เมด อิน ไทยแลนด์
-
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ เมด อิน ไทยแลนด์ (แก้ความกำกวม)
| "เมด อิน ไทยแลนด์" | ||
|---|---|---|
| ซิงเกิล โดย คาราบาว | ||
| จากอัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ | ||
| ออกจำหน่าย | พ.ศ. 2527 | |
| รูปแบบ | ซิงเกิลวิทยุ | |
| บันทึกเสียง | ห้องบันทึกเสียงศรีสยาม (2527) | |
| แนวเพลง | เพื่อชีวิต, ดนตรีไทย | |
| ความยาว | 4.10 นาที | |
| ค่ายเพลง | แกรมมี่, คาราบาว | |
| ผู้ประพันธ์ | ยืนยง โอภากุล | |
| โปรดิวเซอร์ | ยืนยง โอภากุล | |
เมด อิน ไทยแลนด์ เป็นเพลงที่แต่งโดย ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด คาราบาว) โดยครั้งแรกอยู่ในอัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ ซึ่งออกจำหน่ายในปี พ.ศ. 2527
เนื้อหา |
ที่มาของเพลง [แก้]
ยืนยงแต่งเพลงนี้จากคำพูดเริ่มต้นของ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม นายใหญ่ของแกรมมี่ ซึ่งปรารภว่าในประเทศของเรามีของนอกสั่งเข้ามามากมาย คนไทยจึงรู้สึกว่าต้องใช้ของนอก น่าจะเขียนเพลงนี้เพื่อเชิญชวนให้คนไทยหันกลับมาใช้สินค้าของประเทศด้วยกันเอง ตามนโยบายของรัฐบาลสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยในภาคดนตรี บี๋ เดล โรซาริโอ ผู้จัดการวงในขณะนั้น ได้ฟังเพลงฟิวชั่น แจ็ซซ์ ของศิลปินผิวดำท่านหนึ่ง มีการขึ้นอินโทรเพลงด้วยเสียงฟลุ้ท หรือ ขลุ่ยฝรั่ง ทางวงจึงลงความเห็นว่า การใช้ขลุ่ยไทยกับขลุ่ยฝรั่งน่าจะสอดคล้องกับเนื้อหาของเพลงได้ เพลงนี้จึงเสร็จสมบูรณ์เป็นลำดับสุดท้ายและออกเผยแพร่ปลายปี พ.ศ. 2527 ในชื่ออัลบั้มเดียวกับชื่อเพลง โดยทางแกรมมี่รับผิดชอบด้านการโปรโมท [1]
ความสำเร็จ [แก้]
เมื่อเพลงนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับความนิยมภายในระยะเวลาไม่นาน จนอัลบั้มขายได้มากกว่า 1 ล้านชุด ซึ่งถือเป็นอัลบั้มที่สร้างชื่อเสียงให้กับคาราบาวมากที่สุดในยุคคลาสสิกที่มีสมาชิกแบบครบวงทั้ง 7 คน ส่วนหนึ่งของความสำเร็จคือ การแสดง "คอนเสิร์ตทำโดยคนไทย" ณ สนามเวลโลโดรม ในสนามกีฬาหัวหมาก และเป็นครั้งแรกที่ คาราบาว เข้าไปเกี่ยวพันกับหน่วยงานรัฐบาล โดยเริ่มด้วยการจัดทำมิวสิกวิดีโอเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ แต่ไม่ได้ส่งเสริมการขายอัลบั้มแต่อย่างใด[2]
นอกจากนี้ ผู้ฟังชาวต่างชาติก็ยังชื่นชอบเพลงนี้เนื่องจากมีเนื้อหาสอดคล้องกับความเป็นสากล ทำให้วงดนตรีและตัวเพลงได้สร้างชื่อเสียงไปยังประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ทางวงจึงได้จัดทำเพลง เมด อิน ไทยแลนด์ อีกครั้งหนึ่งในชื่อ "Made in Thailand in USA" โดยเพิ่มเนื้อร้องภาคภาษาอังกฤษ เพื่อมุ่งเป้าหมายคนฟังในสหรัฐอเมริกา โดยให้เทียรี่ เมฆวัฒนา ขับร้องในฉบับภาษาอังกฤษ และยืนยง ร้องเป็นภาษาไทยในฉบับเดิม แต่มีการปรับเปลี่ยนเนื้อเพลงท่อนแรกที่มีการพูดสดๆ เพียงเล็กน้อย[3]
ในภายหลัง มีการจัดทำเพลงเดียวกันในฉบับต่างๆ ดังนี้ โดยได้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระให้เข้ากับสภาวะทางเศรษฐกิจหรือตามกาลสมัย แต่ยังคงโครงสร้างดนตรีมาแต่เดิม ซึ่งใช้เสียงขลุ่ยเป็นสัญลักษณ์แทนประเทศไทย
- ครั้งที่ 1 : เมด อิน ไทยแลนด์ (Original) / พ.ศ. 2527
- ครั้งที่ 2 : Made in Thailand in USA / พ.ศ. 2528 (ค.ศ. 1985) เนื้อร้องภาษาไทยยังคงเดิม ภายหลังบรรจุในอัลบั้ม รวมเพลงคาราบาว พ.ศ. 2529
- ครั้งที่ 3 : เมด อิน ไทยแลนด์ '40 / พ.ศ. 2540 ในอัลบั้ม เส้นทางสายปลาแดก เนื้อร้องเปลี่ยนหมด มีการเสริมดนตรีด้วย Brass Section คอรัสหญิง และเสียงพูดกล่าวถึงโอกาส 12 ปี ของบทเพลง
- ครั้งที่ 4 : เมด อิน ไทยแลนด์ (สังคายนา) / พ.ศ. 2546 ในอัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ ภาค 2546 สังคายนา เนื้อร้องแบบเดียวกับครั้งแรก แต่เปลี่ยนเนื้อร้องบางส่วนในท่อนต้นเป็น "สมัยนี้เป็นไทยรักไทย...มันอยู่ส่วนไหนของประเทศ"[4]
- ครั้งที่ 5 : เมด อิน ไทยแลนด์ '52 / พ.ศ. 2552 ในอัลบั้ม โฮะ มีเนื้อหาสรุปความเพื่อย้ำเตือนคนไทย เพิ่มสีสันดนตรีด้วยกลองยาว ฉิ่ง ฉับ
ปัจจุบัน เมด อิน ไทยแลนด์ เป็นเพลงยอดนิยมอีกหนึ่งเพลงของคาราบาว ที่แฟน ๆ ยังชื่นชอบ และถูกเปิดฟังตลอด แม้กระทั่งผู้ที่ไม่ใช่แฟนของคาราบาวหรือคอเพลงเพื่อชีวิต ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ผู้ให้เสียงขลุ่ยในเพลงบันทึกเสียง [แก้]
- ครั้งที่ 1, 2 : ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี
- ครั้งที่ 3 : ศุภชัย แก่นสันเที๊ยะ
- ครั้งที่ 4, 5 : อ้วน คาราบาว
ดูเพิ่ม [แก้]
- คาราบาว
- เมด อิน ไทยแลนด์
อ้างอิง [แก้]
|
||||||||||||||||||||