ลำดับเหตุการณ์คณะราษฎร ก่อนและหลังการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เหตุการณ์ปฏิวัติเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 เป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะถูกเรียกว่าอย่างไรก็ตาม (บ้างก็เรียก "การยึดอำนาจ" "การเปลี่ยนแปลงการปกครอง" "การปฏิวัติ" หรือ "การอภิวัฒน์") เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองของประเทศไทยอย่างมาก และทำให้สถาบันกษัตริย์ที่เคยเป็นผู้ปกครองสูงสุดของประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนาน ต้องสูญเสียอำนาจส่วนใหญ่ดังกล่าวไปในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงดังกล่าวใน พ.ศ. 2475 การต่อสู้ทางการเมืองก็ยังมิได้จบลงไปอย่างสิ้นเชิง ยังคงมีการต่อสู้กันระหว่างผู้นำในระบอบเก่า (สมบูรณาญาสิทธิราชย์) กับระบอบใหม่ (ประชาธิปไตย) หรือความขัดแย้งในผู้นำระบอบใหม่ด้วยกันเอง โดยการต่อสู้ทางการเมืองและทางความคิดอุดมการณ์นี้ดำเนินต่อเนื่องยาวนานกินเวลาอีกกว่ายี่สิบห้าปีต่อมา อาจกล่าวได้ว่า ช่วงเวลานี้มีทั้งยุคที่รุ่งเรืองที่สุดจนไปสู่ยุคตกต่ำที่สุดของคณะราษฎรและบุคคลในคณะราษฎร ช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2475 ถึง พ.ศ. 2500
อนึ่ง ข้อมูลจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ ทั้งในราชกิจจานุเบกษา เอกสารราชการ เอกสารทางวิชาการ รวมทั้งประวัติของบุคคลสำคัญในคณะราษฎร และบุคคลอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
เนื้อหา |
[แก้] ลำดับเหตุการณ์ พ.ศ. 2469 - 2482
[แก้] พ.ศ. 2469
- กุมภาพันธ์ - คณะราษฎรได้ถูกจัดตั้ง และประชุมครั้งแรก ที่หอพัก Rue Du Somerard กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ผู้เข้าร่วมประชุมมี 7 คน คือ
- ร.ท. ประยูร ภมรมนตรี (นายทหารกองหนุน อดีตผู้บังคับหมวดทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์รัชกาลที่ 6)
- ร.ท. แปลก ขีตตะสังคะ (นักศึกษาในโรงเรียนนายทหารปืนใหญ่ฝรั่งเศส)
- ร.ต. ทัศนัย มิตรภักดี (นักศึกษาในโรงเรียนนายทหารม้าฝรั่งเศส)
- นายตั้ว ลพานุกรม (นักศึกษาวิทยาศาสตร์ในสวิตเซอร์แลนด์)
- หลวงสิริราชไมตรี (ผู้ช่วยสถานทูตสยามประจำกรุงปารีส)
- นายแนบ พหลโยธิน (เนติบัณฑิตอังกฤษ)
- นายปรีดี พนมยงค์ (ดุษฎีบัณฑิตกฎหมายฝ่ายนิติศาสตร์ ฝรั่งเศส)
การประชุมยืดเยื้อถึง 5 วัน และลงมติให้นายปรีดี เป็นประธาน และหัวหน้าคณะราษฎร จนกว่าจะมีบุคคลที่เหมาะสมมาเป็นในกาลต่อไป[1][2]
[แก้] พ.ศ. 2475
- 12 มิถุนายน - คณะราษฎรได้วางแผนการที่บ้าน ร.ท. ประยูร ภมรมนตรี เพื่อจะดำเนินการควบคุมสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต ผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร
- 24 มิถุนายน - คณะราษฎรประกาศ เปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปเป็นระบอบประชาธิปไตย ในการปฏิบัติการ มีพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นหัวหน้าคณะราษฎร
- 27 มิถุนายน - พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงพระปรมาภิไธยในธรรมนูญการปกครองประเทศ โดยทรงเพิ่มคำว่า "ชั่วคราว" ต่อท้ายธรรมนูญการปกครองฯ (ผู้ร่างคือนายปรีดี พนมยงค์)[3]
- 28 มิถุนายน - สภาผู้แทนราษฎรสมัยแรกตามธรรมนูญการปกครองฯ ชั่วคราว มีจำนวน 70 คน โดยแต่งตั้งจากคณะราษฎร 31 คน และจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในระบอบเดิม 39 คน ทำการเลือก พระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นประธานกรรมการราษฎร หรือ นายกรัฐมนตรี คนแรกของประเทศไทย[4] และมีนายปรีดี เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนแรกของสภาผู้แทนราษฎร[5]
- 25 สิงหาคม - คณะราษฎร โดย พระยานิติศาสตร์ไพศาล (วัน จามรมาน) จดทะเบียนจัดตั้ง สมาคมคณะราษฎร ซึ่งเป็นสมาคมที่อาจถือได้ว่าเป็นพรรคการเมืองแรกของไทย (ในสมัยนั้นยังไม่มีบัญญัติคำว่า "พรรคการเมือง")[6][7]
- 10 ธันวาคม - รัฐธรรมนูญฉบับถาวร ผ่านการเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร และได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 - และได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้บริหารชุดใหม่ในนามใหม่ คือเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจำนวน 20 นาย (โดยไม่ได้ใช้ชื่อตำแหน่งว่า ประธานคณะกรรมการราษฎร และ กรรมการราษฎร อีกต่อไป) คณะบริหารชุดใหม่มีพระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นนายกรัฐมนตรี และมีรัฐมนตรีประจำกระทรวง 7 กระทรวง และรัฐมนตรีลอยอีก 13 คน[2]
- 15 มีนาคม - นายปรีดีเสนอ "เค้าโครงร่างเศรษฐกิจ" หรือที่เรียกกันว่า "สมุดปกเหลือง" เพื่อให้พิจารณาใช้เป็นหลักสำหรับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ[8][9]
[แก้] พ.ศ. 2476
- 1 เมษายน - มีพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสภาฯ และงดใช้รัฐธรรมนูญเกือบทุกมาตรา[10] หรือบางข้อมูลอธิบายว่านี่คือการ ยึดอำนาจตัวเอง เพื่อจัดตั้งคณะรัฐบาลใหม่[2]
- 2 เมษายน - พระราชบัญญัติว่าด้วยคอมมิวนิสต์ประกาศใช้ ตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี[11] เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดฝ่ายตรงข้าม[2] (ฝ่ายตรงข้ามอาจหมายถึง คณะราษฎร เพราะนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นอยู่ตรงข้ามกับคณะราษฎร)
- 12 เมษายน - นายปรีดีถูกบังคับให้เดินทางออกนอกประเทศไปยังฝรั่งเศส เนื่องจากความเห็นของนายปรีดีถูกโจมตีว่าเป็นคอมมิวนิสต์ เพราะเสนอเค้าโครงร่างทางเศรษฐกิจ ที่เจ้าและขุนนางต้องเสียผลประโยชน์[12]
- 13 พฤษภาคม - ตั้งกองโฆษณา โดยขึ้นตรงต่อคณะรัฐมนตรี และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น กองโฆษณาการ ในวันที่ 9 ธันวาคม ปีเดียวกัน[2]
- 10 มิถุนายน - พระยาพหลพลพยุหเสนา พระยาทรงสุรเดช พระประศาสน์พิทยายุทธ และพระยาฤทธิอัคเนย์ ผู้นำสายทหารของคณะราษฎรยื่นจดหมายลาออก[10]
- 20 มิถุนายน - พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาทำการยึดอำนาจพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรี หลังจากการรัฐประหารได้มีการล้างมลทินให้หลวงประดิษฐมนูธรรม
- 29 กันยายน - นายปรีดี เดินทางกลับสยาม ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- 11 ตุลาคม - พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช อดีตเสนาบดีกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าฝ่ายทหารนำกำลังทหารจากหัวเมืองภาคอีสาน ล้มล้างการปกครองของรัฐบาล เนื่องจากไม่พอใจที่นายถวัลย์ ฤทธิเดช ได้ฟ้องร้องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากกรณีที่ที่พระองค์มีพระบรมราชวินิจฉัยคัดค้าน แผนพัฒนาเศรษฐกิจของ นายปรีดี พนมยงค์ ที่เรียกกันว่าสมุดปกเหลือง โดยออกเป็นสมุดปกขาว แต่กระทำการไม่สำเร็จ จึงเป็นที่มาของชื่อ กบฏบวรเดช
- 23 ตุลาคม - นายพันเอก พระยาศรีสิทธิสงคราม (ดิ่น ท่าราบ) ถูกยิงเสียชีวิตโดยทหารจากกองพันทหารราบที่ 6 นำโดยพันตรีหลวงวีรวัฒน์โยธา
- 25 ตุลาคม - พระองค์เจ้าบวรเดชหัวหน้าคณะกบฏและพระชายา ทรงขึ้นเครื่องบินเดินทางหนีไปยังประเทศกัมพูชา
- 7 พฤศจิกายน - ออกพระราชบัญญัติป้องกันรักษารัฐธรรมนูญ อันเป็นเครื่องมือที่จะตอบโต้ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล[2] (ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอาจหมายถึง ฝ่ายตรงข้ามกับคณะราษฎร)
- 16 ธันวาคม - พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี และตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาแบบ 2 ชั้น (1 ต.ค.- 15 พ.ค.)[11]
- 25 ธันวาคม - หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ทรงเป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาเรื่องที่นายปรีดี เป็นคอมมิวนิสต์ ได้ลงมติว่าตัวนายปรีดี มิได้เป็นคอมมิวนิสต์[2]
[แก้] พ.ศ. 2477
- 18 กุมภาพันธ์ - พระยาพหลพลพยุหเสนาได้จัดงานพิธีปลงศพทหารที่เสียชีวิตในครบปราบกบฏบวรเดช[10]
- 2 มีนาคม - พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ ขณะประทับรักษาพระเนตรอยู่ในประเทศอังกฤษ
- 2 มีนาคม - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ลำดับที่ 8 แห่งราชจักรีวงศ์ ขณะที่มีพระชนมายุเพียง 8 พรรษา ได้แต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จนกว่าพระองค์จะบรรลุนิติภาวะ
- 27 มิถุนายน - สถาปนา มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง
- 13 กันยายน - รัฐบาลลาออก เพราะแพ้คะแนนเสียงในสภาเรื่องสัญญาการจำกัดยาง[11]
- 22 กันยายน - ตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยมีพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายปรีดี พนมยงค์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย[11]
[แก้] พ.ศ. 2479
- 14 ตุลาคม - เปิด อนุสาวรีย์ปราบกบฎ หรือ อนุสาวรีย์พิทักษ์ธรรมนูญ ที่บางเขน (ปัจจุบันเรียกเพียงว่า "อนุสาวรีย์หลักสี่")[13]
[แก้] พ.ศ. 2480
- 27 กรกฎาคม - พระยาพหลพลพยุหเสนาลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากกรณีอื้อฉาวที่มีกระทู้ถามเรื่องการนำที่ดินของพระคลังข้างที่มาซื้อขายในราคาถูกเป็นพิเศษ เป็นการลาออกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์และความไม่เกี่ยวพันกับการซื้อขายที่ดินดังกล่าว[2]
- 5 สิงหาคม - มีพระบรมราชโองการ รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยนามประเทศ โดยให้เรียกชื่อประเทศว่า "ประเทศไทย" และเปลี่ยนคำว่า "สยาม" ให้เป็น "ไทย" แทน (ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น) โดยเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงหลักการของ "ลัทธิชาติ-ชาตินิยม" ว่า "รัฐบาลเห็นควรถือเป็นรัฐนิยมให้ใช้ชื่อประเทศ ให้ต้องตามชื่อเชื้อชาติ และความนิยมของประชาชน"[14]
- 7 พฤศจิกายน - การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 2
[แก้] พ.ศ. 2481
- 18 กรกฎาคม - รัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนาออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2481 เรื่อง "วันชาติ" กำหนดให้วันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ก่อการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เดิมใช้วันเฉลิมพระชนมพรรษา)[15][16]
- 1 สิงหาคม - ประกาศใช้วันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันชาติ ลงในราชกิจจานุเบกษา[17]
- 11 กันยายน - พระยาพหลพลพยุหเสนา ยุบสภา เนื่องจากรัฐบาลแพ้คะแนนเสียงเรื่องการชี้แจงรายรับ-รายจ่ายที่รัฐบาลจัดทำเสนอ[2]
- 12 พฤศจิกายน - กำหนดการวันเลือกตั้งทั่วไป
- 16 ธันวาคม - จอมพล ป. พิบูลสงคราม เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
[แก้] พ.ศ. 2482
- 24 มิถุนายน - เริ่มเฉลิมฉลองวันชาติ 24 มิถุนายน เป็นครั้งแรก ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม[2]
[แก้] ลำดับเหตุการณ์ พ.ศ. 2483 - 2503
[แก้] พ.ศ. 2484
- 8 ธันวาคม - กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่ประจวบคีรีขันธ์และอีกหลายจังหวัดในภาคกลางที่ติดอ่าวไทย (จุดเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่สองในประเทศไทย)
- 11 ธันวาคม - รัฐบาลไทยยอมยุติการต่อสู้กับกองกำลังญี่ปุ่น และประกาศทางวิทยุให้ทุกฝ่ายหยุดยิง
- 12 ธันวาคม - สหรัฐอเมริกา และ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เอกอัครทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ไม่ยอมรับการประกาศเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นของรัฐบาลไทย และได้ประกาศขบวนการเสรีไทยขึ้นที่นั่น โดยต่อมาคณะราษฎรฝ่ายพลเรือนหลายคน เช่น ปรีดี พนมยงค์ ทวี บุณยเกตุ ควง อภัยวงศ์ ได้แยกตัวออกมาร่วมกับขบวนการเสรีไทยในประเทศ เนื่องจากไม่อาจรับกับการกระทำของรัฐบาล
- 21 ธันวาคม - ทำพิธีลงนามร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น ที่อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
[แก้] พ.ศ. 2485
- 8 มกราคม - ฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มส่งเครื่องบินเข้ามาทิ้งระเบิดในพระนครเป็นครั้งแรก
- 25 มกราคม - รัฐบาลประกาศสงครามกับอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศสอย่างเต็มตัว
[แก้] พ.ศ. 2486
- 8 มิถุนายน - นายปรีดีได้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้เป็นไปตามวิธีทางของรัฐธรรมนูญ หลังจากรัชกาลที่ 8 พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่รัฐสภาก็มีมติเป็นเอกฉันท์ให้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง
[แก้] พ.ศ. 2487
- 24 กรกฎาคม - จอมพล ป. พิบูลสงคราม ถูกกดดันให้ลงออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากนโยบาย ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบราชการบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ ที่ จอมพล ป. นำเสนอ[2]
- 1 สิงหาคม - พลโท พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ได้กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่ง สภาผู้แทนราษฎรจึงได้ลงมติแต่งตั้งให้นายปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แต่ผู้เดียว
- 24 สิงหาคม - จอมพล ป. พิบูลสงคราม ถูกปลดจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด[2]
[แก้] พ.ศ. 2488
- 20 สิงหาคม - รัฐบาลของนายควง อภัยวงศ์ ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่มีขึ้นในสมัยสงคราม[2]
- 1 กันยายน - นายทวี บุณยเกตุ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลรักษาการ โดยมีอายุเพียง 17 วัน (โดยรัฐมนตรีในรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นฝ่ายเสรีไทย)[2]
- 17 กันยายน - ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา เพื่อมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้ดำเนินการเจราเอาทหารอังกฤษและข้อตกลงสัญญาบางประการกับประเทศอังกฤษ ภายหลังสงครามยุติ เนื่องจากอังกฤษไม่ยอมรับสภานภาพของประเทศไทยในฐานะเปิดฝ่ายสัมพันธมิตร (สงครามโลกครั้งที่สองยุติลง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม หลังจากสหรัฐอเมริกาได้ทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่สอง ลงที่เมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น)
- 27 กันยายน - รัฐบาลเสนอ พระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อใช้จัดการกับ จอมพล ป. พิบูลสงครามและคณะ[2]
- 15 ตุลาคม - ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่
[แก้] พ.ศ. 2489
- 1 มกราคม - ม.ร.ว.เสนีย์ ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากเสร็จภารกิจเจรจากับประเทศอังกฤษ
- 6 มกราคม - การเลือกตั้งทั่วไป
- 31 มกราคม - พันตรีควง อภัยวงศ์ ได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 2 และจัดตั้งรัฐบาลต่อจาก ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช
- 18 มีนาคม - นายควง อภัยวงศ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะแพ้การลงมติในสภาฯ เรื่องร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองค่าใช้จ่ายฯ[2]
- 24 มีนาคม - นายปรีดี พนมยงค์ ได้รับเสียงสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยดำรงตำแหน่งถึง 23 สิงหาคม พ.ศ. 2489[2]
- 5 เมษายน - ม.ร.ว เสนีย์ ร่วมกับ นายควง อภัยวงศ์ ดำเนินการจัดตั้งพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายควง เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก ม.ร.ว.เสนีย์ เป็นรองหัวหน้าพรรค ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ยุบพรรคก้าวหน้ามารวม เป็นเลขาธิการพรรค และนายชวลิต อภัยวงศ์ เป็นรองเลขาธิการพรรค
- 9 พฤษภาคม - รัฐสภามีรัฐพิธีลงพระปรมาภิไธยในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ฉบับที่ 3) โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล มอบให้นายปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรี ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ[11] โดยกล่าวกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2489 เป็นฉบับนายปรีดี คือมีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าฉบับใด ๆ ที่ผ่านมา แต่ได้มีการบังคับใช้เพียง 18 เดือน (10 พฤษภาคม 2489 - 8 พฤศจิกายน 2490)[2]
- 9 มิถุนายน - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 เสด็จสวรรคต นายปรีดีและคณะรัฐมนตรีได้ขอความเห็นชอบต่อสภาว่า ผู้ที่จะขึ้นครองราชย์สืบสันตติวงศ์ควรได้แก่สมเด็จพระอนุชา เมื่อสภามีมติเห็นชอบแล้ว นายปรีดีก็ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุผลว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงแต่งตั้งตนเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นได้สวรรคตเสียแล้ว
- 9 มิถุนายน - จากเหตุการณ์เสด็จสวรรคตของรัชกาลที่ 8 ทำให้ศัตรูทางการเมืองของนายปรีดี ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มทหารที่สูญเสียอำนาจและพรรคการเมืองฝ่ายค้าน สบโอกาสในการทำลายนายปรีดีทางการเมือง โดยการกระจายข่าวว่า "ปรีดีฆ่าในหลวง" ซึ่งเป็นคำกล่าวหาที่ร้ายแรงมาก กลายเป็นกระแสข่าวลือ และนำไปสู่การลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองทั้งหมดในเดือนพฤศจิกายน
- 5 สิงหาคม - การเลือกตั้งเพิ่มเติม
- 23 สิงหาคม - พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ในตำแหน่งนาน 1 ปี 2 เดือนการถูกคณะทหารทำการรัฐประหาร[2]
- 15 ธันวาคม - ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหประชาชาติ[2]
[แก้] พ.ศ. 2490
- 19 พฤษภาคม - 26 พฤษภาคม - พรรคประชาธิปัตย์อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ยาวนานถึง 7 วัน 7 คืน ติดต่อกัน จนถูกเรียกว่า มหกรรม 7 วัน การลงมติปรากฏว่า พล.ร.ต.ถวัลย์ ได้มติไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งต่ออย่างท่วมท้น แต่เนื่องจากกระแสกดดันอย่างมากทั้งในและนอกสภาฯ จึงต้องลาออกในวันรุ่งขึ้น แต่ก็กลับเข้ารับตำแหน่งอีกครั้งในวันถัดมา
- 8 พฤศจิกายน - พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ และ น.อ.กาจ กาจสงคราม นำกำลังทหารยึดอำนาจจากปกครองจากรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ (รับช่วงต่อจากนายปรีดี) โดยอ้างว่าไม่สามารถสะสางกรณีสวรรคตได้ และได้ทำการฉีกรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2489 ทิ้ง[18] - เหตุการณ์รัฐประหารนี้ ทำให้นายปรีดี และหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ต้องหลบหนีออกนอกประเทศไปสหรัฐอเมริกา ในขณะนั้นรัฐบาลสหรัฐอเมริกาให้ความสนับสนุนฝ่ายรัฐประหาร นายปรีดีจึงเดินทางไปจีนแทน[12] อนึ่ง กรณีสวรรคตยังส่งผลให้กลุ่มการเมืองฝ่ายนายปรีดีต้องพลอยหมดบทบาทจากเวทีการเมืองไทยภายหลังการรัฐประหารครั้งนี้ด้วย
- 9 พฤศจิกายน - ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ "รัฐธรรมนูญใต้ตุ่ม" (ที่เรียกกันว่ารัฐธรรมนูญใต้ตุ่ม เพราะเล่าว่าซ่อนไว้อยู่ใต้ตุ่มแดง ร่างโดย น.อ.กาจ กาจสงคราม รองหัวหน้าคณะรัฐประหาร) ในการรัฐประหารวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ เป็นการเปิดศักราชใหม่ของการยึดอำนาจแล้วทำลายรัฐธรรมนูญเดิมเสีย[19]
- 10 พฤศจิกายน - นายควง อภัยวงศ์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีวาระที่ 3 หลังการรัฐประหาร
[แก้] พ.ศ. 2491
- 6 มกราคม - การเลือกตั้งทั่วไป หลังเหตุการณ์รัฐประหาร
- 29 มกราคม - พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาล และนายควง อภัยวงศ์ จึงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ หลังจากกำลังทหารทำการยึดอำนาจและได้มีกำหนดให้เลือกตั้ง
- 6 เมษายน - คณะทหารในกลุ่ม 4 คน นำโดย น.อ.กาจ กาจสงคราม ได้บีบบังคับให้นายควงลาออกและ แต่งตั้ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีแทน ในการรัฐประหารครั้งนี้ได้พลิกโฉมหน้าการเมืองไทยไปโดยสิ้นเชิง เพราะอำนาจที่แท้จริงยังอยู่ที่คณะทหาร และที่สำคัญการรัฐประหารนี้เป็นการขจัดกลุ่มอำนาจเก่าของ นายปรีดี พนมยงค์ ให้สิ้นไปจากเวทีการเมือง ส่งผลให้นายปรีดี ต้องขอลี้ภัยการเมืองที่ต่างประเทศตราบจนเสียชีวิต
[แก้] พ.ศ. 2492
- 26 กุมภาพันธ์ - นายปรีดีเดินทางกลับเข้าเมืองไทย และร่วมกับพรรคพวกกลุ่มหนึ่งพยายามยึดอำนาจคืน แต่ประสบความล้มเหลว หรือที่เรียกว่า "กบฏวังหลวง" นายปรีดีจึงต้องหนีกลับไปประเทศจีนอีกครั้ง[12]
- 4 มีนาคม - นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ (ส.ส.อุบลราชธานี), นายถวิล อุดล (ส.ส.ร้อยเอ็ด) และ นายจำลอง ดาวเรือง (ส.ส.มหาสารคาม) สามใน "สี่เสืออีสาน" ถูก ยิงทิ้ง คารถตำรวจสมัยรัฐบาลคณะรัฐประหาร[2]
[แก้] พ.ศ. 2494
- 29 มิถุนายน - เกิดเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตัน เมื่อทหารเรือกลุ่มหนึ่ง นำโดย น.อ.อานน บุญฑริกธาดา รน. และ น.ต.มนัส จารุภา รน. ทำการจี้ตัวจอมพล ป. พิบูลสงคราม จากเรือแมนฮัตตัน ไปคุมขังไว้ที่เรือศรีอยุธยา
- 29 พฤศจิกายน - จอมพล ป. พิบูลสงคราม ทำการยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง หรือที่เรียกกันว่ารัฐประหารเงียบ[19]
[แก้] พ.ศ. 2495
- 26 กุมภาพันธ์ - มีการเลือกตั้งทั่วไป พรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายค้านคว่ำบาตรการเลือกตั้ง จากเหตุที่ จอมพล ป. ทำการรัฐประหารตัวเอง
- 13 ธันวาคม - นายเตียง ศิริขันธ์ หนึ่งใน "สี่เสืออีสาน" ถูก ฆ่ารัดคอ และเผาศพทิ้งในสมัยรัฐบาลคณะรัฐประหาร
[แก้] พ.ศ. 2498
- 17 กุมภาพันธ์ - เฉลียว ปทุมรส (สมาชิกคณะราษฎรสายพลเรือน และอดีตราชเลขาธิการในรัชกาลที่ 8), ชิต สิงหเสนี และ บุศย์ ปัทมศริน (ทั้งสองคนเป็นมหาดเล็กห้องบรรทมในรัชกาลที่ 8) นักโทษชาย 3 คนถูกประหารชีวิต โดยมีข้อกล่าวหาว่ามีส่วนลอบปลงพระชนม์ในรัชกาลที่ 8 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489[20]
[แก้] พ.ศ. 2500
- 26 กุมภาพันธ์ - รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม จัดการเลือกตั้งทั่วไป โดยประกาศให้เป็นการเลือกตั้งถวายเป็น พุทธบูชา ในโอกาสกึ่งพุทธกาล แต่ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ร่ำลือว่าสกปรกที่สุด เต็มไปด้วยการโกงจากฝ่ายรัฐบาล ต้องนับคะแนนยาวนานถึง 7 วัน 7 คืน
- 2 มีนาคม - นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและประชาชนทั่วไป ชุมนุมเดินประท้วงผลการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการชุมนุมทางการเมืองครั้งแรกของประชาชน นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมา
- 16 กันยายน - คณะทหารที่นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ด้วยข้อกล่าวหาสำคัญคือ ฝ่ายรัฐบาลจัดการเลือกตั้งสกปรกจึงหมดความชอบธรรม[11]
- 21 กันยายน - คณะทหารที่ทำการยึดอำนาจ ได้แต่งตั้ง นายพจน์ สารสิน อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ และเลขาธิการซีโต้ (SEATO) มาเป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราวราวสามเดือน เพื่อจัดการเลือกตั้ง ศ.ส. ครั้งใหม่ให้บริสุทธิ์ยุติธรรม[11]
[แก้] พ.ศ. 2501
- 1 มกราคม - พลโทถนอม กิตติขจร ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นครั้งแรก
- 20 ตุลาคม - จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการปฏิวัติ[18]
[แก้] พ.ศ. 2502
- 9 กุมภาพันธ์ - จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
[แก้] พ.ศ. 2503
- 21 พฤษภาคม - จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ลงนามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง "ให้ถือวันพระราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย" ยกเลิกวันชาติ 24 มิถุนายน แล้วกำหนดให้ถือเอาวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์เป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทยแทน[15][21][16] และให้เปลี่ยนวันที่ 24 มิถุนายนไปเป็น "วันปลูกต้นไม้แห่งชาติ"[22]
- 8 มิถุนายน - รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ประกาศให้ยกเลิกการหยุดราชการในวันที่ 24 มิถุนายน เพราะไม่ได้เป็นวันชาติอีกต่อไปแล้ว[16]
[แก้] หมายเหตุ
- ในลำดับเหตุการณ์ข้างต้น ระหว่างปี พ.ศ. 2475 ถึง พ.ศ. 2503 ซึ่งปีพุทธศักราชมีการเปลี่ยนแปลงวันเริ่มศักราช จากเดิมเริ่มต้นปีในวันที่ 1 เมษายน แต่หลังจากปี พ.ศ. 2483 ประเทศไทยได้ปรับวันขึ้นปีเป็นวันที่ 1 มกราคม ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลในปีก่อน พ.ศ. 2483 เกิดความสับสนในการเรียงลำดับ
[แก้] อ้างอิง
- ^ thunder.prohosting.com สยาม 2475 - 2490 คณะราษฎร
- ^ 2.00 2.01 2.02 2.03 2.04 2.05 2.06 2.07 2.08 2.09 2.10 2.11 2.12 2.13 2.14 2.15 2.16 2.17 2.18 2.19 2.20 ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ประวัติการเมืองไทย 2475 - 2550
- ^ คือวิญญาณเสรี ปรีดี พนมยงค์ หน้า 111 หนังสือครบรอบ 100 ปี ชาตกาล รัฐบุรุษอาวุโส 11 พ.ค. 2543
- ^ www.sarakadee.com ยุทธการยึดเมือง ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
- ^ คือวิญญาณเสรี ปรีดี พนมยงค์ หน้า 112 หนังสือครบรอบ 100 ปี ชาตกาล รัฐบุรุษอาวุโส 11 พ.ค. 2543
- ^ รากฐานไทย, ความเป็นมาพรรคการเมืองไทย, เว็บไซต์รากฐานไทย
- ^ สารคดี, วันนี้ในอดีต: 25 สิงหาคม, นิตยสารสารคดี, 25 สิงหาคม พ.ศ. 2550
- ^ www.pridi-fo.th.com ปฏิทินชีวิต นายปรีดี พนมยงค์
- ^ อนุสรณ์ ธรรมใจ, ปาฐกถาปรีดี พนมยงค์ พุทธศักราช 2547, 24 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ณ ห้องประชุมใหญ่ สถาบันปรีดี พนมยงค์ กรุงเทพมหานคร
- ^ 10.0 10.1 10.2 บทความ เมรุคราวกบฎบวร: เมรุสามัญชนครั้งแรกกลางท้องสนามหลวง ชาตรี ประกิตนนทการ - นิตยสารฟ้าเดียวกัน ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 เม.ย. - มิ.ย. 2550
- ^ 11.0 11.1 11.2 11.3 11.4 11.5 11.6 การเมืองไทยกับพัฒนาการรัฐธรรมนูญ, เสน่ห์ จามริก
- ^ 12.0 12.1 12.2 geocities.com/siamintellect ชีวประวัติ ปรีดี พนมยงค์
- ^ ประชาไท, ชาตรี ประกิตนนทการ : สถาปัตย์คณะราษฎร บนพื้นที่ศักดิ์สิทธิแห่งสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (ย่อหน้า 8), ประชาไท, 19 กันยายน พ.ศ. 2550
- ^ มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1401, 1402 วันที่ 22 และ 29 มิ.ย. 2550 (ผ่านหนังสือ จากสยามเป็นไทย: นามนั้นสำคัญมากฉะนี้หรือ? เอกสารวิชาการ โครงการตลาดวิชา มหาวิทยาลัยชาวบ้าน หน้า 8 ชาญวิทย์ เกษตรศิริ)
- ^ 15.0 15.1 เกษียร เตชะพีระ, 20 พฤษภาฯ วันสิ้น(วัน)ชาติ, มติชน ปีที่ 26 ฉบับที่ 9310, 5 กันยายน พ.ศ. 2546 (อ้างผ่านเว็บไซต์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า)
- ^ 16.0 16.1 16.2 พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย, เพลงวันชาติ 24 มิถุนายน, เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย
- ^ ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 55 วันที่ 1 สิงหาคม 2481 หน้า 1122 (ผ่านหนังสือฟ้าเดียวกัน ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 เม.ย.-มิ.ย. 2547 หน้า 72 บทความ ประวัติศาสตร์วันชาติไทย จาก 24 มิถุนา ถึง 5 ธันวา โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล)
- ^ 18.0 18.1 ทหารกับการเมืองในอุษาคเนย์: ศึกษาเปรียบเทียบในกรณีของ ไทย พม่า อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ (บรรณาธิการ)
- ^ 19.0 19.1 บทบาทเส้นทางประวัติศาสตร์ของรัฐธรรมนูญในระบบประชาธิปไตยไทย, ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ
- ^ 50 ปีการประหารชีวิต 17 กุมภาพันธ์ 2498, สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, นิตยสารฟ้าเดียวกัน ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 เม.ย.-มิ.ย. 2548
- ^ ประชาไท, บรรยากาศงานรำลึกวันชาติ 24 มิ.ย. ลานปักหมุดประชาธิปไตยเหงา, ประชาไท, 25 มิถุนายน พ.ศ. 2550
- ^ สารคดี, วันนี้ในอดีต: 14 กรกฎาคม, สารคดี, 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
[แก้] ดูเพิ่ม
[แก้] บุคคลที่เกี่ยวข้อง
- พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9
- สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต (กรมพระนครสวรรค์วรพินิต)
- พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา
- พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช
- หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ
- คณะราษฎร
- ปรีดี พนมยงค์ (หลวงประดิษฐ์มนูธรรม)
- พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน)
- พระยาทรงสุรเดช
- พระประศาสน์พิทยายุทธ
- พระยาฤทธิอัคเนย์
- หลวงพิบูลสงคราม (แปลก ขีตตะสังคะ หรือ จอมพล แปลก พิบูลสงคราม หรือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในเวลาต่อมา)
- พระยามโนปกรณ์นิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์)
- หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์
- เสนีย์ ปราโมช
- ทวี บุณยเกตุ
- ควง อภัยวงศ์
- พรรคประชาธิปัตย์
- คึกฤทธิ์ ปราโมช
- ชวลิต อภัยวงศ์
- สฤษดิ์ ธนะรัชต์
- พจน์ สารสิน

