาอีกครั้งเพื่อปลดปล่อยโลกให้รอดพ้นจากความยุติธรรมด้วยอำนาจและตามความประสงค์ของพระองค์