พระเจ้านรสีหบดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระเจ้านรสีหบดี (อังกฤษ: Narathihapate; พม่า: နရသီဟပတေ့, nəɹa̰ θìha̰pətḛ; c. 1237–1287) เป็นกษัตริย์พม่าองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์พุกาม ครองราชย์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1254-1287 มีเรื่องโดดเด่นสองประการที่สร้างพระเจ้านรสีหบดีพระองค์นี้เป็นที่จดจำ คือ ความตะกละตะกลามชอบเสวยอาหาร โดยร่ำลือกันว่าต้องมีอาหารหลากหลายถึงสามร้อยชนิดต่อมื้อพระกระยาหาร และอีกประการคือ ความขลาดกลัวต่อการรุกรานของทัพมองโกล จนเป็นกษัตริย์ที่ได้ฉายาว่า "กษัตริย์ขี้ตะกละผู้หนีทัพจีน"

พระองค์เสด็จสวรรคตด้วยถูกปลงพระชนม์โดยการวางยาพิษจากราชโอรสพระองค์รองนาม สีหสุ (Thihathu) ซึ่งขณะนั้นได้ครองเมืองแปร จากนั้นราชวงศ์พุกามก็ได้ล่มสลายลงพร้อมกับชัยชนะของมองโกลที่มีอำนาจเหนือภูมิภาคตอนบนของพม่า

กว่า 250 ปี ที่ราชวงศ์พุกามปกครองมีอำนาจในพื้นที่ลุ่มน้ำอิรวดี ผืนแผ่นดินอาณาจักรได้กลับไปแตกแยกเป็นแคว้นเล็กเมืองน้อยอีกครั้ง สภาพสุญญากาศทางการปกครอง สภาวะไร้ผู้นำได้ดำเนินต่อไปอีกกว่า 250 ปี จนกระทั่งการอุบัติขึ้นมาของราชวงศ์ตองอูที่ได้รวบรวมอาณาจักรให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้งในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16

รัชกาล[แก้]

พระเจ้านรสีหบดีเป็นพระราชโอรสในพระเจ้าอุซะนาและพระนางอะซอ

หลังการเสด็จสวรรคตของพระเจ้าอุซะนาราชบิดาจากอุบัติเหตุในการล่าสัตว์เมื่อปีค.ศ.1254 พระเจ้านรสีหบดีก็ได้ครองราชบัลลังก์พุกามโดยการแย่งชิงจากพระเชษฐาด้วยความช่วยเหลือบงการของมหาเสนาบดีราชสิงคาล ผู้ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเชิดกษัตริย์องค์ใหม่ที่มาจากเจ้าชายอ่อนพระชันษานี้ได้ แต่กษัตริย์หนุ่มได้แปรเปลี่ยนท่าทีที่หัวอ่อนเป็นกระด้างกระเดื่อง หยิ่งยะโส โกรธกริ้วและกักขฬะ พระองค์ทรงสั่งเนรเทศราชสิงคาลแทบจะทันทีที่ครองราชย์ แต่ต่อมาไม่นานพระองค์ก็ทรงจำใจเรียกกลับมาใช้งานเพื่อปราบกบฏในแคว้นยะไข่และแถบตะนาวศรี ราชสิงคาลปราบกบฏสำเร็จแต่ก็มิได้หวนกลับคืนมา ราชสิงคาลเสียชีวิตระหว่างเดินทัพกลับ นับแต่นี้ไปพระเจ้านรสีหบดีจะหามีหอกข้างแคร่มารบกวนอาสน์ราชบัลลังก์ได้อีก

พระเจ้านรสีหบดีเป็นกษัตริย์ผู้ไร้ความสามารถอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเรื่องการปกครองบริหารภายในราชอาณาจักรหรือกิจการกับต่างชาติ เฉกเช่นพระราชบิดาและพระอัยกาบุพกษัตริย์ทั้งสองก่อนหน้าพระองค์ พระองค์ล้มเหลวในการจัดการพระราชทรัพย์และบริหารท้องพระคลังซึ่งร่อยหรอลงทุกปีๆ สืบเนื่องมาจากการยกเว้นภาษีที่ดินให้แก่ธรณีสงฆ์ นอกจากนี้เมื่อเปรียบกับพระอัยกา คือ พระเจ้ากะยอชวา ที่มักโปรดสร้างพระเจดีย์ขนาดเล็กมากกว่าที่จะบังคับเกณฑ์แรงงานมากมายแล้ว พระเจ้านรสีหบดีกลับมักโปรดที่จะสร้างพระเจดีย์อย่างหรูหราฟุ่มเฟือย เช่น มิงคละเจดีย์ ที่บังคับเกณฑ์แรงงานจำนวนมาก จนผู้คนต่างก่นด่าสาปแช่ง โดยมีเสียงร่ำลือว่า "วันที่เจดีย์สร้างสำเร็จสิ้นนั้น จักเป็นวันถึงฆาตของกษัตริย์"

แต่เงาทมิฬที่แท้จริงของราชวงศ์พุกามและพระเจ้านรสีหบดีนั้นมิใช่เงาของเจดีย์ แต่คือเงาของผืนธงกองทัพมองโกลจากทางเหนือ ในช่วงเวลานั้นทัพมองโกลได้เข้ายึดมณฑลยูนนานได้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1253 เมื่อมาถึงปีค.ศ. 1271 แม่ทัพเขตยูนนานภายใต้การนำของกุบไลข่านจักรพรรดิมองโกลในขณะนั้นได้ส่งทูตมาเจรจาเรียกร้องเครื่องบรรณาการกับพระเจ้านรสีหบดี แต่พระองค์ปฏิเสธ แม้ทางมองโกลจะส่งทูตมาอีกครั้งในปีค.ศ. 1273 พระองค์ก็ยังทรงยืนกรานปฏิเสธพร้อมกับสั่งประหารทูตมองโกลผู้นั้นเป็นเครื่องยืนยัน

ปีค.ศ. 1277 ทัพมองโกลได้เริ่มบุกเข้ามายังอาณาจักรพุกามเป็นครั้งแรก ฝ่ายพุกามได้พ่ายแพ้อย่างราบคาบในศึกงาสะอองยาน สงครามได้ดำเนินต่อไปอีกหลายปี แม้ในปีค.ศ. 1284 จะมีการพยายามเจรจาทางการทูตจากฝ่ายพุกามโดยส่งราชทูตทิศาปาโมกขะ ไปยังราชสำนักมองโกลของกุบไลข่านก็ตาม ก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด เมื่อล่วงเข้าปีค.ศ. 1287 กองทัพมองโกลภายใต้การนำโดยพระนัดดาของกุบไลข่าน บุกตะลุยยึดครองทั้งหมดของใจกลางอาณาจักรพุกาม พระเจ้านรสีหบดีเสด็จลี้ภัยไปทางใต้สู่เมืองแปรที่มีราชโอรสพระองค์รองสีหสุปกครองอยู่ แต่พระองค์ทรงเหลือจะคาดคิดได้ว่า สีหสุได้จับกุมตัวพระองค์ไว้และถวายโอสถพิษให้่ เพื่อที่จะมิต้องหลั่งพระโลหิตถึงธรณีด้วยคมดาบ

มีคำร่ำลือกันว่า คำอธิษฐานสุดท้ายของพระองค์คือ "เกิดชาติหน้าฉันใด ไม่ขอมีบุตรชายอีก" จากนั้นเสวยโอสถพิษและสวรรคต
ก่อนหน้า พระเจ้านรสีหบดี ถัดไป
พระเจ้าอุซะนา
ราชวงศ์พุกาม
2leftarrow.png พระเจ้านรสีหบดี
(อาณาจักรพุกาม)

(1799 - 1830)
2rightarrow.png ราชวงศ์ตองอู
ราชวงศ์ตองอู