มนัส บุญจำนงค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มนัส บุญจำนงค์
Manas 12082006 01.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง มนัส บุญจำนงค์
ฉายา เพลย์บอยกลับใจ
วันเกิด 24 มิถุนายน พ.ศ. 2523 (32 ปี)
สถานที่เกิด ธงชาติของไทย อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี
รุ่น ไลท์เวลเตอร์เวท
มิดเดิลเวท
สถิติ
ชก
ชนะ
ชนะน็อก
แพ้
เสมอ
สถิติเหรียญรางวัล
มวยสากลสมัครเล่น
โอลิมปิกฤดูร้อน
ทอง เอเธนส์ 2004 ไลท์เวลเตอร์เวท
เงิน ปักกิ่ง 2008 ไลท์เวลเตอร์เวท
มวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก
ทองแดง กรุงเทพ 2003 ไลท์เวลเตอร์เวท
เอเชียนเกมส์
ทอง กาตาร์ 2006 ไลท์เวลเตอร์เวท
ซีเกมส์
ทอง เวียดนาม 2003 ไลท์เวลเตอร์เวท
ทอง โคราช 2007 ไลท์เวลเตอร์เวท

มนัส บุญจำนงค์ เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก จากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2004 ที่ประเทศกรีซ นับเป็นชาวไทยคนที่ 5 ที่ได้รับเหรียญทองโอลิมปิก และเป็นนักมวยสากลสมัครเล่นคนที่ 3 ต่อจากสมรักษ์ คำสิงห์ และวิจารณ์ พลฤทธิ์

มนัสมีสถิติได้เหรียญจากกีฬาโอลิมปิก 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน, เอเชียนเกมส์ 1 เหรียญทอง, ซีเกมส์ 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดงจากการแข่งขัน มวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลกที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2546[1]

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

มนัส บุญจำนงค์ มีชื่อเล่นว่า "เติ้ล" เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2523 ที่ตำบลพงสวาย อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรของนายมโนและนางมาลี บุญจำนงค์ มีน้องชายอีก 2 คนคือ มานนท์ (นน บุญจำนงค์) และ พันธนินทร์ ทั้งสามพี่น้องหัดชกมวยมาตั้งแต่สมัยเด็ก

มีภรรยาคือนางพจนีย์ บุญจำนงค์ (เกตุสวัสดิ์) และมีบุตรด้วยกัน 3 คน ภายหลังจากได้เหรียญทองโอลิมปิกปี 2004 มนัสได้มีปัญหากับภรรยา และแยกทางกันเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549 หลังจากแยกทางกับนางพจนีย์แล้ว ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551 นางพจนีย์ก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งมนัส ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า บุตรที่เกิดมาภายหลังนี้เป็นบุตรที่เกิดจากตนเช่นกัน จากการที่มักมีปัญหาเรื่องผู้หญิงและครอบครัวแบบนี้ซึ่งส่งผลกระทบถึงการชกมวย จึงทำให้สื่อมวลชนให้ฉายามนัสว่า "เพลย์บอยกลับใจ" [2] ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีการอนุมัติให้มนัสเข้าบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจเนื่องจากสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ โดยจะให้ได้รับยศตามวุฒิการศึกษา[3]

โอลิมปิก 2004[แก้]

มนัสลงแข่งขันในรุ่นไลท์เวลเตอร์เวท (64 กิโลกรัม) ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2004 ที่เมืองเอเธนส์ ประเทศกรีซ เส้นทางสู่เหรียญทองของมนัสคือ

  • รอบแรก : ชนะสไปริดอน ยอนนิดิส (ธงชาติของกรีซ กรีซ) 28-16 หมัด
  • รอบ 16 คนสุดท้าย: ชนะโรมิโอ บริน (Flag of the Philippines ฟิลิปปินส์) 29-15 หมัด
  • รอบ 8 คนสุดท้าย: 22 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ชนะวิลลี เบรน (ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส) 20-8 หมัด
  • รอบรองชนะเลิศ: 27 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ชนะไอโอนัท จอร์จี (ธงชาติของโรมาเนีย โรมาเนีย)
  • รอบชิงชนะเลิศ: 28 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ชนะยูได เซเดอโน่ จอห์นสัน (ธงชาติของคิวบา คิวบา) 17-11 หมัด [4]

มนัสเป็นนักกีฬาไทยคนที่สามที่ได้เหรียญทองจากการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ โดยก่อนหน้า อุดมพร พลศักดิ์ และ ปวีณา ทองสุก นักยกน้ำหนักหญิงทีมชาติไทยได้คว้าเหรียญทองไปแล้ว

เอเชี่ยนเกมส์ 2006[แก้]

หลังจากมนัสได้เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ก็ประสบปัญหาครอบครัวและติดการพนัน ทำให้ไม่เข้าซ้อมชกมวยบ่อยครั้ง ก่อนจะกลับตัวได้และลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2006 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 โดยเอาชนะชิน เมียง ฮุน จากเกาหลีใต้ 22-11 หมัด ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสมาคมมวยสากลสมัครเล่นได้ส่งมนัสเดินทางไปเก็บตัวที่ประเทศคิวบาเพียงคนเดียวนานถึง 3 เดือน กับโค้ช ฮวน ฟอนตาเนียล ซึ่งก็ทำให้มนัสได้เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นไทยเพียงคนเดียวที่ได้เหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้[5]

โอลิมปิก 2008[แก้]

มนัสกลับมาแข่งขันโอลิมปิกเป็นครั้งที่สอง ในรุ่นเดิม โดยเส้นทางการชกเป็นดังนี้

มนัสเป็นนักกีฬาไทยคนแรก ที่สามารถคว้าเหรียญจากการแข่งขันโอลิมปิกสองสมัยติดต่อกัน

การเมือง[แก้]

ในการเลือกตั้งวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 มนัสได้เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมกับเพื่อนนักมวยอีก 3 คือ เขาทราย แกแล็คซี่, สมรักษ์ คำสิงห์ และเจริญทอง เกียรติบ้านช่อง โดยมนัสได้รับการจัดรายชื่อในบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 18[6][7] แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง[8]

ซีเกมส์ 2011[แก้]

ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2011 ที่เมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย มนัสได้เลื่อนขึ้นไปชกในรุ่นมิดเดิลเวท หรือ 75 กิโลกรัม แต่มนัสเป็นฝ่ายแพ้นักมวยมาเลเซีย มูฮาหมัด ฟาร์ข่าน ไป 9-10 หมัด ในรอบรองชนะเลิศ[9]

โอลิมปิก 2012[แก้]

ในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2555 มนัสมีความพยายามฟิตซ้อมเพื่อที่จะกลับมาติมทีมชาติเพื่อไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอีกครั้ง ในกลางปีเดียวกัน โดยสามารถเอาชนะ ปิติพงษ์ สำเภาล่อน นักมวยรุ่นน้องไปได้ ด้วยการสนับสนุนจากสมรักษ์ คำสิงห์[10] แต่แล้วก็ได้มีปัญหาเรื่องการฟิตซ้อมกับทางสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และในท้ายที่สุดก็ได้ตัดสินใจแขวนนวมไปในที่สุด [11]

ผลงาน[แก้]

  • เหรียญทองแดงเวิลด์คัพ[12]
  • เหรียญทองคิงส์คัพ 2003 ประเทศไทย[12]
  • เหรียญทองซีเกมส์ ประเทศเวียดนาม[12]
  • เหรียญเงินไชนาโอเพน ประเทศจีน[12]
  • เหรียญทองคิงส์คัพ 2004 ประเทศไทย[12]
  • เหรียญทองโอลิมปิก 2004 ประเทศกรีซ[12]
  • เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2006 ประเทศกาตาร์[12]
  • เหรียญทองซีเกมส์ 2007 ประเทศไทย[12]
  • เหรียญเงินโอลิมปิก 2008 ประเทศจีน

อ้างอิง[แก้]

  1. มนัส บุญจำนงค์ :: นักกีฬาดีเด่น จากเว็บสนุก
  2. ไทยรัฐ: 'มนัส' นักชกดัง เตียงหักสะบั้น ขึ้นอำเภอหย่า
  3. ฝันเป็นจริงมนัสติดยศตำรวจ
  4. BEC News: มนัสสยบคิวบาคว้าทองมวยโอลิมปิค
  5. Thainews: มนัส บุญจำนงค์ เหรียญทองโดฮาเกมส์ ให้สัญญาเริ่มต้นชีวิตใหม่
  6. เปิดตัว"สมรักษ์-เขาทราย"ลง ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา จากเนชั่น แชนแนล
  7. เปิดรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ 2 พรรคดัง “ชาติไทยพัฒนา-ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน”
  8. เปิดรายชื่อส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทย 61 ปชป. 44 ภท. 5 รักประเทศไทย 4 ชทพ.4 ชพน.2 จากมติชน
  9. มนัส บุญจำนงค์ ตกรอบรองชนะเลิศ ศึกซีเกมส์ จากครอบครัวข่าว 3
  10. 'มันหลอกผม' สมรักษ์ คำสิงห์ สุดทน! แฉ 'มนัส ติดหญิง ทิ้งทีมชาติ' จากไทยรัฐ
  11. 'มนัส'จบแล้ว ยันอำลาแน่ มวยเข้าซ้อมสระบุรี จากไทยรัฐ
  12. 12.0 12.1 12.2 12.3 12.4 12.5 12.6 12.7 มนัส บุญจำนงค์ ซูเปอร์ฮีโร่เพลย์บอย

ดูเพิ่ม[แก้]